Skip to menu

XEDITION

วังชอนซา ลำนำรักแห่งฮานึล

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

 

วังชอนซา ลำนำรักแห่งฮานึล

บทที่ 10

 

 

 

ข้อมือขาวทั้งสองข้างถูกมัดด้วยผ้าคาดเอว ปลายสุดของผ้านั้นผูกแน่นกับหัวเตียงขึงร่างบอบบางไว้ไม่ให้ขยับหนี เรียวขาขาวภายใต้อาภรณ์ที่ถูกกระชากออกหลุดลุ่ยจนเปิดเผยเรือนกายผุดผ่องนั้นพยายามต่อต้านร่างสูงใหญ่ที่ขึ้นคร่อมอยู่ด้านบนให้ออกห่างอย่างสุดกำลัง

 

ท่าทางปัดป้องตัวเองที่ไร้ความหมายของหงส์งามนำพาให้องค์รัชทายาทหนุ่มปล่อยเสียงหัวเราะทุ้มห้าวดังก้องไปทั่วทั้งห้อง ดวงเนตรคมกร้าวโลมไล้เรือนกายขาวนวลอย่างหยาบโลน

 

“เมื่อครู่เจ้ายังยอมนอนเฉยอยู่แท้ๆ ตอนนี้นึกกลัวขึ้นมาแล้วหรืออย่างไร?”

 

ซอนอินกัดฟันแน่นเงยขึ้นสบสายตาคนด้านบน รอยยิ้มเย้ยหยันกับดวงตาคมกริบที่จ้องมองลงมานั้นเต็มไปด้วยราคะอันรุนแรงที่มีต่อร่างกายของเขา เป็นสายตาที่เขาไม่เคยรู้จัก และเป็นสายตาที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าชองจีรยงจะทำอะไรกับเขา จะเป็นการทรมานร่างกายด้วยวิธีใดก็ตาม ในตอนนี้ซอนอินสัมผัสถึงกลิ่นอารมณ์ตัณหาได้อย่างไม่ต้องให้ใครมาบอก สิ่งที่เขาไม่รู้จักคือเรื่องพวกนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร

 

ทว่า อย่างไรแล้ว สำหรับซอนอิน เรื่องบนเตียงเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับตนที่เป็นผู้นำชนเผ่าและถือคำสัตย์ด้วยกายบริสุทธิ์ต่อแท่นบูชาทุกครั้งที่มีพิธีสวดสรรเสริญเทพเจ้า ทุกคนล้วนแล้วแต่หลีกเลี่ยงความแปดเปื้อนเช่นนี้ให้แก่วังชอนซามิให้ได้รับรู้ จำกัดการเปิดเผยใบหน้าต่อปวงชน มีวิถีชีวิตเพียงตำหนักในวังหลัง เก็บเนื้อเก็บตัวโดยแม้แต่ราชครูยองจูเองยังไม่เคยแตะต้องตัวเขาหากไม่จำเป็นเลยสักครั้ง แล้วการที่มาถูกชองจีรยงคร่อมทับไว้อย่างนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่ซอนอินจะไม่รู้สึกหวาดกลัว

 

แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่มีทางเผยความกลัวให้คนกักขฬะผู้นี้ได้เห็นเป็นอันขาด

 

“เหตุใดข้าต้องกลัวเจ้า? นอกเสียจากว่าข้าจะขยะแขยงเจ้ามากจนทนไม่ได้ก็เท่านั้น อึก!!!” พลันลำคอเพรียวถูกบีบรัดโดยแรง ไม่มีการผ่อนแรงแม้แต่น้อย ลมหายใจที่ถูกตัดขาดทำให้เรี่ยวแรงที่มีน้อยนิดหมดไปด้วย

 

“ปากกล้าดีนี่ วังชอนซา” ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้ เขาแสยะยิ้มใส่ดวงตาฉ่ำน้ำเพราะขาดอากาศหายใจ มือหยาบจากการจับดาบมาตลอดช่วงชีวิตลากไล้ไปบนผิวแก้มนุ่ม “ผิวพรรณเจ้าดีกว่าพวกหญิงนางโลมเสียอีก แต่น่าเสียดาย ที่ความงามของเจ้าจะต้องกลายเป็นของข้า ฮึ มาดูกันซิว่า หลังจากที่นักบวชอย่างเจ้าถูกข้าช่วงชิงความบริสุทธิ์ไปแล้ว ยังจะมีผู้ใดให้ความเคารพเจ้าได้อีก” จีรยงยิ้มเยียบเย็นพลางผ่อนแรงที่บีบรัดลำคอ ก่อนเปลี่ยนเป็นลูบไล้แผ่วเบา

 

“ข้าว่า คนที่เจ้าจะต้องขยะแขยงจนทนไม่ไหว คงไม่ใช่ข้า แต่เป็นตัวเจ้าเองเสียมากกว่า คิมซอนอิน

 

สิ้นคำพูดนั้น ยอดอกสีอ่อนก็ถูกดึงขึ้น ก่อนจะถูกบีบเคล้นคลึงรุนแรง

 

“อ่ะ!!!!”

 

ความรู้สึกที่ซอนอินไม่รู้จักเข้าจู่โจมร่างกายของเขาพร้อมกับความเจ็บปวดตรงบริเวณที่ถูกสัมผัสอย่างฉับพลัน ราวกับมีหัวใจอีกสองดวงเต้นกระหน่ำอยู่ที่เนินอกทั้งสองข้าง ไม่เคยเห็นปฏิกิริยาของตนเองแปลกประหลาดไปได้ถึงเพียงนี้ เพียงแค่ถูกนิ้วแข็งคู่นั้นบีบสัมผัส เนินเนื้อเม็ดเล็กก็เต้นตุบชูชันขึ้นมาคล้ายไม่ใช่ร่างกายตนเอง เมื่อทนมองความผิดแปลกที่เกิดขึ้นไม่ได้ ดวงหน้าสวยก็เบือนหนีไปด้านข้าง เปิดทางให้ริมฝีปากร้อนระอุดุจแสงอาทิตย์ที่แตกต่างจากท่าทีการพูดที่แสนเยียบเย็นราวภูเขาน้ำแข็งได้กดแนบประทับลงมาที่ซอกคอขาว

 

ซี่ฟันคมขบกัดผิวนุ่มบนลำคอที่สั่นเทิ้ม ลากปลายลิ้นวนเวียนสองสามครั้ง ก่อนจะกดน้ำหนักลงไปแล้วฝังคมเขี้ยวทิ้งไว้เป็นวงกว้างราวกับราชสีห์ตีตราเหยื่อตัวน้อยให้ได้รู้ถึงชะตากรรมว่าไม่มีทางใดที่จะหนีรอดไปได้

 

เลือดสีแดงไหลซึมออกมาจากช่วงคอขาว ความเจ็บนั้นมีมากจนเสียงหวานร้องลั่นออกมา

 

ร่างสูงยืดแผ่นหลังขึ้นตรง เขาลูบเบาๆ ไปบนบาดแผลสดอย่างนุ่มนวล อ่อนโยน ทว่าสิ่งที่รัชทายาทหนุ่มได้เอ่ยออกมาขณะปลดอาภรณ์ตัวเองออกนั้นกลับเป็นดั่งมีดแหลมคมที่กำลังกรีดลึกลงบนเรือนร่างบอบบางก็ไม่ปาน “แม้ว่าร่างกายเจ้าจะยั่วกิเลสข้าได้มากเพียงไรก็ตาม แต่อย่าได้คิดว่าข้าจะพิศวาสเจ้า ในเมื่อเจ้าเป็นเชลยศึกของข้า การจะเล่นกับเหยื่อ ย่อมต้องเล่นให้ถึงที่สุด ...เจ้าว่าเช่นนั้นไหม? องค์วังชอนซา”

 

น่ากลัว... รอยยิ้มช่างน่ากลัวนัก ซอนอินจ้องมองคนที่นั่งคร่อมตนและกำลังปลดเสื้อผ้าออกอย่างเชื่องช้าด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัวอย่างแท้จริง ชองจีรยงในเวลานี้ ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ร้ายที่สนุกกับการล่าเหยื่อเลยแม้แต่น้อย

 

เพียงแค่ได้เห็นแผ่นอกกำยำเปลือยเปล่าปรากฏแก่สายตา ซอนอินก็ทนมองไม่ได้แล้ว นับประสาอะไรกับสัดส่วนที่แสดงถึงความปรารถนาของอีกฝ่ายในเวลานี้กันเล่า คนตัวเล็กรีบหลับตาแน่นหลีกหนีภาพเหล่านั้นทันที

 

อากัปกิริยาของคนสวยนั้นทำเอาจีรยงอดจะนึกขันขึ้นมาไม่ได้ บนแผ่นดินนี้ยังจะมีคนที่ไร้เดียงสาต่อการร่วมสัมพันธ์ทั้งที่อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้วอีกหรือ ต่อให้คิดว่าเป็นวังชอนซาที่ถือศีลด้วยกายบริสุทธิ์ก็เถอะ แต่ท่าทางที่เห็นอยู่ตอนนี้ เป็นสิ่งที่รัชทายาทหนุ่มไม่คิดมาก่อนว่าจะไร้ประสบการณ์ได้ถึงเพียงนี้

 

แน่นอนว่าจีรยงไม่รู้ว่าการรุกซอนอินในห้องสรงน้ำคืนวันนั้นจะเป็นครั้งแรกที่ซอนอินรู้จัก ‘การช่วยตัวเอง’ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ในเวลานี้ ซอนอินจะดูตื่นกลัวกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น

 

น่าสนุกนัก! จีรยงจ้องมองผิวแก้มแดงปลั่งราวกับเด็กสาวแรกรุ่น ก่อนจะไล้สายตาลงตามเรือนกายขาวหมดจดตรงหน้า ก่อนหน้านี้เขากำลังเดือดจัด อารมณ์คุกรุ่นจนไม่ทันได้มองอย่างละเอียดว่าหงส์ตัวนี้นั้นมีความสวยงามเพียงใด ...ใช่ สวยงาม เขาไม่ปฏิเสธว่าคิมซอนอินมีรูปโฉมงดงามมากกว่าใครเท่าที่เขาเคยได้เห็นมา

 

มือใหญ่เกี่ยวอาภรณ์สีขาวที่ปกปิดช่วงล่างอย่างหมิ่นเหม่นั่นออก ทำเอาคนที่นอนหลับตาอยู่สะดุ้งเฮือก พยายามบิดกายหนีสายตาคมที่กำลังจ้องมองด้วยความอับอายอย่างที่สุดที่ตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบถึงเพียงนี้

 

จีรยงจับกดเรียวขาเล็กด้วยหน้าแข้งของตน ...หึ แค่ได้เห็น อารมณ์ของเขาก็แทบจะถึงจุดแล้ว เป็นร่างกายที่ปลุกอารมณ์ในเพศรสได้ดียิ่งนัก

 

“หยุดนะ! อย่ามอง!!!!” เงียบมาตั้งนาน กลับมาตะโกนขัดขืนเอาตอนนี้

 

“หน้าบางเสียจริงนะ แต่ข้ารับประกันได้ว่า อีกเดี๋ยว เจ้าจะหน้าบางน้อยลงกว่านี้เยอะ

 

“เจ้า...เจ้าจะทำอะไร

 

“ทำให้เจ้ากลายเป็นผู้หญิงของข้าน่ะสิ” ทั้งที่พูดคำน่าเกลียดออกมาแท้ๆ แต่เจ้าตัวกลับยิ้มกว้างราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศได้น่าโมโหเป็นที่สุดในสายตาของซอนอิน

 

“ชองจีรยง! เจ้ามันต่ำช้าที่สุด!! เจ้ามันทุเรศ!!! เจ้ามัน...อื้อๆๆๆๆๆ”

 

จูบหนักๆ ถูกประกบลงมา ดวงตากลมโตเบิกกว้างกลอกกลิ้งซ้ายทีขวาทีอย่างทำอะไรไม่ได้ นานเข้าก็ได้แต่ปิดเปลือกตาลงเมื่อเรียวลิ้นนั้นถูกเกี่ยวกระหวัดจนหูอื้อตาพร่า จะคิดอะไรก็ดูเหมือนจะบินหนีออกไปหมดพร้อมเสียงจูบที่ดังก้องอยู่ในหูเพียงเท่านั้น

 

“ข้าจะไม่ปิดปากเจ้าหรอกนะ ดังนั้น เจ้าจะร้องห้ามก็ดี ร้องด่าข้าก็ดี จะร้องดังแค่ไหนข้าก็พร้อมจะรับฟังทั้งนั้น ยิ่งถ้าเจ้าร้องครวญครางด้วยแล้วละก็ ข้ายิ่งยินดีจะรับฟังและทำตามที่เจ้าร้องขอแต่โดยดีเชียวล่ะ!”

 

“ข้าไม่มีวันร้องครวญคราง! เจ้าอย่าได้ฝัน... อ่ะ อื๊อออออออ” ยังไม่ทันขาดคำ คนสวยก็เผลอหลุดเสียงหวานออกมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

 

จีรยงบดจูบลงกับหน้าท้องแบนราบใต้สะดืออย่างไม่เบานัก ยิ่งลิ้นร้อนลากลงต่ำมากเท่าไหร่ ร่างบางก็ยิ่งสั่นเทิ้มไปทั่วทั้งสรรพางกาย ความรู้สึกราวถูกฉุดลงสู่ห้วงเหวสูงชันท่วมท้นขึ้นมาจากแนวสันหลัง ก่อนกระจ่ายไปทั่วทั้งร่าง จุดบนหน้าอกที่ถูกปลายนิ้วหยาบกดคลึงนั้นตอบสนองจนแข็งขึงสู้รับการสัมผัสอย่างที่ซอนอินไม่อาจห้ามความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นนี้ได้เลย

 

ทั้งที่เป็นร่างกายของตนเองแท้ๆ แต่ตอนนี้เขากลับไม่เข้าใจร่างกายนี้เลยสักนิดเดียว!

 

ท่ามกลางความสับสนที่ก่อตัวขึ้นนั้น ความรู้สึกบางอย่างจากส่วนลึกภายในร่างกายของซอนอินก็แล่นปราดขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง ราวสายฟ้าที่ฟาดผ่านลงมาอย่างฉับพลัน

 

“หึ นักบวชอย่างเจ้าก็ความรู้สึกไวเหมือนกันนี่?”

 

“ม...ไม่ใช่!!!.......”

 

ซอนอินตะโกนกลับด้วยความอับอายและความโกรธที่ถูกคำพูดของคนตรงหน้ากลั่นแกล้งไม่สิ้นสุด

 

“ใช่หรือไม่ใช่ เจ้าก็ดูเอาเองแล้วกัน” ทันทีที่สัดส่วนที่เพิ่งตื่นตัวถูกกอบกุมด้วยมือหยาบใหญ่ เสียงหวานก็กระตุกครางออกมา รัชทายาทหนุ่มยกยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะเริ่มขยับมือช้าๆ

 

“ฮ๊ะ อ่ะ!!! อื้อออออ”

 

“ว่าอย่างไรเล่าองค์วังชอนซา ยังจะบอกว่าไม่ใช่อีกหรือ?”

 

เส้นผมสีดำยาวยุ่งเหยิงแผ่สยายไปทั่วเตียง ดวงหน้าแดงก่ำแหงนเงยขึ้นสูงอย่างควบคุมไม่ได้ เรียวขาขาวถูกจับแยกออกกว้าง จีรยงละมือลงจับต้นขานุ่มไว้แล้วเอ่ยเย้าให้เจ้าตัวได้เห็นถึงส่วนไวสัมผัสนั้นกำลังชูชันขึ้นมาจนหยาดน้ำใสเปียกชุ่มอยู่ตรงส่วนปลาย ซอนอินแทบอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกมากมายที่หมุนวนเป็นมวลสารอยู่ภายในท้องน้อย แน่นอนว่าประสบการณ์การช่วยตัวเองนั้นเคยผ่านมาแล้ว แต่การถูกมือของคนอื่นมาจับต้องจนเกิดความรู้สึกและอารมณ์ได้อย่างนี้มันเกินจะทนรับไหว

 

แม้ร่างกายของบุรุษเพศจะตอบสนองรุนแรงและรวดเร็วด้วยการกระตุ้นนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับซอนอินแล้ว ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ทำใจกับเรื่องนี้ไม่ได้ มันเหมือนราวกับว่า ร่างกายนี้ไม่ใช่ของตนอีกต่อไปแล้ว ซอนอินไม่สามารถควบคุมร่างกายนี้ได้เลยแม้แต่น้อย

 

น้ำตาเม็ดใสบนดวงหน้าแดงซ่านของซอนอินนั้นกระตุ้นอารมณ์ของคนมองให้เกิดอารมณ์อยากจะบีบบังคับทุกอย่างมาไว้ในครอบครองโดยเร็ว จีรยงขบกรามอย่างนึกฉุนเมื่อพบว่าร่างกายของเขาดูจะตื่นตัวและต้องการเชลยคนนี้มากกว่าที่ตนคิดไว้ ด้วยความที่ไม่ต้องการให้เชลยแห่งเชินอันมาเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์อยู่เหนือการควบคุมของตน ดังนั้นความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจของรัชทายาทหนุ่มอยู่นี้นั้นจึงสร้างความไม่สบอารมณ์แก่เจ้าตัวอย่างที่สุด

 

แววตาคมแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด ร่องรอยของการนึกสนุกที่เผลอไผลเมื่อครู่แปรเปลี่ยนกลับไปเป็นสายตาที่เย็นชาเช่นเดิม จีรยงปลุกเร้าสัดส่วนกลางลำตัวของร่างบางอีกครั้ง

 

สัมผัสจากฝ่ามือร้อนที่เปลี่ยนไปทำให้ซอนอินรู้สึกทรมานยิ่งกว่าเดิม ทั้งจังหวะและแรงมือเต็มไปด้วยความหนักหน่วง ไม่มีความอ่อนโยนเลยแม้สักนิด และในที่สุด การกระตุ้นปลุกเร้านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นกระแสคลื่นความเร่าร้อนที่แผ่กระจ่ายไปทั่วทั้งเรือนร่าง ทุกจังหวะที่ความรู้สึกพุ่งขึ้นสูง สะโพกของซอนอินก็ขยับสูงขึ้นด้วยเช่นกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ไม่นานนัก ของเหลวอุ่นร้อนจากส่วนลึกสุดของร่างกายก็เอ่อท่วมท้นออกมา พร้อมกับที่เรือนร่างบางบิดเร่ากระตุกเกร็ง

 

“ฮึก... ฮ๊ะ!!”

 

ซอนอินรู้สึกเหมือนในหัวขาวโพลนไปหมดในช่วงเวลาสั้นๆ ซ้ำร่างกายก็เหมือนจะไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะได้สติที่มีเพียงน้อยนิดเพื่อพบว่าทั่วทั้งหน้าท้องของตนนั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำเหนียวข้นสีขาวขุ่น

 

ความอับอายแผ่กระจ่ายไปทั่วทั้งดวงหน้าสวย ซอนอินหอบหายใจจนแผ่นอกบางสะท้อนขึ้นลง

 

สะโพกเล็กถูกตรึงไว้ด้วยเข่าที่แทรกระหว่างขาทั้งสองข้าง ก่อนจะถูกมือใหญ่จับเรียวขานั้นแยกออกกว้าง จีรยงรั้งต้นขาข้างหนึ่งของซอนอินขึ้นเพื่อให้เรียวนิ้วยาวได้สำรวจช่องทางคับแน่นได้สะดวก หยาดน้ำสีขาวขุ่นที่ไหลล้นลงมาถึงด้านหลังช่วยอำนวยความสะดวกให้ แต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้ซอนอินไม่รู้สึกเจ็บได้เลย

 

“ม...ไม่ ฮึก....เจ็บ...อย่า!!”

 

ศีรษะเล็กส่ายไปมา ความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นอีกครั้งแล้ว ในที่ที่เขาเองยังไม่เคยได้เห็นสักครั้ง คนตรงหน้ากลับสัมผัสมันอย่างกับเป็นเรื่องปกติ ซ้ำยังสอดปลายนิ้วรุกล้ำเข้ามาจนนึกอยากจะอาเจียนด้วยความที่ไม่เคยถูกกระทำเช่นนี้มาก่อน แต่ที่แย่ยิ่งกว่าสิ่งใด คือความรู้สึกเสียวซ่านที่เกิดขึ้น นอกจากความเจ็บที่มีแล้ว ซอนอินยังรู้สึกเหมือนร่างกายต้องการสัมผัสพวกนั้นมากกว่านี้ ทั้งภายในและภายนอกล้วนเป็นไปตามการควบคุมของร่างสูงทั้งสิ้น

 

นี่เขาเป็นอะไรไปกันแน่?! ตัวเขากำลังถูกทำลายศักดิ์ศรี ร่างกายถูกกระทำราวกับเป็นพวกหญิงในหอนางโลมแล้วทำไม เขาถึงเกิดความรู้สึกยินดีกับสัมผัสของชองจีรยงได้ถึงเพียงนี้ ร่างกายนี้เป็นอะไรไปแล้ว ทำไมเขาถึงไม่สามารถควบคุมมันได้เลย นี่เขากำลังสุขสมกับความอัปยศที่เกิดขึ้นงั้นหรือ?

 

ซอนอินเบี่ยงหน้าเอนซบกับฟูกนอน น้ำตามากมายจากความรู้สึกที่ไม่มีวันเข้าใจไหลทะลักออกมาจากดวงตาคู่สวย เปลือกตาบางปิดลงอย่างไม่อาจทนเห็นสภาพร่างกายที่ทรยศได้อีกแล้ว รวมถึงริมฝีปากบางที่ถูกซี่ฟันเล็กปิดผนึกไว้เพื่อไม่ให้ตนได้เผลอร้องออกมาอีก แม้ร่างกายจะรู้สึกดีแค่ไหน แต่ในความเป็นจริง ในส่วนลึกสุดของหัวใจ ซอนอินรับรู้เพียงความเจ็บปวดและความทรมานแต่เพียงเท่านั้น

 

เห็นคนใต้อาณัติมีท่าทางต่อต้าน ร่างสูงก็ถอนนิ้วออกจากส่วนลึกล้ำ จับเข่าทั้งสองข้างงอขึ้นจนชิดแผ่นอกบางเรียบ ยกสะโพกเล็กให้ลอยขึ้นสูง ก่อนจะแทรกกายร้อนผ่าวเข้าไปในคราวเดียวอย่างไม่สนใจว่าในที่ตรงนั้นจะพร้อมรับได้หรือไม่

 

“ฮึก!! อ๊า!!!!!!” ริมฝีปากบางชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงสด ซอนอินทนเก็บเสียงไว้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล เขากรีดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างทรมาน

 

รัชทายาทหนุ่มดันตัวเองเข้าสู่ภายในอันอบอุ่นมากยิ่งขึ้น และได้พบว่า เชลยแสนงามคนนี้นั้นมีอะไรบางอย่างที่สามารถกระตุ้นความต้องการของเขาได้ไม่เหมือนกับใครคนอื่น เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอยากจะปลดปล่อยออกมาโดยไม่ต้องเสียเวลาปลุกอารมณ์เลยแม้แต่น้อย

 

ทว่า ตัวของวังชอนซานั้นไม่สามารถรองรับเขาได้ทั้งหมด เพียงแค่ครึ่งหนึ่ง ส่วนนั้นก็บีบรัดแน่นเหลือเกิน ความอึดอัดก่อตัวขึ้นบริเวณหน้าท้องแข็งแกร่ง คิ้วเข้มขมวดยุ่งเมื่อความต้องการทวีความรุนแรงมากขึ้น รู้ดีว่าร่างกายบอบบางนี้ยังไม่สามารถตอบรับความปรารถนาของตนได้ แต่ก็ไม่อาจทนได้อีกต่อไปแล้ว เสน่ห์และความยั่วยวนอย่างไร้เดียงสาของคิมซอนอินปลุกตัณหาและราคะของมังกรตัวใหญ่ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของท้องนภาแห่งฮานึลให้ขึ้นตื่นขึ้นได้อย่างที่เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกเช่นนี้มานานนักหนา

 

หรืออาจจะเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำ ที่จีรยงไม่อาจควบคุมตัวเองได้เช่นนี้

 

เขากดกายแทรกลึกฝืนความคับแคบที่บีบรัดแน่น ทันทีที่ผิวเนื้อนุ่มอ่อนบางถูกขยายอย่างไร้ความอ่อนโยน เลือดสีแดงสดก็ไหลซึมออกจากส่วนที่ปริแยกฉีกขาดลงตามผิวเนื้อขาวนวล พร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากคนร่างบาง

 

“อ๊า!!!!!”

 

หยดน้ำตามากมายเอ่อทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเจ็บจากส่วนล่างด้านหลังทำให้เรือนกายบางสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่อยู่ เรียวขาเล็กสั่นระริกด้วยความเจ็บอย่างหาที่สุดไม่ได้ ซอนอินรู้สึกเหมือนถูกฉุดกระชากร่างกายออกเป็นสองซีก บาดแผลในส่วนลับสายตาค่อยๆ พรากสติที่ลางเลือนไปอย่างช้าๆ

 

เจ็บจนทนไม่ไหว... ซอนอินได้ยินเสียงความเจ็บปวดประท้วงขึ้นมาดังก้องอยู่ในหัว ทุกจังหวะที่ถูกความร้อนรุ่มดึงดันเข้ามา ราวกับเส้นประสาทแต่ละเส้นขาดผึ่งออกจากกัน ความว่างเปล่าและหมอกควันค่อยๆ โรยตัวกดทับลงมาจนรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก ไม่ว่าจะพยายามไขว่คว้าหาอากาศอย่างไร ก็ดูเหมือนจะไร้หนทาง ไม่นานนัก เมื่อความปรารถนาของคนด้านบนได้เข้ามาจนลึกสุด ซอนอินก็เห็นเพียงความว่างเปล่าตรงหน้า ก่อนหมดสติไปทั้งอย่างนั้น

 

 

 

ท่ามกลางมวลอากาศแสนอึดอัดและกลิ่นหอมหวานรุนแรงในรสเพศแผ่กำจ่ายไปทั่วห้อง ร่างสูงใหญ่ของรัชทายาทหนุ่มแห่งฮานึลก็ได้ใช้ความเหนืออำนาจในทุกอย่างที่มีครอบครองย่ำยีร่างบอบบางของบุตรชายองค์โตแห่งเชินอันที่สลบไสลอย่างไม่รู้จบ ครอบครองครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งเลือดสีแดงที่ไหลซึมไม่หยุด ทั้งหยาดหยดแห่งกามารมณ์ที่ล้นทะลักจากการปลดปล่อยในกายเย้ายวน ล้วนแล้วแต่ยิ่งเพิ่มอารมณ์รุนแรงแก่ชายหนุ่มได้มากพอที่จะไม่สนใจว่าคนเบื้องล่างของตนนั้นจะสลบและตื่นขึ้นเพราะความเจ็บไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

 

จวบจนกระทั่งความมืดมิดของท้องฟ้าครอบงำให้ทุกสิ่งภายในห้องให้จมอยู่ในความมืดสลัว เสียงนกน้อยตัวเล็กในกรงร้องระงมเพราะล่วงเลยเวลาการให้อาหารมาเกือบชั่วยามแล้ว

 

จีรยงเหยียดร่างโถมกายเข้าหาซอนอินที่นอนหมดสติเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนถอนกายออกมา แผ่นอกหนากระเพื่อมหอบหายใจหนักหน่วง เขามองดูช่องทางบวมช้ำที่มีบาดแผลฉีกขาดน่ากลัว เลือดสีสดที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ ไหลผ่านตามร่องลืบและโคนขาขาวเนียนด้านใน

 

ต่อให้เป็นหญิงบริสุทธิ์ก็ไม่น่าจะบอบบางถึงเพียงนี้...

 

หลังจัดแจงเสื้อผ้าของตนเรียบร้อยแล้ว จีรยงก็นั่งลงที่ขอบเตียง เขามองเรือนร่างขาวอมชมพูระเรื่อสีจัดเกือบทุกจุดที่ถูกเขาแตะต้อง ก่อนจะปลดผ้าออกจากข้อมือเล็ก ในตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งเห็นว่า แม้แต่ข้อมือของซอนอินก็บอบบางไม่แพ้ส่วนอื่นของร่างกาย รอยช้ำแดงอมม่วงนั้นน่ากลัวเกินไปเพียงเพราะผ้าที่มัดรวบไว้ ไหนยังจะรอยกัดของเขาที่ลำคอนั่นอีกเล่า ที่ถึงตอนนี้แล้วก็ยังจะมีเลือดซึมออกมา แม้แต่ริมฝีปากบวมช้ำที่เจ้าตัวกัดจนเลือดออกนั่นอีก

 

เห็นอย่างนั้น จีรยงก็อดคิดไม่ได้ว่าตนเองคงจะรุนแรงมากเกินไปจริงๆ หรือเพราะคิมซอนอินคนนี้มีร่างกายที่อ่อนแอมากเกินไปกันแน่

 

เป็นบุรุษแท้ๆ แต่กลับอ่อนปวกเปียกเสียยิ่งกว่าอิสตรี ซ้ำยังมีร่างกายที่เชิญชวนเพศเดียวกันเสียอีก ไม่สิ ต่อให้เป็นหญิงใดมาเห็นก็คงอดคิดไม่ได้ว่าอยากได้คนผู้นี้ไว้ในครอบครองเป็นแน่

 

...หากเขาได้คนที่สวยงามเช่นนี้มาไว้ข้างกายล่ะก็ คงน่ายินดีไม่น้อย

 

ข้อนิ้วหนาถูกยื่นออกไปซับหยดน้ำใสที่หางตาบาง ก่อนจะหยุดชะงัก จีรยงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เรียวคิ้วเข้มกดลงด้วยความหงุดหงิดอีกครั้ง เมื่อครู่เขาเผลอคิดไปได้อย่างไรว่าอยากได้เชลยศึกผู้นี้มาไว้ข้างกาย ถึงจะสวยงามเพียงใด แต่ก็เป็นเพียงแค่คนในแคว้นศัตรู ...หากจะได้มาครอบครองนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่จะให้ความสำคัญไม่ได้ คิมซอนอินจะต้องเป็นเพียงของเล่นสำหรับเขา

 

โอรสแห่งเชินอันผู้นี้จะเป็นได้ก็แค่ที่ระบายความใคร่ของรัชทายาทแห่งฮานึลเท่านั้น!

 

 

 

“ความสวยงามของเจ้า ไม่มีค่าอันใดสำหรับข้าแม้แต่น้อย คิมซอนอิน

 

 

 

จีรยงเดินจากคนบนเตียงไปอย่างไม่เหลียวมองอีกเป็นครั้งที่สอง เขาทิ้งร่างบอบช้ำไว้บนเตียงนั้นโดยไม่แม้แต่จะหาผ้ามาปกปิดร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการร่วมสัมพันธ์ เขากระแทกประตูออก เดินผ่านสาวใช้ทั้งสองที่รีบลุกลี้ลุกลนถอยห่างจากประตูห้องของคนเป็นนายไปโค้งกายต่ำอยู่ที่ผนังกำแพง

 

หลังส่งองค์รัชทายาทกลับที่หน้าตำหนักแล้ว นางกำนัลน้อยก็รีบรุดกลับเข้าห้องบรรทมของวังชอนซาอย่างรวดเร็ว และเมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้า ทั้งยอนอา และโซยอนต่างก็ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึง สภาพของซอนอินที่พวกนางได้เห็นนั้นช่างน่าเวทนานัก ยามที่ได้ฟังเสียงหวานร้องครวญครางอย่างทรมานอยู่ด้านนอก พวกนางก็รู้สึกใจเสียมากพออยู่แล้ว ยิ่งได้มาเห็นว่านายของตนถูกย่ำยีจนสลบและมีบาดแผลน่ากลัวจนเลือดสีแดงซึมเป็นวงกว้างบนผ้าปูก็ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นใจอย่างที่สุด

 

“โธ่ องค์วังชอนซา...” ยอนอาครางในคอด้วยสีหน้าเจ็บปวดไม่แพ้น้องสาว ก่อนจะพากันเข้าไปประคองร่างหมดสตินั้นออกจากกองผ้าที่เปรอะเปื้อน โชคยังดีที่ระหว่างนั้นกึมซองได้มาที่ตำหนักโยกัน เด็กหนุ่มจึงเข้าช่วยสองพี่น้องทำความสะอาดเรือนกายของวังชอนซาได้สะดวกขึ้น

 

 

 

ทว่า เด็กทั้งสามกลับพบว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นนั้น ร้ายแรงกว่าที่พวกเขาคิดไว้มากนัก...

 

 

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

 

 

 

“อึก!”

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าฮีอู?” จีมุนเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปประคองร่างเล็กที่อยู่ๆ ก็มีสีหน้าท่าทางเหมือนกำลังจะอาเจียน

 

จีมุนเพิ่งกลับจากห้องเก็บหนังสือประวัติศาสตร์เผอิญเจอกับฮีอูที่ออกมาเดินเล่นกับเจ้าอิงอิงตัวน้อยที่สวนกลางของวังหลวง พวกเขาจึงพากันเดินกลับมาด้วยกัน

 

ศีรษะเล็กส่ายเบาๆ ก่อนจะระบายยิ้มกว้างให้คนตัวสูงได้วางใจ ฮีอูผิวปากเรียกอิงอิงที่เอาแต่วิ่งวนเป็นวงกลมไล่งับผีเสื้อกลางคืนให้เข้ามาใกล้ ก่อนจะเอื้อมมือลงยกเจ้าตัวกลมขึ้นอุ้มแนบอก

 

“องค์ชายไม่ต้องมาส่งหม่อมฉันแล้วก็ได้ ฟ้ามืดแล้ว เกิดพระสนมทรงเรียกหาจะเกิดเรื่อง อีกอย่าง หม่อมฉันคิดว่าจะเดินเล่นต่ออีกสักหน่อย องค์ชายกลับไปก่อนเถิด

 

“แต่สีหน้าเจ้าดูแย่ๆ นะ ข้าว่า เจ้าควรจะรีบกลับตำหนัก

 

“อีกประเดี๋ยวก็จะกลับแล้วล่ะ” ฮีอูเอ่ยย้ำหนักแน่นอีกครั้งว่าตนไม่เป็นอะไรจริงๆ ก่อนโค้งกายให้องค์ชายเมื่อฝ่ายนั้นตัดสินใจเดินแยกไปอีกทางเพื่อไปยังตำหนักของพระสนมฮีวอนผู้เป็นพระมารดา

 

ฮีอูเดินเอื่อยอยู่ตรงบริเวณสระบัวขนาดใหญ่ในส่วนหน้าก่อนจะเข้าถึงตำหนักของตน อาการปวดแปลบเกิดขึ้นอีกครั้งจนต้องยกมือขึ้นปิดปาก เขาปล่อยให้สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยได้วิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะย่อกายลงนั่งกอดเข่าอยู่บนสะพานไม้ที่ยื่นออกไปในสระน้ำ

 

มือเล็กที่ปิดทับริมฝีปากและปลายจมูกอยู่เมื่อครู่ขยับหงายออกเบื้องหน้า แสงจันทร์อ่อนๆ ที่ส่องกระทบลงมาทำให้ดวงตาเรียวเล็กได้เห็นคราบเลือดสีแดงเหนียวข้นอยู่บนฝ่ามือขาวของตน

 

ฮีอูล้วงหยิบแพรพกขึ้นซับเลือดทั้งที่มือและที่ปลายจมูก เขากดหน้าอกที่พลันเกิดรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบก้อนเนื้อหัวใจให้แหลกสลายด้วยสีหน้าเจ็บปวดทรมาน ร่างเล็กๆ สั่นสะท้านอย่างเจ็บปวดต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ทว่า ความเจ็บปวดสุดจะทนได้นั้นก็พลันหายไปในเวลาต่อมาอย่างรวดเร็ว

 

“พิษกำลังออกฤทธิ์แล้วสินะ” เสียงเล็กพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ฮีอูซุกแพรพกที่เปื้อนเลือดกลับเข้าอกเสื้อ เขาเว้นจังหวะบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ พลางคิดย้อนกลับไปถึงบุคคลที่เป็นผู้แพร่พิษร้ายแรงนี้แก่ร่างกายของตน

 

 

 

แต่ไรมา ฮีอูมักจะได้เรียนเรื่องการปรุงยาจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่เล็ก ทั้งยารักษาโรคภัยทั้งภายในและภายนอก รวมถึงยาพิษบางประเภทที่แม่ของเขาสอนไว้เพื่อให้เป็นอีกหนทางหนึ่งในการป้องกันตัวเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ฮีอูจะจับผิดสังเกตต่อปฏิกิริยาการรักษาให้กับชายผู้นั้นได้

 

ราวๆ สามวันที่ฮีอูเอะใจเรื่องบาดแผลของยองจูที่ตนเป็นผู้รักษา เขาไม่รู้ว่ายองจูต้องการอะไรถึงต้องหลอกเขาอย่างนี้ ด้วยความอยากรู้ และเพราะเป็นยองจู ฮีอูจึงทำเป็นไม่สนใจสิ่งหลอกลวงเหล่านั้น จนกระทั่งในวันหนึ่ง เขาบังเอิญเห็นซองยาบางอย่างตกอยู่ที่ด้านหลังของกระท่อมไม้แห่งนั้น เมื่อตรวจดูถึงได้รู้ว่ามันเป็นสมุนไพรบางอย่างที่ตนไม่รู้จัก ในตอนนั้นเองที่ได้รู้ว่า ในทุกวันที่ได้ทานอาหารเที่ยงกับยองจู ชายชราที่อ้างว่าเป็นเจ้าของกระท่อมนั้นจะเทผงยาพวกนี้ลงในหม้อน้ำแกง ...เพื่อให้เขาได้ทานมันอย่างต่อเนื่องทุกวัน

 

ครั้งที่ฮีอูอาสาเป็นคนทำกับข้าว ยองจูไม่ได้แสดงท่าทีเปลี่ยนไปแต่อย่างใด ทว่า ในตอนกลางคืนของวันนั้น ฮีอูถึงได้รู้ว่า ตนโดนยองจูล่อลวงให้ทานยาพิษนั้นผ่านทางจูบของอีกฝ่าย

 

แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นแล้ว ฮีอูก็ยังคงทำเป็นไม่สนใจ ไม่ว่ายองจูจะต้องการอะไรจากเขา ฮีอูก็ไม่สนทั้งนั้น เพราะสิ่งเดียวที่ฮีอูต้องการ คือการได้อยู่ใกล้ชิดกับยองจู แม้จะรู้ว่าโดนหลอกให้ทานยาพิษพวกนั้นในทุกๆ วันอย่างต่อเนื่องก็ตาม

 

ทว่า สิ่งที่ทำให้ฮีอูรู้สึกเสียใจกลับไม่ใช่การโดนหลอกด้วยยาพิษ แต่กลับเป็นเพราะเหตุผลที่ฝ่ายนั้นกระทำกับตน ทุกอย่างที่ยองจูทำก็เพื่อต้องการช่วยวังชอนซา ยองจูเป็นคนของเชินอัน เรื่องนี้เขารู้ได้จากตราหยกของคนผู้นั้นที่เขาได้ทำการประทับลงบนหมึกขี้ผึ้งให้เถ้าแก่ที่รู้จักกันเป็นคนตรวจสอบให้ แม้จะเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าชินซอง แต่ใครๆ ก็รู้ว่าในเวลานี้ ชินซองเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นเชินอัน และเหตุผลเดียวที่ยองจูทำทั้งหมด ก็มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น คือการช่วยวังชอนซาออกมาจากฮานึล

 

การใช้ยาพิษกับศัตรูนั้นฮีอูพอเข้าใจ แต่ถึงกับหลอกลวงความรู้สึกของเขาถึงเพียงนี้นั้นมันทำให้ฮีอูเสียใจจนเจ็บปวดไปหมดทั้งหัวใจ ยิ่งคิดว่ายองจูอาจจะมีความรู้สึกดีๆ ต่อวังชอนซาด้วยแล้ว ฮีอูก็ยิ่งรู้สึกเจ็บร้าวในอกอย่างสุดแสน

 

บุรุษคนแรกที่ทำให้รู้จักคำว่ารัก กลับเป็นคนที่หลอกลวงเขาทุกสิ่งทุกอย่าง

 

หากไม่ใช่ยองจู หากไม่ใช่เพราะหัวใจดวงนี้ที่รักคนผู้นั้น ฮีอูจะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือการแลกเปลี่ยนเชลยทั้งที่รู้อยู่แก่ใจนี้เลย

 

 

 

“เพื่ออะไรกัน...” ดวงหน้างดงามที่จ้องมองผืนน้ำนิ่งสงบนั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเศร้าโศก เสียงเล็กๆ ที่เอ่ยออกมานั้นสั่นเครือไม่แพ้ร่างกาย หากแต่รอยยิ้มบางนั้นกลับปรากฏขึ้นบนผิวน้ำตรงหน้า

 

ฮีอูยิ้มขืนใส่เงาของตัวเอง “ทั้งหมดที่เรายอมเพื่อความต้องการของท่าน เราทำไปเพื่ออะไร สิ่งที่เราได้รับมีเพียงความหลอกลวง แต่สิ่งที่เราต้องเสียสละกลับเป็นชีวิตของเรา ...วังชอนซาสำคัญกับท่านถึงขนาดต้องแลกด้วยชีวิตของเราเลยอย่างนั้นหรือ? ท่านไม่คิดว่ามันใจร้ายเกินไปสำหรับเราเลยใช่ไหม ความรักของเราที่มอบให้ท่านไม่มีค่าเลยใช่หรือเปล่า ยองจู...”

 

ดวงหน้าเล็กซุกลงกับท่อนแขนที่ยกขึ้นกอดเข่า เสียงสะอื้นดังแผ่วเบาในอากาศที่เย็นเฉียบ สุนัขจิ้งจอกหิมะขยับกายเข้าใกล้เจ้าของ ก่อนจะบดเบียดตัวเองเข้ากับแผ่นหลังที่สั่นสะท้านอย่างต้องการปลอบ

 

 

 

...ยองจู ท่านคิดว่าองค์ชายใหญ่จะทรงยอมแลกชีวิตเรากับเชลยศึกที่แสนสำคัญอย่างนั้นหรือ ชีวิตของเราไม่ได้สำคัญถึงเพียงนั้นเลยแม้แต่น้อย แม้องค์ชายใหญ่จะลุ่มหลงในตัวของเรา แต่หากเป็นเรื่องของบ้านเมืองแล้ว ไม่พ้นที่ชีวิตของเราจะต้องจากไปอย่างสูญเปล่า

 

 

 

“ฮึก...ถึงตอนนั้นแล้ว ท่านจะรู้สึกผิดต่อเราไหม ท่านจะเกิดความรู้สึกเสียดายที่เราตายไปหรือเปล่า ยองจู... ฮึก....ฮือ......

 

 

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

 

 จบตอน

Subject Author
ปฐมบท : ลักพาตัว KimYoonBe
บทที่ 1 : วิหคเพลิงพลัดถิ่น KimYoonBe
บทที่ 2 : วังหลวงฮานึล KimYoonBe
บทที่ 3 : องค์ชายรอง KimYoonBe
บทที่ 4 : ชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 5 : งานเลี้ยงเฉลิมฉลองพิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาท KimYoonBe
บทที่ 6 : “นั่นเพราะเจ้าชอบข้าไงล่ะ” KimYoonBe
บทที่ 7 : ...ยองจู KimYoonBe
บทที่ 8 : การมาเยี่ยมขององค์รัชทายาท KimYoonBe
บทที่ 9 : คำสารภาพขององค์ชายจีมุน KimYoonBe
บทที่ 10 : “ความสวยงามของเจ้า ไม่มีค่าอันใดสำหรับข้าแม้แต่น้อย คิมซอนอิน” KimYoonBe
บทที่ 11 : “หากเจ้าจะฆ่าข้า ก็รีบๆ ทำเสียที...” KimYoonBe
บทที่ 12 : วังชอนซา KimYoonBe
บทที่ 13 : เหตุการณ์พลิกผัน KimYoonBe
บทที่ 14 : ความปราถนาภายในใจ KimYoonBe
บทที่ 15 : องค์หญิงห้า อันแฮซู KimYoonBe
บทที่ 16 : “แค่เจ้าเท่านั้น อย่าเกลียดข้าเลย” KimYoonBe
บทที่ 17 : ลางร้ายจากความฝัน KimYoonBe
บทที่ 18 : ข่าวลือเรื่องอภิเษกสมรส KimYoonBe
บทที่ 19 : ถูกวางยา KimYoonBe
บทที่ 20 : กลับจากศึก KimYoonBe
บทที่ 21 : การตัดสินใจของชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 22 : วิหคใต้แสงจันทร์ KimYoonBe
บทที่ 23 : เปิดศึก KimYoonBe
บทที่ 24 : ร่างจำแลง KimYoonBe
บทที่ 25 : คำอ้อนวอนของชองจีรยง KimYoonBe
บทที่ 26 : คำสาบานต่อสวรรค์ KimYoonBe
บทที่ 27 : ยอมจำนนต่อฮานึล KimYoonBe
บทที่ 28 : การแสดงความรักที่แตกต่าง KimYoonBe
บทที่ 29 : ถูกลอบทำร้าย KimYoonBe
บทที่ 30 : แม่นางชอนอา KimYoonBe
บทที่ 31 : “บนแผ่นดินนี้ข้าเห็นแต่เจ้า” KimYoonBe
บทที่ 32 : บททดสอบของความรัก KimYoonBe
ปัจฉิมบท : ‘ลำนักรักแห่งฮานึล’ KimYoonBe
Up