Skip to menu

XEDITION

วังชอนซา ลำนำรักแห่งฮานึล

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

 

วังชอนซา ลำนำรักแห่งฮานึล

บทที่ 28

 

 

“เจ้าลองทานทีสิว่าอร่อยหรือยัง ต้องใส่น้ำผึ้งเพิ่มไหม?”

 

ภายในห้องครัวของตำหนักโยกันในวันนี้ดูคึกคักมากกว่าที่เคย เนื่องจากในตอนสายของวันมีบุรุษรูปงามหมายมั่นปั้นมือที่จะเข้ามาทำขนมจองเจด้วยตัวเอง ทำให้สาวใช้คนสนิททั้งสองพากันวุ่นวายคอยเป็นลูกมือให้เจ้านายคนสวย ไม่เว้นแม้แต่กึมซองที่วันนี้ไม่มีธุระอะไรก็แวะมาที่ตำหนักโยกัน

 

ยูกึมซองไม่รีรอที่จะคว้าก้อนขนมสีชมพูน่าทานขึ้นมากินอย่างรวดเร็ว

 

“ไร้มารยาทมาก! กึมซอง! ทำไมเจ้าหยิบทานทีละสามลูกเช่นนี้เล่า!!” ยอนอาร้องลั่นอย่างแทบไม่เชื่อสายตา นี่ขนาดอยู่ต่อหน้าองค์วังชอนซาเชียวนะ เจ้าคนนี้ยังกล้าได้อีก

 

“อ้ออันอ่าอานอี่!!” กึมซองพยายามจะพูดว่า ‘ก็มันน่าทานนี่’ ทั้งที่มีก้อนขนมอัดแน่นอยู่เต็มปาก

 

“ไม่เป็นไรหรอก ข้าทำไว้ตั้งเยอะ เดี๋ยวเสร็จแล้วพวกเจ้าก็เอาไปแบ่งกันทานด้วยล่ะ ...ว่ายังไงกึมซอง อร่อยไหม? ต้องเพิ่มอะไรหรือเปล่า” ซอนอินรบเร้าเอาคำตอบจากเด็กหนุ่มด้วยความตื่นเต้น

 

องครักษ์ร่างเล็กทุบกำปั้นลงกับอกดัง อั่ก สองสามครั้งเพราะรีบกลืน ก่อนจะรีบถวายคำตอบ “อร่อยเหมือนพระสนมฮีวอนทำเลย! องค์วังชอนซาทำได้อย่างไรพะย่ะค่ะ?!”

 

“ก็ข้าจำวิธีการทำรวมถึงการใส่ส่วนผสมมาจากพระสนมนี่น่า นี่แปลว่าข้าทำถูกต้องทุกอย่างเลยใช่ไหม ดีล่ะ งั้นข้าจะเอาถาดนี้ไปให้จีรยง

 

คนตัวเล็กยิ้มร่าอย่างมีความสุข โดยไม่สนเลยว่าสภาพตนเองในตอนนี้จะเป็นอย่างไร ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมเต็มปื้นไปด้วยผงแป้งสีขาวจนทั่วไปหมดแล้ว

 

ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรงขณะที่กำลังจะยกถาดขนมจองเจขึ้น เรียวคิ้วบางขมวดมุ่นอยู่เพียงครู่ ก่อนจะร้องสั่งให้โซยอนเอาโถเล็กมาใส่ขนมจองเจเพิ่มอีก

 

“เอาใส่ทุกสีเลยนะ ข้าจะเอาไปให้จีมุนด้วย

 

“เอ๋ องค์วังชอนซาจะทรงเสด็จไปตำหนักขององค์ชายรองด้วยหรือเพคะ?”

 

“อื้ม

 

“ไม่ได้นะเพคะ องค์รัชทายาททรงรับสั่งให้ไปได้แค่ตำหนักรัชทายาทเท่านั้นนะเพคะ

 

“พวกเจ้าไม่บอกจีรยงก็ไม่รู้หรอกน่า อีกอย่าง ข้าแค่จะแวะไปทักทายเท่านั้น ให้ขนมเสร็จเดี๋ยวเดียวก็กลับแล้ว จริงสิ ไหนๆ ก็ทำเสียเยอะขนาดนี้ ข้าเอาไปฝากฮีอูกับท่านราชครูด้วยดีกว่า

 

จากหนึ่งที่เป็นสอง และสาม นี่เจ้านายของพวกนางคิดจะเดินร่อนไปทั่วราชวังหรืออย่างไรกันนะ!

 

“งั้นให้กระหม่อมตามไปด้วยนะพะย่ะค่ะ” กึมซองจบปัญหาความว้าวุ่นใจของนางกำนัลน้อยทั้งสองด้วยการอาสาติดตามนายคนสวยไปด้วย

 

ซอนอินกลอกตาไปมาก่อนจะพยักหน้ารัวๆ “ก็ได้ๆ ยอนอาไปด้วย โซยอนไปด้วย กึมซองไปด้วย ทีนี้ก็ไม่ต้องปิดจีรยงเป็นความลับแล้วว่าข้าไปที่ใดบ้าง แห่กันไปเป็นกลุ่มอย่างนี้ไม่มีใครเห็นก็แปลกเกินไปแล้ว

 

“ไม่ใช่ว่าพวกกระหม่อมคิดจะคุมตัวองค์วังชอนซานะพะย่ะค่ะ แต่เป็นพระประสงค์ขององค์รัชทายาทที่รับสั่งให้คอยดูแลองค์วังชอนซาอย่างใกล้ชิด” กึมซองรีบแก้ตัวเมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็นนาย ยอนอาและโซยอนเองก็รีบแก้ต่างเป็นพัลวัน ด้วยกลัวว่าเจ้านายจะคิดมากว่าตนเองไม่มีอิสระใดๆ เฉกเช่นเชลยศึกเหมือนแต่ก่อน

 

“ข้ารู้หรอกน่าว่าพวกเจ้าหวังดี แล้วนี่ก็เป็นคำสั่งของจีรยงด้วย พวกเจ้าไม่กล้าฝ่าฝืนใช่ไหมล่ะ” ซอนอินพูดเนืองๆ สองมือก็จัดเตรียมขนมหวานลงภาชนะไปด้วย

 

ความจริงแล้วถึงร่างบางจะไม่ใช่เชลยศึกของฮานึลอีกต่อไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคิมซอนอินมีสิทธิ์ที่จะอยู่ในวังหลวงฮานึลได้อย่างปกติสุข เพราะถึงอย่างไรแคว้นที่พ่ายศึกก็ไม่ต่างจากการยอมเป็นผู้ที่อยู่ใต้อำนาจของฝ่ายที่ชนะ มันก็ไม่ได้ต่างจากการเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ดีๆ นี่เอง ดังนั้นความเป็นอยู่อย่างที่เป็นอย่างตอนนี้ซอนอินก็พึงพอใจมากแล้ว

 

จีรยงดูแลเขาอย่างให้ความสำคัญเช่นนี้ นับว่าดีที่สุดสำหรับซอนอินแล้ว

 

 

 

ตำหนักของจีมุนอยู่ในบริเวณของตำหนักพระสนมเอกซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตำหนักโยกันมากมายนัก ไม่นานขบวนแถวขององค์วังชอนซาก็มาถึงหน้าประตูตำหนักของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง

 

“เอ๋?” ดวงหน้าขาวเอียงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าด้านหน้าตัวตำหนักนั้นมีขบวนแถวตั้งขวางทางอยู่ ซอนอินจึงบอกให้คนติดตามทั้งคนสนิทและข้ารับใช้ของโยกันรออยู่ที่ด้านนอก ก่อนเจ้าตัวจะเดินผ่านกลุ่มคนตรงหน้าไปยังด้านในตำหนักของจีมุน

 

“องค์วังชอนซาเสด็จ!”

 

ทหารหนุ่มที่ยืนประจำประตูร้องตะโกนเมื่อเห็นซอนอินเดินเข้ามาใกล้

 

“จีมุนมีแขกเหรอ?”

 

“พะย่ะค่ะ เพลานี้องค์หญิงอิมยูนาประทับอยู่ในห้องรับรองด้านในพะย่ะค่ะ

 

“อ้อ....

 

“ซอนอิน” เสียงทุ้มที่ร้องเรียกทำให้ร่างบางหมุนกายหันไปมอง ซอนอินระบายยิ้มบางให้ชายหนุ่มแล้วก้าวเดินเข้าไปหา

 

“ข้าทำขนมจองเจมาฝากเจ้าล่ะ” มือเล็กส่งโถกระเบื้องให้ชายหนุ่มรับไป รอยยิ้มสดใสที่มีเมื่อครู่พลันหมองลงเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของชายตรงหน้าที่มองมาที่ตน “จีมุน ข้าอยากจะคุยกับเจ้าตามลำพังสักครั้ง หากวันไหนที่เจ้าว่าง ช่วยแวะไปหาข้าที่ตำหนักได้ไหม?”

 

“เห็นทีคงไม่เหมาะ องค์วังชอนซาเองก็เถิด เหตุใดถึงมาที่ตำหนักของหม่อมฉัน รู้หรือเปล่าว่าถ้าเสด็จพี่ทรงทราบจะกริ้วท่านได้” นับจากวันนั้นที่ได้สารภาพความจริงไป จีมุนก็เฝ้าระวังตัวตลอดไม่ให้ตนเองเข้าใกล้ซอนอินอีก เพราะจีมุนรู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่มีทางใดเลยที่เขาจะลืมคนตรงหน้านี้ได้ การไม่พบเจอกันเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเขา คนคนนี้เป็นคนของเสด็จพี่ เป็นคนที่อยู่สูงเกินกว่าจะเอื้อมไขว่คว้า ...สูงเกินกว่าที่จะคิดหมายปองด้วยซ้ำ

 

คำพูดห่างเหินและแววตาเฉยชาที่ได้รับจากอีกฝ่ายทำให้ซอนอินรู้สึกอึดอัดใจเป็นที่สุด

 

“ข้าไม่สนหรอกว่าจะเหมาะหรือไม่เหมาะ หากข้าอยากเจอเจ้าข้าก็จะมา

 

“แต่ข้าไม่อยากเจอท่าน ...องค์วังชอนซา ท่านควรจะทราบถึงจุดยืนของท่านบ้างว่าอย่าทำอะไรตามอำเภอใจให้มากนัก หม่อมฉันเองถึงจะมียศศักดิ์เป็นองค์ชาย แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะคอยตามใจท่านได้ทุกอย่าง ...อย่าได้ทรงมาหาหม่อมฉันอีกเลย

 

.

.

.

 

“จีมุน ทำไมเจ้าพูดกับข้าอย่างนี้ ข้าไม่ใช่เพื่อนของเจ้าอีกแล้วใช่ไหม...

 

 

เพล้ง!!

 

 

แจกันตั้งโต๊ะถูกมือใหญ่ปัดทิ้งลงพื้นด้วยความแรง ร่างสูงโปร่งทรุดตัวลงนั่งด้วยความรู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะรู้สึกถึงก้อนเนื้อในอกที่บีบรัดเข้าหากัน ภาพของดวงหน้าขาวที่จ้องมองมาที่เขายามเอื้อนเอ่ยคำพูดประโยคนั้นยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนวินาทีนี้ แก้วตาสวยคู่นั้นคลอเคล้าด้วยความเสียใจและความผิดหวังในตัวเขา

 

จีมุนสบถอยู่ในใจ

 

ข้าไม่ได้อยากให้เจ้าเสียใจ ข้าไม่ได้ต้องการทำร้ายความรู้สึกของเจ้า แต่ซอนอิน ข้าไม่อาจลืมเจ้าได้ ข้าทนเห็นเจ้าอยู่ใกล้ๆ ทั้งที่ข้าไม่อาจแตะต้องเจ้าได้ ...ข้าทนไม่ได้!

 

“เป็นบุรุษรูปงามเช่นนี้เอง มิน่าเล่าองค์ชายรองถึงได้หลงเสียขนาดนี้” เสียงหวานใสถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบางสีชมพู เจ้าของเรือนร่างอรชรนั่งเท้าคางอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ แก้วตาสีชาทอดมองร่างสูงผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชาย

 

เหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่ายังมีหญิงสาวนั่งอยู่ภายในห้องนี้ด้วย จีมุนปรับสีหน้าเสียใหม่ก่อนหันไปจ้องมองเด็กสาว พลางเอ่ยประโยคที่คุยกันค้างคาเมื่อครู่ก่อนที่ซอนอินจะมา

 

“ยูนา ข้าจะขอพูดกับเจ้าอีกครั้ง ห้ามทำตามรับสั่งของเสด็จย่าเป็นอันขาด

 

“ทำไมล่ะ องค์ชายรองน่าจะยินดีมิใช่หรือ? หากข้าอภิเษกกับเสด็จพี่จีรยง ก็เปิดโอกาสให้ท่านเข้าหาองค์วังชอนซาได้ไม่ใช่หรืออย่างไร

 

“ข้าไม่ต้องการ โอกาสของข้าไม่เคยมีแต่แรก ข้าไม่ใช่คนที่จะทำให้ซอนอินมีความสุขได้ คนคนเดียวที่ซอนอินรักคือเสด็จพี่เพียงคนเดียว ดังนั้นหากเจ้าไม่ฟังคำร้องขอจากข้า ข้าก็จะทำทุกอย่างเพื่อหยุดการอภิเษกครั้งนี้

 

ยูนาไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าเรียบนิ่งทว่างดงามนั้นแต่อย่างใด นางลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้เชื่องช้า  ก้าวเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของจีมุน

 

แก้วตาที่มักเก็บซ่อนความรู้สึกอย่างอิสตรีที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีจ้องลึกลงไปในแววตาของชายหนุ่มตรงหน้า “องค์ชายรองไม่ใช่ผู้กุมอำนาจเหนือยูนา ท่านสั่งความสิ่งใดไยข้าต้องทำตาม รับสั่งของเสด็จย่าท่านเองก็น่าจะรู้ว่าใครก็ไม่อาจต่อต้านได้ ท่านคิดว่าข้าเป็นใครมาจากไหนกันถึงคิดว่าข้าจะทรยศผู้มีพระคุณที่รับข้ามาเลี้ยงดูได้ง่ายๆ เพียงเพราะองค์วังชอนซาที่แม้แต่พูดคุยกันสักคำข้าก็ยังไม่เคย ...กับข้าเองที่ถือเป็นน้องของท่าน ท่านกลับมาพูดจาสั่งความบังคับกันอย่างนี้ ไม่คิดบ้างหรือว่ามันอาจจะทำร้ายจิตใจของข้า” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นไม่ได้แฝงความรู้สึกอื่นใดไว้เลย ท่วงทำนองการเอื้อนเอ่ยเป็นไปอย่างเรียบเรื่อยยากจะคาดเดาใจคนพูด

 

“ธุระของท่านที่เรียกข้ามาที่นี่มีแค่เรื่องนี้ใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน” จีมุนรั้งแขนของเด็กสาวไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะหมุนกายจากไป

 

“เดี๋ยว! ยูนา เจ้าคิดให้ดีสิ เจ้ากับเสด็จพี่ถูกเลี้ยงดูให้เป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่เกิด แล้วเจ้าจะร่วมหอกันได้อย่างไร”

 

รอยยิ้มบางระบายฉาบใบหน้าสวยให้ชวนมองมากยิ่งขึ้น “ท่านพี่...ท่านอย่าลืมว่าถึงแม้จะมีการนับญาติกันในพวกเราสามคน แต่ข้าเองก็รู้อยู่แก่ใจตั้งแต่เด็กว่าข้าเป็นเพียงลูกบุญธรรม ท่านคิดว่าเวลาที่ได้ใกล้ชิดใครสักคนมาตลอดสิบกว่าปีนี้จะไม่เคยคิดชอบพอกันได้เลยหรือ? ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

 

“ยูนา เจ้า!!...”

 

“อย่าเสียเวลามาขอร้องข้าเลย ถ้าจะพูดก็ไปพูดกับเสด็จย่าเองเถอะ” ท่อนแขนบางสะบัดออกจากการเกาะกุม ยูนาไม่รีรอให้สาวใช้คนใดน้อมส่งถวายก็ก้าวเดินออกจากตำหนักขององค์ชายรองไปอย่างไม่สนใจใครหน้าไหน

 

จีมุนกำมือแน่นอยู่ข้างกาย เขาอุตส่าห์หลีกทางให้พี่ชายขนาดนี้แล้ว แต่ทำไมยังไม่มีค่าพอให้คนที่เขารักได้มีความสุข เหตุใดสวรรค์ถึงทำร้ายกันอย่างนี้ หากเสด็จพี่เข้าพิธีอภิเษกจริงล่ะก็ สิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดก็ไร้ความหมายน่ะสิ!!

 

 

 

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

 

 

 

ถาดกระเบื้องที่มีขนมจองเจวางเรียงรายอย่างสวยงามไม่อาจเรียกความอยากทานให้กับร่างเล็กได้มากเท่าใด แม้ว่าจะลองทานไปแล้วชิ้นหนึ่งซึ่งพบว่ามันอร่อยมากก็ตามที

 

ฮีอูหยิบขนมจองเจสีเขียวส่งให้สุนัขจิ้งจอกตัวเล็กคาบไปทานที่มุมห้อง ริมฝีปากบางพรูลมหายใจเหนื่อยอ่อนต่อเหตุการณ์ปัจจุบันทันด่วนที่เพิ่งได้รับรู้มาเมื่อวานนี้ ข่าวการประกาศเรื่องการเปิดตัวชายาขององค์รัชทายาทชองจีรยงในอนาคตที่ใกล้จะถึงนี้ทำให้ร่างเล็กเกิดความวิตกกังวลใจนัก

 

ทันทีที่ได้ทราบเรื่องว่าพระแม่เจ้าต้องการแต่งตั้งองค์หญิงอิมยูนาให้เป็นชายาขององค์ชายจีรยงจริงๆ ฮีอูก็รีบไปที่ตำหนักโยกันเพื่อหวังปลอบใจองค์วังชอนซา แต่เขากลับพบว่าคนร่างบางนั้นไม่แม้แต่จะมีอาการเศร้าเสียใจ ซ้ำยังยิ้มต้อนรับเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปนั่งทานขนมจิบน้ำชากันเสียอีก เขาเองก็ไม่กล้าปริปากเอ่ยถามว่าเพราะเหตุใดถึงยังยิ้มได้อย่างนี้ เหตุใดถึงยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำไมยังยิ้มได้...ทำไมถึงต้องแสดงออกในทางตรงกันข้ามกับความรู้สึกเช่นนี้ด้วย

 

มันทรมานไม่ใช่หรือที่ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ภายในใจ...

 

คิมซอนอิน...เรารู้ดีว่าท่านเสียใจ และเราก็รู้ว่าการรักใครสักคนย่อมเสียสละให้ได้ทุกอย่าง แต่อย่างน้อย ท่านก็ควรจะต่อสู้เพื่อความต้องการของตัวเองบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องราวเป็นไปเช่นนี้

 

ก่อนที่ท่านจะต้องเจ็บ ...ทำไมถึงไม่สู้เสียก่อน

 

ฮีอูเพิ่งได้พูดประโยคนั้นให้วังชอนซาฟังเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน และได้คำตอบจากอีกฝ่ายมาว่า “ข้าไม่คิดขวางทางคนที่จะได้เป็นกษัตริย์หรอก การแต่งตั้งชายาเป็นเรื่องสำคัญที่ข้าไม่อาจเรียกร้องสิ่งใดได้ ตราบใดที่จีรยงไม่ทอดทิ้งข้า ข้าก็ไม่คิดจากจีรยงไปไหนเหมือนกัน ต่อให้ข้าเป็นได้แค่ใครบางคนที่ไร้ตำแหน่งใดๆ ก็ตามที

 

ไม่ใช่ว่า ‘ไม่อาจ’ เรียกร้อง แต่วังชอนซา ‘ไม่คิด’ ที่จะเรียกร้องมากกว่า คนคนนี้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างโดดเดี่ยว ไม่กล้าร้องขอเพราะกลัวจะถูกทอดทิ้ง ไม่กล้าคาดหวังเพราะกลัวคำตอบที่จะมีแต่ความว่างเปล่า ในเมื่อตอนนี้มีองค์ชายจีรยงอยู่ตรงหน้าแล้ว หากไม่รักษาไว้ก็อาจเสียคนคนนี้ไปก็เป็นได้

 

ความคิดของซอนอินดูเหมือนว่าฮีอูจะอ่านออกจนหมด เพราะสิ่งที่ฮีอูเข้าใจนี้ไม่ต่างจากความจริงเลยแม้แต่น้อย ซอนอินในตอนนี้ก็เหมือนกับตุ๊กตาผ้า ยอมถูกเจ้าของชักจูง ดีกว่าที่จะยอมถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง

 

น่ากลัวก็แต่ว่าองค์ชายจีรยงจะคิดเห็นชอบกับการอภิเษกสมรส ยิ่งฝ่ายนั้นมุ่งมั่นจะครองบัลลังก์ด้วยแล้ว การแต่งชายาอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรที่ถึงขั้นจะต้องปฏิเสธ นิสัยขององค์ชายใหญ่แต่เดิมก็ไม่คิดจริงจังอะไรในสิ่งที่พระองค์ไม่ใคร่ให้ความสนใจ ต่อให้แต่งชายาก็คงเหมือนได้นางบำเรอมาอยู่ในตำหนักก็เท่านั้น ดีไม่ดี พระองค์อาจตกปากรับคำแต่งตั้งชายาอย่างไม่ต้องคิดอะไรให้มากความเลยด้วยซ้ำ เพราะถึงจะเข้าห้องหอกับใครนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดสำหรับชายหนุ่มที่ชอบหาความสำราญเป็นทุนเดิมอย่างองค์รัชทายาท ที่จะให้ความสำคัญก็มีแต่องค์วังชอนซาเท่านั้น

 

ถึงจะให้ความสำคัญมากกว่าใครก็ตาม แต่ถ้าต้องมาเห็นใครอื่นยืนอยู่เคียงข้างคนที่รัก ใครที่ไหนจะทนได้...

 

ถ้าเป็นเขาล่ะก็ ไม่ยอมปล่อยให้ยองจูไปแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนเป็นแน่!!

 

“ว่าแต่ยองจูหายไปไหนของเขากันนะ!” คิดไปคิดมาก็มาลงกับร่างสูงที่ตั้งแต่เช้าก็ไม่เห็นตัว ฮีอูสะบัดศีรษะไล่ความคิดชวนปวดหัวออกไป คิดไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี วังชอนซาเองยังไม่คิดจะทำอะไรแล้วเขาจะไปหาทางช่วยได้ยังไงกัน ถ้าเจ้าตัวไม่คิดสู้มันก็ไร้ความหมายที่จะลงมือ เฮ้อ! ทำไมเรื่องราวมันถึงได้วุ่นวายซับซ้อนอย่างนี้นะ!!

 

“ถอนหายใจมากๆ ระวังจะแก่เร็วนะฮีอู” ร่างสูงที่เดินเอื่อยเข้ามาในตำหนักทักขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ก่อนที่วงแขนกว้างจะสอดคล้องเอวคอดไว้หลวมๆ รั้งแผ่นหลังบางให้ขยับชิดเข้าแนบอก

 

ฮีอูไม่เคลิ้มตาม คนตัวเล็กตวัดสายตาเงยหน้าขึ้นจ้องดวงตารัตติกาล

 

“อย่าให้เรารู้เชียวนะ ว่าท่านแอบไปมีสาวที่ไหนเก็บไว้ในกระท่อม!!”

 

คนตัวเล็กมาอารมณ์ไหนตามไม่ทัน ราชครูหนุ่มขมวดคิ้วงุนงงอยู่อึดใจกว่าจะรู้ว่าคนรักของเขากำลังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องอะไร ร่างสูงลอบยิ้มลับหลัง

 

“ก็ไม่รู้สินะ ถ้าข้ามีเจ้าจะรู้ได้อย่างไรล่ะ หืม? อ่ะ ...โอ้ย!!” ยองจูสะบัดแขนออกจากตัวของฮีอูด้วยความเร็ว หลักฐานจากการกระทำเมื่อครู่คือรอยฟันวงกว้างที่กัดเข้าเต็มท่อนแขนแกร่ง

 

“มีไม่มีเดี๋ยวได้รู้แน่! เราไม่ยอมหรอกนะปาร์คยองจู!!”

 

“เอาล่ะๆ พอแล้วๆ โอ้ยฮีอู! ข้ายอมแล้ว อย่ากัดกันสิ!! ข้าจะไปมีใครที่ไหนได้นอกจากเจ้า” กว่าจะรั้งคนตัวเล็กเข้ามากอดได้สำเร็จก็โดนกัดไปอีกสองแผล ซ้ำที่ขายังมีเจ้าอิงอิงวิ่งเข้ามาร่วมวงช่วยเจ้านายกัดกระชากชายผ้าของเขาเสียอีก ยองจูรวบแผ่นหลังบางไว้แน่น ปัดปลายจมูกลงกับเรือนผมหอมนุ่ม

 

“ใจของข้ามีแต่เจ้า เจ้าเป็นคนแรกที่ข้ารัก และจะเป็นคนสุดท้ายสำหรับข้าจนวันตาย

 

ฝ่ามืออบอุ่นโอบประคองข้างแก้มใสให้เงยขึ้นสบสายตา จูบเบาๆ ประทับลงบนหน้าผากมน

 

“ข้าไม่เหมือนองค์ชายของเจ้าหรอกนะฮีอู ทั้งข้าทั้งเจ้า จะมีแค่สองเราเท่านั้น เจ้าให้ความสำคัญกับข้าเช่นไร ข้าเองก็ให้ความสำคัญกับเจ้าไม่ต่างกัน อย่าได้คิดว่าข้าจะมีใครที่ไหนอีกเลย เพราะไม่ว่าจะหาเท่าไหร่ก็เจอแต่เจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

ฮีอูซึมซับคำพูดหวานหูนั้นเข้าสู่กลางอก สองมือเกาะเกี่ยวไหล่กว้างโอนอ่อนไปตามอ้อมกอดที่รั้งให้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ริมฝีปากเล็กที่ปัดป่ายกับริมฝีปากหยักหนาเพียงผิวเผินขยับเอ่ยวาจาแว่วหวานไม่แพ้กัน

 

“ท่านไม่รู้หรอกว่าเรารักท่านมากกว่าที่ท่านคิดไว้มากแค่ไหน แค่รู้ไว้ว่ามากจนไม่เหลือเผื่อไว้ให้ใครนอกจากปาร์คยองจูก็พอ

 

จุมพิตนุ่มนวลหอมหวานตามติดประโยคนั้นแทบจะทันที สองร่างโอบกอดส่งผ่านความรักผ่านริมฝีปากของกันและกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่ว่าจะแลกจูบให้กันมากเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอกับรักที่พวกเขามีให้กันและกันได้เลย

 

 

 

“ตกลงว่า เราจะเอายังไงกับเรื่องขององค์วังชอนซาและองค์ชายจีรยงดีล่ะยองจู?”

 

 

 

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

 

 

 

“เรื่องเรือรบองค์หญิงอันแฮซูจัดการให้เราเรียบร้อยแล้ว ท่านนายพลซูวอนเตรียมสั่งการให้ทหารไปประจำได้เลย แล้วสั่งให้ขึ้นไปป้องกันน่านน้ำของเชินอันที่ติดกับแคว้นทางเหนือไว้จนกว่าทหารม้าจะเดินทางไปถึง

 

“โชคดีจริงๆ นะพะย่ะค่ะ ที่องค์หญิงอันแฮซูทำสัญญาการยืมเรือรบของพกซอไว้ ไม่อย่างนั้นเราคงแย่แน่ หลังจากนี้คงต้องเตรียมสร้างเรือรบไว้บ้างแล้ว เป็นเพราะแคว้นเราไม่ติดน่านน้ำมหาสมุทรแท้ๆ ถึงได้ขาดสิ่งนี้” นายพลซูวอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ครั้งนี้ถือว่าเป็นโชคดีของฮานึลที่ฝ่าบาททำสัญญาไว้กับองค์หญิงอันแฮซูที่กระทำความผิดคราวนั้นเป็นการแลกเปลี่ยนการปล่อยตัวไว้ การขับไล่แคว้นทางเหนือให้เลิกราไปคงไม่ยากเกินไปนัก

 

“อืม ข้าก็คิดไว้เหมือนกัน เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ พวกท่านก็เตรียมส่งรายงานการจัดกองทัพมาให้ข้าพรุ่งนี้เช้าด้วย ...โทซอง เดี๋ยวเจ้าเอาผลสรุปของเดือนที่แล้วไปถวายให้องค์กษัตริย์หลังจากนี้ด้วย

 

“รับทราบพะย่ะค่ะ

 

เมื่อรัชทายาททรงลุกขึ้นยืน ทั่วทั้งโถงว่าราชการก็เงียบกริบอีกครั้ง ขุนนางข้าหลวงน้อมส่งนายเหนือหัวจนอีกฝ่ายลับสายตาไป

 

จีรยงออกมายืนอยู่ด้านนอกท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่กลายเป็นสีส้มอมแดง ไม่คิดว่าการประชุมในวันนี้จะยาวนานล่วงเลยจนใกล้พลบค่ำ ป่านนี้ใครบางคนที่บอกว่าจะมาทานข้าวเที่ยงด้วยกันคงหลับไปแล้วเป็นแน่

 

เพียงแค่คิดถึงหน้าขาวๆ ที่นอนฟุบหลับคาโต๊ะจนเป็นนิสัยขึ้นมา ริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มอยู่กับตนเอง ช่วงขายาวก้าวเดินเร่งจังหวะเร็วขึ้นเมื่อใกล้ถึงที่หมาย ประตูตำหนักรัชทายาทอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่ทว่าปลายเท้าของชายหนุ่มกลับหยุดเดินกะทันหันอยู่กลางสะพานข้ามสระน้ำที่ด้านหน้าตำหนัก

 

สายตาคมเข้มทอดมองไปยังร่างร่างหนึ่งที่นั่งกอดเข่าเขี่ยกิ่งไม้อยู่ริมสระไม่ไกลจากสะพานมากนัก ท่าทางที่เจ้าตัวพยายามจะคว้าดอกซากึมฮาเสียสุดปลายแขนน่ากลัวว่าจะตกลงไปนัก

 

ทันความคิด ช่วงขายาวก็รีบพาตัวเองไปให้ถึงคนร่างบาง พอดีกับที่อีกฝ่ายนั้นเหมือนจะเสียสมดุลจนต้องรีบคว้ายอดหญ้าเอาไว้

 

...คิดได้ยังไงว่ายอดหญ้าจะช่วยชีวิตได้?!

 

เอวเล็กคอดถูกรวบไว้ได้ทันการ

 

“อ่ะ!~...มาแล้วเหรอจีรยง” คนสวยระบายยิ้มกว้างให้เจ้าของอ้อมแขนของคนที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง มือข้างที่จับไม้อยู่เมื่อครู่ถูกจับให้แบออก

 

“อยากได้ดอกไหนบอกมา ข้าหยิบให้เอง

 

ซอนอินสั่นศีรษะไปมา เขาขยับตัวให้ลุกนั่งได้ถนัดขึ้น แต่ก็ไม่ได้ขยับหนีอ้อมกอดของคนด้านหลัง ซ้ำยังอิงแอบแนบกายพิงอกกว้างอย่างน่ารัก

 

“ไม่ได้จะเอาดอกซากึมฮา ข้าแค่จะปัดให้ดอกตรงนั้นมันหลุดจากกกบัว” เรียวนิ้วเล็กชี้ไปที่ดอกไม้สีทองที่ลอยอยู่ใกล้กกบัวขนาดย่อม

 

จีรยงก้มลงมองดวงหน้าคนพูด เขาเห็นว่าสีผิวบนใบหน้าของซอนอินนั้นซีดจัด เจ้าตัวคงใช้เวลานั่งเล่นอยู่ตรงนี้นานพอสมควรแล้ว ฤดูหนาวเช่นนี้ไม่เหมาะที่จะนั่งเล่นอยู่นอกตำหนัก เขาใช้ปลายนิ้วเกี่ยวทัดปอยผมให้พ้นใบหน้า ก่อนใช้อ้อมแขนกระชับอ้อมกอดมากขึ้นอีกนิด

 

“ทำไมไม่นั่งรอข้าในตำหนัก?”

 

“อยู่ในตำหนักแล้วข้าจะหลับ เลยออกมานั่งดูดอกไม้” เปลือกตาบางหลับลงเมื่อถูกฝ่ามืออุ่นอังใบหน้าอย่างต้องการวัดไข้ให้ ซอนอินปล่อยให้จีรยงลูบไล้ใบหน้าอย่างไม่มีอาการขัดขืน

 

“จริงสิ ครั้งก่อนองค์หญิงอันแฮซูทำลายดอกไม้ที่ข้าให้เจ้าไปแล้ว เจ้าจะเอาใหม่เลยหรือเปล่าล่ะ ข้าจะได้เก็บให้

 

“ไม่เอาแล้ว ดอกไม้ที่อยู่ตามลำพังมันไม่สวยเลย ไม่เหมือนกับดอกไม้ในสระพวกนี้” ซอนอินตอบทั้งที่ยังหลับตา ความอบอุ่นจากอ้อมกอดและแสงแดดอ่อนๆ ที่ใกล้ลาลับขอบฟ้านั้นช่วยขับให้บรรยากาศที่หนาวเย็นพลันอุ่นขึ้นมา

 

จีรยงหยุดบทสนทนาไว้เพียงเท่านั้น เขาเกี่ยวเส้นผมนุ่มลื่นเล่นไปมา สายตาทอดมองไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดจะมองมันเลย น่าแปลกนักที่ความสวยงามของธรรมชาติสามารถตรึงสายตาได้มากถึงเพียงนี้ จีรยงอดรู้สึกเสียดายขึ้นมาไม่ได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยหยุดมองความสวยงามนี้เลยสักครั้ง

 

ไรแสงอ่อนที่ใกล้จะถูกความมืดมิดครอบงำนั้นสวยงามประหลาดตา เหมือนจะร้อนแรงแต่ก็เย็นสงบในเวลาเดียวกัน สวยงาม...แต่ว่างเปล่า เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกน่าทึ่งนัก

 

คนในอ้อมแขนของเขาก็เช่นกัน ช่างเป็นบุรุษที่มีแต่เรื่องให้นึกประหลาดใจอยู่บ่อยครั้งนัก...

 

“พระอาทิตย์ตกแล้ว” เสียงหวานเอ่ยเลื่อนลอย สองมือยังคงเกาะเกี่ยวท่อนแขนหนาที่คล้องกอดอยู่รอบเอว

 

“แต่พระอาทิตย์ของข้ายังฉายแสงอยู่เลย

 

“..............”

 

ซอนอินรู้สึกเหมือนว่าพระอาทิตย์ยังลอยเด่นอยู่กลางนภา ระหว่างที่ถูกทาบทับริมฝีปาก ความร้อนก็รุมเร้าร่างกายของเขาราวถูกแสงอาทิตย์อาบไล้ไปทุกส่วน อบอุ่นอ่อนโยนจนอยากร้องไห้ ซอนอินเกี่ยวกระหวัดปลายลิ้นตามการชักนำของคนรักอย่างว่าง่าย ไล่ตามไปในทุกจังหวะ เก็บเกี่ยวความหอมหวานของอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แลกเปลี่ยนหยาดน้ำใสราวคนที่โหยหามานานนักหนา จวบจนรอบกายเหลือเพียงแต่ความมืดมิดของค่ำคืน

 

เสื้อคลุมตัวนอกถูกถอดออกจากเจ้าของแล้วสวมทับให้ร่างเล็กกว่าที่มีเพียงอาภรณ์ตัวบางสวมใส่ จีรยงโอบกระชับไหล่ของซอนอินให้เดินกลับเข้าตำหนักก่อนที่อากาศในฤดูหนาวจะเย็นไปมากกว่านี้

 

ซอนอินนั่งลงที่เตียงของรัชทายาทหนุ่ม

 

“ลองทานดูสิ ข้าเพิ่งหัดทำด้วยตัวเอง” ซอนอินพยักเพยิดหน้าไปยังถาดกระเบื้องที่วางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง

 

“ข้าไม่ชอบขนมหวาน” จบคำพูดนั้นคนสวยก็ขมวดคิ้วยุ่งขึ้นมาทันที

 

“ข้าอุตส่าห์ตั้งใจทำมาให้เจ้าเลยนะ” เมื่อยังไม่เห็นทีท่ายอมรับ ซอนอินก็เม้มริมฝีปากแน่น “ชิ้นเดียวก็ได้ ทานสักคำเถอะนะ”

 

“ก็ได้ เจ้าป้อนข้าสิ” จีรยงยกถาดขนมจองเจมาจ่อตรงหน้าคนสวย เขาพาตัวเองลงนั่งข้างกัน “ไม่ใช่มือ ป้อนด้วยปากของเจ้า”

 

ซอนอินตีหน้าขึงขึ้นมาทันที “ไม่ต้องทานแล้วก็ได้!”

 

“ข้าหยอกเจ้าเล่นน่า เอาสิ ป้อนข้าด้วยมือนั่นแหละ” จีรยงฉุดข้อมือเล็กไว้ไม่ให้เจ้าตัวลุกหนีไปไหน ปิดกั้นหนทางบ่ายเบี่ยงด้วยการยื่นใบหน้าเข้าใกล้อีกนิด

 

ซอนอินชั่งใจอยู่เพียงครู่ก็หยิบขนมจองเจสีชมพูส่งให้ริมฝีปากหยักรับไป หากแต่ตอนที่จะชักมือกลับนั้นเอง ปลายนิ้วของตนกลับถูกซี่ฟันคมยึดไว้เสียนี่ ก่อนตามติดด้วยปลายลิ้นร้อนที่แลบเลียข้อนิ้วของเขาอย่างหยอกเย้ากลั่นแกล้ง นิ้วถูกอมเข้าไปถึงข้อแรก ตามมาด้วยแรงกัดไม่เบานัก

 

“หวาน

 

ไม่รู้ว่าหมายถึงขนมหรืออะไร แต่ทั้งสายตา สีหน้า และคำพูดมันทำให้คนฟังหน้าแดงวาบจนเจ้าตัวยังรู้สึกได้ ซอนอินเสก้มหน้าหลบ มือข้างที่ใช้ป้อนขนมยังถูกยึดไว้ แต่เปลี่ยนจากถูกอมนิ้วเป็นการประทับพรมจูบเบาๆ ที่หลังมือ ตอนนี้นอกจากจะรู้สึกหายใจไม่ทันแล้ว ซอนอินยังรู้สึกเหมือนจะลอยได้อย่างไรชอบกล

 

เพราะว่าเอาแต่หลบตา จึงมารู้สึกตัวว่าถูกจับนอนราบกับฟูกเตียงก็ตอนที่ร่างสูงขยับกายขึ้นทาบทับแล้ว

 

“เป็นอะไรไป หืม?” แม้ไม่ต้องเอ่ยบอก จีรยงก็จับเค้าสีหน้าที่แฝงไว้ด้วยความกังวลบนใบหน้าของร่างบางได้ เขาไล้ปลายนิ้วไปตามข้างรูปหน้าเรียวสวย “เจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ คิมซอนอิน”

 

ซอนอินส่ายหน้าเบาๆ เป็นการปฏิเสธที่จะพูด เพราะสิ่งที่เขาคิดไม่อาจเอ่ยบอกอีกฝ่ายได้ ถึงแม้จีรยงจะรู้ว่าเขากำลังปิดบังความรู้สึก แต่เขาก็ไม่อาจเอ่ยบอกด้วยปากของตัวเองได้ เขาจะไม่มีวันทำทุกอย่างพังเพียงเพราะความเห็นแก่ตัวที่เกิดขึ้นนี้ ...ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ซอนอินก็ไม่อยากเสียจีรยงไปทั้งนั้น

 

“ซอนอิน ข้าอยากฟังความคิดของเจ้า บอกข้ามาให้หมดว่าเจ้าคิดสิ่งใดอยู่” ร่างกายของซอนอินเป็นอย่างไร นิสัยของซอนอินเป็นอย่างไร จีรยงรู้จักดียิ่งกว่าเจ้าตัวเสียอีก ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จีรยงจะไม่รู้ว่าซอนอินกำลังทุกข์ใจเรื่องใดอยู่ เพียงแต่เขาอยากได้ยินเจ้าตัวพูดออกมาเท่านั้น

 

แสดงให้ข้าเห็น ว่าเจ้ารักข้ามากแค่ไหนซอนอิน...

 

“ข้ากำลังคิด คิดถึงวันที่เจ้าได้ครองราชย์ คิดถึงวันที่เจ้าประสบความสำเร็จในทุกด้าน” ซอนอินไม่ได้หลบตาขณะที่ตนเอ่ยตอบ เขาพยายามแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในสิ่งที่เอ่ยออกมา “...ข้าคิดถึงวันที่เจ้ามีครอบครัวพร้อมหน้าคอยปรนนิบัติรับใช้ ...คิดว่าลูกคนแรกของเจ้าจะเป็นชายหรือหญิง.....”

 

จีรยงหยุดคำพูดที่พลั่งพรูออกมาจากริมฝีปากบางด้วยการประทับจูบหนักๆ

 

“ข้าให้โอกาสเจ้าพูดอีกครั้งซอนอิน เจ้าอยากให้ข้าตัดสินใจอย่างไร

 

“ข้าอยากเห็นเจ้าปกครองบ้านเมืองโดยมีคู่ครองยืนอยู่เคียงข้างเจ้า...อึก!...”

 

ริมฝีปากบางถูกกระแทกจูบรุนแรงกว่าครั้งแรก

 

“เจ้าคิดเช่นนั้นจริงๆ หรือ?! เจ้าอยากให้ข้าแต่งงานกับยูนาใช่ไหม?!!”

 

เปล่าเลย ซอนอินไม่ได้อยากให้จีรยงแต่งงานกับใคร ...พอๆ กับที่ไม่อยากรั้งจีรยงไว้กับความพินาศที่ติดตัวของเขาอยู่อย่างนี้ จีรยงจะเลือกหนทางที่ผิดไม่ได้ เขาจะดึงจีรยงลงมาไม่ได้

 

“ข้ารักเจ้านะจีรยง ไม่ว่าเจ้าจะแต่งงานกับใคร ไม่ว่าเจ้าจะมีหญิงสาวมากมายแค่ไหน แต่ข้าก็ยังเป็นคนของเจ้า เป็นคนที่รักเจ้า ดังนั้น ความสำเร็จของเจ้า ข้าเองก็อยากจะมีส่วนผลักดันให้เจ้าไปถึงจุดหมาย

 

คำตอบที่ได้รับยังผลให้จีรยงกดไหล่บางติดกับที่นอนอย่างรุนแรง เขากดปลายจมูกลงกับซอกคอขาว ใช้ทั้งลิ้นและฟันตอดต้อนผิวเนื้อขาวละเอียดจนแดงก่ำอย่างไร้การทะนุถนอม

 

ซอนอินหลับตาแน่นด้วยความเจ็บ หยาดน้ำตาที่ไม่อาจเก็บกลั้นไหลลงจากหางตาทั้งสองข้าง

 

“เจ้าคิดจะเป็นแค่นางโลมเพื่อข้าอย่างนั้นหรือซอนอิน ทั้งที่ข้าให้ความสำคัญกับเจ้ามากถึงเพียงนี้ แต่เจ้าก็ยัง!” จีรยงสบถในท้ายประโยค ก่อนบีบปลายคางเล็กให้เงยขึ้นรับจูบหนักหน่วงเร่งเร้า มือหยาบใหญ่ฟ่อนเฟ้นเรือนร่างบางผ่านอาภรณ์สีขาวอย่างหยาบโลน ก่อนที่เสื้อผ้าแต่ละชั้นจะถูกทึ้งดึงกระชากออกเผยผิวเนื้อนวลเนียนลื่นมือ

 

จีรยงรู้สึกโกรธอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ เขาหวังว่าซอนอินจะเรียกร้องอะไรกับเขาบ้าง หวังว่าซอนอินจะรักเขามากเกินกว่าจะเห็นใครมายืนเคียงข้างเขาได้ เขาหวังเพียงคำพูดแค่ไม่กี่คำที่จะบอกให้เขามีแต่ซอนอินเพียงคนเดียว...

 

คิมซอนอิน เจ้าไม่คิดที่จะพยายามเพื่อที่จะมีข้าบ้างเลยหรืออย่างไร!

 

.

.

.

 

เข้ายามสองแล้วกว่าที่พายุโหมกระหน่ำในเพศรสจะสิ้นสุดลง ร่างสูงหลับไปแล้ว สองแขนแกร่งโอบกอดร่างผอมบางไว้ไม่ห่างกาย ในความมืดมิดของค่ำคืนนั้น กลับยังมีแสงสะท้อนเล็กจากสองแก้วตาใสที่สะท้อนกับแสงจันทร์อยู่อย่างเงียบๆ

 

ซอนอินนอนไม่หลับ ในหัวมีแต่ความคิดที่วิ่งวนไม่หยุด ซอนอินรู้ว่าจีรยงโกรธและไม่พอใจ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เช่นเดียวกับจีรยง ที่ไม่รู้ว่าใจจริงแล้วซอนอินต้องการจะบอกอะไรกับเขากันแน่

 

 

 

ซอนอินรักจีรยง

 

 

และจีรยงก็รักซอนอิน

 

 

ทว่า ความรักของพวกเขาแสดงออกไม่เหมือนกัน...

 

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

 

 

 จบตอน

Subject Author
ปฐมบท : ลักพาตัว KimYoonBe
บทที่ 1 : วิหคเพลิงพลัดถิ่น KimYoonBe
บทที่ 2 : วังหลวงฮานึล KimYoonBe
บทที่ 3 : องค์ชายรอง KimYoonBe
บทที่ 4 : ชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 5 : งานเลี้ยงเฉลิมฉลองพิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาท KimYoonBe
บทที่ 6 : “นั่นเพราะเจ้าชอบข้าไงล่ะ” KimYoonBe
บทที่ 7 : ...ยองจู KimYoonBe
บทที่ 8 : การมาเยี่ยมขององค์รัชทายาท KimYoonBe
บทที่ 9 : คำสารภาพขององค์ชายจีมุน KimYoonBe
บทที่ 10 : “ความสวยงามของเจ้า ไม่มีค่าอันใดสำหรับข้าแม้แต่น้อย คิมซอนอิน” KimYoonBe
บทที่ 11 : “หากเจ้าจะฆ่าข้า ก็รีบๆ ทำเสียที...” KimYoonBe
บทที่ 12 : วังชอนซา KimYoonBe
บทที่ 13 : เหตุการณ์พลิกผัน KimYoonBe
บทที่ 14 : ความปราถนาภายในใจ KimYoonBe
บทที่ 15 : องค์หญิงห้า อันแฮซู KimYoonBe
บทที่ 16 : “แค่เจ้าเท่านั้น อย่าเกลียดข้าเลย” KimYoonBe
บทที่ 17 : ลางร้ายจากความฝัน KimYoonBe
บทที่ 18 : ข่าวลือเรื่องอภิเษกสมรส KimYoonBe
บทที่ 19 : ถูกวางยา KimYoonBe
บทที่ 20 : กลับจากศึก KimYoonBe
บทที่ 21 : การตัดสินใจของชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 22 : วิหคใต้แสงจันทร์ KimYoonBe
บทที่ 23 : เปิดศึก KimYoonBe
บทที่ 24 : ร่างจำแลง KimYoonBe
บทที่ 25 : คำอ้อนวอนของชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 26 : คำสาบานต่อสวรรค์ KimYoonBe
บทที่ 27 : ยอมจำนนต่อฮานึล KimYoonBe
บทที่ 28 : การแสดงความรักที่แตกต่าง KimYoonBe
บทที่ 29 : ถูกลอบทำร้าย KimYoonBe
บทที่ 30 : แม่นางชอนอา KimYoonBe
บทที่ 31 : “บนแผ่นดินนี้ข้าเห็นแต่เจ้า” KimYoonBe
บทที่ 32 : บททดสอบของความรัก KimYoonBe
ปัจฉิมบท : ‘ลำนักรักแห่งฮานึล’ KimYoonBe
Up