Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 20

 

 

 

วันนี้เป็นวันพิเศษวันหนึ่งสำหรับแพทเทิร์น อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ เขาจะได้เจอกับครอบครัวของคิมซึงฮวาน ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่ของฝ่ายนั้นจะทำงานอยู่ที่ประเทศไทย แต่การไปเจอคุณปู่คุณย่าและญาติของซึงฮวานก็เป็นเรื่องที่น่าหนักใจอยู่มาก เขาไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรถึงจะดี แม้ว่าซึงฮวานจะบอกเขาไม่ต้องเกร็งก็เถอะ แต่การพบผู้ใหญ่มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำตัวตามสบายได้เสียหน่อย

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวล

 

รถ Laxus สีขาวก็มาถึงที่หมาย ซึ่งเป็นภัตตาคารเดิมที่แพทเทิร์นเคยถูกฮงชานลากมาเมื่อคราวก่อน อาการประหม่าของร่างเล็กแสดงออกเสียจนชายหนุ่มมองออก เขาจับมือคนตัวเล็กให้แน่นขึ้นเพื่อบอกว่าไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น

 

ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่คิมซึงฮวานบอกจริงๆ เมื่อได้มาเจอกับคุณปู่ที่มีสีหน้ายินดียามซึงฮวานแนะนำเขาให้รู้จัก ซ้ำคุณปู่ยังคุยกับเขาด้วยภาษาอังกฤษอย่างเป็นกันเอง ทำให้เขารู้ว่าซึงฮวานเคยเล่าเรื่องของเขาให้เจ้าตัวฟังมาก่อนแล้วตั้งแต่ตอนแต่งงานกับนายอน คุณปู่เป็นอีกคนในไม่กี่คนที่รู้เรื่องการแต่งงานที่มีเงื่อนไขนี้ของพวกซึงฮวาน เพราะอย่างนั้นซึงฮวานถึงไม่เคยเป็นกังวลกับความสัมพันธ์ที่มีกับนายอน ในเมื่อผู้ใหญ่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ส่วนเหตุผลที่คุณปู่ยอมรับเงื่อนไขนี้ก็เพราะไม่มีใครในตระกูลเหมาะที่จะมารับตำแหน่งต่อจากตนแล้วนอกจากหลานชายคนนี้ แม้ว่าจะมีลูกคนอื่นๆ อยากจะคัดค้านก็ทำไม่ได้ความตั้งใจของตนไม่ได้

 

เรื่องที่แพทเทิร์นกังวลมากที่สุดจึงหมดไป เหลือก็แต่เพียง พ่อกับแม่ของเขานี่สิ ไม่รู้ว่าจะบอกยังไงดี จะเริ่มจากตรงไหนดี ทั้งเรื่องที่เขาชอบผู้ชายแล้วก็เรื่องแฟนอย่างคิมซึงฮวาน น่ากลัวว่ากลับไปแล้วบอกเรื่องพวกนี้จะทำให้พวกท่านท่านตกใจไม่น้อย แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะไม่ทำให้คิมซึงฮวานผิดหวังเด็ดขาด

 

แพทเทิร์นอยู่กินข้าวกับที่บ้านของซึงฮวานจนถึงบ่าย เขาได้รู้จักญาติๆ ของชายหนุ่มหลายคน แต่ละคนก็ล้วนแล้วท่าทางใจดีทั้งนั้น โดยเฉพาะแม่ของฮงชานที่ดูจะใจดีเป็นพิเศษ แถมยังมากระซิบกับเขาด้วยว่าลูกชายของเธอมาสารภาพว่าแอบชอบเขาแต่ถูกพี่ซึงฮวานตัดหน้าเสียก่อน เธอบอกอย่างไม่ปิดบังว่าเธอโล่งใจที่เรื่องมันเป็นอย่างนี้ แพทเทิร์นเข้าใจดีว่าแม่ของฮงชานหวังอะไรในตัวลูกชาย และเขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรที่แม่ของฮงชานพูดความจริงออกมาเช่นนี้

 

อย่างว่าแหละนะ เรื่องรักร่วมเพศจะมีสักกี่คนที่ยอมรับได้อย่างสนิทใจ ยิ่งคนเป็นแม่ด้วยแล้ว ความคาดหวังยิ่งมีสูง

 

ว่าแต่พ่อกับแม่ของคิมซึงฮวานล่ะพวกท่านจะคิดอย่างไร

 

"พ่อกับแม่ผมน่ะเหรอ ท่านรู้ก่อนใครเลยล่ะ" แพทเทิร์นถามซึงฮวานเมื่อพวกเขากลับเข้ามาในรถ ซึงฮวานบอกว่าจะมีงานเลี้ยงวันเกิดของซึงยุนตอนหนึ่งทุ่ม ให้อยู่รอไปด้วยกันเลย โดยการลากเขาไปที่บริษัทของเจ้าตัวด้วยกัน

 

แพทเทิร์นหันขวับไปหาเจ้าของรถ "พ่อกับแม่คุณรู้อยู่แล้วเหรอครับ?"

 

ชายหนุ่มยกยิ้มให้คนถามทีนึง ก่อนปลดเกียร์ถอยรถออก "ครับ เพราะว่าผมทำตัวแปลกๆน่ะ คงสงสัยว่าทำไมผมเอาแต่ไปนั่งอยู่ที่ผับทุกวัน กลับไทยมากี่ครั้งก็ไปที่นั่นตลอด ผมเองก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอยู่แล้ว พอท่านถามผมก็เลยบอกเรื่องของคุณไป"

 

"แล้ว...พวกท่านไม่ว่าอะไรเลยเหรอ?"

 

"จะว่าอะไรล่ะ พ่อกับแม่ผมเอาแต่หัวเราะน่ะสิ ที่ผมได้แต่แอบมองคุณอยู่อย่างนั้น จะเข้าไปจีบยังทำไม่ได้เลย ใครใช้ให้คุณมีแฟนอยู่ก่อนแล้วล่ะ" พูดแล้วใบหน้าก็พลันตึงขึ้นมา ทั้งที่ดูน่ากลัวแต่คราวนี้แพทเทิร์นกลับเห็นว่าน่ารักสุดๆ

 

เด็กหนุ่มอดยิ้มไม่ได้ บอกตามตรงว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ ที่ได้รู้ว่ามีใครบางคนคอยสนใจตัวตนของเขาอยู่ในที่ลับๆ มาเป็นปีๆ เหมือนตัวจะลอยได้ยังไงก็ไม่รู้ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

 

...ดีใจจัง...

 

 

 

 

 

งานเลี้ยงวันเกิดของซึงยุนต้องสนุกแน่ๆ

 

แพทเทิร์นคิดอย่างนั้นเมื่อได้รู้แผนลับบางอย่าง นั่นเป็นสาเหตุที่วันก่อนซึงยุนไปหาซึงฮวานเที่ไลฟ์การแสดงที่เขาก็ติดสอยห้อยตามไปด้วยในตอนนั้น

 

ซึงยุนวางแผนเซอร์ไพรซ์ขอสาวแต่งงาน!

 

ช่างเป็นคนที่ดูภายนอกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าแพคซึงยุนจะมีความโรแมนติกอย่างนี้ แต่ก็คงไม่น่าแปลกใจล่ะมั้ง ผู้ชายลุคเจ้าชู้อย่างแพคซึงยุนก็ต้องรู้ใจสาวๆ อยู่แล้วว่าทำอย่างไรสาวถึงจะถูกใจ

 

"แน่ใจแล้วจริงๆ เหรอ คนอย่างนายเนี่ยนะแพคซึงยุน" ซอนอากอดอกมองเพื่อนที่วันนี้แต่งหล่อเนี๊ยบบาดใจ

 

ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ผับบาร์หรูแห่งหนึ่ง ซึ่งปิดโซนไว้เกือบครึ่งร้านเพื่อนจัดงานวันเกิดของซึงยุน

 

"แน่ใจสิ คนนี้อ่ะรักจริงหวังแต่งมาตั้งนานแล้ว ฉันจีบเขามาตั้งห้าปีเลยนะกว่าจะยอมคบกันเป็นแฟนได้" ซึงยุนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

"แต่พวกนายเพิ่งคบเป็นแฟนกันได้แค่หกเดือนเองนะ นายแน่ใจได้ไงว่ามีอาเค้าจะยอมตอบตกลง" นายอนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ซอนอาถาม

 

ซึงยุนยกขาขึ้นไขว่ห้าง ตอบสบายๆ "แน่ใจสิ แค่มีอายอมคบเป็นแฟนกับฉัน ก็เพียงพอที่จะบอกได้แล้วว่าเค้าตัดสินใจเลือกฉันเป็นคู่ชีวิตแล้ว"

 

ซอนอาเท้าคางวางซอกลงกับโต๊ะกระจก "ก็จริงแฮะ ฉันไม่เคยเห็นมีอาคบใครมาก่อนเลย มีนายคนเดียวเนี่ยแหละที่ฝ่าด่านมาได้ คนจีบมีอาออกจะเยอะขนาดนั้น"

 

"ฉันล่ะแปลกใจจริงๆ สาวสวยน่ารักเรียบร้อยลูกคุณหนูตระกูลผู้ดีอย่างชเวมีอา ทำไมถึงยอมตกลงปลงใจเลือกนายได้ แอบเล่นของหรือเปล่าเนี่ยซึงยุน" นายอนแกล้งแหย่เพื่อน

 

"เล่นของอะไรเล่า เห็นแบบนี้ฉันก็มีดีอยู่น่า พวกเธอไม่เคยเห็นเองแหละ ฉันเก็บความดีไว้ใช้กับมีอาคนเดียว" พูดแล้วก็ยักคิ้วได้น่ากวนตีนมากในสายตาเพื่อนๆ

 

เวลาใกล้สองทุ่มแล้ว เพื่อนๆ ของซึงยุนต่างก็ทยอยมากันหมดแล้ว รวมถึงมีอาด้วย ซึงฮวานที่นั่งอยู่เป็นเพื่อนแพทเทิร์นตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยงขอตัวไปทักทายคนอื่นๆ เพราะเพื่อนๆ ของซึงยุนก็เป็นกลุ่มเพื่อนเดียวกันกับพวกซึงฮวาน ซอนอา และนายอน แพทเทิร์นจึงนั่งดื่มเหล้าเพลินๆ แบบไม่เหงา เพราะเขาได้มีอามานั่งคุยเล่นด้วย

 

ชเวมีอาเป็นผู้หญิงแบบในอุดมคติของผู้ชายค่อนประเทศเลยก็ว่าได้ สวยน่ารักเรียบร้อย เรียกได้ว่าแพทเทิร์นเองยังแปลกใจที่เธอเป็นแฟนกับคนอย่างซึงยุนได้ คนละขั้วเลยจริงๆ

 

แพทคุยเรื่องแฟชั่นกับมีอาอย่างสนุกสนาน เพราะมีอาเองก็เรียนเอกแฟชั่นดีไซน์มาเหมือนกัน แม้ว่าตอนนี้เธอจะทำงานในแวดวงธุรกิจบันเทิงก็ตาม แพทเทิร์นเล่าเรื่องคุณลุงลีที่พาเขาไปดูงานที่นั่นที่นี่แล้วทำให่ได้รู้ว่ามีอารู้จักกับคุณลุงลีเหมือนกัน มีอาบอกว่าวงการธุรกิจเพลงนั้นแคบ ไม่แปลกที่เราจะรู้จักกัน

 

คุยกันถูกคอ แถมเหล้ายังอร่อย ผ่านไปไม่นานแพทเทิร์นก็เริ่มมึน เป็นช่วงเวลาเป่าเค้กพอดี มีอาจึงพาแพทเทิร์นไปร้องเพลงรอบเค้กด้วยกัน คนตัวเล็กมองหาซึงฮวานไม่เจอ เหลียวซ้ายแลขวาจนคอแทบเคล็ด นายอนก็มาตอบคำถามให้ว่าซึงฮวานออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกเดี๋ยวกลับเข้ามา

 

"ฮันนามา" นายอนหันไปพูดกับซอนอา ซึ่งแพทเทิร์นได้ยินคำว่าฮันนาสติก็แทบจะกลับมาสมบูรณ์ เขาหันไปตามเพื่อนสาวก็เห็นเด็กผู้หญิงผมลอนในชุดเปรี้ยวจี๊ดเดินเข้ามา ...พร้อมกับซึงฮวาน

 

"ทำไมยัยนั่นยังกล้าเดินเกาะแขนซึงฮวานอยู่ได้นะ ซึงฮวานนี่ก็เหลือเกิน สะบัดให้หลุดน่ะมันง่ายออกจะตายไป"

 

ซอนอาพูดกับนายอนด้วยภาษาเกาหลีที่แพทเทิร์นไม่เข้าใจ แต่เด็กหนุ่มเองก็คิดอย่างนั้นไม่ต่างกันมากมายนัก

 

"อุ้ย พี่ซึงยุนจะเป่าเค้กแล้วเหรอคะ ดีจังที่มาทัน" ฮันนาลากซึงฮวานมาล้อมวงด้วยกัน

 

ซึงฮวานทำท่าจะแกะมือเด็กสาวออก ฮันน่าก็พูดแทรกเสียงดัง "งั้นเรามาร้องเพลงกันเลยเนาะ"

 

เสียงร้องเพลงของกลุ่มเพื่อนๆ ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงเหล่านั้น ซึงฮวานดึงแขนตนเองหลุดจากการเกาะกุมของเด็กสาวได้ในที่สุด

 

"พี่ซึงฮวานคะ!" ฮันนาดึงแขนชายหนุ่มอย่างแรง คราวนี้เธอไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ เธอดึงแขนจนชายหนุ่มหันมาเผชิญหน้ากัน แล้วเธอก็ไม่รอช้าที่จะเขย่งเท้าขึ้นกอดรอบคอชายหนุ่มแล้วส่งจูบเข้าแนบสนิท

 

เริ่มจากคนสองสามคนใกล้ๆ พวกเขาที่หันมาสนใจ กระทั่งเพลงสุขสันต์วันเกิดเงียบลงจนเหลือแต่เสียงคุยซุบซิบ พร้อมสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมายังซึงฮวานและฮันนา

 

ชายหนุ่มหมดความอดทน เขาผลักเด็กสาวออกจากตัวไม่เบานัก แล้วพูดเสียงเรียบด้วยสีหน้าตึง "พี่จะพูดกับเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะ ถ้าเธอยังทำอะไรแบบนี้อีก พี่จะถือว่าเราไม่เคยรู้จักกัน"

 

"พี่ซึงฮวาน..." ฮันนาน้ำตาตก เธอไม่เคยเห็นคิมซึงฮวานที่มักอ่อนโยนและเป็นสุภาพบุรุษโกรธเท่านี้มาก่อน กับเธอที่ผ่านมาชายหนุ่มไม่เคยตะโกนใส่เธอเลยสักครั้ง นั่นเป็นเหตุผลที่ฮันนามักเข้าข้างตัวเองมาตลอดว่าคิมซึงฮวานมองเธอแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ

 

แต่ในเวลานี้ คิมซึงฮวานกลับทำกับเธออย่างใจร้ายต่อหน้าคนตั้งมากมาย เธอ...แพ้แล้วจริงๆ

 

แพคฮันนาไม่อยู่รอพี่ชายเป่าเค้ก เธอปาดน้ำตาแล้วเดินฝ่ากลุ่มคนออกไปจากร้านท่ามกลางสายตาทุกคู่ ซึงยุนทำหน้าเซ็งสุด บรรยากาศที่ควรจะรื่นเริงตามด้วยการเซอร์ไพรซ์แบบโรแมนติกพังหมดไม่เป็นท่า ไม่ใช่ใครที่ไหนที่มาทำแผนเขาพัง แต่เป็นน้องสาวตัวแสบของเขานั่นเอง โอ้ย หมด จบกัน

 

"อธิฐานหรือยัง?" เสียงของมีออาเรียกสายตาทุกคนให้กลับมาสนใจเจ้าภาพงานเลี้ยงในวันนี้

 

ซึงยุนหันไปมองแฟนสาว เขายกมือขึ้นประสาน ก้มหน้าหลับตา สักสองอึดใจเขาก็เงยหน้าขึ้น มองสบสายตากับมีอาอย่างมีความหมาย "มีอาช่วยอะไรผมหน่อยสิ"

 

"หืม?"

 

"ช่วยให้คำอธิฐานของผมเป็นจริงได้มั้ย?"

 

มีอายังไม่เข้าใจ ได้แต่เอียงศีรษะมองตอบกลับไป

 

ซึงยุนล้วงหยิบกล่องแหวนออกมาเปิดต่อหน้า "แต่งงานกับผมนะครับ ชเวมีอา"

 

เพียงเท่านั้นบรรยากาศครื้นเครงก็กลับมา เสียงผิวปากดังระงมไปทั้งร้าน เสียงปรบมือดังสะท้อนไปทั่วเมื่อชเวมีอาพยักหน้าตอบตกลงแล้วยื่นมือให้แฟนหนุ่มสวมแหวน

ซึงยุนดีใจจนร้องตะโกนออกมา ก่อนจะดึงมีอาเข้ามากอดแน่น ท่ามกลางความยินดีจากเพื่อนๆ

 

ในบรรยากาศโวกเวกโวยวายและเสียงดนตรีที่เปิดเล่นอีกครั้ง แพทเทิร์นเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ กระดกขวดเบียร์สีเขียวขึ้นดื่มอึกๆ อย่างไม่สนใจปริมาณแอลกอฮอล์ที่สะสมอยู่ในร่างกาย

 

ซึงฮวานมองเห็นร่างเล็กตั้งแต่แรก ตั้งแต่ที่เจ้าตัวจ้องเขากับฮันนาจูบกันเมื่อครู่ เขาเดินไปตบไหล่เพื่อนสนิททีนึงเป็นเชิงแสดงความยินดี ซึงยุนหันมาพยักหน้าให้เป็นเชิงว่าไปง้อแฟนเหอะไป

 

เห็นร่างเล็กนั้นนั่งดื่มเบียร์แล้วอยากจะต่อยตัวเองนัก กว่าจะได้รู้จักกับแพทเทิร์นเขาต้องรอมากี่ปี กว่าจะมีวันที่ความสัมพันธ์ดำเนินมาไกลอย่างนี้ได้ต้องใช่โชควาสนาสักเท่าไหร่ แล้วทำไมเขายังทำให้คนที่เขารักเป็นอย่างนี้ได้

 

ซึงฮวานโกรธตัวเองขึ้นมาอย่างที่สุด ภาพของแพทเทิร์นในตอนนี้ เหมือนกับภาพที่เขาเห็นแพทเทิร์นในผับที่ไทยมาโดยตลอด ภาพของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่จมปลักกับความรักที่มีแต่สร้างความเสียใจให้ เด็กหนุ่มที่ใช้แอลกอฮอล์เยียวยาหัวใจ เด็กหนุ่มที่มีรักฝังใจแต่ไม่อาจทำมันให้สำเร็จได้

 

เขาในตอนนี้ได้ทำลายกำแพงกั้นระหว่างกันออกไปได้แล้ว แต่กลับยังทำให้แพทเทิร์นมีสีหน้าเหมือนที่ผ่านมาได้อีก เขามันแย่มาก แย่มากจริงๆ

 

"แพท" ซึงฮวานนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ

 

เด็กหนุ่มกระดกซดเบียร์ที่เหลือจนหมดขวด แล้วค่อยเงยหน้าสบตาคนเรียก "ครับ?"

 

"ผมขอโทษนะ"

 

แพทเทิร์นหลับตา เขานิ่งคิดกับตัวเองอยู่พักนึง ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วพยักหน้า "อื้ม"

 

"โกรธมั้ย" ซึงฮวานเอียงศีรษะเข้าไปใกล้ใบหน้าเล็ก

 

แพทเทิร์นตวัดสายตาจ้องตอบ "โกรธสิ" ริมฝีปากบางสีสดยังมันวาวเพราะเบียร์เม้มแน่น ก่อนพูดต่อ "แต่ผมไม่โทษคุณหรอกนะ อันที่จริงแล้ว..." แพทเทิร์นหลบสายตากลับมาจ้องมองขวดเปล่าในมือ "ผมเข้าใจฮันนาเค้านะ"

 

"เข้าใจ?" ซึงฮวานทวนคำ

 

"ครับ ผม....ก็เคยทำแบบฮันนามาก่อน มันคล้ายๆ กัน ตอนที่ผมพยายามประชดพี่หนึ่งด้วยการจูบกับเบสท์เพื่อนสนิทของผม แต่ก็นั่นแหละ พี่หนึ่งไม่ได้สนใจผมเลยไม่ว่าผมจะทำอย่างไร"

 

ซึงฮวานไม่รู้ว่าเขาควรจะรู้สึกโกรธคนตัวเล็กนี้ดีไหม อยู่ๆ มาเล่าถึงเรื่องแฟนเก่าให้เขาหึงทำไมก็ไม่รู้ แล้วยังเรื่องไปจูบกับเพื่อนสนิทนั่นอีก!

 

"...ผมว่าผมเข้าใจฮันนา เขาคงรักคุณมาก แล้วจู่ๆ คุณก็มีผมต่อหน้าเธอเสียอย่างนั้น บางทีถ้าผมเป็นฮันนาก็คงทำแบบเดียวกัน"

 

พูดถึงตรงนี้แล้วซึงฮวานก็ถอนหายใจ เขาดึงขวดเบียร์ออกจากมือเล็กแล้วสอดมือเข้าไปกอบกุมมือนั้นไว้เสียเอง "เลิกพูดได้แล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นยังไง ตอนนี้ ตรงนี้ คุณคือแพทเทิร์น คนที่ผมคนนี้รักเพียงคนเดียว เข้าใจมั้ยครับ"

 

แพทเทิร์นบีบมือตอบ เงยหน้าขึ้นสบตา "คุณคิมซึงฮวาน คุณรู้มั้ย ทุกครั้งที่คุณพูด หัวใจของผมจะเต้นแรงมาก ทุกคำบอกรักของคุณ มันทำให้หัวใจของผมพองโต จนผมกลัวว่ามันจะทะลุอกออกมาจริงๆ ได้สักวัน"

 

ซึงฮวานคลี่ยิ้ม "ผมก็เหมือนกัน รู้สึกเหมือนที่แพทรู้สึก"

 

แพทเทิร์นตอบรับจูบที่เคลื่อนเข้ามาหา เขาแนบริมฝีปากลงไปอย่างไม่อิดออด ทว่าก็เชื่องช้าอย่างต้องการชิมรสชาติจากริมฝีปากของอีกคนอย่างละเมียดละไม เนิบนาบ ทว่าวาบหวามอุ่นซ่านไปทั้งอก ปลายลิ้นที่ถูกดุนดันทำให้ต้องยกมือขึ้นเกาะไหล่กว้างอย่างต้องการหาที่พึ่งในการทรงตัว ราวกับร่างกายกำลังจะหลอมละลายไปกับรสจูบนี้อย่างไรอย่างนั้น

 

กว่าที่ทั่งคู่จะผละจูบออกจากกัน ก็เป็นตอนที่เพลงเปลี่ยนเข้าเพลงใหม่พอดี

 

"แอบกลับก่อนกันเถอะ" ซึงฮวานกระซิบบอก แล้วลุกขึ้นจับมือเล็กให้ออกเดินมาด้วยกัน

 

มีเพียงซอนอาและนายอนที่เห็นว่าเพื่อนสนิทกำลังแอบออกไปจากร้านโดยไม่ลาเพื่อนฝูง พวกเธอสบตากับซึงฮวานอย่างรู้กัน แล้วโบกมือลาบ๊ายบาย

 

 

 

_______________________________

 

 

 

ซึงฮวานไม่ได้ไปส่งแพทเทิร์นกลับห้อง เขาพาเด็กเมาแอลกอฮอล์มาที่ห้องของตัวเอง เวลาแพทเทิร์นเมานี่น่าอันตรายที่สุด ไม่มีการระวังตัวเองเลย ปล่อยตัวมากจนเขานึกหึงหวงช่วงเวลาที่ผ่านมาของเจ้าตัวเมื่อครั้งอยู่ที่ไทย เพื่อนสนิทของแพทที่ชื่อเบสท์นั่นคงได้กอดประคองแพทเทิร์นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง ...แค่คิดก็ฉุนแล้ว

 

“แพท ไหวไหม? อยากอ้วกหรือเปล่า”

 

คนตัวเล็กส่ายหัวสองที ก่อนจะผงกหัวขึ้นลง ทำเอาคนถามงงไม่เข้าใจความหมาย

 

เด็กหนุ่มที่กำลังเอนจอยกับฟิลลิ่งที่มีฤทธิแอลกอฮอล์เป็นตัวนำ จึงต้องอธิบายความต้องการของตัวเองออกมาด้วยท่าทาง เขาบิดตัวหมุนเข้ากอดรอบเอวเจ้าของห้อง ก้มหน้างุดซุกอกอุ่น “...ไม่ไหวแล้ว”

 

ร่างสูงก้มมองศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมบางนุ่มที่ซุกอยู่กับอกของเขาแล้วนึกหมั่นเขี้ยวอยากกัดเจ้าตัวสักที เขากดปลายจมูกลงกับกลุ่มผมหอม ที่ถึงแม้จะมีกลิ่นแอลกอฮอล์ก็ยังหอมอยู่ดี ก่อนจะช้อนร่างเล็กนั้นขึ้นอุ้ม

 

“แน่ใจแล้วใช่ไหมครับ” เสียงทุ้มถามเบา

 

แพทเทิร์นอายเกินกว่าจะตอบเป็นคำพูด ทำได้แค่ผงกหัวแล้วยกมือสองข้างขึ้นปิดหน้า

 

ซึงฮวานอุ้มแพทเทิร์นเข้าไปในห้อง เขาวางร่างเล็กลงบนเตียง เปิดเพียงแค่โคมไฟที่โต๊ะข้างเตียงเพียงดวงเดียว ก่อนจะเคลื่อนกายขึ้นคร่อมร่างเล็กเอาไว้ เขาก้มลงจูบเบาๆ ที่ขมับชื้นเหงื่อ ค่อยๆ ไล้ปลายจมูกไปตามซีกหน้าเล็กนั้นอย่างเชื่องช้า มือข้างหนึ่งลูบคลำทั่วแผ่นอกแบบบางก่อนจะสอดมือเข้าใต้เสื้อเพื่อสัมผัสกับผิวเนื้อนุ่ม ซึงฮวานค่อยๆ ปลุกปั่นอารมณ์ของร่างเล็กอย่างเนิบนาบ หากย้ำแน่นเต็มไปด้วยอารมณ์ความใคร่

 

เจ้าของแผ่นอกบางสะดุ้งเฮือกเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวเคล้นคลึงลงบนยอดอกที่เริ่มตั้งชูชันด้วยความเสียวซ่าน แพทเทิร์นเริ่มหอบหายใจถี่ ก่อนที่ลมหายใจนั้นนจะถูกใครบางคนช่วงชิงไป

 

จูบรุ่มร้อนเริ่มต้นขึ้น ซึงฮวานขบเม้มริมฝีปากบาง แทรกปลายลิ้นร้อนเข้าพัวพัน แลกเปลี่ยนความหวานในรสจูบหลายต่อหลายครั้ง ลิ้นร้อนรุกรานทั่วทั้งแนวฟันขาว ก่อนทั้งท้ายด้วยจูบหนักหน่วงอีกหลายครั้ง นั่นเป็นตอนที่แพทเทิร์นขาดอากาศหายใจพอดี

 

ร่างเล็กหอบหายใจ แล้วก็ต้องหลับตาปี๋เมื่อเสื้อถูกถลกขึ้นทางหัว ใบหน้าที่พ้นคอเสื้ออกมาได้นั้นแดงเถือกลามไปถึงคอ ผิวขาวสว่างปรากฏต่อสายตาสีเขียวมรกต ซึงฮวานไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กอายอยู่ฝ่ายเดียว เขาไขว้มือถอดเสื้อตนเองออกบ้าง ทว่านั่นยิ่งทำให้ร่างเล็กอายมากขึ้นไปอีกเมื่อได้เห็นร่างเปลือยที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นๆ

ถึงจะผอมไปหน่อย แต่ก็มีกล้ามเนื้อให้ได้อวดไม่น้อย แพทเทิร์นรู้สึกถึงความร้อนที่แล่นไปทั่วหน้าทั่วตัว เลือดสูบฉีดเสียจนได้ยินเสียงในหูอื้ออึง เขินอย่างที่ไม่รู้จะจัดการยังไงดี

 

“แพท” เสียงทุ้มเรียกชื่อจากคนที่คร่อมอยู่เหนือร่าง

 

แพทเทิร์นที่เอียงหน้าหนีจำต้องหันมาสบตา “ครับ?”

 

“ผมรักคุณ รักมาตลอด และจะรักตลอดไป”

 

ตึกตัก...

 

ตึกตัก...

 

ตึกตัก...

 

เสียงหัวใจที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันตอกย้ำทุกความรู้สึกของตนเองที่มีต่อผู้ชายคนนี้อย่างหนักแน่น ว่าคนคนคนนี้ คิมซึงฮวานคนนี้ คือทุกความรู้สึกที่แพทเทิร์นอยากได้รับและแบ่งปันให้กันและกันอย่างสุดหัวใจ

 

การได้พบกับคิมซึงฮวาน เป็นโชคชะตาที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของเขา

 

เขาจะรักษาดวงชะตานี้เอาไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

 

แพทเทิร์นเอื้อมแขนสองข้างขึ้นกอดรอบคอซึงฮวาน เขาลุกขึ้นนั่งเพื่อซบศีรษะลงกับลาดไหล่หนา ส่งเสียงอู้อี้เพราะเกิดอยากร้องไห้ขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

 

“ครับ ผมก็รักคุณ จะรักเพียงคุณคนเดียว”

 

อ้อมกอดอบอุ่นถูกล้อมรอบกาย แพทเทิร์นค่อยๆ เอนตัวลงกับที่นอนอีกครั้งตามการนำของร่างสูง เขาหลับตาลงตอบรับจุมพิตนุ่มนวลอีกครั้ง และอีกครั้ง

 

 

ภายใต้แสงไฟสลัว ร่างสองร่างแลกเปลี่ยนความสุขสมที่เกิดจากความรักอย่างเร่าร้อน ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการเรียกร้องซึ่งกันและกัน จุดสัมผัสที่เชื่อมพวกเขาไว้ด้วยกันนั้นร้อนผ่าว ยิ่งแรงอารมณ์มีมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ทั้งสองคนเตลิดไปไกลอย่างไม่อาจห้ามได้

 

กว่าที่พวกเขาจะไปถึงที่สุด ร่างเล็กก็หมดแรงและหลับลึกในทันที อาจเพราะเจ้าตัวดื่มแอลกอฮอล์ไปไม่น้อยเมื่อหัวค่ำ ทั้งวิสกี้ทั้งเบียร์ ดื่มเก่งเหลือเกิน

 

คิมซึงฮวานพินิจมองดวงหน้าหวานที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ เขาจ้องดูเนิ่นนาน ก่อนจะค่อยๆ ก้มลงจูบหน้าผากมนแผ่วเบา

 

แพทเทิร์นไม่เคยรู้ ว่าหัวใจของคิมซึงฮวาน ก็เต้นแรงทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกัน

 

โดยเฉพาะวินาทีแรกที่คิมซึงฮวานเห็นแพทเทิร์นที่ประเทศไทย เขาจดจำความรู้สึกในวินาทีนั้นได้อย่างแม่นยำ และย้ำกับตัวเองทุกครั้งว่าหากมีโอกาสได้รู้จักกัน เขาจะไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด

 

เด็กผู้ชายคนนี้ คือโชคชะตาสำหรับเขา

 

 

_______________________________

 

 

 

เกือบลืมไปแล้วว่าอากาศประเทศไทยร้อนขนาดไหน

 

ทันทีที่ออกมาจากอาคารสนามบินเพื่อข้ามไปลานจอดรถ แพทเทิร์นก็ต้องถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออก ทั้งที่เวลานี้ค่ำแล้วแต่อากาศแทบไม่มีลมพัดมาเลย

 

ดีไซน์ถอดเสื้อคลุมออกเหมือนกัน เธอหันไปหาเพื่อนพี่ชายที่อาสาเข็นรถกระเป๋าให้ "พี่เบสท์จอดรถไว้ไกลมั้ยคะ ไซน์คิดถึงแอร์มากกกก"

 

"ฮ่าๆ ไม่ไกลหรอก นู่นไง เสาที่สอง" เบสท์ เด็กหนุ่มร่างสูงเข็นรถนำไปที่รถเก๋งสีบรอนด์ที่จอดเด่นอยู่เบื้องหน้า “แพท ทำอะไรอยู่ รีบมาขึ้นรถเร็ว”

 

เสียงเพื่อนตะโกนเรียกทำให้แพทเทิร์นต้องปิดจอโทรศัพท์แล้วรีบเดินไปหา เมื่อกี้เขาเพิ่งเปิดโทรศัพท์ ทันทีที่สัญญาณขึ้นก็มีข้อความจากคิมซึงฮวานเด้งขึ้นมา เขาจึงรีบตอบกลับไปว่าถึงไทยเรียบร้อยแล้ว

 

ขณะที่รถเคลื่อนตัวเข้าสู่ท้องถนนยามราตรี แพทเทิร์นเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง เสียงพูดคุยของดีไซน์และเบสท์ค่อยๆ เบาลงในโสตประสาท เขากำลังคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในระหว่างหนึ่งเดือนของการปิดเทอม เขาเลิกกับพี่หนึ่ง และตอนนี้เขามีแฟนใหม่แล้ว และคงเป็นคนสุดท้ายในชีวิตด้วย

 

แต่เมื่อได้กลับมาสู่ความจริงที่ว่าเขาเป็นคนไทย และกำลังเรียนอยู่มหาลัย นั่นหมายความว่าระยะห่างของเขากับคิมซึงฮวานนั้นไกลมาก ฝ่ายนั้นมีงานที่ต้องทำ ส่วนเขาก็มีหน้าที่ที่ต้องเรียน การคบกันเป็นแฟนด้วยระยะทางที่ห่างไกลกันอย่างนี้คงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก

 

ไม่เอาน่าแพทเทิร์น อย่างไรทั้งตัวเขาและคิมซึงฮวานต่างก็เชื่อใจกันและกัน ถึงจะไม่ได้เจอหน้ากันทุกวัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าความรักของพวกเขาจะจืดจางลงเสียหน่อย

 

คิมซึงฮวานสัญญากับเขาแล้วด้วย ว่าหากมีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็จะบินมาหา แค่ได้โทรคุยกัน วีดีโอคอลหากันบ้างก็พอแล้วนี่นา วันข้างหน้าอะไรๆ ก็คงจะดีขึ้นเอง

 

เมื่อสบายใจแล้ว พลันอารมณ์เศร้าหมองที่ต้องกลับมาไทยก็หายไป

 

เมื่อถึงบ้าน เบสท์อยู่คุยด้วยไม่นานก็ขอตัวกลับไปเพราะดึกมากแล้ว แพทเทิร์นมองนาฬิกาที่ชี้บอกเวลาห้าทุ่มครึ่ง พ่อและแม่ของเขาไปงานเลี้ยงน่าจะใกล้กลับมาแล้ว เขาตั้งใจจะอยู่เจอเพื่อบอกเรื่องของคิมซึงฮวานให้พวกท่านรับรู้

 

“พี่แพทไม่ต้องกังวลนะ พ่อกับแม่เราหัวสมัยใหม่จะตาย สบายใจได้!” น้องสาวบอกด้วยน้ำเสียงและสีหน้ามั่นใจ ก่อนลุกไปก็ยังตบไหล่พี่ชายไปสองสามทีแล้วพยักหน้าอีกสองครั้งอย่างหนักแน่น

 

แพทเทิร์นมองน้องสาวที่เดินกลับเข้าห้องไปแล้วถอนหายใจ จะไม่ให้เขากังวลได้ยังไง ลูกชายบ้านนี้น่ะมีเขาคนเดียวนะ ถึงพ่อกับแม่จะไม่ว่าอะไรแต่ก็คงมีความผิดหวังอยู่บ้างน่ะแหละ

 

นั่งรอเงียบๆ อยู่อีกสิบนาที พ่อกับแม่ก็กลับมา

 

“อ้าว ทำไมยังไม่นอนล่ะแพท เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ”

 

“แม่ครับ” แพทเทิร์นเรียกมารดาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นคงนัก แต่ก็หนักแน่นพอที่จำให้คนฟังรับรู้ว่าลูกชายกำลังมีเรื่องสำคัญที่อยากจะบอก

 

รอจนพ่อเดินมานั่งข้างๆ แม่ แพทเทิร์นก็เริ่มพูดถึงรสนิยมทางเพศของตัวเอง ตอนที่สารภาพไป เขาไม่ค่อยกล้ามองสบตาพ่อกับแม่นัก แต่ท่านทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่พยักหน้าเพื่อให้เขาพูดต่อ ดังนั้นแพทเทิร์นจึงเริ่มเล่าเรื่องของคิมซึงฮวานให้พวกท่านฟัง

 

แพทเทิร์นเล่าแค่คร่าวๆ ว่าเจอกันอย่างไรและคบกันเมื่อไหร่ เมื่อหมดเรื่องพูดแล้วก็ได้แต่ก้มหน้ารอฟังคำพูดจากพ่อและแม่

 

ความเงียบที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที แต่ช่างยาวนานสำหรับแพทเทิร์นนัก

 

ในที่สุด แม่ก็เริ่มพูดขึ้นก่อน “ความจริง แม่ก็พอรู้อยู่บ้างนะ ว่าแพทเป็นยังไง”

 

“คุณรู้หรือ?” คนเป็นสามีหันไปถามภรรยาด้วยความประหลาดใจ ไม่ต่างจากลูกชายที่เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจเช่นกัน

 

“อืม แต่แม่คิดว่าเป็นเบสท์เสียอีก”

 

“เบสท์เนี่ยนะครับ” แพทเทิร์นทวนคำ แล้วรีบปฏิเสธ “ไม่ใช่เบสท์ครับ ไม่เคยใช่เลย เราเป็นแค่เพื่อนกันครับ”

 

“แล้วกับคิม ...ซึงฮวานใช่มั้ย? ลูกแน่ใจแล้วเหรอ”

 

“แน่ใจครับ” เด็กหนุ่มตอบพร้อมพยักหน้ามั่นใจ

 

“เฮ้อ แม่เองก็เสียใจอยู่นะ แต่ถ้าเป็นความสุขของลูก แม่ก็พร้อมจะสนับสนุน ถ้าลูกแน่ใจแล้วจริงๆ แม่ก็ไม่ห่วงอะไร แค่ขอให้ตั้งใจเรียน จบมาก็ทำงานทำมาหากินดูแลตัวเองได้ แม่ก็พอใจแล้วล่ะ ...คุณล่ะว่ายังไง เอาแต่นั่งเงียบแบบนี้ ลูกจะเครียดเอานะ” นภัทรหันไปมองสามีที่เอาแต่นั่งนิ่ง “ว่ายังไงล่ะคะคุณ?”

 

“จะว่าอะไรล่ะ ผมขอเวลาช็อคหน่อยได้ไหม ...ผมไม่รู้จะพูดอะไร ถ้าคุณโอเคผมก็โอเค ก็อย่างที่คุณบอกนั่นแหละ แพทเองก็โตแล้ว ผมให้อิสระเขาเต็มที่ ขอแค่ไม่เกเรให้ผมต้องปวดหัวก็พอแล้ว”

 

นภัทรหันมายิ้มให้ลูกชายที่มีสีหน้าดีขึ้น

 

“ว่าแต่คิมซึงฮวานคนนี้ เป็นคนดีหรือเปล่า พ่อจะไว้ใจเขาได้ยังไง?”

 

แพทเทิร์นรีบตอบ “คุณลุงลีก็รู้จักกับคุณซึงฮวานครับ คุณพ่อลองโทรถามได้เลย ผมบอกเรื่องนี้ให้คุณลุงลีรู้แล้วก่อนจะกลับมา”

 

“นี่ขนาดคุณลียังรู้เรื่องก่อนพ่อกับแม่เลยเหรอ เฮ้อ เรานี่นะ” ธนากรส่ายหัว แล้วพยักหน้าไปทางลูกชาย “ไปพักผ่อนเถอะไป พ่อกับแม่รับรู้และยอมรับแล้ว ไม่ต้องคิดอะไรให้มากล่ะ เข้าใจมั้ย อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว ตั้งใจเรียนอย่าให้พ่อกับแม่ผิดหวัง แค่เรื่องนี้พ่อขอไว้ละกัน”

 

“ครับ” แพทเทิร์นรับคำด้วยรอยยิ้ม เรื่องที่หนักอกมากที่สุดมลายหายไปเสียสิ้น

 

...ความรักของเขาครั้งนี้ จะต้องสดใสอย่างแน่นอน...

 

 

 

_______________________________

 

 

 

2 ปีต่อมา

 

 

ตุบ...ตุบตุบ....ตุบ....ตุบบบ

 

เสียงต่อสายของโปรแกรมสไกป์ดังขึ้นจากแลปท๊อปที่วางอยู่กลางเตียง คนที่กำลังเคลิ้บเคลิ้มกับรสจูบหวานฉ่ำจึงจำต้องผละออกเพื่อมากดรับสาย

 

“ว่าไง พาย”

 

แพทเทิร์นทักทายเพื่อนผ่านวีดีโอคอลพลางทิ้งตัวนอนลงบนเตียง โดยมีร่างสูงตามลงมานั่งข้างๆ ทว่าไม่ได้นั่งเปล่า ยังคล้องแขนรอบเอวเล็กบางนั้นไว้อย่างต้องการแสดงออกให้คนในจอเห็น

 

พายทำหน้าทะเล้นผ่านกล้องมามองเพื่อน “แหม สวีทไปนะ”

 

คนถูกแซวหน้าแดง แต่หุบยิ้มไม่ลง จะให้ไม่ยิ้มยินดีได้ยังไง นานๆ ทีคิมซึงฮวานถึงจะมาหาเขาที่ประเทศไทย คราวนี้อยู่ตั้งหนึ่งอาทิตย์ เขาก็ต้องยิ้มมีความสุขอยู่แล้วสิ

 

“มีอะไรก็ว่ามา ไม่ต้องมาแซวเราเลย”

 

พายหัวเราะ “ฮ่า ฮ่า ก็ได้ เนี่ย เดี๋ยวเรากลับไทยแล้วนะ คงไม่อยู่รับปริญญาที่นี่ ถูกพ่อเรียกตัวกลับกะทันหัน ไม่รู้มีเรื่องอะไรนักหนา เราก็เลยว่าจะนัดพวกแพทกับเบสท์มาเจอกันหน่อยน่ะ”

 

“ได้สิ เมื่อไหร่ล่ะ”

 

“ต้นเดือนหน้า”

 

ต้นเดือนหน้าเหรอ? เราไม่แน่ใจนะ พอดีเราได้งานที่เกาหลีแล้ว ถ้าเรื่องเรียบร้อยเมื่อไหร่เราก็จะบินไปเลย”

 

พายทำตาโต “โหย อะไรเนี่ย ...นี่คุณ!!” ใบหน้าหล่อที่เอนไปทางสวยมากกว่าหันไปจ้องซึงฮวาน ที่ทำหน้านิ่งๆ อย่างไม่รู้จะต้องทำสีหน้าแบบไหน “ถ้าทำเพื่อนผมเสียใจนะ ผมตามไปล้างแค้นถึงโซลแน่” ยกนิ้วชี้ขู่เสร็จก็หันกลับมาหาเพื่อน “แพทเพิ่งจบได้เดือนเดียวเอง จะรีบทำงานไปไหนเนี่ย เสียดายจังถ้าไม่ได้เจอกัน”

 

แพทเทิร์นเองก็เสียดาย แต่เขาก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปทำงานในวงการแฟชั่นของเกาหลีมากๆ คุณลุงลีอุตส่าห์ช่วยหางานดีๆ ให้ทำ เขาเองก็อยากที่จะกระตือรือร้นเพื่อทำงานนี้ให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น ยิ่งไปเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เริ่มงานเร็วเท่านั้น

 

“ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะพาย ยังไงเราก็ต้องกลับมาที่ไทยเรื่อยๆ อยู่แล้ว”

 

“เฮ้อ เอางั้นก็ได้ งั้นเราไม่กวนแพทและ เชิญสวีทกันต่อได้เลย...” ยังไม่ทันที่เสียงของเพื่อนจะพูดจบดี คนรอจังหวะมานานก็เป็นฝ่ายเอื้อมมือไปพับจอลงเสียเอง ก่อนจะสอดแขนอุ้มร่างเล็กขึ้นมานอนทับอยู่บนอก

 

“มัวแต่คุยกับเพื่อน สนใจผมหน่อยสิ” ซึงฮวานเลื่อนมือลงกอดรอบเอวบาง

 

แพทเทิร์นอยากจะขำเมื่อคนที่มักทำหน้านิ่งตอนนี้ทำเป็นงอนเขาเสียอย่างนั้น เขาก้มลงจุ๊บริมฝีปาก สองแขนวางทาบบนอกหนา

 

“ผมสนใจคุณอยู่แล้วแหละน่า คุณต่างหาก ทำแต่งานไม่ค่อยมีเวลาให้ผมเลย”

 

“ตอนนี้ผมมีแล้วไงครับ เวลาทั้งชีวิตผมยกให้แพทคนเดียวหมดเลย”

 

ทำเป็นปากหวาน แพทเทิร์นอยากจะบอกอย่างนั้น แต่ติดที่ริมฝีปากไม่ว่างให้พูดออกไปได้ โอเค เวลานี้จะมามัวพูดกันอยู่ทำไม เขาเองก็ชักจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ถูกเพื่อนมาขัดเอากลางคันเมื่อกี้จนอารมณ์เตลิดหายไปหมด

 

แพทเทิร์นทิ้งตัวลงกอดตอบคนใต้ร่าง ปล่อยอารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้นใหม่ให้นำพาไป ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน การได้อยู่ใกล้ชิดกับคิมซึงฮวานคือความสุขที่สุดสำหรับเขา

 

ความรักที่ทำให้รู้สึกเป็นสุข มันเป็นเช่นนี้เอง

 

 

 

_______________________________

THE END

 

*สามารถอ่านตอนพิเศษได้ภายในเล่ม*

 

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up