Skip to menu

XEDITION

วังชอนซา ลำนำรักแห่งฮานึล

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

 

วังชอนซา ลำนำรักแห่งฮานึล

ปัจฉิมบท

 

 

 

 

ซอนอินคิดว่าตนเองคงตาฝาดไป หรือไม่สมองก็คงถูกทำลายจนเห็นภาพเพ้อฝันว่าชองจีรยงมายืนอยู่ตรงหน้า จะใช่ตัวจริงหรือเปล่า ภายในใจเกิดความสงสัย และคาดหวังอย่างที่สุดว่าจะเป็นอย่างใจคิด แต่ทุกอย่างกลับมืดสนิทลงก่อนจะได้คำตอบ

 

ร่างอ่อนแรงของซอนอินทรุดฮวบลงทันทีหลังจากที่ปลายลิ้นได้แตะสัมผัสกับน้ำซุปที่ถูกผสมยาพิษ แต่ก่อนที่ศีรษะเล็กจะกระแทกลงกับพื้น วงแขนใหญ่คู่หนึ่งก็ช้อนร่างนั้นขึ้นมาอุ้มไว้ได้ทันเสียก่อน

 

“เท่านี้คงพอพระทัยเสด็จย่าแล้ว นอกจากซอนอินคนนี้ หม่อมฉันไม่คิดจะครองคู่กับใครอื่นอีก” เจ้าของน้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยอย่างหนักแน่นนั้นกระชับร่างของคนรักในวงแขนให้แนบอก ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นสบผู้เป็นย่า

 

“เสด็จย่าทำความผิดสิ่งใดไว้ย่อมรู้พระองค์เอง หม่อมฉันจะไม่ถือสาหาความผิดในเรื่องนั้น จริงอยู่ว่าเสด็จย่ามีสิทธิ์ในการตัดสินใจทุกเรื่องในวังหลัง แต่คิมซอนอินเป็นคนของหม่อมฉัน เสด็จย่าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องเขาแม้เพียงเล็กน้อย และนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ในฐานะของกษัตริย์แห่งฮานึล หม่อมฉันขอสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดก็ตามต่อต้านคิมซอนอินเป็นอันขาด

 

เบื้องหน้าของชองโยฮวาในเวลานี้ คือกษัตริย์หนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งปัญญาและความสามารถรอบด้าน อีกทั้งอาภรณ์และเครื่องประดับยศที่เจ้าตัวสวมใส่อยู่ก็ยิ่งส่งเสริมความองอาจและความงามสง่าสมตำแหน่งที่ถือครอง รวมถึงความน่าเกรงขามที่ดูเหมือนว่าชองจีรยงจะมีมากกว่าชองฮวาจีผู้เป็นบิดามากมายนัก

 

โยฮวาเดินมาถึงทางตันแล้ว กำแพงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแข็งแรงเกินกว่าที่นางจะทำลายให้พังทลายลงได้ หญิงชราทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ สายตาของนางไม่หลงเหลือเค้าของความมุ่งร้ายอีกต่อไป ทั้งความจริงใจของคิมซอนอินและความมุ่งมั่นของชองจีรยง ล้วนทำให้นางยอมแพ้ได้ในที่สุด

 

มาถึงตรงนี้แล้ว โยฮวาก็มีแต่จะต้องทำใจ ในเมื่อบุตรชายของนางถึงกับยอมสละราชบัลลังก์ก่อนถึงเวลาอันควรเพื่อให้ชองจีรยงได้ขึ้นเป็นกษัตริย์โดยชอบธรรม ทั้งที่ความจริงแล้วหากกษัตริย์องค์ปัจจุบันไม่สวรรคตก็ไม่สามารถยกใครขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งนี้ได้ แต่ฮวาจีกลับยอมตายด้วยนามก็เพื่อบุตรชาย ยอมให้ป่าวประกาศว่าตนเองสิ้นแล้วทั้งที่แท้จริงยังมีชีวิตอยู่ พ่อลูกคู่นี้คงช่วยกันวางแผนหาทางออกมาได้สักพักแล้ว เพราะการจะสละราชบัลลังก์ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องตระเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เห็นได้ชัดแล้วว่าฮวาจีเองก็สนับสนุนบุตรชายให้ทำเช่นนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบร้อนแต่งตั้งจีรยงให้เป็นกษัตริย์ทั้งที่ยังไม่มีการทำพิธีตามธรรมเนียมที่ถูกต้อง

 

เมื่อวานนี้เองที่นางรู้ว่าจีรยงได้เป็นกษัตริย์ตอนที่เจ้าตัวมาบอกกับนางถึงตำหนักด้วยตนเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามแต่ ราชินีของจีรยงจะเป็นชายไม่ได้เด็ดขาด การมีลูกหลานสืบสกุลไม่ใช่เรื่องที่จะละเลยกันได้ง่ายๆ ดังนั้นการเดิมพันระหว่างนางกับจีรยงจึงเกิดขึ้น หากว่าคิมซอนอินเหมาะสมกับหลานชายของนางถึงเพียงนั้นจริงล่ะก็ การจะตายแทนคนรักที่มีความสำคัญต่อแคว้นก็ย่อมต้องทำได้อย่างไม่มีลังเล ...จะมีใครบ้างที่ยอมทานยาพิษทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ไม่มีทางที่คิมซอนอินจะทำได้ โยฮวาเชื่อเช่นนั้นจึงใช้เป็นข้อต่อรองกับหลานชาย

 

และการเดิมพันครั้งสุดท้ายของนางก็ได้ถูกคิมซอนอินทำลายจนหมดสิ้น

 

ไม่เพียงไม่ลังเล แต่คิมซอนอินยังเต็มใจที่จะตายเพื่อชองจีรยงจากใจจริง

 

ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าสิ้นคิด หรือเสียสติไปแล้วกันแน่ หญิงชราจนกับความคิดของเด็กหนุ่มที่ชื่อซอนอินคนนี้จริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าถ้ากินไปแล้วจะต้องตายก็ยังกลืนยาพิษลงคอไปจนได้ ถึงจะรักมากเพียงไรก็ตาม แต่การทานยาพิษทั้งที่รู้อยู่แก่ใจก็เกินไปจริงๆ

 

ชองจีรยงเองก็ร้ายเหลือเกิน เมื่อวานนี้โยฮวาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อรับรู้ว่าหลานชายได้ตลบหลังซ้อนแผนของนาง ศพที่เวลานี้คงอยู่ใต้ผืนน้ำแข็งตรงไหนสักที่ของแม่น้ำเป็นศพของชาวบ้านไร้นาม จากที่นางคิดจะกำจัดคิมซอนอินให้พ้นทาง กลับกลายเป็นแรงเสริมให้หลานชายได้พา ‘ชอนอา’ กลับมาแต่งตั้งเป็นชายาไปเสียนี่ ทุกอย่างนี้ชองจีรยงได้วางแผนเอาไว้หมดแล้ว ชาวบ้านจะรับรู้เพียงว่าราชินีของพวกเขาคือหญิงงามนามว่าชอนอา ในขณะที่วังชอนซาองค์ปัจจุบันได้หลับใหลไปตลอดกาลแล้ว คิมซอนอินก็จะเป็นคนของชองจีรยงแต่เพียงผู้เดียว

 

เป็นการวางกับดักที่ร้ายกาจนัก

 

“ได้ เจ้าชนะ ข้าจะล้มเลิกเรื่องคู่ครองของเจ้าตามข้อตกลง และจะเป็นธุระจัดการเรื่องต่างๆ ภายในวังให้ทั้งหมด” โยฮวาผ่อนลมหายใจออกมาบางเบา แม้จะเหนื่อยใจและนึกอยากขัดขวางเพียงไร แต่นางก็รู้แล้วว่าไม่ว่าจะทำสิ่งใดไปก็คงไร้ประโยชน์ที่จะพรากสองคนนี้ให้ห่างออกจากกัน และชองจีรยงเองก็เป็นหลานแท้ๆ นางเองก็ปล่อยให้ผ่านไปเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นไม่ได้ เรื่องของชาวบ้านนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่เดิมวังชอนซาคนนี้ไม่ใคร่เผยโฉมหน้าให้ผู้คนพบเห็นอยู่แล้ว ที่น่าห่วงเห็นจะเป็นแต่ในวังหลวงนี่เอง แม้รับสั่งของกษัตริย์จะเป็นวาจาสิทธิ์ แต่ก็ไม่อาจละสายตาได้ นอกจากคอยจับตาแล้วยังต้องคอยระวังไม่ให้ผู้ใดเผยแพร่ความเป็นจริงออกไป

 

จีรยงเผยรอยยิ้มเล็กๆ เมื่อเห็นทีท่าของผู้เป็นย่าที่อ่อนลง แต่เดิมเสด็จย่าเป็นคนใจดีโดยพื้นฐานอยู่แล้ว แต่จะเข้มงวดกับทุกสิ่งที่พระนางไม่เห็นว่าสมเหตุสมผลพอที่จะยอมรับ นี่ก็ถือว่าเขาพยายามมาจนสำเร็จแล้ว “หม่อมฉันขอบพระทัยเสด็จย่าที่ทรงเข้าใจ นอกจากซอนอินแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือฮานึล หม่อมฉันสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของกษัตริย์ให้ดีที่สุดพะย่ะค่ะ

 

“เอาเถิด ข้ารู้ว่าเจ้าเห็นฮานึลเป็นสำคัญมากเพียงไร นับแต่นี้ก็จงทุ่มกายใจเพื่อฮานึลแทนส่วนของเสด็จพ่อของเจ้าด้วยก็แล้วกัน” โยฮวาเอ่ยเรียกให้ยูนาเข้ามาในห้อง เด็กสาวรู้หน้าที่ดีจึงเดินเข้ามาพร้อมกับขวดยาใบเล็ก โยฮวารับของสิ่งนั้นมาแล้ววางมันลงบนโต๊ะ “ยาถอนพิษนี้ให้ทานได้เลย หลังจากนั้นประมาณสามชั่วยามคิมซอนอินก็จะฟื้น”

 

“จีรยงขอบพระทัยเสด็จย่าอีกครั้ง

 

ระหว่างทางที่เดินกลับตำหนักรัชทายาท จีรยงก็ได้พบกับจีมุนซึ่งยืนอยู่กลางสะพานที่ข้ามสระดอกซากึมฮาไปยังตำหนักของเขา

 

สายตาของจีมุนตวัดมองร่างของซอนอินที่อยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นพี่ชายทันที

 

“ซอนอิน...

 

“เข้าไปในตำหนักก่อนค่อยว่ากัน” จีรยงตัดบทสนทนาอย่างรวดเร็วแล้วเดินผ่านร่างของน้องชายตรงเข้าประตูตำหนักไป

 

ภายในตำหนักมีฮีอูยืนคอยอยู่ก่อนแล้วพร้อมกับราชครูปาร์คที่คงเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟังเรียบร้อยแล้ว ฮีอูรีบเข้าไปช่วยประคองซอนอินลงกับฟูกนอน พอดีกับที่หมอหลวงจากึนรีบร้อนเข้ามาในตำหนักตามคำสั่งของจีรยงที่ให้คนไปตามมาก่อนหน้า

 

ยาแก้พิษถูกกรอกลงไปในลำคอเรียวเล็กของซอนอิน หลังจากที่จากึนตรวจชีพจรอยู่พักใหญ่ก็เอ่ยบอกให้กษัตริย์หนุ่มเบาใจลงได้ เมื่อกำชับนางกำนัลเรื่องยาบำรุงเสร็จแล้วจากึนก็ออกจากตำหนักไป

 

ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มร่างสูงโปร่งจับต้นชนปลายไม่ถูก

 

“คิดจะมาต่อว่าข้าล่ะสิใช่ไหม” จีรยงที่นั่งอยู่บนเตียงข้างกายซอนอินเอ่ยขึ้น เขารู้ดีว่าจุดประสงค์ของจีมุนในการมายืนรอเขาอยู่หน้าตำหนักคงไม่ต่างจากฮีอูที่ตั้งใจมาต่อว่าเขาเรื่องที่พาหญิงงามเข้าวังมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน

 

“เสด็จพี่เจอซอนอินตั้งแต่เมื่อไหร่ ...แล้วยศนั่น...” สายตาของจีมุนเลื่อนขึ้นมองเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงผู้ที่เป็นกษัตริย์ซึ่งสวมอยู่ที่ศีรษะของพี่ชาย

 

“เจ้าสงสัยสิ่งใดให้ถามเอากับราชครูปาร์ค เวลานี้ข้าขออยู่กับซอนอินตามลำพัง พวกเจ้าออกไปให้หมด” ชายหนุ่มไม่เสียเวลาเหลียวมองผู้ใดอีก เขาเลื่อนสายตาลงมองดวงหน้าขาวของคนที่ยังหลับใหลอย่างเป็นห่วง มือข้างหนึ่งลูบไล้ผิวแก้มนุ่มอย่างอ่อนโยน

 

สายตาของชองจีรยงในเวลานี้ บ่งบอกถึงความรักที่มีต่อคิมซอนอินอย่างที่สุด

 

ฮีอู ยองจู และจีมุน ไม่มีใครสักคนเอ่ยสิ่งใดออกมาราวกับกลัวว่าเสียงของตนจะไปขัดช่วงเวลาที่แสนสำคัญของร่างสูงผู้นั้น พวกเขาออกมาจากห้องบรรทมพร้อมกับปิดประตูให้อย่างเบาเสียง

 

ฮีอูเดินนำชายหนุ่มร่างสูงทั้งสองคนไปยังห้องโถงกลางที่ใช้รับรองแขก แล้วปล่อยให้ยองจูอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้องค์ชายรองได้เข้าใจ

 

“แม้แต่คนของชินซองก็ไม่รู้งั้นหรือ?” หลังจากที่ฟังอยู่นาน จีมุนก็เกิดข้อสงสัยขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยที่วังชอนซาจะตายจากไปอย่างนี้ นั่นเท่ากับว่าตำแหน่งวังชอนซาที่แสนสำคัญก็ต้องว่างลง

 

“มีเพียงผู้เฒ่าลีซางที่รู้ว่าคิมซอนอินยังมีชีวิตอยู่ รวมถึงคิมซองอึนด้วย และเป็นเพราะนางเองก็รู้ดีว่าบุตรชายของนางต้องทุกข์ใจกับการรับตำแหน่งนี้มานานแค่ไหน นางจึงยินดีที่จะให้ชองจีรยงจัดการทุกอย่าง ที่สุดแล้วนางเองก็หวังให้ซอนอินได้มีความสุขกับคนที่รัก เรื่องตำแหน่งของวังชอนซาที่ว่างลงก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เฒ่าลีซางว่าจะทำเช่นไรต่อไป การหาตัวแทนมาทำพิธีสวดไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะหาผู้ที่เหมาะสมมารับตำแหน่งวังชอนซาซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำเผ่าชินซองนั้นต้องใช้เวลา ขึ้นอยู่กับสวรรค์จะชี้ให้ใครมาดำรงตำแหน่งนี้ เรื่องวิธีการเลือกข้าเองก็บอกไม่ได้ ตอนนี้ที่รู้ก็เพียงวังชอนซาองค์ปัจจุบันสิ้นแล้วเท่านั้น

 

ได้ฟังเช่นนี้จีมุนก็รู้สึกเหมือนความอึดอัดใจที่กดทับสะสมมานานสลายไปในสายลม ถึงเขาจะเจ็บปวดเสียใจในความรักที่มีต่อซอนอินมากเพียงไร แต่เขาก็หวังอย่างสุดซึ้งที่จะให้ซอนอินมีความสุข

 

แค่ชีวิตนี้ได้มีโอกาสรักคนผู้นั้น จีมุนก็ขอบคุณสวรรค์นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 

ความขมขื่นในแววตาของจีมุนนั้นแม้จะไม่เด่นชัด แต่ฮีอูที่เฝ้ามองอยู่ก็รับรู้ได้ไม่ยากนัก การรักใครสักคนไม่ยากเท่าการตัดใจจากคนที่รัก ความรู้สึกที่มีไม่อาจลบเลือน และแน่นอนว่าสำหรับองค์ชายรองแล้ว ไม่มีวันที่ความรู้สึกนี้จะลดน้อยลง สิ่งที่ทำได้ก็เพียงการยอมรับความเป็นจริงเท่านั้น ฮีอูรู้สึกเลื่อมใสในจิตใจขององค์ชายจีมุนอย่างที่สุด

 

“เอาอย่างนี้ไหม ไหนๆ องค์ชายรองก็มาแล้ว ให้หม่อมฉันทำของว่างให้ทานระหว่างรอซอนอินฟื้นดีกว่า” ฮีอูว่าพร้อมกับเตรียมลุกขึ้นจากโต๊ะ เขาอยากให้บรรยากาศดูสดใสมากกว่านี้

 

“ไม่ต้องหรอกฮีอู ข้าได้รู้ว่าซอนอินปลอดภัยดีก็เพียงพอแล้ว ข้ากลับตำหนักตอนนี้เลยดีกว่า

 

“เช่นนั้นหม่อมฉันจะไปส่ง” ยองจูอาสาเดินไปส่งจีมุนที่ประตูตำหนัก และไม่ลืมที่จะเอ่ยคำขอบคุณกับฝ่ายนั้นที่เป็นห่วงซอนอินไม่แพ้ใคร ยองจูอดคิดไม่ได้ว่าที่ฮานึลมีคนที่รักซอนอินมากมายถึงเพียงนี้ราวกับเป็นชะตาของซอนอินที่ต้องมายังแคว้นแห่งนี้

 

ราวกับว่าวิหคที่ถือกำเนิดผิดที่ผิดทางได้กลับคืนสู่ท้องนภาแล้วอย่างไรอย่างนั้น

 

ซ้ำแผ่นอัมพรที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ยังมีจ้าวแห่งมังกรคอยคุ้มครองอยู่เคียงข้าง

 

ยองจูละสายตาจากแผ่นหลังของชองจีมุนแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ที่ในเวลานี้มีละอองหิมะตกโปรยปรายบางเบา

 

 

สวรรค์ ท่านกำหนดชะตาของคิมซอนอินให้เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ต้นแล้วสินะ เส้นทางของคิมซอนอินและชองจีรยงบรรจบกันที่ปลายเส้นด้ายมาโดยตลอด รอเพียงให้พวกเขาได้พบเจอกันในสักวันเท่านั้น

 

 

...และวันนั้นก็ได้มาถึงแล้วในที่สุด

 

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

 

 

 

ชองจีรยงอีกแล้ว...

 

ภาพพร่าเลือนที่กระทบสายตาเป็นสิ่งแรกคือชายหนุ่มคนรัก ซอนอินคิดว่าตนเองคงจะคิดถึงจีรยงมากเกินไป ขนาดตายเป็นผีไปแล้วก็ยังจะเพ้อมองเห็นผู้ชายคนนี้ไม่ต่างจากตอนที่ยังมีชีวิต

 

อ่า... นี่เขาตายแล้วสินะ ถ้าอย่างนั้นที่นี่ที่ไหนกันล่ะ เขาตกนรกหรือขึ้นสวรรค์กันแน่?

 

เอ๊ะ? นี่ข้านอนอยู่บนเตียงอย่างนั้นหรือ ซอนอินขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อเห็นเพดานไม้ของเตียงที่อยู่เบื้องหลังใบหน้าคมเข้มของคนรัก อืม... สงสัยข้าจะได้ขึ้นสวรรค์ ถึงได้นอนสบายอยู่บนเตียงอย่างนี้ แถมยังได้เห็นภาพหลอนของชองจีรยงเป็นการปลอบใจอีกด้วย

 

เดี๋ยวสิ นี่มันจะชัดเจนเกินไปหรือเปล่า ทำไมถึงสัมผัสภาพที่สร้างขึ้นเองได้ล่ะ?!

 

“คิดจะลูบหน้าของข้าไปจนถึงเมื่อไหร่ หืม?”

 

เหวอ~ พูดได้ด้วย!

 

“สวรรค์นี่ดีจริงๆ เลย” เสียงเล็กที่พึมพำออกมาทำเอาคนตัวสูงหยุดชะงักใบหน้าที่ก้มลงหมายจะจูบเรียกสติของคนตัวเล็ก เรียวคิ้วเข้มข้างหนึ่งกระตุกขึ้นเล็กน้อย และขยับใบหน้าถอยห่างครึ่งศอก

 

ดวงหน้าสวยที่เห็นอยู่นี้ช่างใสซื่อเสียจนจีรยงอยากจะกลืนกินเจ้าของความงดงามนี้ลงไปทั้งตัว คิดว่าเขาเป็นภาพหลอนหรืออย่างไรกัน เพ้อถึงสวรรค์อย่างนี้เห็นทีคงต้องเรียกสติด้วยวิธีอื่นเสียแล้ว

 

“สวรรค์งั้นหรือ? ใช่แล้ว ที่นี่คือสวรรค์ และข้าก็เป็นพระเจ้าที่จะกุมชะตาชีวิตของเจ้า คิมซอนอิน ชีวิตของเจ้านับจากนี้จะต้องปรนเปรอพระเจ้าที่มีนามว่าชองจีรยงด้วยร่างกายของเจ้าไปชั่วชีวิต เอาล่ะ แยกขาออกเร็วเข้า ข้าจะได้จัดการลงทัณฑ์ดวงวิญญาณใหม่อย่างเจ้าเสียที”

 

ไม่เพียงคำพูด มือใหญ่ยังจัดการสอดใต้เข่าอ่อนแรงนั้นให้ยกตั้งขึ้นทั้งสองข้าง สีหน้าเลื่อนลอยของซอนอินพลันตกตื่นขึ้นมาทันที แววตาใสเป็นประกายฉายแววสะท้อนสิ่งที่เห็นตรงหน้าได้ชัดเจนขึ้นกว่าตอนแรก

 

“ชองจีรยงตัวจริง!!!”

 

“ก็ใช่น่ะสิ ลองเจ้ายังเพ้ออยู่อีก ข้าได้ขืนใจเจ้าจริงๆ แน่

 

คำพูดไร้ยางอายไม่เคยเปลี่ยนของชายหนุ่มไม่ทำให้คนหน้าบางนึกสนใจแต่อย่างใด วงแขนเรียวเล็กคว้ากอดคนที่นั่งอยู่ด้านข้างไว้ด้วยแรงอันน้อยนิด แค่เพียงได้แตะสัมผัสการมีตัวตนของคนตรงหน้าให้รู้ว่าตนเองไม่ได้ฝันไปก็เพียงพอที่จะทำให้ซอนอินหลั่งน้ำตาออกมาอย่างเป็นสุขที่สุด

 

“ฮึก...ข้าคิดว่าตัวเองตายไปแล้วเสียอีก

 

“ยาพิษที่เจ้ากินไม่ทำให้ถึงกับตายได้หรอก เสด็จย่าเพียงต้องการลองใจเจ้าเท่านั้น

 

“จีรยง...ฮึก ข้าคิดจริงๆ ข้าคิดว่าให้ตายยังดีกว่าที่ข้าจะอยู่โดยไม่มีเจ้า ...เจ้าโกรธข้าไหมที่ข้าคิดอย่างนี้ ข้าเห็นแก่ตัวมากเลยใช่หรือเปล่า

 

“ข้าจะโกรธเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อความเห็นแก่ตัวของเจ้าอยู่ภายใต้คำว่ารักที่เจ้ามอบให้ข้า เพียงแต่หลังจากนี้ ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น ข้าอยากให้เจ้ารักชีวิตตัวเองมากกว่านี้ ต่อให้เป็นเรื่องของข้า ก็อย่าได้ใช้ลมหายใจของเจ้าเป็นการแลกเปลี่ยน เข้าใจไหมซอนอิน หากข้าไม่มีเจ้า ข้าก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้เช่นกัน

 

ภายในอกของซอนอินรู้สึกปวดแปลบอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่อาการปวดอย่างเจ็บร้าว แต่เป็นอาการปวดหนึบที่ถูกความรู้สึกมากมายทับถมลงมาจนล้นหัวใจ

 

ความสุขที่มากเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด หรือแม้แต่ปฏิกิริยาของร่างกายที่แสดงออกมา ความรู้สึกของซอนอินในเวลานี้ละเอียดอ่อนเกินกว่าที่ตัวเองจะทำความเข้าใจได้ด้วยซ้ำ

 

จีรยงโอบไหล่บอบบางที่มีอาการสั่นน้อยๆ อย่างต้องการปลอบขวัญ ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังของคนรักอย่างทะนุถนอม เขากดปลายจมูกลงกับกลุ่มผมนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า โอบกอดกระชับวงแขนแนบแน่นอยู่อย่างนั้นอยู่หลายนาที ก่อนจะเชยคางมนให้ดวงตาชื้นน้ำใสได้จ้องสบกัน

 

ริมฝีปากที่เม้มแน่นเข้าหากันเพื่อระงับเสียงสะอื้น ถูกข้อนิ้วหนาแทรกเข้าเพื่อไม่ให้เจ้าตัวกัดจนปากของตัวเองได้เลือดไปเสียก่อน

 

ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ บนกลีบปากสีสด ก่อนจะใช้หลังมือไล้ไปตามผิวแก้มชื้นน้ำด้วยความรู้สึกรักใคร่อย่างไม่ปิดบัง ซอนอินเอนตัวลงนอนเมื่อหมดเรี่ยวแรงที่จะพยุงตัวอีกต่อไป จีรยงเอนตัวลงตามเข้าจุมพิตคนร่างบางอย่างเชื่องช้า เหมือนกับว่าร่างกายของคนทั้งคู่ตอบสนองต่อกันได้อย่างเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาด ทันทีที่ปลายลิ้นลักลอบช่วงชิงลมหายใจซึ่งกัน มือทั้งสองข้างของพวกเขาก็สอดประสานแนบสนิทราวกับรู้ใจของอีกฝ่าย

 

ซอนอินกระชับมือตอบมือใหญ่ของจีรยง ความอบอุ่นถูกถ่ายเทไปในทุกสัมผัสของปลายนิ้วที่กอบกุมมือของกันและกัน

 

เสียงจูบทิ้งท้ายดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ชายหนุ่มผละจูบออก

 

จีรยงคลายมือข้างหนึ่งออกจากการกอบกุมเพื่อปัดเส้นผมบางให้พ้นดวงหน้าสวย ขณะที่อีกมือยังคงกักขังมือเล็กเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

 

ซอนอินเอียงศีรษะไปตามสัมผัสอบอุ่นอ่อนโยนจากคนรัก นอกจากเสียงหายใจที่ได้ยินแล้ว มีเพียงสายตาเท่านั้นที่สื่อถึงกันแทนคำพูดและความรู้สึก

 

ทว่า มีสิ่งหนึ่งที่หากไม่พูดออกไป อีกฝ่ายคงไม่มีทางเข้าใจได้เองเป็นแน่

 

“คิมซอนอิน เจ้าจะเป็นชายาของชองจีรยงได้หรือไม่ เจ้าจะรับตำแหน่งเป็นราชินีของฮานึล เป็นคนที่จะยืนอยู่เคียงข้างข้าไปจนชั่วชีวิตหรือไม่

 

เป็นคำถามที่สร้างความสับสนให้คนร่างบางอย่างที่สุด ทั้งที่เพิ่งหายสับสนจากภาพของความฝันและความเป็นจริงมาได้ไม่ถึงอึดใจ อยู่ดีๆ ก็ถูกกระชากกลับเข้าไปในความฝันอีกครั้งเสียนี่ แน่นอนว่าคำถามของจีรยงคือสิ่งที่ซอนอินคาดหวังอยู่ภายในใจลึกๆ มาโดยตลอด จนคิดว่าความหวังนี้คงเป็นไปได้แค่เพียงความฝันเท่านั้น คำถามนี้ช่างมีอิทธิพลมากมายนัก มากเสียจนซอนอินกลัวว่าหากความจริงที่เผชิญอยู่นี้ต้องสูญสลายไปในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง เขาอาจจะหยุดหายใจไปตลอดกาลเลยก็เป็นได้

 

สวรรค์ เมื่อจีรยงเอ่ยออกมาแล้ว ก็อย่าได้มีเรื่องโหดร้ายมาเล่นตลกกับข้าอีกเลย

 

อย่าทำให้ความจริงที่เห็นอยู่นี้กลายเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ อีกเลย...

 

“เจ้าจะเป็นชายาของข้าได้ไหมซอนอิน

 

คำขอแต่งงานของกษัตริย์หนุ่มไม่ได้ร้อนแรงอะไรเลยสักนิดเดียว แต่กลับเป็นการขอแต่งงานที่นุ่มนวลและอบอุ่นที่สุดเท่าที่ใครในแผ่นดินนี้ก็ไม่สามารถทำได้

 

ไม่ต้องมีพิธี ไม่ต้องมากความ แค่คำถามซื่อตรงที่มาพร้อมกับความจริงใจเท่านั้น

 

มือเล็กกระชับตอบมือใหญ่ที่กอบกุมอยู่ครั้งหนึ่งราวกับเป็นสัญญาณตอบตกลง ก่อนที่ดวงหน้าสวยจะเสหลบไปด้านข้าง ริ้วรอยสีแดงพาดผ่านจากแก้มซ้ายมายังแก้มขวาด้วยความเขินอายของเจ้าตัว

 

“อย่าถามอะไรที่เจ้าเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วจะได้ไหม

 

“หากเจ้าไม่เอ่ยออกมาด้วยตนเอง ก็เท่ากับข้าบังคับเจ้าน่ะสิ

 

“ตลอดมาเจ้าก็ชอบบังคับข้าอยู่แล้วนี่?”

 

“ได้ เจ้าไม่พูด ข้าก็ไม่รบเร้า เอาเป็นว่าเจ้าเป็นชายาของข้าอย่างชอบธรรมแล้วนับแต่วินาทีนี้ไป

 

“เอ๋?” ซอนอินหันกลับมาหาคนพูดอย่างไม่เข้าใจ ในตอนนั้นเองที่เห็นว่าคนตัวสูงลงไปนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น แล้วหลังมือของเขาก็ถูกริมฝีปากอุ่นแนบจุมพิตตามติดเป็นสัญญาณของการประกาศการครองคู่ที่กษัตริย์จะมีให้กับราชินีผู้เป็นที่รักเพียงหนึ่งเดียว

 

การจุมพิตที่หลังมือพร้อมกับคุกเข่าลงต่ำ เปรียบเสมือนการเทิดทูนคนสำคัญที่สุดในชีวิตอย่างสัตย์ซื่อ

 

“จีรยง...” ซอนอินทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นว่าคนที่เป็นถึงกษัตริย์ลงไปนั่งคุกเข่าให้กับตนเองอย่างนี้ แม้จะยังไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันมากมายนัก แต่ซอนอินก็รู้ว่าสิ่งที่จีรยงสวมศีรษะอยู่ในเวลานี้ คือเครื่องประดับที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายคือกษัตริย์ผู้เกรียงไกร

 

ร่างบางรีบยันกายลุกขึ้นนั่ง พยายามดึงมือใหญ่ให้คนตัวสูงลุกขึ้นมานั่งบนเตียงดีๆ แต่อีกฝ่ายกลับยังขืนแรงนั่งคุกเข่าอยู่ที่เดิม นัยน์ตารัตติกาลจ้องมองตอบกลับมาแสดงออกถึงความจริงใจจนยากจะต้านทาน

 

นี่ตกลงว่าจะฟังคำตอบรับให้ได้เลยใช่ไหม ...ซอนอินคิดอย่างเหนื่อยใจ จะมีสักครั้งไหมที่เขาไม่ถูกคนตรงหน้าไล่ต้อนจนหมดหนทางที่จะหนีอย่างนี้

 

ซอนอินปัดความอายออกไปให้พ้นทาง

 

คนตัวเล็กออกแรงบีบกระชับมือของจีรยง

 

“ข้าจะเป็นชายาของเจ้า ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า คิมซอนอินจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชองจีรยงนับแต่นี้และตลอดไป...

 

 

 

“จนกว่าฟากฟ้าจะไร้สายลม คิมซอนอินจะไม่มีวันหยุดรักชองจีรยง

 

 

“จนกว่ามหาสมุทรจะไร้คลื่น ชองจีรยงก็จะไม่มีวันหยุดรักคิมซอนอินเช่นกัน

 

 

 

ดวงหน้าสวยเคลื่อนลงเข้าหารูปหน้าหล่อเหลาที่ขยับเข้ามาใกล้ คนทั้งสองแลกจุมพิตแห่งคำสัญญาที่มีให้กันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับกลัวว่าหากผละจูบออกตอนนี้ อีกคนจะบินหนีหายไปต่อหน้าต่อตา

 

 

ต้องจูบกันอีกสักกี่ครั้งนะ ถึงจะเพียงพอให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความรู้สึกที่ท่วมท้นอยู่เต็มอกนี้ได้

 

ต้องจูบกันไปจนหมดลมหายใจเลยไหม ถึงจะบอกให้อีกคนรู้ว่าตนเองนั้นรักคนตรงหน้ามากเพียงไร

 

 

รัก... ความรู้สึกนี้ ใช้เพียงจูบไม่กี่ครั้งคงไม่อาจเพียงพอที่จะอธิบายได้

 

หากว่าในทุกๆ วันต่อจากนี้ จูบหนึ่งครั้งจะหมายถึงความรักที่เพิ่มพูนในแต่ละวัน เช่นนั้นพวกเขาก็จะแลกจุมพิตซึ่งกันและกันเช่นนี้ไปชั่วนิจนิรันดร์...

 

 

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

 

 

 

กล่าวกันว่า ในปีหนึ่งของฤดูหนาวที่เหน็บหนาวยิ่งกว่าปีใดที่เคยผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์แห่งแคว้นฮานึลได้เกิดขึ้น การสวรรคตของชองฮวาจีเกิดขึ้นอย่างกะทันหันในปลายเดือนสิบ นำพาให้โอรสองค์โตนามว่าชองจีรยงได้ขึ้นครองราชย์ในเวลาต่อมาแทบจะในทันที พิธีการถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่เอิกเกริก ความตื่นตกใจของชาวบ้านต่อเหตุการณ์เศร้าสลดที่ต้องสูญเสียผู้นำไปถูกปลอบขวัญด้วยกษัตริย์คนใหม่ที่พร้อมจะปกครองแคว้นอย่างห้าวหาญ พร้อมกันนั้น ชาวบ้านยังได้ร่วมพิธีเฉลิมฉลองการอภิเษกสมรสราชินีคนปัจจุบันแห่งฮานึลอีกด้วย

 

ทว่าในความลึกลับซับซ้อนยิ่งไปกว่านั้น ใครหลายคนทั้งในวังและนอกวังต่างรู้อยู่แก่ใจว่าหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างคู่บารมีขององค์กษัตริย์ชองจีรยงผู้นี้ แท้ที่จริงแล้วก็คือองค์วังชอนซาที่ใครต่อใครรับรู้กันถ้วนหน้าว่าเสียชีวิตไปแล้ว ทั้งที่รู้อย่างนั้นแล้ว แต่ทุกคนกลับเก็บสิ่งที่รู้นี้ลงไปให้ลึกจนสุดใจอย่างเป็นที่รู้กันว่าความลับนี้ไม่ควรใช้เป็นข้อสนทนาพร่ำเพรื่อ แม้ชองจีรยงจะหวังให้ทุกคนรู้จักเพียง ‘ชอนอา’ แต่ช่างน่าเสียดายที่ความลับไม่เคยซ่อนเร้นได้อย่างมิดชิด หากแต่ไพร่ฟ้าที่รับรู้ความเป็นจริงต่างก็เลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น และปล่อยให้วังชอนซาผู้ที่พวกเขาเคารพนับถือได้ครองคู่กับกษัตริย์ของตนชั่วฟ้าดินสลายเช่นนี้ตลอดไป

 

หากชองจีรยงและคิมซอนอินได้รับรู้ถึงการกระทำของไพร่ฟ้าเหล่านี้ พวกเขาคงรู้ตัวว่าตนเองเป็นที่รักของคนทุกผู้บนแผ่นดินนี้มากเพียงไร

 

มีนิทานเรื่องหนึ่งถูกคัดลอกขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า นิทานพื้นบ้านของฮานึลที่ถูกแต่งขึ้นหลังชองจีรยงครองราชย์ได้สามปีเศษ นิทานเล่มบางๆ ที่บอกเล่าถึงเรื่องราวของหงส์แสนงามที่พลัดถิ่นจนกระทั่งได้พบกับมังกรฟ้าผู้กำชะตาชีวิตของหงส์ผู้งดงามไว้ จุดจบของเรื่องราวคือภาพประกอบหน้าสุดท้ายของกระดาษที่บอกเล่าให้เด็กๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่าต้องเงยหน้ามองท้องฟ้า ว่าบนผืนนภาที่กว้างใหญ่นี้ จะมีหงส์และมังกรบินเคียงคู่กันอยู่บนนั้นเหมือนในนิทานหรือไม่

 

 

 

 

“แม่! แม่!”

 

เด็กตัวน้อยวิ่งตึงตังออกมาจากห้องนอน หลังจากที่พี่เลี้ยงเล่านิทานให้ฟัง มือเล็กๆ โบกหนังสือเก่าคร่ำครึในมือไปมาส่งให้ผู้เป็นแม่ดู

 

“แม่! โตขึ้นหนูอยากเป็นหงส์แสนงาม หนูอยากเจอมังกรฟ้า!”

 

“เพ้อเจ้อ! รีบๆ ไปนอนได้แล้วไป”

 

หญิงวัยกลางคนรุนหลังเด็กน้อยวัยสี่ขวบให้เดินกลับไปหาพี่เลี้ยง นางหยิบสมุดนิทานเล่มบางเก่าแก่ออกจากมือของลูก ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะอย่างไม่ใคร่ใส่ใจเท่าใดนัก

 

แสงจันทร์ที่ส่องแสงสีเหลืองอ่อนนั้นตกกระทบลงบนหน้าปกของนิทานเล่มเก่าเป็นสีนวล หมึกสีดำที่ตวัดเขียนอยู่เหนือภาพหงส์และมังกร คืออักษรคำว่า ลำนักรักแห่งฮานึล

 

 

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

 

อวสาน

Subject Author
ปฐมบท : ลักพาตัว KimYoonBe
บทที่ 1 : วิหคเพลิงพลัดถิ่น KimYoonBe
บทที่ 2 : วังหลวงฮานึล KimYoonBe
บทที่ 3 : องค์ชายรอง KimYoonBe
บทที่ 4 : ชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 5 : งานเลี้ยงเฉลิมฉลองพิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาท KimYoonBe
บทที่ 6 : “นั่นเพราะเจ้าชอบข้าไงล่ะ” KimYoonBe
บทที่ 7 : ...ยองจู KimYoonBe
บทที่ 8 : การมาเยี่ยมขององค์รัชทายาท KimYoonBe
บทที่ 9 : คำสารภาพขององค์ชายจีมุน KimYoonBe
บทที่ 10 : “ความสวยงามของเจ้า ไม่มีค่าอันใดสำหรับข้าแม้แต่น้อย คิมซอนอิน” KimYoonBe
บทที่ 11 : “หากเจ้าจะฆ่าข้า ก็รีบๆ ทำเสียที...” KimYoonBe
บทที่ 12 : วังชอนซา KimYoonBe
บทที่ 13 : เหตุการณ์พลิกผัน KimYoonBe
บทที่ 14 : ความปราถนาภายในใจ KimYoonBe
บทที่ 15 : องค์หญิงห้า อันแฮซู KimYoonBe
บทที่ 16 : “แค่เจ้าเท่านั้น อย่าเกลียดข้าเลย” KimYoonBe
บทที่ 17 : ลางร้ายจากความฝัน KimYoonBe
บทที่ 18 : ข่าวลือเรื่องอภิเษกสมรส KimYoonBe
บทที่ 19 : ถูกวางยา KimYoonBe
บทที่ 20 : กลับจากศึก KimYoonBe
บทที่ 21 : การตัดสินใจของชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 22 : วิหคใต้แสงจันทร์ KimYoonBe
บทที่ 23 : เปิดศึก KimYoonBe
บทที่ 24 : ร่างจำแลง KimYoonBe
บทที่ 25 : คำอ้อนวอนของชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 26 : คำสาบานต่อสวรรค์ KimYoonBe
บทที่ 27 : ยอมจำนนต่อฮานึล KimYoonBe
บทที่ 28 : การแสดงความรักที่แตกต่าง KimYoonBe
บทที่ 29 : ถูกลอบทำร้าย KimYoonBe
บทที่ 30 : แม่นางชอนอา KimYoonBe
บทที่ 31 : “บนแผ่นดินนี้ข้าเห็นแต่เจ้า” KimYoonBe
บทที่ 32 : บททดสอบของความรัก KimYoonBe
ปัจฉิมบท : ‘ลำนักรักแห่งฮานึล’ KimYoonBe
Up