Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 19

 

 
 

สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ เป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาธรรมชาติ สวยราวกับอยู่ในเทพนิยาย แพทเทิร์นไม่พลาดที่จะถ่ายรูปตั้งแต่หน้าทางเข้าซื้อตั๋วเลยทีเดียว วันนี้เป็นวันธรรมดาคนจึงไม่ได้มากมายจนทำให้รู้สึกแออัด แต่แน่นอนว่าก็ไม่ได้บางตาสมกับเป็นสถานที่เที่ยวอันดับต้นๆ ของเกาหลี

 

“แพท มาถ่ายด้วยกันๆ” เสียงซอนอาตะโกนเรียกจากอีกด้านของทางเข้า

 

แพทเทิร์นเดินไปหาแล้วยืนตรงกลางระหว่างซอนอากับนายอน โดยมีซึงยุนริถ่ายรูปให้ เขารู้สึกได้ถึงความสุขของผู้หญิงทั้งสองคน คงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งกับความรักที่ไม่ต้องคอยหลบซ่อนอีกต่อไป

 

ซอนอากับนายอนวางแผนกันว่าจะไปฝรั่งเศสสิ้นเดือนนี้เลย ยิ่งไปเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ทั้งกับงานของซอนอา และความสุขของนายอน เพราะการอยู่เกาหลีไม่ได้ช่วยให้พวกเธอแสดงความรักต่อกันได้มากนัก เนื่องจากซอนอาเองก็เป็นคนมีชื่อเสียงในฐานะนางแบบอันดับต้นๆ ของเกาหลี สื่อหลายสื่อคอยจับตามองจนน่าอึดอัด ส่วนการหย่าร้างของนายอนกับซึงฮวานใช่ว่าจะไม่เป็นข่าว เพราะตัวซึงฮวานเองเป็นถึงว่าที่ผู้บริหารค่ายโทรทัศน์เอกชนชื่อดัง แต่ดูเหมือนทางซึงฮวานจะจ่ายเงินเพื่อให้ข่าวออกไปแค่สั้นๆ เพียงว่าพวกเขาหย่าร้างกันแล้ว โดยไม่บอกเหตุผลอะไรให้มากความ

 

การมาเที่ยวครั้งนี้เป็นเหมือนการสร้างความทรงจำดีๆ ครั้งสุดท้ายก่อนที่เพื่อนๆ จะไม่ได้เจอกันอีกนาน

 

“พี่ซึงยุน มาถ่ายให้ฮันนาบ้างสิ!”

 

เสียงหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ตะโกนมาจากด้านหลัง เธอควงแขนซึงฮวานแล้วเร่งพี่ชายให้มาถ่ายรูปให้

 

แพทเทิร์นเหล่มองคนรัก ซึ่งนั่นทำให้ซึงฮวานยกแขนขึ้นเตรียมจะแกะมือน้องสาวเพื่อนออก ทว่าซอนอากับนายอนพุ่งเข้าไปหาคนทั้งสองเสียก่อน

 

“ถ่ายด้วยๆๆ” นายอนวิ่งเข้าไปควงแขนซึงฮวานข้างหนึ่ง ส่วนซอนอาถือวิสาสะดึงมือฮันนาออกแล้วเป็นฝ่ายควงแขนซึงฮวานเสียเอง นั่นทำให้ฮันนาไม่พอใจมาก แต่ก็ไม่ได้วีนเหวี่ยงมากไปกว่าทำเสียงขึ้นจมูกขัดใจ

 

“ฮันนาจะถ่ายมั้ยเนี่ย ทำหน้าอย่างกับจะกินใคร” ซึงยุนที่ยกกล้องเตรียมถ่ายตะโกนถามน้องสาว

 

“ไม่ถ่ายแล้ว!” ฮันนาเดินฟึดฟัดออกมาแล้วกอดอกยืนมอง

 

“งั้นเธอมาถ่ายให้พี่หน่อย” พูดแล้วซึงยุนก็ดันกล่องไปให้น้องสาวรับไปแบบต้องจำยอม แล้วเขาก็หันไปจูงแขนแพทเทิร์นให้มาถ่ายรูปรวมด้วยกัน ซึงยุนทำทุกอย่างนี้ด้วยความรวดเร็วจนน้องสาวได้แต่จ้องตาแทบถลนที่เธอถูกปล่อยให้ต้องมาเป็นตากล้องอย่างนี้

 

ซอนอาย้ายไปยืนข้างนายอน แพทเทิร์นยืนแทนที่ตามด้วยซึงยุน ทั้งห้าคนกอดไหล่กอดเอวกันยิ้มโพสรูป

 

ฮันนาไม่นับไม่อะไรทั้งนั้น เธอยกกล้องขึ้นกดสองสามทีแล้วยื่นกล้องคืนพี่ชาย

 

ก่อนที่ทั้งหกคนจะเข้าไปด้านในของสวนสนุก พวกเขาแวะซื้อของที่ระรึกอย่างถุงมือสัตว์ หมวกหน้าสัตว์ และที่คาดผมหูสัตว์ต่างๆ ซึงฮวานบอกว่าหูเสือขาวเข้ากับแพทเทิร์นดี แล้วเดินไปจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว ส่วนเขาเองเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ใส่อะไรเลย

 

“เราแวะกินอะไรรองท้องแล้วค่อยไปเล่นเครื่องเล่นเบาๆ กันก่อนดีกว่า” ซอนอาเสนอ ทุกคนเห็นด้วย พวกเขาจึงนั่งทานฮอทดอกกันที่ร้านค้า ก่อนจะพากันไปเข้าสวนสัตว์ของเอเวอร์แลนด์

 

ในสวนสัตว์มีรถบัสให้ลูกค้านั่งพาชมรอบๆ

 

แพทเทิร์นตื่นเต้นมากเพราะเขาไม่เคยเห็นไลเกอร์มาก่อน เป็นการผสมพันธ์กันระหว่างสิงโตและเสือ เขาจำไม่ได้เลยว่ากดชัตเตอร์ไปกี่ครั้ง อันที่จริงเขากดสเน็ปช็อตรัวเลยก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโหมดวีดีโอ โดยมีซึงฮวานคอยแปลจากที่ไกด์บรรยายให้ฟัง

 

ทุกคนดูจะสนุกกับการเข้าสวนสัตว์ครั้งนี้ ยกเว้นแต่ฮันนาที่นั่งกอดอกจ้องแพทเทิร์นที่นั่งยิ้มและหัวเราะอยู่กับซึงฮวานอย่างไม่พอใจ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าซึงฮวานมีรสนิยมแบบนี้ และเธอที่เฝ้ารอการหย่าร้างระหว่างนายอนกับซึงฮวานมาตลอดก็ยอมไม่ได้ เธอจะไม่ยอมปล่อยซึงฮวานให้เด็กต่างชาติคนนี้เด็ดขาด

 

แต่เธอจะทำอย่างไรล่ะ เธอไม่มีข้อมูลของแพทเทิร์นเลย หากมีอะไรที่เธอรู้จุดอ่อนอย่างเรื่องของนายอนกับซอนอาที่เธอพอจะขู่ได้ก็คงดี เธอควรจะเริ่มจากตรงไหนดีนะ

การดูสวนสัตว์จบลงอย่างน่าเบื่อในความรู้สึกของแพคฮันนา เธอหาจังหวะเข้าแทรกสองคนนั้นไม่ได้เลย และเธอก็หงุดหงิดพี่ชายตัวเองที่คอยกันท่าเธอตลอด

 

ทั้งกลุ่มเลือกเดินเล่นในส่วนของสวนนิทานเด็กเพื่อถ่ายรูป และย่อยสิ่งที่กินไปอีกหน่อย ก่อนจะเริ่มเล่นเครื่องเล่นเบาๆ อย่างไวกิ้ง ที่เอาเข้าจริงแล้วแพทเทิร์นต้องหลับตาแน่นด้วยความหวาดเสียว และคาดโทษซึงฮวานที่เลือกมานั่งหลังสุดของตัวเรือ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่น่าหวาดเสียวที่สุด

 

“กรี๊ดดดดดดดดดด” เสียงกรี๊ดของทุกคนบนเครื่องเล่นดังไม่ขาดสาย กว่าจะจบรอบคนทั้งกลุ่มก็แทบจะเมาเรือขึ้นมาจริงๆ พวกเขาเล่นเครื่องเล่นเบาๆ อีกสามอย่างก่อนจะพากันไปต่อแถวเครื่องเล่นที่เป็นจุดเด่นของสวนส่วนสนุกแห่งนี้ นั่นก็คือ T Express เป็นรถไฟเหาะที่รางทำด้วยไม้สูงที่สุดในโลก คนต่อแถวยาวมากจนคาดว่าน่าจะรอไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เป็นเวลาคาดการณ์ที่ใกล้เคียง กลุ่มของแพทเทิร์นได้ขึ้นในอีกสี่สิบนาทีต่อมา

 

“ไม่เอาข้างหน้าได้มั้ย” แพทเทิร์นเก็บของที่ล็อคเกอร์ก่อนขึ้นเครื่องเล่น เขาหันไปบอกชายหนุ่มที่ยอมตกลงว่าจะนั่งกันแถวที่สอง ซึงยุนกับฮันนานั่งแถวทื่สาม ส่วนซอนอากับนายอนไปเล่นเครื่องเล่นอื่นเพราะนายอนเป็นโรคหัวใจและเพิ่งจะดีขึ้นจากโรงพยาบาลเมื่อเช้า

 

ซึงฮวานเช็คเข็มขัดและตัวล็อคให้แพทเทิร์นอีกครั้งก่อนที่คนดูแลจะให้สัญญาณการออกตัว

 

แพทเทิร์นหลับตาแน่นเมื่อรถไฟไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อรอปล่อยตัวลงมาในความสูงที่มีความชันเกือบๆ 77 องศา

 

“แพท ลืมตาสิครับ ทำแบบนั้นจะยิ่งกลัวนะ”

 

คนตัวเล็กยอมลืมตา แล้วก็ต้องร้องว้าวออกมา เพราะวิวทิวทัศน์ที่เห็นในตอนนี้มันสวยมากเสียจนไม่น่าเชื่อว่าเขาจะได้เห็นกับตาตัวเอง จุดสูงสุดที่รถไฟไต่ขึ้นมานี้ทำให้เห็นสวนสนุกท่ามกลางหุบเขาธรรมชาติ ซ้ำยังเป็นช่วงปลายเดือนตุลาคม ใบไม้บางต้นจึงเปลี่ยนสีเป็นสีสันสดใส ดูแล้วก็อย่างกับเห็นภาพวาดขนาดใหญ่ แต่มันสวยยิ่งกว่านั้นเพราะมันเป็นของจริง

 

ทว่าแพทเทิร์นชื่นชมภาพนั้นได้ไม่ถึงสามสิบวินาทีเท่านั้น รถไฟก็ไต่มาถึงจุดปล่อยตัว

 

“อ๊าคคคคคคคคคคคคค”

 

แพทเทิร์นร้องตะโกนทันทีด้วยความกลัว เขาไม่เคยเล่นอะไรที่หวาดเสียวเท่านี้มาก่อนเลย ความรู้สึกตอนนี้ของแพทเทิร์นคือกลัวตายมาก ถ้าเกิดเครื่องเล่นมันหลุดกระเด็นออกไปแบบในหนังจะทำยังไง ถ้าเครื่องเล่นไม่ปลิวก็ตัวเขานี่แหละที่อาจจะปลิวหลุดออกไปได้ ยิ่งคิดแบบนั้นก็ยิ่งกลัว หลับหูหลับตากรี๊ดอย่างเดียว ช่วงเวลาไม่กี่นาทีช่างยาวนานสำหรับแพทเทิร์น เมื่อถึงทางที่จะเข้าตรงสถานีเขาก็แทบจะหันไปเอาเรื่องคนข้างๆ

 

“ไหนคุณบอกไม่น่ากลัวไง”

 

“ก็ไม่เห็นน่ากลัวเลยนี่” คนตอบทำหน้าตาย แต่แอบเห็นมุมปากนั้นยกยิ้ม

 

เห็นเขาน่าแกล้งใช่ไหมเนี่ย!

 

แพทเทิร์นอยากจะพูดต่อแต่รู้สึกพะอืดพะอมจึงยอมปิดปากเงียบ จนกระทั่งรถหยุด เจ้าหน้าที่เข้ามาไล่ดูความเรียบร้อย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แพทเทิร์นลุกขึ้นมาแล้วเซคล้ายจะล้ม เจ้าหน้าที่คว้าไหล่เล็กไว้ได้ทันแล้วถามอาการ ซึงฮวานรีบลุกข้ามที่นั่งตามขึ้นมา พูดภาษาเกาหลีกลับไป ตอนนี้แพทเทิร์นไม่สนใจจะฟังอะไรแล้ว เขาอยากนั่งพักอยู่นิ่งๆ สักสิบหรือยี่สิบนาที

 

ฮือ...ไม่เอาอีกแล้ว ครั้งเดียวในชีวิตก็เกินพอ

 

แพทเทิร์นเดินขาอ่อนออกมาโดยมีซึงฮวานประคอง

 

“พักกันก่อนไหม เดี๋ยวโทรไปบอกให้ซอนอากับนายอนมาหา” ซึงยุนแนะนำ เขาเองก็อยากจะอ้วกเหมือนกัน “เธอไปซื้อน้ำให้พี่หน่อยสิ” หันไปบอกน้องสาว แล้วก้มหยิบโทรศัพท์กดเบอร์เพื่อน

 

ตอนแรกฮันนาเตรียมจะบอกปฏิเสธ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ “ได้สิ” แล้วหันไปหาซึงฮวาน “พี่ซึงฮวานไปช่วยฮันนาถือแก้วน้ำหน่อยนะคะ ฮันนาถือมาไม่หมดแน่ๆ”

 

แพทเทิร์นไม่รู้ว่าพูดอะไรกัน เพราะถ้าไม่คุยกับเขาโดยตรง ทั้งซึงยุนและฮันนาจะพูดเป็นภาษาเกาหลี

 

ซึงฮวานยอมลุกขึ้นง่ายๆ เพราะดูแพทเทิร์นก็ต้องการน้ำดื่มเหมือนกัน เขาบอกแพทเทิร์นว่าให้นั่งรอที่นี่กับซึงยุน เดี๋ยวเขากับฮันนาจะไปซื้อน้ำมาให้

 

คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกๆ บอกตรงๆ ตอนนี้เขายังขาสั่นอยู่เลย ไม่เอาอีกแล้วจริงๆ

 

“ยังไม่หายกลัวเหรอ” ซึงยุนเก็บโทรศัพท์แล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างเด็กหนุ่ม

 

แพทเทิร์นพยักหน้า “ผมสาบานเลยว่าจะไม่เล่นอีกเป็นครั้งที่สอง”

 

ซึนยุนหัวเราะ “ที่ไทยมีแบบนี้ไหม”

 

“ไม่มีครับ ไม่มีรถไฟเหาะสูงขนาดนี้เลย หรือน้อยกว่านี้นิดหน่อยก็ไม่มี”

 

“ถ้านับแค่รางไม้ ที่นี่สูงที่สุดในโลกเลยนะ” ซึงยุนอวด

 

“ครับ คุณซึงฮวานบอกแล้ว มันสุดยอดมากๆ เลยนะที่ทำได้สูงขนาดนี้”

 

“ช่าย” ซึงยุนพยักหน้า “ว่าแต่ แพทกลัวผีไหม”

 

“ทำไมครับ?”

 

“ตรงนั้นเป็นบ้านผีสิง ตั้งแต่สร้างใหม่ผมยังไม่เคยเล่นเลย อยากลองสักหน่อย”

 

แพทเทิร์นมองตามแล้วเห็นอาคารบ้านผีสิงที่แค่ทางเข้าก็น่ากลัวสุดๆ แล้ว “ถ้าทุกคนไปผมก็ไปครับ”

 

“โอเค พักจากตรงนี้หายเหนื่อยแล้ว ซอนอากับนายอนมาเมื่อไหร่ก็ไปที่นั่นกัน” ซึงยุนวางแผนเสร็จสรรพ พอดีกับซอนอาและนายอนมาถึง

 

“อ้าว ทำไมมาเร็วจัง” ซึงยุนประหลาดใจที่เห็นสองสาวมาเร็วกว่าที่คิด

 

“เราถ่ายรูปเล่นกันอยู่แถวนี้อยู่แล้วน่ะ แล้วนี่ซึงฮวานไปไหนล่ะ” ซอนอาถามหาเพื่อน แล้วขมวดคิ้วที่เห็นฮันนาไม่อยู่ด้วยเหมือนกัน

 

นายอนนั่งลงอีกข้างของแพทเทิร์น “หมอนั่นกล้าทิ้งแพทให้นั่งอยู่กับเสือกันสองคนได้ยังไงนะ”

 

“น้อยๆ หน่อยนายอน ฉันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นเสียหน่อย” ซึงยุนบ่น “ฉันรู้น่าว่าซึงฮวานมันหวง ไม่ขย้ำกินหรอกน่า”

 

“ให้มันจริงเถอะ” ซอนอาสวน “ตกลงสองคนนั้นไปไหน?”

 

“ไปซื้อน้ำ เดี๋ยวก็มาแล้ว ไปตั้งแต่ที่ฉันโทรหาพวกเธอ”

 

สองสาวพยักหน้า แล้วคุยเล่นกับแพทเทิร์นและซึงยุนว่า T Express เป็นยังไงบ้าง และสถานที่ต่อไปที่จะไปคือบ้านผีสิง นายอนกับซอนอาบอกว่าเคยเห็นทางโฆษณาว่าน่ากลัวใช่เล่น มีคนแต่งเป็นผีออกมาวิ่งไล่จริงๆ ด้วย แถมหุ่นก็ยังทำได้น่ากลัวมาก ขยับอย่างกับร่างคนจริงๆ

 

คุยกันไปคุยกันมา ซอนอาก็ยกแขนขึ้นดูนาฬิกาแล้วว่า “นี่มันนานไปหน่อยหรือเปล่า แค่ไปซื้อน้ำเองนะ”

 

“นั่นสิ” นายอนเห็นด้วย

 

แพทเทิร์นก็พยักหน้าเห็นด้วย กำลังคิดกันว่าจะโทรไปตาม คนที่รอก็เดินมาพอดี

 

หืม...?

 

ทุกคนรวมถึงแพทเทิร์นด้วยที่เกิดความสงสัย เพราะอะไรทำไมเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวนอกของซึงฮวานถึงไปอยู่บนตัวของฮันนาได้

 

แพทเทิร์นมองคนที่เหลือแต่เสื้อยืดสีขาวแขนสั้นท่ามกลางอากาศหนาวเป็นเชิงถาม

 

ซึงฮวานส่งแก้วน้ำให้แพทเทิร์นแล้วค่อยอธิบาย ว่าฮันนาทำน้ำอัดลมหกใส่เสื้อทั้งแก้ว ทำให้เสื้อเปียกจนเห็นชุดชั้นใน เขาเลยถอดเสื้อตัวเองให้ฮันนาใส่คลุมไว้

 

ซอนอาทำหน้าที่แปลได้ประมาณว่า เหรอ? ออกมากับนายอน พวกเธอสองคนเจอมาทุกรูปแบบแล้วที่สาวๆ พยายามหาวิธีมาใกล้ชิดคิมซึงฮวาน แค่นี้เธอดูก็รู้แล้วว่ายัยเด็กนี่แกล้งทำน้ำหกใส่ตัวเองด้วยความตั้งใจอย่างแน่นอน ดูสีหน้าเย้ยหยันที่เจ้าตัวมองแพทเทิร์นสิ โอ้ย ใครไม่รู้ก็โง่แล้ว

 

หากถามซึงฮวานว่ารู้ไหม เขาก็รู้อยู่แก่ใจน่ะแหละ แต่จะปล่อยให้ฮันนาเดินไปเดินมาด้วยชุดแบบนั้นก็ไม่ได้ เขาจึงจำต้องถอดเสื้อให้อย่างที่เห็น

 

แต่กลับกลายเป็นว่ามีแต่แพทเทิร์นเท่านั้นที่ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร คนเราก็ซุ่มซ่ามกันได้ แล้วการที่ซึงฮวานถอดเสื้อให้ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจให้เสื้อเปียกก็ตาม

 

ขนาดซึงยุนยังดูออก เขาลุกขึ้นเดินไปพูดเสียงเบากับน้องสาวตัวดี “เธอตั้งใจจะทำอะไร?”

 

“พี่อยู่เฉยๆ ไปเหอะ ฮันนาจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับพี่”

 

“เกี่ยวสิ ซึงฮวานเป็นเพื่อนพี่นะ เธอควรจะคิดก่อนว่าอะไรควรไม่ควร”

 

“คิดว่าฮันนาไม่คิดเหรอ ตอนนี้พี่ซึงฮวานโสดแล้ว ไม่มีพันธะอะไรกับใคร ฮันนามีสิทธิ์อยู่ใกล้พี่ซึงฮวาน แล้วพี่ก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามฮันนาด้วย!” พูดจบก็สะบัดหน้า เดินไปนั่งข้างซึงฮวาน

 

ซึงยุนได้แต่ส่ายหน้า พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นสายตาของสองเพื่อนสาวที่มองมา เขาส่งสายตาขอโทษออกไปอย่างไม่รู้จะทำยังไงกับน้องสาวตัวเอง

 

 

 

เมื่อพักจนหายเหนื่อยแล้ว พวกเขาก็ไปต่อคิวเข้าบ้านผีสิง ซึ่งจะปล่อยให้เข้าเป็นกลุ่มๆ แน่นอนว่ากลุ่มของแพทเทิร์นนั้นได้ไปด้วยกันทั้งหกคน ไม่มีคนอื่นมาร่วมด้วย ซึงฮวานกับแพทเทิร์นเดินนำเข้าไปก่อน

 

ภายในบ้านผีสิงมืดจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น มีแสงเลือนๆ ลางๆ ให้พอดูทางเดินได้เท่านั้น แพทเทิร์นไม่ได้กลัวผีมาก แต่พอมาเจอแบบนี้ก็อดขนลุกไม่ได้ รีบขยับไปเดินเบียนคนข้างตัว สองมือกอดรอบแขนซึงฮวาน กะว่าถ้ามีอะไรวิ่งไล่ตาม เขาไม่ยอมให้ชายหนุ่มวิ่งหนีไปก่อนแน่

 

“กลัวเหรอ” ซึงฮวานก้มมองคนตัวเล็กที่ขยับมาเบียดเสียขาของพวกเขาแทบจะพันกัน

 

“ฮื่อ ไหน ใครกลัว” ปากว่างั้น แต่สายตามองหุ่นผีข้างกำแพงไม่กระพริบ ...อย่างลุกออกมานะเฮ้ย!

 

ได้ยินเสียงหัวเราะในคอของคนไม่กลัว แพทเทิร์นก็อยากจะให้ผีมาไล่เจ้าตัวจริงๆ อยากรู้ว่าไม่กลัวจริงหรือเปล่า

 

ครืด........

 

จู่ๆ ก็มีเสียงเหมือนของถูกลากดังมาจากทางเลี้ยวโค้งข้างหน้า แพทเทิร์นหายใจเข้าลึก ตั้งใจจะหลับหูหลับตาแล้วเดินเกาะซึงฮวานผ่านตรงนั้นไป ทว่า แรงเหวี่ยงเบาๆ จากร่างสูงที่เกาะอยู่ก็ทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นมอง

 

“ว้าย น่ากลัวจังเลยค่ะพี่ซึงฮวาน”

 

อีกข้างของซึงฮวาน ฮันนาเข้าไปเกาะแขนพลางร้องวี๊ดว้าย

 

ครั้นจะให้ซึงฮวานสะบัดแขนปฏิเสธก็ดูจะหยาบคายไป เขาจึงเลื่อนมือไปกุมมือเล็กของแพทเทิร์นไว้ แล้วบีบมือนุ่มนั้นเบาๆ ให้รู้ว่าเขาสนใจจะดูแลแพทเทิร์นเท่านั้น

ถึงจะไม่พอใจนิดหน่อย แต่แพทเทิร์นก็บีบมือตอบกลับไป พลางคิดว่าเขาเจอคู่แข่งเข้าให้แล้ว แต่เขาจะเอาอะไรไปแข่งเล่า แพคฮันนาคงรู้จักกับซึงฮวานมานานแล้ว ถ้าหากต้องแข่งจริงๆ คงจะไม่ง่ายเลย

 

ฮึ่ย แล้วทำไมเขาต้องแข่งล่ะ ถ้าเกิดคิมซึงฮวานเลือกแพคฮันนาขึ้นมา เขายอมถอยเองดีกว่า เข็ดกับการไล่ตามใครสักคนแล้วจริงๆ

 

“แพท เป็นอะไรครับ” จู่ๆ คนตัวเล็กก็เงียบไป มีแต่เสียงร้องของฮันนาที่ดังเป็นระยะ เขาเลือกพูดภาษาไทยทุกครั้งกับแพทเทิร์นถ้ามีโอกาส เขาว่ามันดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อพวกเขาอยู่ประเทศเกาหลี เหมือนเขาสองคนมีรหัสลับไว้คุยกันเองแค่สองคนอย่างไรอย่างนั้น

 

ศีรษะเล็กส่ายรัว “เปล่าครับ” แล้วบอกกับตัวเองว่าจะไม่มานั่งคิดเรื่องหดหู่อีก ตอนนี้เขามีคิมซึงฮวานอยู่ข้างๆ แล้วทำไมต้องมานอยด์เพราะคนอื่นอย่างแพคฮันนาด้วยล่ะ

เมื่อทำใจให้สบายแล้ว แพทเทิร์นก็เข้าสู่โหมดสยอง เอ้ย สนุกอีกครั้ง ยิ่งเดินไปลึกเท่าไหร่ก็ดูเหมือนบ้านผีสิงนี้จะยิ่งน่ากลัวมากเท่านั้น จากหุ่นที่ยืนนิ่งๆ ตรงต้นทาง ตอนนี้มีแต่หุ่นที่ขยับได้ แล้วเขาก็ได้ร้องแหกปากเมื่อมีทีมงานผีวิ่งออกมาไล่จับ ตอนนั้นเองที่ฮันนาหลุดจากแขนของซึงฮวาน เธอโดนผีตะปบขาจนต้องร้องกรีดออกมาแล้วลงไปนั่งกับพื้น ซอนอากับนายอนตามมาจึงช่วยเธอให้หลุดออกจากผีซอมบี้ได้

 

ซึงฮวานกับแพทเทิร์นออกมาจากบ้านผีสิงเป็นคู่แรก เขาสองคนหอบหายใจเหนื่อย แล้วค่อยหัวเราะออกมา แพทเทิร์นอยากจะถ่ายวีดีโอไว้เหลือเกิน คิมซึงฮวานที่ยิ้มหัวเราะแบบนี้จะมีโอกาสเห็นได้กี่ครั้งเชียว

 

จบจากบ้านผีสิง คนทั้งกลุ่มก็พากันไปเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวอีกหลายอย่าง รวมถึงหามุมถ่ายรูปเล่นกันจนเมมโมรี่เกือบเต็ม ทั้งซอนอาและนายอนต่างก็ไม่อยากพลาดทุกโมเม้นต์ของเพื่อนๆ เพราะพวกเธอไม่รู้จริงๆ ว่าจะได้กลับมาเจอเพื่อนสนิทอย่างซึงฮวานและซึงยุนอีกเมื่อไหร่

 

ท้องฟ้าใกล้มืดแล้วในตอนนี้ เสียดายที่ชิงช้าสวรรค์ปิดปรับปรุง พวกเขาจึงพากันไปนั่งเล่นพักเหนื่อยที่เครื่องเล่นม้าหมุน ซึงฮวานกับแพทเทิร์นนั่งด้วยกันในรถม้า ซอนอาแอบถ่ายภาพซึงฮวานกับแพทเทิร์นแล้วส่งเข้าไลน์ให้เพื่อน นายอนชะโงกมาดูหน้าจอโทรศัพท์แฟนสาว

 

“ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าซึงฮวานจะเป็นแบบนี้ได้” นายอนหมายถึงการที่ซึงฮวานดูแลแพทเทิร์นด้วยความห่วงใย ไม่ว่าจะเล่นอะไรเพื่อนของเธอก็คอยตรวจสอบความเรียบร้อยให้แพทเทิร์นทุกครั้ง ขนาดแดดร้อนยังคอยเดินยกมือบังแดดให้ เรียกว่าประคบประหงมผิดวิสัยคนไม่สนใจโลกอย่างที่คิมซึงฮวานมักเป็น และพวกเธอก็มักเห็นแบบนั้นมาตลอดที่คบเป็นเพื่อนกันมา

 

ซอนอาพยักหน้าเห็นด้วย “ก็นั่นน่ะสิ เพิ่งจะเคยเห็นซึงฮวานเป็นผู้ชายอบอุ่นได้ขนาดนี้”

 

“ดูนั่นสิ” นายอนพยักเพยิดหน้าไปที่รถม้าอีกคัน ที่แพคนายอนนั่งกอดอกทำหน้าหงิกอยู่ไม่ไกล “ยัยนั่นน่ะแสบจะตาย ถ้าพวกเราไม่อยู่ก็ไม่รู้จะเป็นยังไงนะ”

 

ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทั้งนายอนและซอนอาต่างช่วยกันกันท่าให้ฮันนาไม่มีโอกาสเข้าใกล้ซึงฮวาน

 

“ซึงฮวานคงจัดการได้แหละ ที่ห่วงคือแพทเทิร์นจะกลับไทยด้วยนี่สิ ซึงฮวานยังต้องอยู่ทำงานที่เกาหลี แถมแนวโน้มอยู่ยาวเสียด้วย หมอนั่นต้องเตรียมตัวนั่งแท่นผู้บริหารแทนคุณปู่” นายอนมุ่นคิ้ว “เธอว่าพวกเขาจะไปกันได้ด้วยดีไหม”

 

ซอนอาถอนหายใจ เธอเองไม่เคยเข้าไปคลุกคลีกับครอบครัวของซึงฮวานเหมือนนายอน ดังนั้นจะให้ออกความเห็นก็คงฟังเลื่อนลอย “ฉันรู้อย่างเดียว  ซึงฮวานไม่มีทางยอมปล่อยมือจากแพทเทิร์นแน่ๆ”

 

“นั่นสินะ” นายอนเห็นด้วย เธอกังวลเรื่องที่บ้านของซึงฮวานกับการหย่าที่เพิ่งเกิดขึ้น พวกผู้ใหญ่จะมองยังไงที่จู่ๆ ซึงฮวานก็พาแพทเทิร์นเข้ามา แต่ก็อย่างที่ซอนอาบอก ซึงฮวานคงจัดการกับเรื่องพวกนั้นได้

 

การแสดงโชว์พาเรดจะเริ่มในอีกสิบนาที กลุ่มของแพทเทิร์นรีบไปจับจองหาที่ยืนชมการแสดงนี้เป็นอย่างสุดท้ายก่อนจะกลับโซล

 

ทุกคนตื่นตากับการแสดงโชว์พาเรด ยกเว้นก็แต่เพียงแพคฮันนาที่นั่งหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์อยู่ที่เก้าอี้ด้านหลัง เธอนั่งเล่นโทรศัพท์ด้วยอารมณ์หงุดหงิด เพราะเธอไม่สามารถเข้าไปแทรกสองคนนั้นได้ พี่ซึงฮวานไม่เคยกีดกันเธอแบบนี้มาก่อน ที่ผ่านมาต่อให้เธอจะเข้าหามากแค่ไหนพี่ซึงฮวานก็แค่ปล่อยเลยตามเลย ถึงไม่ตอบสนองแต่ก็ไม่เคยหลีกเลี่ยงอย่างในวันนี้

 

เด็กคนนั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ทำไมจู่ๆ ก็โผล่มา แล้วยังมีผลต่อพี่ซึงฮวานขนาดนั้นได้ เธออุตส่าห์เฝ้ารอคอยมาตลอด แต่เด็กคนนั้นกลับมาแย่งพี่ซึงฮวานไปต่อหน้าต่อตา จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด เธอไม่มีทางยอมแพ้

 

ฮันนานั่งกดโทรศัพท์เล่นด้วยความเบื่อหน่ายกับบรรยากาศ แล้วเธอก็พบข่าวข่าวนึงที่ทำให้เธอยิ้มออกมา

 

“คิมฮงชาน”

 

 

_______________________________

 

 

 

เกือบเที่ยงคืนแล้วตอนที่ฮงชานในชุดเสื้อกันหนาวสวมฮูดมีมาร์คปิดปากเดินมาถึงร้านคาเฟ่ร้านหนึ่งย่านฮักดง เขาเปิดประตูร้านเข้าไปแล้วมองหาคนที่โทรมาเรียกเขาให้ออกมาพบกลางดึก

 

โต๊ะริมกระจกทางซ้าย แพคฮันนานั่งรออยู่

 

“มีอะไร”

 

ฮงชานทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่สนใจจะดื่มอะไร เขาไม่ได้รู้จักฮันนามากมายอะไรนัก รู้แค่ว่าเป็นน้องของแพคซึงยุนเพื่อนของพี่ซึงฮวานเท่านั้น เคยเจอกันบ้างตามงานสังคม และเพื่อนของเพื่อนเขาเป็นเพื่อนกับแพคฮันนาคนนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฝ่ายนั้นหาเบอร์ส่วนตัวของเขามาได้

 

ฮันนามองคู่สนทนาอย่างประเมิน แล้วเปิดบทสนทนาอย่างไม่อ้อมค้อม

 

“นายรู้จักกับแพทเทิร์นใช่ไหม”

 

ชายหนุ่มหรี่สายตา ก่อนพยักหน้า “ใช่”

 

“รูปที่แชร์กันอยู่ตอนนี้คือแพทเทิร์นใช่ไหม”

 

ฮงชานพยักหน้าอีกครั้ง “อืม”

 

“ฉันอยากให้นายกันเด็กคนนั้นออกไปจากพี่ซึงฮวาน”

 

“ทำไมฉันต้องทำ”

 

ฮันนาจ้องฮงชานด้วยสายตารู้ทัน “ฉันคิดว่านายสนใจเด็กคนนั้นนะ”

 

“แล้วยังไง” ฮงชานเริ่มไม่ชอบเด็กผู้หญิงตรงหน้ามากขึ้นทุกที ถึงเขาจะชอบแพทเทิร์นยังไง เขาก็ไม่มีทางคิดร้ายกับแพทเทิร์นเด็ดขาด ที่สำคัญ พี่ซึงฮวานหย่ากับพี่นายอนแล้วด้วย เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะดึงดันเรื่องของแพทเทิร์นอีกต่อไปแล้ว

 

“ฉันช่วยนายได้นะ ถ้านายต้องการ”

 

“ไม่ล่ะ ถ้าที่เรียกมามีธุระแค่นี้ ฉันขอตัวกลับก่อน” ฮงชานลุกขึ้นอย่างไม่สนใจเสียงเรียกของหญิงสาว

 

“นี่! เดี๋ยวก่อนสิ คิมฮงชาน!!”

 

ฮันนากระแทกหลังลงกับพนักพิงเก้าอี้เมื่อฮงชานเดินออกไปจากร้านแล้ว เธอกัดฟันแน่นด้วยอารมณ์หงุดหงิด เธอต้องแพ้จริงๆ น่ะเหรอ ทำไมถึงกลายเป็นอย่างนี้ได้ ตลอดมาพี่ซึงฮวานไม่เคยคบใครเลยแท้ๆ

 

ยิ่งคิด แพคฮันนาก็ยิ่งเกลียดแพทเทิร์นมากเท่านั้น

 

 

_______________________________

 

 

 

สวนสาธารณะใกล้กับตึกแสดงไลฟ์ของบริษัทชื่อดัง แพทเทิร์นนั่งรอน้องสาวอยู่ตรงนั้นได้ประมาณสิบห้านาทีแล้ว ดีไซน์ขอให้พี่ชายมารับเพราะวันนี้มีนัดทานข้าวกับคุณลุงลีตอนสองทุ่ม ดีไซน์บอกว่าดูไลฟ์เสร็จประมาณหกโมงกว่าๆ แพทเทิร์นจึงมารอตั้งแต่ห้าโมงครึ่ง

 

แพทเทิร์นก้มดูเวลาในจอโทรศัพท์ อีกราวๆ ครึ่งชั่วโมงกว่าน้องสาวตัวแสบจะเสร็จภารกิจ เขาเคาะนิ้วลงบนหน้าจอโทรศัพท์ พลางคิดว่าไปเข้าห้องน้ำตอนนี้ก็น่าจะยังทัน คิดแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปทางตึกที่ตอนนี้กำลังมีการแสดงไลฟ์

 

ห้องน้ำอยู่ชั้นแรกของตึกด้านใน เขาพอจะรู้ว่าตึกนี้ถูกแบ่งเป็นส่วนแสดงไลฟ์และส่วนของออฟฟิศด้านบน พนักงานและแฟนคลับที่เดินไปมาจึงมีไม่น้อย

 

"แพท!"

 

เสียงเรียกชื่อดังขึ้นเมื่อแพทเทิร์นเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาหันซ้ายหันขวานหาที่มาของเสียงเรียก แล้วพบแพคซึงยุนอยู่ไม่ไกล ฝ่ายนั้นโบกมือให้พร้อมส่งยิ้มมา เขาจึงเดินเข้าไปทักทาย

 

"สวัสดีครับ คุณซึงยุน"

 

"สวัสดีแพท มาทำอะไรที่นี่เนี่ย" ซึงยุนอยู่ในชุดทำงานเรียบเนียบแปลกตาอย่างที่แพททิร์นไม่เคยเห็น ดูเป็นคนละคนกับผู้ชายกระล่อนที่เจ้าตัวมักเป็นอย่างนั้น

 

"น้องสาวผมมาดูไลฟ์น่ะครับ"

 

"อ๋อ วันนี้วันพฤหัสนี่เนาะ" ซึงยุนพยักหน้าเข้าใจ

 

"แล้วคุณ ทำงานที่นี่เหรอครับ?" แพทเทิร์นถามบ้าง ดูจากลักษณะแล้วก็คงมาทำงาน ไม่ได้มาดูนักร้องแน่ๆ

 

ซึงยุนยิ้มเจ้าเล่ห์ "เปล่าหรอก ฉันเพิ่งโดดงานมาน่ะ ฉันมมรอรับสาว"

 

"หะ?"

 

"ก็มารับผู้หญิงไปกินข้าวน่ะ ฉันกำลังจีบเค้าอยู่ หล่อนเป็นพนักงานที่นี่"

 

"อ๋อ" แพทเทิร์นพยักหน้าเข้าใจ

 

"เอ้อ แล้วนี่แพทมากับซึงฮวานหรือเปล่า?"

 

"เปล่าครับ" ส่ายหน้าตอบ เขารู้ว่าวันนี้ซึงฮวานมีตารางงานทั้งวัน ยังไม่ได้โทรคุยกันเลย

 

ซึงยุนยิ้มกว้าง "ไปหาหมอนั่นกัน ฉันก็กำลังจะไปหาอยู่พอดี"

 

"เอ๊ะ? คุณซึงฮวานอยู่ที่นี่เหรอครับ?" แพทเทิร์นเดินตามซึงยุนไปอย่างงงๆ

 

ชายหนุ่มหยุดยืนรอที่หน้าลิฟต์ "ใช่ ฉันเพิ่งคุยกับหมอนั่นเมื่อเช้านี่เอง เห็นว่าต้องตามดูแลวงทั้งวัน"

 

แพทเทิร์นเพิ่งคิดได้ ว่านอกจากงานในบริษัทแล้ว ซึงฮวานยังเป็นผู้จัดการวงให้กับกลุ่มนักร้องที่ดีไซน์ชอบจนถึงขั้นคลั่งไคล้ด้วย ลืมคิดไปได้ยังไงกันนะ

 

ซึงยุนพาแพทเทิร์นเข้ามาในส่วนของห้องเก็บตัวนักร้อง ดูเหมือนซึงยุนจะเป็นที่รู้จักของทีมงาน เพราะไม่มีใครเข้ามาห้ามเขาสองคนเลย ทั้งที่เป็นส่วนที่คนนอกห้ามเข้าหากไม่ได้รับอนุญาต

 

แพทเทิร์นไม่ทันได้ดูว่าหน้าประตูห้องที่ซึงยุนเคาะแล้วเปิดเข้าไปนั้นติดชื่อวงว่าอะไร แต่ก็คงเป็นวงไหนไปไม่ได้นอกจากวงที่ซึงฮวานดูแลอยู่

 

ภายในห้องมีนักร้องนั่งอยู่ห้าคน ทั้งห้าคนหันมาเจอซึงยุนก็ก้มหัวทักทายให้อย่างที่คนอายุน้อยกว่ามักจะทำ แพทเทิร์นเดาเอาว่าซึงยุนคงมาเจอซึงฮวานและนักร้องกลุ่มนี้บ่อยๆ เพราะทุกคนมีสีหน้าไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ที่เห็นซึงยุน ส่วนเขาก็ก้มหัวกลับเป็นการทักทายอย่างสุภาพ

 

"ซึงฮวานไปไหนเหรอ" ซึงยุนถามหนึ่งในสมาชิกนักร้อง

 

"ออกไปคุยธุระเมื่อสักครู่ครับ" คนที่นั่งข้างยูมินเป็นคนตอบ

 

ซึงยุนพยักหน้าแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาข้างห้อง เรียกแพทเทิร์นให้มานั่งด้วย

 

ไม่นานคนที่รอก็เปิดประตูเข้ามา ตอนเห็นซึงยุนก็ไม่ได้ทำหน้าแปลกใจเท่าไหร่ แต่ตอนสายตาเลื่อนมาสบกับแพทเทิร์นนี่สิ ถึงกับต้องเลิกคิ้ว

 

"แพทมากับซึงยุนได้ยังไง?"

 

ใจเย็นครับ อย่าตกใจไป ภาษาไทยนี่สำเนียงแข็งดุจหิมะบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ผมไม่ได้มากับเพื่อนคุณครับ "ผมมารอดีไซด์ดูไลฟ์ แล้วพอดีผมเจอคุณซึงยุนน่ะครับ เขาเลยพาผมมาหาคุณ"

 

ซึงฮวานยังทำหน้ามาคุ เดินมาหยุดยืนตรงหน้าเด็กหนุ่ม มองด้วยสายตาที่ทำเอาแพทเทิร์นเขยิบออกห่างจากซึงยุนแทบไม่ทัน เขาหันไปพูดกับลีแจวอน ผู้จัดการอีกคนของวงว่าให้กลุ่มไปเตรียมสแตนด์บายขึ้นเวทีได้แล้ว เมื่อในห้องเหลือกันอยู่สามคน ซึงฮวานก็นั่งลง

 

"งานยุ่งเหรอ" ซึงยุนถามเพื่อน

 

"อืม แพทจะไปที่ไหนต่อเหรอ" เขาหันไปหาคนตัวเล็ก

 

แพทเทิร์นดูคนตรงหน้าแล้วรู้สึกเหมือนซึงฮวานจะเพลียไม่น้อย สงสัยว่างานจะยุ่งจริงๆ

 

"เดี๋ยวผมไปทานข้าวกับคุณลุงลี มีนัดตอนสองทุ่มครับ"

 

"ขอโทษนะ วันนี้ผมยุ่งมาก เดี๋ยวต้องเข้าบริษัทต่อ"

 

"ไม่เป็นไร ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณสักหน่อย ไม่ต้องขอโทษผมก็ได้ แล้ววันนี้เราก็ไม่ได้นัดกันด้วย"

 

"งั้นเดี๋ยวผมไปส่งคุณที่ทางออกนะ" แพทเทิร์นพยักหน้ารับ ซึงฮวานจึงหันไปคุยกับซึงยุนต่อด้วยภาษาเกาหลี

 

เด็กหนุ่มนั่งรอเพื่อนสองคนคุยกันพักนึง ซึงฮวานก็ลุกขึ้น หันมาบอกเขา "ป่ะ เดี๋ยวผมออกไปส่ง ไลฟ์กำลังจะจบแล้ว น้องคุณคงใกล้จะออกมาแล้วล่ะ"

 

แพทเทิร์นบอกลาซึงยุนแล้วตามซึงฮวานออกมาจากห้อง

 

ยังไม่ทันจะเดินไปถึงลิฟท์ ฮงชานที่น่าจะเดินเลี้ยวเข้าไปรวมกับนักร้องคนอื่นๆ เพื่อขึ้นไปรอประกาศผลประจำสัปดาห์ก่อนจบรายการก็เปลี่ยนทิศทางเดินดุ่มๆ เข้ามาหาเขาสองคนเสียก่อน

 

"แพท พี่ซึงฮวาน" นักร้องหนุ่มตะโกนเรียก ไม่สนใจเสียงของเมเนเจอร์วงตัวเองที่บอกให้ตนกลับเข้าไปในไลฟ์

 

ซึงฮวานหมุนตัวกลับไปหาลูกพี่ลูกน้อง แล้วถามด้วยเสียงโทนที่แพทเทิร์นไม่กล้ามีเรื่องด้วย "มีอะไร"

 

ฮงชานหยุดยืนตรงหน้าคนทั้งสอง "ขอผมคุยกับแพทเทิร์นได้มั้ย"

 

"มีอะไรจะพูดก็พูดมาตรงนี้" ซึงฮวานไม่ปล่อยให้แพทเทิร์นไปคุยกับน้องชายสองคน

 

นักร้องหนุ่มมองหน้าแพทเทิร์นนิ่งสักพัก ก่อนจะถอนหายใจออกมา "โอเค ก็ได้ ผมยอมแพ้พี่ซึงฮวาน" เขายกมือขึ้นทำท่ายอมแพ้จริงๆ "ผมตกใจมากเลยนะเรื่องที่พี่หย่ากับพี่นายอน แต่มันก็บอกอะไรผมได้หลายๆ อย่างว่าพี่ชอบแพทเทิร์นจริงๆ"

 

ซึงฮวานมองนิ่งๆ เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป มันแน่อยู่แล้วที่เขาชอบแพทเทิร์นจริงๆ

 

"แพท" ฮงชานขยับเท้าเข้าไปใกล้แพทเทิร์นก้าวนึง "ผมขอโทษสำหรับเรื่องจูบวันนั้น ผมห้ามตัวเองให้รั้งแพทไว้ไม่ได้จริงๆ แต่นั่นมันก่อนที่พี่ซึงฮวานจะหย่ากับพี่นายอน ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าแพทกับพี่ซึงฮวานรักกันจริงๆ ถึงผมจะไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นเมื่อไหร่ก็เถอะ แต่เอาเป็นว่า ผมขอให้แพทมีความสุขแล้วกันนะ"

 

แพทเทิร์นมองฮงชาน ความจริงแล้วถ้ามองในมุมของคิมฮงชาน มันก็น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าเขากับคิมซึงฮวานไปชอบพอกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ตัวเขาเองยังไม่รู้ตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าไปหลงรักฝ่ายนั้นเอาตอนไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ตกหลุมรักคิมซึงฮวานเข้าไปแล้ว ในขณะที่คิมซึงฮวานรู้ตัวเองดีมาตลอดสองปีว่าชอบเด็กไทยคนนี้มากแค่ไหน ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อได้รู้จักกันฝ่ายนั้นย่อมต้องจีบเขาเป็นธรรมดา

 

และเรื่องมันก็ลงเอยอย่างที่เป็นอยู่นี้

 

"ไลม์! รีบเข้าไลฟ์ได้แล้ว" เมเนเจอร์วิ่งมาตามถึงที่

 

ฮงชานยกมือขึ้นไปตรงหน้าแพทเทิร์นเพื่อขอจับมือทักทายเป็นการบอกลา

 

"ยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันนะ"

 

"ครับ เรายังเป็นเพื่อนกัน" แพทเทิร์นจับมือตอบ

 

 

 

ซึงฮวานลงมาส่งแพทที่หน้าประตูทางออก เกือบพอดีกับที่ดีไซน์เดินตามกลุ่มคนออกมาจากไลฟ์ ดีไซน์ทักทายซึงฮวานเล็กน้องก่อนฝ่ายนั้นจะขอตัวไปทำงานต่อ

"พี่แพทททท" เมื่อออกมาข้างนอก ดีไซน์ก็ยิ้มหน้าบาน เรียกชื่อพี่ชายด้วยน้ำเสียงหวานเจี๊ยบจนน่าขนลุก "รู้มั้ยวันนี้ยูมินใส่อะไรมาออกไลฟ์"

 

"อะไร?" แพทเทิร์นถามพลางยกมือโบกแท็กซี่

 

"ยูมินใส่ผ้าพันคอของไซน์!!" เด็กสาวทำหน้าฟินสุด "พี่แพทบอกคุณซึงฮวานให้ใช่มั้ย เรื่องผ้าพันคอของไซน์อ่ะ" พูดไปก็มุดตามพี่ชายขึ้นแท็กซี่ไป หันไปบอกจุดหมายปลายทางให้แท็กซี่เสร็จก็หันมารบเร้าพี่ชายให้เล่าให้ฟัง

 

"อืม พอดีวันก่อนพี่ไปที่ห้องเค้าแล้วเห็นถุงผ้าพันคอของไซน์ เลยเล่าให้เค้าฟัง"

 

"โหย พี่เขยไซน์นี่สุดยอดไปเลยแฮะ ไซน์เอาไปโม้ให้เพื่อนฟังได้เป็นปีเลยเนี่ย ว่ายูมินใส่ผ้าพันคอที่ไซน์ถักให้" อารมณ์ติ่งเกาหลีมาเต็ม ณ จุดนี้

 

"ไหนเธอบอกว่าวงการแฟนคลับน่ากลัวไง จะเล่าให้เพื่อนฟังจริงเหรอ" แพทเทิร์นถามด้วยความไม่เข้าใจ

 

ดีไซน์ยกนิ้วส่ายไปมาทำท่ากูรู "ไซน์เล่าให้ฟังแค่เพื่อนสนิทสองคนที่พี่แพทเคยเจอเท่านั้นแหละ สองคนนั้นเค้าไม่เอาไปบอกใครต่อแน่นอน เพราะเรื่องแบบนี้มันแอคคูซซีฟเกินไป ถ้าแฟนคลับคนอื่นรู้มีหวังพวกไซน์โดนคว่ำบาตรแน่ๆ พวกแฟนคลับตัวแม่ที่ชอบโพนทะนาน่ะดับไปไม่รู้กี่รายต่อกี่รายแล้ว"

 

"อื้อหือ ขนาดนั้นเลย?"

 

"ขนาดนั้นเลยแหละ!!" ดีไซน์ยืนยัน "ว่าแต่ เรื่องพี่แพทเหอะ สรุปแล้วพวกพี่คบกันจริงจังแล้วใช่ป่ะ"

 

จู่ๆ ก็โดนวกเข้าเรื่องตัวเองซะงั้น แพทเทิร์นพยักหน้ารับอย่างต้องการตอบแบบขอไปที แต่น้องสาวตัวดีกลับไม่ยอมไปซะที

 

"ไหนพี่แพทเล่ามาให้ละเอียดๆ สิ ว่าสรุปแล้วเรื่องราวมันเป็นไงมาไง นี่ไซน์ก็ยังไม่ค่อยเชื่อเลยนะว่าพี่แพทจะชอบคุณซึงฮวานเค้าจริงๆ ไม่นึกว่าดวงที่ไปดูมาจะแม่นขนาดนี้นะเนี่ย"

 

"ไหงวกเข้าเรื่องพี่ได้ล่ะ"

 

"เอ้า ก็ไซน์เป็นน้องสาวพี่แพทนี่นา ก็ต้องอยากรู้เป็นธรรมดา ไหนๆ ก็จะกลับไทยแล้ว เล่าให้น้องฟังหน่อยนะ นะ นะ"

 

เจอลูกตื้อเข้าไป แพทเทิร์นก็ยอมแพ้แต่โดยดี ถึงยังไงดีไซน์ก็ต้องถามเขาอยู่ดีไม่วันนี้ก็วันไหน จริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะดีไซน์เขาก็อาจจะไม่ได้มาเกาหลี และอาจจะไม่ได้เจอกับคิมซึงฮวานด้วย ยอมเล่าไปสักหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร

 

 

...เล่าเฉพาะเรื่องคลีนๆ ก็แล้วกัน...

 

 

_______________________________

TBC

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up