Skip to menu

XEDITION

วังชอนซา ลำนำรักแห่งฮานึล

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

 

วังชอนซา ลำนำรักแห่งฮานึล

บทที่ 21

 

 

 

ทันทีที่ร่างสูงก้าวออกมาจากห้อง ร่างอรชรขององค์หญิงอันแฮซูก็รีบตรงเข้าไปคล้องแขนชายหนุ่มอย่างถือสิทธิ์

 

“เจ้ามีสิ่งใดก็ว่ามา” เจ้าของเสียงทุ้มหนักไม่ได้แกะวงแขนเล็กๆ นั้นออก แต่ก็ไม่ได้ตอบสนองการกระทำใดกลับไป

 

ความเฉยชาเสมอต้นเสมอปลายจากคนตัวสูงทำให้เด็กสาวรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก นางปรายตามองนางกำนัลสองสาวที่ไม่แสดงความเคารพยำเกรงต่อนางด้วยอาการฉุนเฉียว แล้วตวัดเสียงขึ้นสูง

 

“พวกเจ้าสองคนอย่างเพิ่งไปไหน ข้ามีเรื่องจะถามพวกเจ้า” ยอนอาที่เตรียมจะเข้าไปหาผู้เป็นนายภายในห้องหยุดยืนอยู่กับที่พร้อมน้องสาว ดวงหน้าขาวเชิดขึ้นเล็กน้อยก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดดันอีกฝ่าย “คืนวันงานพยอลดัลนิม นายของพวกเจ้ากระทำสิ่งใดกับองค์ชายรอง?”

 

สีหน้าของนางกำนัลน้อยทั้งสองซีดลงอย่างฉับพลัน อึกอักพูดไม่ออก ไม่กล้าเงยหน้าสบสายตาชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

 

“ว่าอย่างไรเล่า? อย่าคิดจะช่วยนายเจ้าปกปิดความสำส่อนเชียวนะ!!”

 

“องค์วังชอนซาไม่ใช่คนสำส่อน!!” ยอนอาเงยหน้าขึ้นสวนคำพูดของเด็กสาวตรงหน้าทันทีอย่างไม่ทันคิด ผลที่ได้กลับมาคือแรงมือที่ตบลงกลางข้างแก้มของนางเต็มแรง

 

“อย่ามาขึ้นเสียงกับข้า!” แฮซูตวาดลั่น มือที่ง้างขึ้นเตรียมจะฟาดลงอีกครั้งถูกมือใหญ่คว้าไว้ให้หยุด เด็กสาวหันไปมองคนด้านหลังแล้วก็ให้รู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อสายตาสบเข้ากับดวงตาคมที่วาวโรจน์อย่างดุดันน่ากลัว

 

“อย่าทำให้ข้าต้องโกรธ องค์หญิงอันแฮซู คนที่วางยาคนของข้าถึงในวังคือเจ้า” จีรยงกำข้อมือเล็กของแฮซูแน่นขึ้น “แค่ข้อนี้ข้อเดียวข้าสามารถสั่งประหารเจ้าได้แล้ว ถ้าคิดจะมาพูดเรื่องนี้เพื่อให้ข้าขับไล่คิมซอนอินออกไปก็เสียเวลาเปล่า ต่อให้ข้าไม่ได้สนใจคิมซอนอิน ข้าก็ไม่ตอบรับข้อเสนอของเจ้า ตามสัญญาที่อันชิลฮยอนระบุมาเพื่อเจรจา มีแค่เพียงการส่งเสบียงและยอมจ่ายค่าผ่านทางน่านน้ำที่สูงกว่าสามเท่าจากที่ข้าเสนอไปเท่านั้น

 

เมื่อได้ฟังดังนั้น เด็กสาวก็เบิกตากว้างคล้ายเด็กที่ถูกจับได้ไล่ทัน เป็นความจริงที่นางมาที่นี่เพื่อเจรจาทำสัญญา แต่นางไม่ใช่ผู้กำหนดข้อสัญญา หากแต่เป็นเสด็จพี่ของนาง แต่นางก็ไม่ได้เปิดเผยความจริงออกไปเสียหน่อย แล้วชองจีรยงรู้ได้อย่างไรกัน!

 

สีหน้าของแฮซูที่แสดงออกทำให้จีรยงรู้ทันว่านางคิดสิ่งใดอยู่

 

“พี่ชายเจ้าเร่งให้ข้าตอบข้อสัญญาตั้งแต่ก่อนที่ข้าจะออกรบ ดูเหมือนบ้านเมืองเจ้าตอนนี้จะขาดแคลนเสบียงอาหารอยู่มากโข หากข้าสามารถบริจาคเสบียงหนึ่งพันเกวียนให้กองทหารของพี่ชายเจ้าได้ในทันที ข้อสัญญาการเปิดน่านน้ำก็จะเป็นผลโดยที่เจ้าไม่จำเป็นต้องลงลายลักษณ์อักษรยินยอม เพราะข้าได้สัญญาฉบับนั้นจากพี่ชายเจ้าแล้ว” จีรยงปล่อยข้อมือของเด็กสาว แล้วเปลี่ยนเป็นจับไหล่เล็กด้วยมือเพียงข้างเดียว ใช้สายตาบังคับไม่ให้อีกฝ่ายหลบเลี่ยง

 

“ข้าจะถือว่าการที่เจ้าวางยาคนของข้าเป็นเรื่องไร้สาระ หากเจ้ารับปากว่าจะยอมช่วยงานข้าหนึ่งอย่าง

 

มือที่วางอยู่บ่นไหล่เล็กกดน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น

 

จะยอมตาย หรือยอมช่วย แฮซูแทบไม่ต้องชั่งน้ำหนักคิดให้เสียเวลา แม้จะรู้สึกเสียหน้าและอับอาย แต่นางก็เป็นนางพญาร้ายกาจมากพอที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบของมังกรหนุ่มแล้วเอ่ยตอบรับข้อเสนอด้วยรอยยิ้มที่ไม่ไร้เดียงสาอีกต่อไป

 

“ครั้งนี้ถือว่าท่านชนะ องค์รัชทายาทชองจีรยง” แฮซูไม่เสียเวลายืนอยู่ในตำหนักโยกันอีกแม้แต่วินาทีเดียว นางสะบัดหน้ากระแทกเท้าเดินออกไปพร้อมกับข้ารับใช้ติดตามกว่าสิบคน

 

จีรยงถอนสายตาจากแผ่นหลังขององค์หญิงวายร้าย แล้วเลื่อนสายตาลงมองสาวใช้ที่คุกเข่าก้มหน้าตัวสั่นไม่หยุด

 

“กึมซองสารภาพให้ข้าฟังหมดแล้ว พวกเจ้าก็ไม่ต้องสนใจเรื่องนี้ให้มากนัก” โดยปกติร่างสูงไม่ใคร่สนใจบ่าวไพร่ในเรือนมากเท่าใดนัก ยิ่งกับความรู้สึกชายหนุ่มยิ่งไม่เก็บมาคิดให้เสียเวลา แต่ไม่รู้ว่าทำไม ทุกครั้งที่มาเยือนตำหนักแห่งนี้ เขาอดจะรู้สึกถึงความอบอุ่นแบบครอบครัวไม่ได้ อาจเพราะซอนอินไม่ใช่คนที่จะมาแบ่งชนชั้นนายบ่าวทำให้พวกนางรักซอนอินได้มากถึงเพียงนี้ และเขาก็พอใจที่มันเป็นอย่างนั้น

 

“พวกเจ้าไปเตรียมน้ำอุ่นรอไว้ ข้าจะพาซอนอินไปอาบน้ำ” นางกำนัลสองสาวรีบก้มหน้ารับคำสั่งอย่างกระตือรือร้น แล้วพากันหลบออกไป ปล่อยให้รัชทายาทหนุ่มก้าวเข้าไปในห้องนอนของผู้เป็นนาย

 

 

ซอนอินได้ยินหมดแล้ว ทั้งเรื่องที่ชองจีรยงจะไม่แต่งงานกับองค์หญิงอันแฮซู และเรื่องที่ชองจีรยงรู้แล้วเกี่ยวกับคืนวันพยอลดัลนิม

 

จะให้ดีใจ หรือจะให้เสียใจ เขาสับสนไปหมดแล้ว

 

“ข้าบอกให้แต่งตัวไม่ใช่หรือ?” ชายหนุ่มร่างสูงไม่สนใจสีหน้าหวาดผวายามที่เขายื่นมือเข้าไปจับคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นมายืนที่พื้น

 

เมื่อถูกจับลงมายืนซอนอินก็ได้แต่หลับตาแน่นเพราะกลัวอะไรก็ตามที่คนตรงหน้าจะทำร้ายตนได้ ร่างกายผอมบางที่มีเพียงผ้าห่มแพรไหมคลุมกายหมิ่นเหม่สั่นกึกกัก จะให้ดูน่าสงสารก็ได้อยู่ แต่จากสายตาคมกริบ เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิดไม่น้อย

 

จะกลัวอะไรกันนักหนา

 

ชายหนุ่มอาจไม่สนใจว่าเคยทำอะไรให้คนตัวเล็กต้องหวาดกลัวไปบ้าง แต่นั่นมันก่อนที่เขาจะเกิดความรู้สึกอยากถนอมคนคนนี้ ไม่อยากให้ต้องเจ็บ และไม่อยากเห็นคนตรงหน้าถูกใครอื่นแตะต้อง

 

แน่นอนเขาโกรธ โกรธมากตอนที่จีมุนมาสารภาพกับเขาเมื่อคืนก่อนวันที่เพิ่งกลับมาจากศึก หากว่ากึมซองไม่เป็นพยานรู้เห็น เขาอาจตีความหมายของน้องชายไปว่าการช่วยด้วยมือและปลายนิ้วที่ล่วงล้ำร่างกายของซอนอินนั้นเป็นเรื่องโกหก เพราะสภาพของซอนอินที่เป็นเช่นนั้นไม่ง่ายเลยที่บุรุษหนุ่มและยังเป็นคนที่หลงรักอย่างชองจีมุนจะอดทนไหว คำสารภาพที่บอกว่าล่วงล้ำแค่ปลายนิ้วและช่วยให้ซอนอินปลดปล่อยเท่านั้นจึงทำให้เขาปักใจเชื่อโดยไม่สงสัยอะไรอีก

 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังต่อยจีมุนเสียเต็มแรง นั่นเองที่ทำให้ระดับความโกรธของเขาลดลง และไม่มาระบายใส่ซอนอิน อันที่จริง ดีเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่สั่งประหารองค์หญิงอันแฮซูทันทีที่รู้ความจริงจากพระสนมฮีวอน พระนางบอกกับเขาและจีมุนเรื่องยาปลุกกำหนัดว่าเป็นขององค์หญิงอันแฮซู คนของพระนางเก็บห่อยาได้ที่ตำหนักของแฮซูตอนไปทำความสะอาดจึงได้รู้ความจริง

 

หากอันแฮซูโดนประหาร ไม่พ้นคนตรงหน้าได้โทษตัวเองไม่หยุดแน่

 

ขณะที่คิดเรื่องราวเหล่านั้น ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นลูบผิวแก้มชื้นน้ำตาของคนที่ยังก้มหน้าตัวสั่น

 

เบื่อที่จะต้องเห็นน้ำตาของคนคนนี้นัก

 

เลิกทำสีหน้าเหมือนว่าคนทั้งโลกกำลังดาหน้าทับถมเสียทีเถอะ

 

คิมซอนอิน ข้าชอบเห็นเวลาที่เจ้ายิ้ม...

 

ปลายนิ้วหนาหยุดลงที่กลีบปากบาง จีรยงกดปลายนิ้วให้ริมฝีปากเล็กเผยอขึ้น ก่อนจะสอดผ่านแนวฟันขาวเข้าแตะลิ้นเล็กที่ตื่นตระหนก และเมื่อดวงหน้าสวยยอมเงยขึ้นสบสายตา จีรยงก็โน้มใบหน้าเข้าใกล้แล้วจูบเบาๆ ที่ข้างแก้มใส กระซิบเสียงนุ่มหวานหู “หากไม่คิดจะสวมเสื้อผ้า ก็อย่าได้หวังว่าจะได้ใส่อะไรจนถึงวันพรุ่ง

 

สิ้นคำพูดนั้น ร่างเล็กบางที่มีเพียงผ้าห่มแพรไหมคลุมกายก็ถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้นในท่าเจ้าสาว ดวงหน้าสวยระเรื่อสีแดงจางชวนมอง ดวงตากลมโตยังมีร่องรอยของน้ำตาเอ่อคลอ ริมฝีปากอุ่นแนบจูบลงที่หางตาทั้งสองข้างนั้นเอง

 

“เคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าเจ้าจะร้องไห้ได้ก็ต่อเมื่อถูกข้ารังแกบนเตียง

 

 

 

น้ำในอ่างไม้อุ่นกำลังพอดี สองสาวใช้คอยวักน้ำให้นายทั้งสองที่ลงแช่พร้อมกันอย่างเบามือ และด้วยเพราะตำหนักโยกันเป็นเพียงตำหนักเล็ก จึงไม่มีห้องอาบน้ำโอ่อ่าหรูหราเทียบเท่าตำหนักรัชทายาทได้ อ่างไม้ยาวเพียง 4 ศอกจึงกลายเป็นที่รองรับคนทั้งสองโดยที่คนตัวเล็กกว่านั่งซ้อนทับร่างของคนตัวสูง แผ่นหลังบอบบางแนบสนิทแผงอกกว้างใหญ่

 

จีรยงโบกมือปัดให้สองสาวใช้หยุดปรนนิบัติ “ออกไปได้แล้ว” รับสั่งไม่ดังนัก แต่นางกำนัลน้อยกลับตอบรับเสียงดังฟังชัดรีบโค้งกายต่ำทูลลารวดเร็ว

 

หากไม่มีไอควันอุ่นอบอวล ชายหนุ่มคงได้เห็นว่าผิวแก้มของสาวใช้นั้นแดงจัดเสียจนน่ากลัวว่าเป็นไข้

 

เป็นใครจะไม่รู้สึกขัดเขินบ้าง คนหนึ่งก็เทพบุตรส่งมาจุติ อีกคนก็งดงามราวฟ้าประทาน เป็นไปได้ก็ไม่อยากอยู่ขัดบรรยากาศอวลกลิ่นหอมหวานนี้นานนักหรอก!

 

จีรยงรวบเอวคนบนตักให้เอนลงมาแนบสนิทกันมากขึ้น สันจมูกโด่งคลอเคลียต้นคอขาว สูดดมกลิ่นกายหอมระเรื่อยไล้ลงจนถึงลาดไหล่เล็ก ก่อนจะจับให้คนที่เอาแต่เงียบอยู่นานหันหน้านั่งเข้าหากัน

 

เสียงน้ำแตกคลื่นกระเซ็นลงข้างขอบอ่างไม้

 

ปลายคางเล็กถูกจับเงยขึ้น “อยากจะบอกอะไรข้าหรือเปล่าซอนอิน?”

 

ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยไหววูบสะท้อนแววตาคมที่สอดประสานสายตากัน มือเล็กทั้งสองข้างจับยึดไหล่กว้างไว้หลวมๆ ซอนอินปล่อยให้มือใหญ่วนเวียนไล้สัมผัสแผ่นหลังของเขาขณะที่กลั้นใจขยับริมฝีปากเอ่ยคำพูดอย่างเชื่องช้า

 

“ข้า ...ข้าขอโทษ

 

“ข้าไม่ได้ต้องการฟังคำขอโทษจากเจ้า

 

“แต่ข้าทำผิด ข้า...ข้าทรยศเจ้าที่เป็นเจ้าของร่างกายข้า” เสียงที่เอ่ยตอบเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับอากาศ

 

จีรยงรู้สึกได้ว่ามือของซอนอินเริ่มมีอาการสั่นเล็กน้อย ชายหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้ซอนอินกำลังรู้สึกกลัว ริมฝีปากบางที่เม้มแน่นนั่นเป็นสัญญาณบ่งบอก

 

“เจ้าทรยศข้าเช่นไร?”

 

“ข้า... ข้าจูบกับจีมุน...อ่ะ! อือออ” ยังไม่สิ้นประโยคดี เรียวปากอุ่นก็นาบลงมาแนบสนิท บดเบียดริมฝีปากเล็กให้เผยอขึ้นรองรับการสอดแทรกปลายลิ้นช่ำชองที่กวาดต้อนโพรงปากฉ่ำหวานในคราวเดียวอย่างลึกล้ำและร้อนแรง

 

หยาดน้ำใสที่เอ่อล้นยังเชื่อมถึงกันไม่ขาดดี ริมฝีปากทั้งสองก็ประกบเข้าหากันอีกครั้ง

 

ซอนอินถูกรุกต้อนหนักหน่วงขึ้นจนต้องบีบมือลงกับไหล่กว้าง ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งยังคงทาบอยู่กลางแผ่นหลัง แต่อีกข้างกลับสอดลึกเข้าใต้ไรผม กดศีรษะเล็กให้เงยรับองศาการจูบรุ่มร้อน

 

จูบยาวนานกว่าจะสิ้นสุดลง

 

“เจ้าทรยศข้าอย่างไรอีก?” จีรยงลูบริมฝีปากบวมเจ่อแผ่วเบายามเอ่ยถาม

 

ศีรษะเล็กส่ายเบาๆ ก่อนเอ่ยตอบผ่านปลายนิ้วหนา “จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าโดนสัมผัส ร่างกายร้อนไปหมด ไม่ว่าจะถูกจับตรงไหนก็ร้อน แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาว แล้วข้าก็จำอะไรไม่ได้อีก...

 

เรียวคิ้วคนฟังเลิกขึ้นเล็กน้อย มือที่วนเวียนแผ่นหลังเรียบลื่นเคลื่อนขึ้นแตะที่ท้ายทอยขาวสว่างตา ก่อนจะไล้เรื่อยลงมาตามแนวสันหลังอย่างเชื่องช้า

 

ซอนอินสะดุ้งเฮือกยามที่ถูกแตะลงมาถึงช่วงเนินสะโพก เขากดไหล่เจ้าของตักแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกเสียวซ่านอย่างประหลาด ความร้อนบางอย่างแล่นวูบจากก้นบึ้งภายในร่างกายกระจายไปทั่วร่าง

 

“รู้สึกร้อนอย่างนี้หรือเปล่า?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขณะที่ยังส่งปลายนิ้วลากไล้ลงด้านล่างอย่างช้าๆ ก่อนจะวนผ่านต้นขาขาวเข้ากอบกุมส่วนไวสัมผัสที่ตื่นตัว

 

“ไม่... ไม่ร้อนอย่างนี้ อ่ะ...อ่า...” ซอนอินเบียดกายเข้าหาร่างสูงมากขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ คลื่นน้ำในอ่างแตกกระจายเป็นวงกว้าง มือเล็กปัดป่ายไหล่กว้างเรื่อยลงมายังแผงอกหนั่นแน่นที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของนักรบ ความรู้สึกที่ได้สัมผัสร่างกายของคนที่รัก และแรงพายุโหมกระหน่ำจากการถูกปลุกเร้าความกระหายอยากในเพศรส นำพาให้ร่างบางแอ่นกายเหยียดแผ่นหลังขึ้นสูงยามที่ถูกฉุดอารมณ์จนใกล้จะถึงขีดสุด

 

“จี...จีรยง จะ...ออก....” เสียงหวานครวญครางร้องขอสั่นพร่าอย่างน่าสงสาร แต่คนเจ้าอำนาจไม่ยอมให้ปลดปล่อยง่ายๆ

 

รัชทายาทหนุ่มยิ้มพึงใจกับดวงหน้างดงามเชื่อมแสง เขากดปลายนิ้ววนเวียนที่ส่วนปลายเพื่อเพิ่มความต้องการที่จะไปถึงจุดให้คนบนตักแทบทนไม่ไหว ง่ามนิ้วกลางและนิ้วชี้ขยับขึ้นลงจากส่วนโคนจนเกือบจะถึงปลายที่มีนิ้วโป้งปิดกั้นไม่ให้หยาดน้ำขาวข้นซึมออกมาได้ง่ายๆ

 

“ฮ๊ะ อ๊ะ  จี...จีรยง...ปล่อย ฮึก จะถึง....”

 

ดูเหมือนมังกรหนุ่มจะเริ่มสนุกกับสีหน้าหวานฉ่ำด้วยอารมณ์เพศของหงส์งามไม่น้อย เพราะเขายังไม่มีทีท่าว่าจะยอมให้ง่ายๆ  ริมฝีปากหยักหนายกยิ้มก่อนจะเคลื่อนเข้าหาเม็ดสีชมพูสดตรงหน้าที่สั่นระริกล่อสายตา  มือข้างซ้ายที่ไล้วนเวียนเนินสะโพกกลมกลึงอยู่เมื่อครู่เลื่อนขึ้นนาบแผ่นหลังขาวลื่นมือให้อกแบบบางขยับเข้าหามากขึ้น

 

“อ๊ะ! อ๊าาาาา...” ซอนอินครางเสียงสูงด้วยอาการสะดุ้ง ปลายลิ้นร้อนที่แลบเลีย และริมฝีปากที่ดูดดึงรุนแรงทำให้สติของซอนอินแทบจะหลุดลอย ยิ่งบวกกับส่วนหน้าที่ยังถูกปลุกเร้าไม่หยุดด้วยแล้ว เสียงหวานแทบจะหยุดร้องครวญครางไม่ได้

 

จีรยงจัดการขบกัดยอดอกเล็กทั้งสองข้างจนมันตั้งชูชันอย่างพอใจ ก่อนจะประกบริมฝีปากเข้าหากลีบปากสีหวานเพียงผิวเผิน แล้วเอ่ยเสียงทุ้มทั้งที่ยังแตะจูบกันไม่ห่าง

 

“เจ้าปลดปล่อยบนมือของชายอื่น รู้ไหมว่าทำให้ข้าโกรธมาก

 

“ฮึก! อื้อออ” ซอนอินพยายามเม้มปากปิดกั้นเสียงร้องเมื่อจีรยงกดปลายนิ้วที่ส่วนปลายของเขาหนักขึ้น

 

“ตรงนี้ของเจ้า...” จีรยงเลื่อนมือจากแผ่นหลังบางลงหาเนินสะโพกเล็ก ก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะส่วนลับด้านหลังของคนบนตัก “...ถูกน้องชายของข้าใช้นิ้วล่วงล้ำ เจ้าคิดว่าข้าควรจะลงโทษเจ้าอย่างไรดีที่ทรยศข้า?”

 

แม้อยากจะเอ่ยตอบว่าทำอย่างไรก็ได้ถ้าจะทำให้เจ้าหายโกรธ แต่ซอนอินก็สุดจะเอื้อนเอ่ยเมื่อร่างกายยังถูกปลุกกระตุ้นไม่หยุดอยู่เช่นนี้

 

“ทรมานหรือ?” จีรยงเอ่ยถามเสียงเรียบไม่ต่างจากสีหน้า

 

คนถูกถามเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ใช้สายตาเว้าวอนอย่างสุดความสามารถ

 

...อยากจะไป ทนไม่ไหวแล้ว

 

“ได้ ข้าจะปล่อย แต่เจ้าต้องไม่ทำผิดอีกเป็นครั้งที่สอง

 

ซอนอินพยักหน้ารัวแทนคำตอบ

 

“อย่าจูบใครอื่นนอกจากข้า

 

คนตัวเล็กส่ายหน้าทันที ก่อนจะโน้มใบหน้าแตะจูบบนเรียวปากหยักหนาหนึ่งครั้ง

 

“อย่าให้ชายหรือหญิงอื่นใดเล้าโลมร่างกายของเจ้านอกจากข้า

 

“แค่...จีรยง” ซอนอินเอ่ยตอบเสียงแหบพร่า ดวงหน้าสวยแดงก่ำด้วยแรงปรารถนาจะไปให้ถึงที่สุด

 

“หากเจ้าทรยศอีกครั้ง ข้าจะไม่ยกโทษให้เด็ดขาด เข้าใจไหม

 

เมื่อส่วนปลายถูกปล่อยเป็นอิสระ เสียงร้องแว่วหวานก็ดังขึ้นทันที พร้อมอาการกระตุกเกร็งอย่างต้องการปลดปล่อยให้หมดทุกอยาดหยด

 

ซอนอินเอนซบใบหน้าลงกับลาดไหล่แข็งแรงอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนที่จะถูกอุ้มลอยขึ้นจากน้ำ และถูกพาไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กข้างขอบอ่าง

 

น้ำเย็นเฉียบจากถังไม้ที่วางเรียงรายกันอยู่ริมผนังห้องถูกหยิบขึ้นราดลงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของชายหนุ่มร่างสูง ก่อนจะทำเช่นเดียวกันให้กับร่างบาง ซอนอินสะดุ้งเฮือกด้วยความหนาวเย็น แต่ในวินาทีต่อมา ผ้าเนื้อนุ่มผืนหนาก็ถูกคนตัวสูงคลุมกายให้เสียมิดชิด เมื่อหยิบเสื้อคลุมสวมใส่แล้วจีรยงก็อุ้มพาคนที่นั่งตัวสั่นกลับเข้าไปยังห้องนอน

 

จีรยงจับให้คนตัวเล็กนั่งลงบนเตียง ส่วนเขาก็เดินไปหยิบผ้าที่นางกำนัลเตรียมไว้ให้บนโต๊ะมานั่งลงที่ด้านข้าง เขาค่อยๆ เช็ดเส้นผมสีดำยาวดุจแพรไหมเนื้อดีอย่างเบามือ

 

เสียงหัวใจเต้นดังกระหน่ำอยู่ภายในอก ซอนอินไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน เขานั่งตัวแข็งทื่อปล่อยให้รัชทายาทหนุ่มเช็ดผมให้จนหมาด ถึงได้ยอมตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมองสบดวงตารัตติกาลลุ่มลึก

 

“หายโกรธข้าหรือยัง? เจ้ารังเกียจข้าไหม? จะทิ้งข้าหรือเปล่า?”

 

เอ่ยถามด้วยริมฝีปากแห้งผาก และหัวใจที่เต้นผิดจังหวะจนน่ากลัว

 

ผ้าเช็ดผมถูกโยนพาดไว้บนโต๊ะเล็กข้างเตียง ก่อนจะหันมาจ้องมองดวงตาคู่สวย ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อยชั่วครู่ขณะคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะส่งมือเข้าลูบไล้ผิวหน้างดงามของเชลยศึกแสนสวย

 

“เหตุใดองค์วังชอนซาผู้งดงามถึงยอมเป็นเบี้ยล่างให้กับคนร้ายกาจอย่างข้ากัน?” ชายหนุ่มใช้คำแทนตนเองที่คนร่างบางเคยต่อว่าเขาหลายต่อหลายครั้ง และมันก็อาจจะจริงอย่างที่เจ้าตัวว่า เขาทำร้ายคนตรงหน้ามากมายนักที่ผ่านมา ไม่มีเหตุผลใดที่คนอย่างคิมซอนอินจะหลงรักเขาได้

 

ทว่าในทางกลับกัน สำหรับซอนอินแล้ว ทุกอย่างที่ชองจีรยงกระทำ มันทำให้คนที่ไม่เคยได้รู้จักความรักได้ตระหนักถึงความรู้สึกนั้นเป็นครั้งแรก แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะถูกรังแก แต่เพราะอะไรบางอย่างที่ซอนอินเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าคืออะไร อาจจะเพราะแค่เพียงสบสายตา แค่ถูกมือคู่นั้นโอบกอด อะไรก็ตามแต่ ทุกการสัมผัสที่ส่งผ่านมาจากชองจีรยงทำให้ซอนอินรู้สึกแตกต่างออกไปเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น

 

มากกว่าความอบอุ่น มากกว่าความต้องการ

 

ชองจีรยงทำให้เขารู้สึกได้ถึงความปรารถนาที่มากกว่านั้น

 

ซอนอินยกมือขึ้นทาบหลังมือหนาที่ยังลูบข้างแก้มของเขาอยู่ นัยน์ตาคู่สวยไม่แสดงออกถึงความลังเลเลยแม้แต่น้อยยามที่เอื้อนเอ่ยคำตอบผ่านริมฝีปากที่เจือรอยยิ้มบางๆ

 

“ไม่มีเหตุผล ...ความรัก ข้าไม่เข้าใจหรอกว่าสุดท้ายแล้วมันคืออะไรกันแน่ แต่ถ้าเจ้าอยากจะรู้เหตุผลนักล่ะก็ ข้าจะบอกให้ก็ได้...ข้าน่ะ หากไม่มีเจ้าอยู่ใกล้ๆ ข้าคิดว่าข้าอาจจะตายได้”

 

มือเล็กบีบกระชับมือหนาที่ตนกอบกุมอยู่แน่นขึ้น

 

“ชองจีรยง เจ้าทำให้ข้าได้รู้จักถึงความปรารถนา เจ้าทำให้ข้าได้รู้จักถึงความเสียใจและความสุขใจยามที่คิดถึงคนคนหนึ่ง ไม่ว่าจะทำอย่างไร ตัวข้าที่มีแต่เรื่องของเจ้าวนเวียนอยู่ในหัวเช่นนี้ไม่อาจหยุดหรือลืมมันไปได้อีกตลอดกาล หากข้าไม่เดินหน้าไขว่คว้าตัวเจ้าไว้ แล้วข้าจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อทุกอย่างที่เป็นข้าถูกเจ้าเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้วเช่นนี้

 

คำสารภาพตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมปิดบัง ทว่าชวนฟังยิ่งกว่าคำประพันธ์บทกลอนร้อยแก้วบทไหนๆ ที่เคยได้ยินมา ในชีวิตของชองจีรยง จะมีสักกี่คนกันที่ทำให้หัวใจด้านชาของชายหนุ่มนักรบมังกรคนนี้ได้เกิดความหวั่นไหวเช่นนี้ได้ จะมีใครอีกไหมที่เขาอยากจะได้ครอบครองไว้แต่เพียงคนเดียวเช่นคนตรงหน้านี้

 

“คิมซอนอิน ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ร่างกายของเจ้า หัวใจของเจ้า แม้แต่วิญญาณของเจ้า เจ้ายินดีมอบให้ข้าแต่เพียงผู้เดียวเช่นนั้นหรือ?”

 

“ทุกอย่างของข้าเป็นของเจ้า เป็นของชองจีรยงแต่เพียงผู้เดียว

 

มือเล็กจับให้มือใหญ่แทรกผ่านผ้าคลุมกายเข้าทาบหน้าอกเปลือยเปล่าตรงกลางตำแหน่งของหัวใจ

 

“ขอเพียงเจ้าไม่ทิ้งข้าเท่านั้น...

 

จีรยงค่อยๆ ดันร่างบอบบางลงกับที่นอน แล้วตามขึ้นคร่อมทับ ฝังปลายจมูกโด่งซุกไซ้พวงแก้มนิ่มหอม ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง พร้อมกับมือที่เคลื่อนเข้าบีบรอบลำคอระหงไม่แรงนัก

 

“ในเมื่อเจ้าเป็นของข้า ไม่ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น เจ้าอย่าผิดคำพูดที่ให้ไว้กับข้า ไม่เช่นนั้น รับรองว่าข้าจะฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเอง ...เป็นอย่างนี้แล้ว เจ้ายังจะยอมเป็นของข้าอีกไหม?”

 

ซอนอินไม่ใช้มือต่อต้านมือที่กอบกุมรอบลำคอราวกับจะพรากลมหายใจของเขาออก เขาเพียงแต่ยกวงแขนขึ้นคล้องลำคอคนด้านบน แล้วระบายรอยยิ้มงดงามสมคำล่ำลือว่าเป็นรอยยิ้มของบุปผาแรกแย้ม

 

 

“ข้ายอมตายด้วยมือของเจ้า

 

 

สิ้นสุดคำถามและคำตอบอื่นใด ร่างสูงโน้มกายลงบดเบียดเรือนร่างบอบบาง พร้อมๆ กับริมฝีปากที่ประกบเข้าหาอย่างดูดดื่ม ขณะที่การจูบยังดำเนินไป ร่างกายของคนทั้งสองก็ไร้สิ่งปกปิดอื่นใด มีเพียงเนื้อแนบเนื้อเท่านั้นที่โอบกอดกันและกัน

 

สัมผัสเล้าโลมรุ่มร้อนลามเรื่อยไปทั่วผิวกายขาวผุดผ่อง แตะสัมผัสที่ใดก็ขึ้นสีแดงระเรื่อชวนมอง กลิ่นกายหอมหวานเหมือนจะแผ่กำจายรุนแรงขึ้นจากหงส์งาม ราวกับเป็นยาพิษแสนหวานที่ชวนให้มังกรหนุ่มลุ่มหลงมัวเมาจนยากจะถอนตัว

 

ต้นขานวลถูกยกขึ้นจนหัวเข่าแตะหน้าอกบาง จีรยงแทรกกายเข้าหว่างกลาง จับให้ข้อพับขาของซอนอินพาดผ่านลาดไหล่ของเขา ท่วงท่าที่ทำให้อีกฝ่ายสามารถเห็นช่องทางด้านหลังได้ถนัดตาทำให้ซอนอินรู้สึกอายจนต้องเบือนหน้าหนีไปด้านข้าง

 

เพียงแค่แตะตรงปากทางเข้า ซอนอินก็สะดุ้งเฮือกทั้งที่พยายามสั่งตัวเองแล้วว่าไม่ต้องกลัว

 

“ถึงบอกให้หยุด ข้าก็ไม่ฟังหรอกนะ” เสียงทุ้มเอ่ยดักทาง ซึ่งอีกคนก็รีบหันหน้ากลับมาสบตาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย

 

“ไม่ได้อยากให้หยุด ...แต่ ทำช้าๆ ได้ไหม...อือออ” จูบเร็วๆ ถูกประกบลงมา

 

“ข้ารู้แล้ว

 

ขวดน้ำมันหอม ซอนอินเห็นจากหางตาว่าคนตัวสูงหยิบมันออกมาจากใต้ฟูกนอน อดสงสัยไม่ได้ว่าของแบบนั้นมาอยู่ในที่อย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

มัวแต่คิดเรื่อยเปื่อย รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกความเย็นของน้ำมันหอมชโลมทั่วส่วนที่ลับตา ก่อนตามติดด้วยปลายนิ้วที่ล่วงล้ำ

 

“อ๊ะ เจ็บ!!”

 

“อย่าเกร็งสิ” เสียงทุ้มฟังลำบากเมื่อในตอนนี้เขาเองต้องพยายามอดกลั้นไม่ให้วู่วามทำอะไรรุนแรง

 

ซอนอินยอมผ่อนลมหายใจตามคำแนะนำ แล้วเขาก็รู้สึกว่าตรงส่วนที่ถูกขยับขยายนั้นไม่ถูกฝืนเท่าครั้งแรก จนกระทั่งนิ้วที่สองและสามตามเข้ามา แต่ถึงอย่างนั้นแล้วซอนอินก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดี

 

“ซอนอิน ลืมตา เร็ว” จู่ๆ เสียงทุ้มก็เรียกให้คนที่ตั้งสติทุ่มเททุกประสาทสัมผัสไปยังส่วนล่างให้ตื่นขึ้นมาดูความเป็นจริงตรงหน้า “ทำให้ข้าเร็วเข้า ก่อนที่ข้าจะทนไม่ไหวแล้วขืนใจเจ้า”

 

ปุบปับมือเล็กก็ถูกจับให้กอบกุมความปรารถนาที่ขยายใหญ่จนน่ากลัว รุ่มร้อนราวกับจะแผดเผามือของเขาให้ไหม้เกรียม ยังไม่หายตื่นตะลึงดี น้ำมันหอมขวดเดียวกันก็ถูกเทพรวดลงมาให้มือเล็กได้ขยับชักขึ้นลงอย่างสะดวกสบาย

 

เสร็จก่อนครั้งหนึ่งท่าจะดีกว่ายอมให้ดึงดันเข้ามา เมื่อสมองคิดผลลัพธ์อันน่าอันตรายได้แล้ว มือเล็กก็ไม่รอช้ารีบรูดขึ้นลงตามคำสั่งทันที

 

แรกๆ ก็ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมเท่าใดนัก เพราะทุกครั้งที่ช่วยให้ชายหนุ่มเสร็จเขาก็ทำไปอย่างไม่ประสีประสา แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป จีรยงไม่ปล่อยให้ช่องทางคับแคบได้หยุดพัก ยังคงขยับนิ้วเข้าออกจนชื้นแฉะเหนอะหนะ ในขณะที่เขาเองก็รูดรั้งของคนตรงหน้าไม่หยุด แทบจะทำไปเป็นจังหวะเดียวกันกับของอีกคนด้วยอารมณ์ที่ยากจะควบคุม

 

“อ่ะ! อ่าาาาา....” เสียงทุ้มครางต่ำ หยัดเกร็งในมือเล็กจนถึงหยดสุดท้าย ก่อนจะโน้มกายส่งจูบดูดดื่มลึกล้ำกวาดต้อนทั่วทั้งโพรงปากหวานให้เป็นรางวัล

 

ซอนอินยังเอี้ยวหน้าไล่ตามหาจูบนุ่มๆ ที่ผละจากได้ไม่เท่าไหร่ ความตื่นตัวที่คิดว่าคงใช้เวลาอีกสักพักถึงจะใช้งานได้อีกครั้งก็เข้าประชิดจ่อส่งความร้อนเข้าหาบริเวณช่องทางด้านหลัง เผลอกลั้นหายใจไปนิดนึงตอนที่ถูกความร้อนนั้นแทรกผ่านเนินเนื้อเข้ามา

 

“เจ็บ! จีรยง เจ็บ!!” มือเล็กเกาะเกี่ยวไหล่กว้างสะเปะสะปะ ก่อนจะหาที่เหมาะๆ บนแผ่นหลังกว้างได้ก็จิกปลายเล็บลงไปอย่างไม่ลังเล และซอนอินก็พบว่าการทำแบบนี้ช่วยให้เขาระบายความเจ็บออกไปได้เยอะทีเดียว

 

“ทนอีกนิด เข้าไปจะหมดแล้ว” จีรยงจับสะโพกเล็กให้ยกขึ้นสูง แล้วยัดเยียดความต้องการเข้าไปให้ลึกที่สุด เมื่อทั้งหมดของเขาอยู่ภายในกายของคนตรงหน้าแล้ว ชายหนุ่มก็หยุดให้คนสวยได้พักหอบหายใจ

 

ริมฝีปากอุ่นโน้มลงจูบที่ขมับชื้นเหงื่ออย่างต้องการปลอบประโลม นึกทึ่งตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงได้อดทนได้มากถึงเพียงนี้ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะกับใครเขาไม่เคยต้องทรมานเพียงเพื่อจะให้คนที่รองรับอารมณ์ของเขาได้เตรียมความพร้อมได้มากขนาดนี้ แม้แต่กับฮีอูเองก็ตาม หากเขาต้องการ ฝ่ายนั้นก็จะตอบสนองเขาอย่างไม่มีขัดขืน อาจเป็นเพราะฮีอูเข้าใจเรื่องบนเตียงง่ายกว่าซอนอินก็เป็นได้ ชายหนุ่มพยายามให้เหตุผลกับตัวเอง

 

คลื่นพายุลูกใหม่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นยามที่คนตัวสูงขยับสะโพกช้าๆ เป็นการเบิกทาง ก่อนที่จะเร่งจังหวะเร็วขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนเริ่มจะคุ้นชิน จนกระทั่งแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่นอกเหนือจากความเจ็บปวด

 

“ฮ๊ะ ฮั่ก ฮัก อ๊าาาาาาา!!!!!!” ซอนอินบิดกายเร้าอยู่ภายใต้เรือนร่างกำยำสมส่วนของนักรบหนุ่ม ปลายเล็บกดจิกลากยาวไปทั่วแผ่นหลังกว้าง ความสุขสมอย่างแปลกประหลาดทวีเพิ่มมากขึ้นจนสติแทบจะหลุดลอย

 

 

ร่างของคนทั้งสองขยับขึ้นลงพร้อมๆ กัน กลิ่นเหงื่อและกลิ่นของคราบกามารมณ์ปะปนผสมปนเปรวมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของซอนอินจนมั่วไปหมด มวลอากาศแห่งเพศรสหล่อหลอมคนทั้งสองให้หลงลืมว่าอยู่ที่ใด สิ่งที่รู้สึกและเห็นได้มีแต่เพียงคนตรงหน้าเท่านั้น

 

ม่านหมอกบดบังในตายามที่ไปถึงจุดพร้อมกัน และไม่รีรอที่จะโอบกอดไขว่คว้าโหยหาสัมผัสเมื่อครู่อีกครั้ง ความเจ็บในตอนนี้ไม่หลงเหลือให้ร่างบางได้รู้สึกอีกแล้ว จะมีก็แต่ตัวตนของร่างสูงที่หลอมรวมอยู่ภายในกายของเขาจนรู้สึกได้ และคงไม่มีวันลืมเลือนความรู้สึกนี้

 

เช่นเดียวกับอีกคนที่เกิดความรู้สึกมากเกินกว่าจะเรียกว่าร่วมสัมพันธ์กัน กับคนอื่นอาจใช่ที่เพียงแค่อยากนอนด้วย แต่กับคิมซอนอิน ความรู้สึกมันมากกว่านั้น

 

 

จะกี่ครั้งก็ไม่รู้สึกว่าเพียงพอ หากเป็นไปได้ก็อยากจะกกกอดไว้ชั่วกัลปาวสาน

 

ในช่วงเวลานั้น ชองจีรยงอยากให้เป็นอย่างที่คิดจริงๆ

 

 

 

เกือบรุ่งสางที่ร่างสองร่างหยุดกิจกรรมแล้วนอนกอดกันภายใต้ผ้าผวยผืนหนา ดวงหน้าเล็กนอนซบอกกว้างด้วยสีหน้าที่ยังรู้สึกเหนื่อย มือของเขาที่วางอยู่บนตัวของจีรยงถูกอีกฝ่ายจับเล่นลูบคลำไปมา

 

ซอนอินผินหน้ามองใบหน้าคมเข้มที่หันมองไปยังนอกบานหน้าต่าง ดวงตารัตติกาลคู่นั้นที่ทอดมองออกไปไกลนั้นเองเป็นสิ่งแรกที่ซอนอินใช้จดจำคนตรงหน้าตั้งแต่วันที่ถูกลักพาตัวมายังฮานึล

 

เป็นดวงตาของมังกรตัวใหญ่ที่ตรึงร่างกายของเขาไว้ได้ทุกสัดส่วนแม้แต่ความคิดและหัวใจ

 

อ่า... นี่เขาเพิ่งจะถูกมังกรเขมือบกินไปกี่รอบเมื่อคืนนี้กันนะ?

 

คิดแล้วพวงแก้มใสก็ขึ้นสีจัด หลับตาสั่งตัวเองให้หยุดคิดเพ้อเจ้อเป็นการใหญ่

 

“ซอนอิน” เสียงทุ้มเรียกให้ดวงหน้าสวยเงยขึ้นมอง เขาก้มลงจูบกลางหน้าผากขาวนั้นหนึ่งที ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้หัวใจคนฟังดิ่งวูบราวกับถูกผลักลงสู่หุบเหวลึกที่ดูจะไร้การสิ้นสุด

 

 

“ข้าจะส่งเจ้ากลับเชินอันเพื่อแลกตัวกับฮีอู หลังจากนั้นข้าจะเปิดศึกกับแคว้นของเจ้าทันที

 

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

 

จบตอน

Subject Author
ปฐมบท : ลักพาตัว KimYoonBe
บทที่ 1 : วิหคเพลิงพลัดถิ่น KimYoonBe
บทที่ 2 : วังหลวงฮานึล KimYoonBe
บทที่ 3 : องค์ชายรอง KimYoonBe
บทที่ 4 : ชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 5 : งานเลี้ยงเฉลิมฉลองพิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาท KimYoonBe
บทที่ 6 : “นั่นเพราะเจ้าชอบข้าไงล่ะ” KimYoonBe
บทที่ 7 : ...ยองจู KimYoonBe
บทที่ 8 : การมาเยี่ยมขององค์รัชทายาท KimYoonBe
บทที่ 9 : คำสารภาพขององค์ชายจีมุน KimYoonBe
บทที่ 10 : “ความสวยงามของเจ้า ไม่มีค่าอันใดสำหรับข้าแม้แต่น้อย คิมซอนอิน” KimYoonBe
บทที่ 11 : “หากเจ้าจะฆ่าข้า ก็รีบๆ ทำเสียที...” KimYoonBe
บทที่ 12 : วังชอนซา KimYoonBe
บทที่ 13 : เหตุการณ์พลิกผัน KimYoonBe
บทที่ 14 : ความปราถนาภายในใจ KimYoonBe
บทที่ 15 : องค์หญิงห้า อันแฮซู KimYoonBe
บทที่ 16 : “แค่เจ้าเท่านั้น อย่าเกลียดข้าเลย” KimYoonBe
บทที่ 17 : ลางร้ายจากความฝัน KimYoonBe
บทที่ 18 : ข่าวลือเรื่องอภิเษกสมรส KimYoonBe
บทที่ 19 : ถูกวางยา KimYoonBe
บทที่ 20 : กลับจากศึก KimYoonBe
บทที่ 21 : การตัดสินใจของชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 22 : วิหคใต้แสงจันทร์ KimYoonBe
บทที่ 23 : เปิดศึก KimYoonBe
บทที่ 24 : ร่างจำแลง KimYoonBe
บทที่ 25 : คำอ้อนวอนของชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 26 : คำสาบานต่อสวรรค์ KimYoonBe
บทที่ 27 : ยอมจำนนต่อฮานึล KimYoonBe
บทที่ 28 : การแสดงความรักที่แตกต่าง KimYoonBe
บทที่ 29 : ถูกลอบทำร้าย KimYoonBe
บทที่ 30 : แม่นางชอนอา KimYoonBe
บทที่ 31 : “บนแผ่นดินนี้ข้าเห็นแต่เจ้า” KimYoonBe
บทที่ 32 : บททดสอบของความรัก KimYoonBe
ปัจฉิมบท : ‘ลำนักรักแห่งฮานึล’ KimYoonBe
Up