Skip to menu

XEDITION

두근두근 On You

สถานะ : ยังไม่จบ

KimYoonBe

Chapter 00 - One Night Stand

KimYoonBe 2017.03.03 12:05 Views : 38

두근두근 On You

(ทูกึนทูกึน ออน ยู)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 00

 

 

ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงไฟหลากสีกระพริบถี่ เสียงดนตรีที่เร่งเร้า ผู้คนมากมาย ทุกสรรพสิ่งในที่แห่งนี้สร้างความสนุกสนานให้กับหนุ่มสาวนับร้อย เช่นเดียวกับชายหนุ่มร่างบางที่กำลังยืนโยกศีรษะอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ ในมือถือขวดเบียร์สีเขียวยี่ห้อดัง ปลายลิ้นแลบเลียคราบเบียร์บนริมฝีปากบางแดงจัดโดยธรรมชาติ นัยน์ตาสีน้ำตาลที่มีสีอ่อนกว่าคนไทยทั่วไปมองกลุ่มเพื่อนตนเองที่กำลังออกสเต็ปอยู่กลางฟลอร์

 

ณัฐนนท์ พิพัฒนไพศาล หรือพาย ชายหนุ่มร่างบางเพิ่งกลับมาถึงประเทศไทยได้เพียงแปดชั่วโมง กำลังยืนกระดกเบียร์ลงคออย่างไม่มีอาการเพลียจากการเดินทางร่วมหนึ่งวันเต็มเลยแม้แต่น้อย เขานัดเพื่อนสมัยเรียนมัธยมออกมาเจอกันด้วยความคิดถึง แต่ดูเหมือนเพื่อนๆ ของเขาจะสนุกกับการเต้นและการหลีสาวมากเสียจนปล่อยเขาไว้ให้เฝ้าโต๊ะอยู่คนเดียวมาร่วมชั่วโมงแล้ว แต่กระนั้นพายก็ไม่ได้ใส่ใจมากมายนัก เพราะเพื่อนกลุ่มนี้น่ะเป็นเพื่อนเที่ยวตัวยงอยู่แล้ว จะหลงลืมเขาไปบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา

พายมองผู้คนเพลินๆ พร้อมกับดื่มเบียร์หมดไปหลายขวด เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งก็กลับมาที่โต๊ะพร้อมควงสาวสวยมาด้วยหนึ่งคน

 

เมื่อเพื่อนรับช่วงต่อมาเฝ้าโต๊ะที่ตั้งอยู่ติดกับเคาน์เตอร์บาร์ พายก็สั่งเบียร์ขวดใหม่แล้วเดินเข้าไปในกลุ่มคนที่ยืนเต้นกันอยู่ เขาโยกศีรษะน้อยๆ คลอไปกับเสียงเพลง สายตาไม่ได้จับจุดอยู่ที่ใด จะว่าเขากินบรรยากาศของผู้คนเป็นกับแกล้มก็น่าจะได้

 

ร่างบางเพลิดเพลินไปกับจังหวะดนตรีอยู่นาน กระทั่งสายตาไปสบเข้ากับดวงตาคมเข้มคู่หนึ่งซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถูกคั่นด้วยผู้คนมากมาย พลันหัวใจกระตุกวูบ เพียงแค่การสบตาชั่ววินาทีเดียว แค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้ร่างบางกวาดสายตามองหาเจ้าของดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง เขาเดินก้าวไปข้างหน้าพลางพยายามมองหาคนคนนั้น ทว่าผู้คนในผับนั้นมีมากมายเหลือเกิน จนคล้ายว่าร่างบางจะตัดใจแล้ว นัยน์ตาสีอ่อนก็พลันสบเข้ากับดวงตาสีเข้มคู่นั้นอีกครั้งพอดี

 

พายเดินไปข้างหน้าช้าๆ ขณะที่อีกคนก็ก้าวเดินไปช้าๆ ด้วยเหมือนกัน สองคนมองสบตากันผ่านผู้คนมากมายที่คั่นกลางระหว่างกัน ราวกับว่าพวกเขาถูกดึงดูดเข้าหากันและกัน ทุกความสนใจที่มีพุ่งตรงไปที่คนคนนั้นอย่างไม่อาจห้ามได้

 

จู่ๆ ก็มีคนเดินมาชนไหล่จนพายเซ เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง คนคนนั้นก็หายไปจากสายตาแล้ว

 

...เหยื่อหายไปซะงั้น!!

 

พายหมุนตัวเดินกลับโต๊ะไปอย่างหัวเสีย ตั้งแต่เข้ามาเพิ่งจะเจอคนถูกใจแท้ๆ กลับคลาดสายตาไปซะได้ เขาคิดอย่างหงุดหงิด อาการหัวเสียของเขาแสดงออกจนเพื่อนสังเกตเห็น

 

“เป็นไรวะ ทำหน้าเป็นตูด หาเหยื่อไม่ได้เหรอไง”

 

“เออ อารมณ์เสีย”

 

คนหน้าตาหล่อเหลาไม่ผิดไปจากนายแบบบนปกนิตยสารแฟชั่นมุ่ยหน้าใส่เพื่อน แล้วหันไปสั่งเบียร์อีกขวด

 

“เฮ้ย ดื่มไปกี่ขวดแล้วเนี่ย เดี๋ยวได้เมาเละก่อนหาเหยื่อได้หรอก”

 

พายยกขวดเบียร์ขึ้นซดแล้วเลิกคิ้วใส่เพื่อน พลางว่า “คิดว่าฉันจะหาเหยื่อไม่ได้จริงๆ เหรอไง? หึ ก็แค่ฉันเลือกมากก็เท่านั้นเอง”

 

ก็อย่างที่เจ้าตัวว่า คนอย่างนายณัฐนนท์น่ะหรือจะหาคู่ขาไม่ได้ คนมีให้เลือกน่ะมีมากเสียจนหลับตาชี้ได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะเขาไม่ใช่ว่าจะใครก็ได้ ถ้าไม่ถูกใจจริงๆ ก็อย่าหวังจะได้กินเขาเลย

 

แต่ดูท่าว่าวันนี้พายคงจะต้องกลับคนเดียวจริงๆ ใกล้ตีสองแล้วเขายังหาใครถูกใจไม่ได้เลยสักคน มองเพื่อนรอบตัวก็เห็นว่าพร้อมหิ้วคู่ขากลับไปกันทุกคน ทำไมวันนี้ไม่มีผู้ชายหน้าตาดีๆ หลงมาเที่ยวอีกสักคนสองคนนะ

 

พายยอมแพ้ เขาบอกเพื่อนๆ ว่าจะแวะเข้าห้องน้ำแล้วกลับเลย มื้อนี้เขาเลี้ยงเอง เพื่อนๆ จึงไม่อยู่ต่อให้เสียเวลา พากันแยกย้ายกลับกันอย่างพร้อมเพรียง

 

“อ๊ะ ขอโทษครับ”

 

พายเดินสะดุดขอบพื้นห้องน้ำจนหน้าเกือบคะมำ เพิ่งรู้สึกตัวว่าเมาก็ตอนนี้เอง เขาเงยหน้าขึ้นขอโทษคนที่ตนกระแทกหัวใส่เมื่อครู่ แล้วก็ต้องใจเต้นแรงเมื่อสายตาสบกัน

“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่คุณ...เดินไหวหรือเปล่า?”

 

พร้อมคำถาม มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เลื่อนมาจับไหล่ให้ร่างบางยืนได้ตรงขึ้น

 

พายมองคนตรงหน้าอย่างสนใจไม่มีปิดบัง รูปร่างหน้าตาคนคนนี้ถูกใจพายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นคิ้วเข้มหนา รูปตาเรียวคม สันจมูกโด่ง ริมฝีปากหยักได้รูป ส่วนสูงที่เดาได้ต่ำๆ ก็น่าจะสักร้อยแปดสิบต้นๆ แล้วยังหุ่นที่ดูเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนี่อีก ...เขาชอบคนคนนี้!!

 

ร่างบางยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ แล้วเป็นฝ่ายดันอีกคนให้ถอยหลังไปจนติดกำแพง ทางเดินแคบๆ ทำให้พวกเขาต้องยืนชิดกันเพื่อหลบคนเดินเข้าออกห้องน้ำ น้ำหนักมือที่กดลงบนตัวของร่างสูงนั้นไม่ได้มากมายจนผลักออกไม่ได้ ดังนั้นการที่เจ้าตัวไม่ขัดขืน พายก็ถือเอาว่าเป็นคำตอบที่โอเคแล้ว

 

ใบหน้าหล่อที่ค่อนไปทางสวยในนิยามของนายแบบนั้นขยับขึ้นเข้ากระซิบใกล้

 

“สนใจไปต่อที่ห้องผมไหมครับ?”

 

 

 

 

 

บานประตูห้องเพิ่งจะได้ปิดสนิท ร่างบางก็ถูกจับพลิกตัวให้พิงกับประตู ริมฝีปากถูกครอบครองแทบจะทันที รสจูบหวานล้ำและร้อนแรงพอๆ กับร่างกายของพายที่กำลังถูกชายหนุ่มร่างสูงสำรวจไปทั่วเรือนกาย เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมออกหมดแถว เผยผิวเนื้อสีขาวเนียนลื่น มือหยาบทาบลงสัมผัสปลุกปั่นอารมณ์ให้ร่างบางเสียวซ่าน ปลายจมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอหอม ก่อนกัดลงไปบนเนื้อนุ่มอย่างเร่าร้อน

 

พายรู้สึกอึดอัดกับอารมณ์ที่อยากปลดปล่อย เขาวาดแขนกอดรอบคอร่างสูง ร้องซี๊ดเบาๆ เมื่อสัดส่วนสำคัญถูกเคล้นคลึงผ่านเนื้อกางเกง

 

“อึก...อื้อ....”

 

ร่างสูงปลดกางเกงจากเอวเล็กให้ไหลลงไปกองกับพื้น แล้วฟ้อนเฟ้นต้นขาขาว สร้างความเสียวกระสันให้ร่างบางจนต้องร้องคลางออกมาเบาๆ ก่อนจะกลายเป็นเสียงร้องที่สูงขึ้นเมื่อมือข้างนั้นกอบกุมสัดส่วนที่เริ่มแข็งขึงจนมีน้ำใสๆ ไหลซึมออกมาจากส่วนปลาย

 

พายถูกดันให้พิงกับบานประตู ขาสองข้างถูกยกขึ้นให้เกาะเกี่ยวเอวเจ้าของจูบ เขาตวัดลิ้นพัวพันตอบรับรสจูบดูดดื่ม เสียงจูบกันดังชัดภายในโสตประสาท ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้หลงมัวเมา ซ้ำแอลกอฮอล์ในร่างกายก็มีไม่น้อย ความต้องการจึงยิ่งทวีมากขึ้นเรื่อยๆ

 

“อ่ะ อ่า...อือ อื้อ...”

 

พายหอบถี่จนแผ่นอกบางสะท้อนขึ้นลง เขาเพิ่งปลดปล่อยออกมาในมือของร่างสูง

 

“ตาผมกินคุณบ้างล่ะนะ”

 

เสียงทุ้มกระซิบแผ่วอยู่ข้างหู พายคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ เอ่ยเสียงปนหอบ “กินให้หมด อย่าให้เหลือล่ะ”

 

คำพูดยั่วยวนนั้นทำให้ร่างสูงต้องก้มลงประกบปากส่งรสจูบที่ร้อนแรงยิ่งกว่าในตอนแรก ขณะที่มือข้างหนึ่งก็เริ่มปลุกอารมณ์ร่างบางอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ สอดนิ้วที่เปื้อนน้ำสีข้นของเจ้าตัวเข้าไปในช่องทางคับแคบอย่างระมัดระวัง จวบจนนิ้วที่สองสอดเข้าไปได้อย่างถนัดถนี่

 

“ฮ่ะ...อื้อ.......อ๊า....”

 

แก่นกายร้อนแข็งขึงดุนดันเข้าไปในช่องทางที่ถูกขยาย ความคับแน่นสร้างความเสียวกระสั่นให้ทั้งสองคน ร่างสูงประคองสะโพกเล็กให้ขยับตามจังหวะที่เขาต้องการ ไม่นานนักทั้งคู่ก็ใช้จังหวะเดียวกันในการร่วมรักสุดเร้าร้อน

 

พวกเขาเสร็จกันที่หน้าประตูรอบหนึ่ง ก่อนที่จะพากันมาต่อบนเตียงอีกหลายยก พายปลดปล่อยทุกอารมณ์ความรู้สึกอย่างหมดเปลือก เขาไม่เคยมีเซ็กส์ที่ร้อนแรงหอมหวานรัญจวนเท่านี้มาก่อน ผู้ชายคนนี้มีชั้นเชิงที่ทำให้เขายอมให้กลืนกินครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยอารมณ์ที่โหยหามากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ายิ่งต้องการมากเท่าไหร่ก็ยิ่งหาจุดสิ้นสุดไม่ได้

 

ไม่รู้ว่าพากันไปถึงจุดสุดยอดกี่ครั้ง สิ่งเดียวที่พายจำได้ก่อนความเพลียจะครอบงำจนหลับไป คือภาพเลือนๆ ลางๆ ของใบหน้าคมเข้มที่โน้มลงมาใกล้เพื่อมอบจูบราตรีสวัสดิ์ และเสียงทุ่มที่กระซิบเบาๆ อยู่ข้างหู

 

“ขอบคุณสำหรับอาหารชั้นเลิศมื้อนี้นะครับ”

 

 

 

 

.

.

สิบเอ็ดนาฬิกาของวันต่อมา ร่างบางยังนอนจมอยู่ใต้ผ้าห่ม และเขาคงจะได้นอนไปจนถึงบ่าย หากเสียงโทรศัพท์ไม่ดังต่อเนื่องมาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

 

ท่อนแขนผอมบางโผล่ออกมาจากผ้าห่มเพื่อคลำหาโทรศัพท์มือถือที่น่าจะอยู่แถวๆ หัวเตียง ปัดป่ายไปมาทั้งที่หน้ายังจมอยู่กับที่นอนก็คว้าเอาโทรศัพท์มาได้

 

พายยังนอนอยู่ท่าเดิมขณะกดรับสาย

 

“คร้าบ......”

 

เสียงหวานลากยาวด้วยความง่วง ทำเอาปลายสายต้องขึ้นเสียงและบอกย้ำให้รีบออกมาที่โรงพยาบาลได้แล้ว

 

“รู้แล้วๆ พี่พลอย่าตะโกนได้มั้ยเนี่ย พายปวดหัว” คนพูดลุกขึ้นนั่งในที่สุด เส้นผมนั้นยุ่งฟูแต่กลับทำให้เจ้าของใบหน้าสวยนั้นดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก “อืมๆ ขอครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวพายรีบไป” เขากดวางสายแล้วโยนโทรศัพท์ให้กลิ้งไปบนที่นอนข้างตัว ก้มหน้าสองมือจับศีรษะด้วยอาการปวดหัวมันแล่นจี๊ดขึ้นสมอง

 

บ้าเอ้ย ไม่น่าดื่มเยอะเลย

 

บ่นตัวเองได้สองสามประโยคก็จำต้องฝืนลืมตาตื่น ตั้งแต่กลับมาเมื่อวานเขายังไม่ได้ไปหาพ่อที่บ้านเลย เขาเลือกมาเก็บของที่คอนโดแล้วออกไปเจอเพื่อนๆ เมื่อคืน แล้วก็มาจบลงที่คอนโดกับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น

 

จริงสิ เมื่อคือเขามีเซ็กส์กับใครก็ไม่รู้นี่นา

 

เพิ่งมานึกได้ว่าเมื่อคืนเขากับผู้ชายปริศนายังไม่ทันได้ถามชื่อกันและกันเลย ก็แหม อารมณ์ตอนนั้นมันไม่อยากจะรีรอให้เสียเวลาแล้วนี่นา แล้วเซ็กส์เมื่อคืนก็สุดยอดไปเลยด้วย จะเสียดายก็ตรงไม่มีอะไรที่ทำให้ติดต่อกับคนคนนั้นได้อีก

 

คิดถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ทั้งหล่อทั้งหุ่นดี แถมยังช่ำชองซะขนาดนั้น ไม่ให้พายถูกใจได้ยังไงไหว

 

ร่างบางสะบัดผ้าห่มออกจากตัว แล้วเพิ่งสังเกตว่าตามตัวเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงๆ ทั่วผิวเนื้อไปหมด ท่าทางว่าเมื่อคืนเขาจะสุขสมมากจริงๆ ถึงปล่อยให้ตัวเองถูกกัดได้เยอะซะขนาดนี้

 

มันคงจะเร่าร้อนรุนแรงจริงๆ นั่นแหละ ขาที่ก้าวลงจากเตียงถึงได้ทรุดฮวบจนเจ้าตัวนั่งจุมปุ๊กอยู่กับพื้น หมดแรงข้าวต้มมันเป็นแบบนี้นี่เอง พายเพิ่งเข้าใจก็ตอนนี้

 

กว่าจะอาบน้ำสร่างเมา กว่าจะแต่งตัวจัดผมเผ้า พายก็มาถึงโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในกรุงเทพเกือบเที่ยง พ่อของเขาเป็นผู้อำนวยการที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นรุ่นที่สอง และแน่นอนว่าเขาไม่ใช่รุ่นที่สามแน่ๆ พายไม่เคยคิดอยากเรียนหมอ และแม้ว่าเขาจะจบบริหารมาก็ไม่คิดจะทำงานให้โรงพยาบาลของตระกูล ดังนั้นตำแหน่งนี้พ่อจะยกให้ลูกชายคนไหนเขาก็ไม่คัดค้านทั้งนั้น จริงๆ ก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิดนั่นแหละ

 

พายยืนรอลิฟต์พลางก้มดูนาฬิกาข้อมือ มาสายอย่างนี้สงสัยโดนพ่อบ่นยาวแน่ๆ แม้ว่าพ่อของเขาจะไม่ได้ดุมากมายอะไร แต่เรื่องระเบียบและความตรงต่อเวลานี้ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคุณพ่อเจ้าระเบียบของเขามาก คงมีแค่เรื่องเดียวที่ทำพ่อของเขาต้องเหนื่อยใจ คือลูกชายอย่างเขาที่นอกคอกกว่าใครในบ้านคนนี้นี่แหละ

 

พายรักอิสระเกินกว่าจะฟังใคร แต่เขาก็ไม่ได้เกเรมากมายอะไรนัก ดื้อนิดดื้อหน่อยแต่ก็ไม่ใช่คนไม่เอาไหน แถมยังเรียนจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากอังกฤษมาสดๆ ร้อนๆ สมองของเขาน่ะฉลาดจนบางทีตัวเขาเองยังแปลกใจ

 

“เอ๊ะ...พาย ใช่หรือเปล่า?”

 

เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง พายหันไปมองแล้วก็ต้องเลิกคิ้ว

 

“พี่ทิว?”

 

“พายจริงๆ ด้วย ไม่เจอกันนานเลยนะ เพิ่งกลับมาไทยเหรอ”

 

“ครับ เพิ่งกลับมาเมื่อวาน”

 

พายมองพี่ทิวที่อยู่ในชุดกาวน์ของแพทย์ บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นคุณหมอยังหนุ่มของโรงพยาบาลแห่งนี้ พายไม่ค่อยแปลกใจนัก เพราะพี่ทิวเป็นเพื่อนสนิทของพี่พลพี่ชายของเขาซึ่งก็เป็นหมอที่นี่เหมือนกัน และที่สำคัญ พี่ทิวคือแฟนเก่าของเขาเมื่อสมัยเรียนมัธยมด้วย ถึงจะคบกันแค่สามเดือนก็เถอะ

 

“แล้วนี่พายจะมาทำงานที่นี่หรือเปล่า?”

 

“คงไม่ล่ะครับ ผมไม่ค่อยชอบบรรยากาศในโรงพยาบาลสักเท่าไหร่”

 

ลิฟต์มาถึงพอดีที่พายพูดจบ ทั้งสองเดินเข้าไปในลิฟต์ พายแอบมองเพื่อนพี่ชายจากเงาสะท้อนประตูลิฟต์ พี่ทิวยังหล่อหน้าตาดีเหมือนเดิม ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าแต่ก่อน คงเพราะเจ้าตัวอายุมากขึ้นและลุคคุณหมอก็ช่วยได้มาก

 

“น่าเสียดายจัง พี่ว่าจะหาโอกาสจีบพายอีกสักครั้ง”

 

“อย่าพูดเล่นนะครับ เดี๋ยวผมคิดจริง”

 

ลิฟต์หยุดที่ชั้นสาม เป็นชั้นที่ทิวต้องลง “พี่ก็อยากให้พายคิดจริงนั่นแหละ” พูดไว้แบบนั้นแล้วเจ้าตัวก็เดินออกไป

 

ประตูลิฟต์ปิดลง พายมองตัวเองจากเงาสะท้อนที่ประตูลิฟต์ เอียงซ้ายเอียงขวา อื้อหือ คนอะไรหล่อน่ารักได้ขนาดนี้ ฮ่าๆ

 

หลงตัวเองเป็นอีกเรื่องที่พายภูมิใจ เขามีความสุขกับรูปลักษณ์ตัวเองพอๆ กับการเที่ยวกลางคืน

 

พายลงลิฟต์ที่ชั้นยี่สิบสอง ห้องของผู้อำนวยการอยู่สุดทางเดินของชั้นนี้

 

ร่างบางสูดหายใจลึก ก่อนเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป

 

“มาได้สักทีนะพาย”

 

เสียงขรึมๆ ของคนที่อยู่หลังโต๊ะไม้เนื้อดีเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย

 

“ผมเจ็ตแล็กน่ะครับ ยังมึนๆ อยู่เลย”

 

“มึนเพราะเจ็ตแล็ก หรือเพราะแฮงค์กันแน่” ผู้เป็นพ่อพูดอย่างรู้จักลูกชายตัวเองดี

 

“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละครับ” พายไม่เถียง เขาเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะ “ว่าแต่มันเรื่องอะไรกันครับ ที่พ่อเร่งผมให้กลับไทยมาแบบนี้ ผมยังไม่ได้เที่ยวทิ้งท้ายกับเพื่อนๆ ที่นู่นเลย” พูดแล้วก็ทำหน้างอ อดเที่ยวเนี่ยเรื่องใหญ่สำหรับเขาเลยนะ

 

นายอำพัน เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สองมือประสานกัน “พ่อมีเรื่องให้แกช่วย”

 

พายมุ่ยหน้า “อย่าบอกนะว่าจะให้ผมทำงานที่นี่ ไม่มีทาง”

 

“ไม่ใช่เรื่องงานแกหรอกน่า พ่ออยากให้แกช่วยดูแลเด็กหน่อยน่ะ เป็นลูกของเพื่อนพ่อเอง พอดีเพื่อนพ่อเค้ามีเรื่องด่วนทำให้ต้องกลับไปเกาหลีหลายเดือน เลยไม่มีคนดูแลลูกที่ยังเรียนอยู่ที่นี่ พ่อเองก็ไม่ค่อยมั่นใจที่จะจ้างใครมาแทน เพื่อนพ่อเค้าฝากพ่อให้ช่วยดูแล แต่ก็อย่างที่แกเห็น พ่อทำงานยุ่งทุกวัน พี่ชายแกแต่ละคนก็ไม่มีใครว่าง เหลือแต่แกคนเดียวนี่แหละที่ว่าง”

 

พายนั่งนิ่ง พ่อจะให้คนอย่างเขาเนี่ยนะไปดูแลเด็ก ตลกแล้วครับ “ไม่เอาอ่ะ ผมไม่ชอบเด็ก”

 

“งานนี้แกจะค้านไม่ได้ เพื่อนพ่อคนนี้ถือหุ้นให้โรงพยาบาลเราตั้งเท่าไหร่ เค้าไว้ใจเราให้ดูแลลูกของเค้า เราก็ต้องทำ”

 

“นั่นมันก็เรื่องของพ่อนี่ครับ คนของพ่อมีตั้งเยอะตั้งแยะ ยังไงผมก็ไม่ไปดูแลเด็กแน่ๆ”

 

“ฉันจะไว้ใจใครได้ยังไง แกไม่รู้หรือไงว่ามีคนจ้องจะฮุบโรงพยาบาลเราตั้งกี่คน จะให้ฉันไว้ใจใครได้นอกจากลูกตัวเอง ไม่รู้ล่ะ ฉันยอมให้แกมาทุกเรื่อง เรื่องนี้แกห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นทั้งบัตรเครดิต คอนโดแก รถแก พ่อจะยึดมาให้หมดเลย ทีนี้แกจะได้รู้ว่าการทำงานหาเงินน่ะมันเป็นยังไง”

 

ลูกคุณหนูติดเที่ยวติดหรูอย่างพายน่ะหรือจะยอมให้ชีวิตลำบากอย่างนั้น แค่คิดก็สยองแล้ว ก็ได้ ถ้าให้เลือกระหว่างหมดตัวกับเด็กสักคน เขาเลือกดูแลเด็กก็ได้

 

“ว่าไง ตกลงจะทำไม่ทำ” นายอำพันถามเสียงนิ่ง

 

พายมุ่ยหน้า ตอบแบบขัดใจ “ครับๆ ทำก็ทำ”

 

ผู้เป็นพ่อค่อยคลายใจ “งั้นก็เริ่มเสียวันนี้เลย แกเตรียมขนข้าวของส่วนตัวไปที่บ้านเพื่อนพ่อซะ ให้แกย้ายไปดูแลที่นั่นง่ายกว่าให้เค้ามาอยู่บ้านเรา” บ้านของพายนั้นเป็นบ้านต้นตระกูล คนในบ้านจึงมีไม่น้อย ขนาดตัวพายเองยังไม่ชอบกลับไปที่บ้านเลย เพราะฉะนั้นเขาจึงเห็นด้วยกับพ่ออย่างไม่อาจเลี่ยงได้

 

“ก็ได้ครับ จะให้ทำอะไรก็สั่งมาเลยครับ”

 

พายพยักหน้าอย่างจำยอม ฮือ กลับมาไทยปุ๊บก็หมดอิสระในชีวิตปั๊บ ดูแลเด็กนี่มันต้องทำอะไรบ้างวะเนี่ย สอนการบ้านเหรอ พาไปอาบน้ำกินข้าวเหรอ ต้องดูแลตลอดทั้งวันไหมเนี่ย โอ้ยยยย ไม่อยากจะคิด

 

 

 

 

บ่ายสองโมงตรง พายก็จอดรถ MINI Cooper สีแดงของตัวเองที่หน้าประตูบ้าน ไม่สิ หน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง มองผ่านรั้วประตูเข้าไปนี่จากตรงนี้ไปที่ตัวบ้านไกลใช่เล่น ไม่รวยจริงซื้อที่ดินใหญ่ขนาดนี้กลางใจเมืองไม่ได้นะเนี่ย

 

พายลงจากรถมายืนเท้าเอว เขาดันแว่นกันแดดแบรนด์ดังขึ้นเพื่ออ่านป้ายที่หน้าบ้าน ตระกูล โอ อืม...นามสกุลสั้นมาก เท่าที่รู้จากปากพ่อ เพื่อนพ่อคนนี้เป็นคนเกาหลีที่มาแต่งงานกับสาวไทยและทำธุรกิจเกี่ยวกับความงาม มีคลินิกเสริมความงามหลายสาขาในไทย โดยใช้เครื่องมือและสินค้านำเข้าจากเกาหลี เครื่องมือบางชนิดที่โรงพยาบาลพ่อของเขาใช้ก็สั่งซื้อมาจากเพื่อนคนนี้ บ้านนี้มีลูกชายคนเดียวชื่อ โอ ซองชอน กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติ

 

เออ ลืมถามพ่อเลยว่าเด็กอยู่ชั้นอะไรแล้ว ถ้าเป็นเด็กเล็กก็คงสอนการบ้านกันได้ง่ายๆ ถ้าเป็นเด็กโตหน่อยก็ไม่รู้จะดื้อหรือเปล่า โอ้ย ยิ่งคิดยิ่งอารมณ์เสีย ทำไมเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย

 

เขากดกริ่งเรียกคนในบ้าน ไม่นานนักก็มีคนสวนออกมาเปิดประตูให้ เขาขับรถเข้าไปด้านใน และจอดลงที่หน้าเชิงบันไดหินอ่อนหน้าตัวบ้าน

แม่บ้านคนหนึ่งรีบออกมาต้อนรับ

 

“สวัสดีครับ ผมพายนะครับ เป็นลูกชายของคุณอำพัน ที่จะมาดูแลคุณซองชอนน่ะครับ”

 

แม่บ้านร่างท้วมท่าทางใจดีร้องอ๋อออกมา แล้วรีบเชื้อเชิญให้เข้าไป “เมื่อสักครู่คุณผู้ชายโทรบอกไว้แล้วล่ะค่ะ เชิญคุณพายเข้าข้างในเลยค่ะ”

 

พายส่งกุญแจรถให้คนรถที่มายืนรออยู่ข้างๆ แล้วบอกว่ากระเป๋าเสื้อผ้าสองใบให้ยกออกมาได้เลย พายเดินตามแม่บ้านร่างท้วมเข้าไปด้านใน ดูจากคนที่ออกมาคอยต้อนรับ บ้านนี้มีคนดูแลไม่น้อยเลย ก็สมกับตัวบ้านที่ใหญ่เป็นคฤหาสน์นั่นแหละ แต่ถึงบ้านจะใหญ่ คนจะเยอะยังไง คนในครอบครัวกลับมีแค่พ่อแม่ลูกสามคนเท่านั้น เมื่อพ่อแม่ไม่อยู่ เด็กน้อยซองชอนก็เลยต้องอยู่คนเดียว จนต้องมาเดือนร้อนถึงเขาอย่างนี้ เฮ้อ

 

ถอนหายใจอีกสองทีแล้วพยายามปลง ก็แค่ดูแลเด็กแค่คนเดียวมันจะไปยากลำบากอะไรนักหนา กลางวันเด็กไปเรียนเขาก็มีเวลาว่างเป็นของตัวเองแล้ว อืม ก็ไม่น่าจะลำบากอะไรนี่นา

 

คิดอย่างสบายใจแล้วก็ค่อยอารมณ์ดี เขาเดินตามแม่บ้านไปที่ชั้นสอง เธอเปิดห้องให้เขาอยู่ตรงข้ามกับห้องของคุณหนูซองชอน ก่อนจะพาเขาไปดูห้องต่างๆ ที่สำคัญภายในบ้าน แล้วกลับมานั่งที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง

 

“เชิญคุณพายตามสบายนะคะ คุณท่านสั่งว่าให้คุณพายถือเป็นเจ้าของบ้านได้เลย ขาดเหลืออะไรบอกอรได้เลยค่ะ อรขอตัวไปเตรียมกับข้าวมือเย็นก่อนนะคะ”

 

“ครับ ขอบคุณครับป้าอร” พายเรียกชื่อแม่บ้านให้ดูสนิทสนม เพื่อที่เขาเองก็จะได้ไม่เกร็งที่ต้องมาอยู่ที่นี่

 

ร่างบางออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้จนเพลิน กว่าจะกลับเข้ามาในบ้านก็บ่ายสี่แล้ว ป้าอรบอกว่าคุณหนูจะกลับมาเวลาประมาณนี้ มีคนขับรถคอยรับคอยส่งตรงเวลาทุกวัน

พึ่งนั่งพักได้ไม่นาน เสียงรถยนต์ก็ดังขึ้นที่หน้าบ้านก่อนจะเงียบลง บ่งบอกว่าคุณหนูของบ้านกลับมาแล้ว

 

จู่ๆ พายก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เกิดมาจนอายุยี่สิบสอง ยังไม่เคยต้องมาดูแลเด็กเลยสักคน ถึงเขาจะไม่ใช่คนเล็กของบ้าน แต่ก็แทบจะไม่ได้เลี้ยงน้องสาวของตัวเองเลย เขาไม่ค่อยชอบการอยู่ใกล้เด็กสักเท่าไหร่ มันเหมือนกับว่าเขาจะรับมือกับความไร้เดียงสาของเด็กไม่ได้ เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนั้น เพราะฉะนั้นกว่าเขาจะสนิทกับน้องสาวก็เป็นตอนที่น้องสาวโตแล้ว

 

“คุณหนูกลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงป้าอรดังอยู่ที่หน้าประตู พายลุกขึ้นยืน เขากำลังคิดอยู่ว่าจะเดินออกไปดีไหม หรือจะรออยู่ที่ห้องรับแขกแบบนี้ดี

 

“เขาอยู่ไหน”

 

หืม? พายเงยหน้าขึ้น เสียงที่ได้ยินมันไม่น่าจะใช่เสียงเด็กเลยนี่นา

 

“อ้าว คุณหนูทราบเรื่องแล้วเหรอคะ ...คุณพายรอคุณหนูอยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ” เสียงของป้าอรดังใกล้เข้ามา

 

พายยังคงยืนขมวดคิ้วยุ่งอยู่ตอนที่ร่างของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดในชุดนักเรียนกางเกงขาสั้นลายสก๊อตสีขาวเทาเดินเข้ามาปรากฏตัวอยู่ใต้ประตูโค้งที่เชื่อมระหว่างโถงทางเดินกับห้องรับแขก

 

เด็กอายุสิบเจ็ดที่เห็นนั้นห่างไกลจากเด็กตัวน้อยวัยสิบขวบต้นๆ ในความคิดของพายอย่างที่สุด แต่ทว่าที่น่าแปลกใจและน่าตกใจยิ่งกว่า คือเด็กคนนี้เป็นคนคนเดียวกับที่เขามีเซ็กส์ด้วยเมื่อคืน

 

 

ฉิบหายแล้ว!

 

 

--------------------------------------------------

TBC

Up