Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 18

 

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดด--------”

 

ท่ามกลางเสียงกรี๊ด คิมฮงชานผละจูบออกแล้วกดศีรษะเล็กให้แนบอกเพื่อไม่ให้แฟนคลับได้เห็นหน้าของแพทเทิร์น เขาโอบไหล่บางให้ออกเดินไปยังรถที่มีผู้จัดการรีบเปิดประตูรออยู่ก่อนแล้ว

 

หูอื้อตาพร่าไปหมด นั่นเป็นความรู้สึกทางร่างกายที่แพทเทิร์นรับรู้ กว่าเขาจะหาสติได้ก็ตอนถูกพาขึ้นมานั่งในรถที่กำลังเคลื่อนตัวออกไปแล้ว

 

ไม่รอช้าที่จะหันไปเอาเรื่องคนข้างตัว แพทเทิร์นรู้ดีว่าการจูบไม่ใช่เรื่องเสียหายมากมายอะไรนัก โดยเฉพาะเขาที่เป็นผู้ชายที่แทบไม่มีอะไรเสียหายเลย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะยินยอมกันได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คิมฮงชานทำไปมันถึงทำให้เขาโกรธได้อย่างนี้

 

“คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!”

 

“ผมขอโทษ”

 

ได้ยินคำขอโทษที่ออกมาทันทีพร้อมสีหน้ารู้สึกผิดจริงๆ แพทเทิร์นก็คร้านจะเอาเรื่อง แล้วเพิ่งรู้สึกตัวว่าถูกสมาชิกในวงที่อยู่บนรถมองมาอย่างสนใจ

 

“ช่วยจอดรถด้วย ผมจะลง”

 

ด้วยกลัวว่าคนตัวเล็กจะโกรธมากไปกว่านี้ ฮงชานจึงยอมตัดใจบอกให้เมเนเจอร์จอดรถ ก่อนที่แพทเทิร์นจะลงไป เขาจับข้อมือเล็กไว้เหมือนจะพูดอะไร แต่ก็เปลี่ยนใจปล่อยให้เด็กหนุ่มลงจากรถไป

 

แพทเทิร์นยืนนิ่งอยู่ริมฟุตบาท ในหัวคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา เขาไม่รู้ว่าฮงชานแค่เล่นสนุกหรือจริงจังกับการกระทำนั้นกันแน่ เขาไม่ได้รังเกียจฮงชาน แต่ความรู้สึกที่มีให้เป็นเพียงแค่เพื่อนเท่านั้น หากจะบอกว่าการจูบกันเป็นแค่การทักทาย เขาก็คงไม่ต้องมาคิดมากอยู่อย่างนี้

 

บางทีฮงชานอาจจะแค่นึกสนุกจริงๆ ก็ได้

 

เมื่อคิดไปในทางนั้นแล้วภายในใจก็พลันโล่ง เรื่องที่ควรทำให้หนักอกน่ะมีแค่เรื่องของคิมซึงฮวานก็พอแล้ว และตอนนี้เขาก็ควรจะเป็นกังวลได้แล้วที่คิมซึงฮวานยังไม่ได้ติดต่อมา อืม หรือเขาควรจะเป็นฝ่ายโทรไป

 

ไม่เอาน่าแพทเทิร์น เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน วันนี้ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ ให้เวลาคิมซึงฮวานจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยก่อน ยังไงเค้าก็ต้องติดต่อมาแน่อยู่แล้ว รออีกหน่อยก็ไม่เป็นไรนี่นา

 

ใบหน้าเล็กหันซ้ายหันขวา ไม่แน่ใจว่าตนเองอยู่ที่ไหน นั่งรถออกมาไม่นานก็น่าจะยังอยู่แถวๆ กังนัม รอบตัวส่วนใหญ่ที่เห็นมีแต่ตึกสูงเป็นสำนักงานออฟฟิศทั้งนั้น เดินไปอีกหน่อยเป็นสถานีรถไฟใต้ดิน แพทเทิร์นจึงตัดสินใจไปทางนั้น เดินแค่สองนาทีก็ถึงสถานีย๊อกซัม เขายืนเลือกสถานีที่จะไปในแอพฯรถไฟใต้ดินของโซล

 

ถึงจะว่าเลือกก็เถอะ เอาจริงๆ แล้วก็รู้จักสถานที่แค่ไม่กี่ที่ อืม... ไปเดินเล่นที่มยองดงแล้วกัน อาทิตย์หน้าก็จะกลับไทยแล้ว ไปเดินเก็บภาพผู้คนที่นั่นดีกว่า

 

กว่าแพทเทิร์นจะเดินวนรอบมยองดงได้มากเท่าที่ต้องการ เวลาก็ผ่านไปจนใกล้หกโมงเย็นแล้ว เขาโทรหาดีไซน์เพื่อจะถามว่ามากินข้าวด้วยกันไหม เจ้าน้องตัวแสบกลับไม่ว่างติดภารกิจตามไอดอลเช่นเคย จังหวะมองโทรศัพท์เกาหลีในมือว่าจะโทรหาใครอีกคนดีไหม เบอร์ไม่คุ้นตาก็แสดงขึ้นมาบนหน้าจอพร้อมแรงสั่นและเสียงริงโทน

 

“แพท” ทันทีที่กดรับแนบหู เสียงของซอซอนอาก็ดังขึ้น ฟังดูร้อนรนไม่น้อย “ฉันซอนอานะ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนเหรอ”

 

“มยองดงครับ”

 

“รอฉันที่นั่นนะ เดี๋ยวฉันไปหา” พูดแค่นั้นแล้ววางสาย แพทเทิร์นจึงจำต้องยกเลิกมื้อเย็นของตัวเองแล้วเดินออกมาหาที่ยืนรอ เขาเลือกรอซอนอาที่หน้าสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ถูกต้องมาก เพราะสิบนาทีต่อมารถของซอซอนอาก็มาจอดเทียบฟุตบาทหน้าสถานีรถไฟพอดี

 

ซอนอาลดกระจกข้างลงแล้วบีบแตรหนึ่งครั้งพร้อมเรียกชื่อแพท เด็กหนุ่มได้ยินแล้วรีบเดินไปขึ้นรถ ทันทีที่ปิดประตูซอนอาก็ไม่รอช้าที่จะออกรถ แพทเทิร์นเองก็ไม่รอช้าที่จะถาม

 

“เอ่อ... เรากำลังจะไปไหนกันครับ”

 

ใบหน้าสวยจัดของนางแบบสาวดูเคร่งเครียดมากในเวลานี้ “โรงพยาบาล ซึงฮวานให้ฉันมารับแพทไปด้วยกัน”

 

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ”

 

“เมื่อวานนายอนไม่ยอมจบ คนที่แพทเจอเมื่อวานคือพ่อของนายอน” แพทเทิร์นเห็นมือที่จับพวงมาลัยของซอนอาเกร็งขึ้นมา “เขาต้องการให้นายอนมีลูกกับซึงฮวาน และต้องการให้นายอนขอเช็คจากซึงฮวานร้อยยี่สิบล้านวอน”

 

กี่วอนเท่ากับกี่บาทแพทเทิร์นไม่แน่ใจ แต่ร้อยยี่สิบล้านวอนก็คงไม่ใช่น้อยๆ แล้วเรื่องลูก...

 

“ฉันสงสารนายอน ที่ทำงานมาทุกวันนี้ก็เพื่อกอบกู้บริษัท แต่พ่อที่เป็นประธานกลับเอาเงินในบริษัทไปใช้ตามอำเภอใจแบบนี้ ต่อให้นายอนทำงานจนตายก็หาเงินมาให้ไม่พอหรอก” แพทเทิร์นได้แต่รับฟัง เขารู้เรื่องของนายอนไม่มากจนสามารถออกความเห็นอะไรได้ “แล้วดูเอาเถอะ ทำร้ายร่างกายลูกสาวตัวเองจนต้องเข้าโรงพยาบาล” มือของซอนอากำพวงมาลัยแน่นขึ้นอีก “ฉันสาบานเลย ถ้านายอนต้องโดนทำร้ายอีกครั้ง ฉันเองก็จะไม่ทนแล้วเหมือนกัน”

 

“นายอนเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” แพทเทิร์นพอจะจำได้ว่านายอนโดนพ่อทุบตีไม่น้อย

 

“โรคหัวใจกำเริบน่ะสิ เมื่อคืนนายอนกับคิมจองอูทะเลาะกันอีกรอบ” คิมจองอูน่าจะเป็นพ่อ แพทเทิร์นคิด “ยังโชคดีที่ซึงฮวานไปทันพานายอนส่งโรงพยาบาลตอนตีสาม”

เพราะแบบนี้ซึงฮวานถึงยังไม่ว่างโทรมาหา แพทเทิร์นพยักหน้ากับตัวเองว่าเข้าใจเหตุการณ์

 

รถแล่นต่อไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมงก็มาถึงทางเข้าโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ซอนอาบอกเขาว่าเธอเพิ่งกลับมาจากการทำงานที่ต่างจังหวัดเมื่อเที่ยง ตอนนี้เป็นห่วงนายอนมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เสียเวลาวนหาที่จอดรถแล้วเลือกจอดที่พาร์คหน้าอาคารด้วยการซ้อนคัน

 

เมื่อเข้ามาในห้องพักฟื้นของนายอน แพทเทิร์นไม่เห็นแม้แต่เงาของคิมซึงฮวาน ซอนอารีบเข้าไปจับมือเรียวของนายอน มืออีกข้างลูบเบาๆ ที่ข้างแก้มบวมช้ำจนขึ้นสีม่วงเข้มน่ากลัว

 

แพทเทิร์นมองสภาพของนายอนแล้วได้แต่คิดว่าคนเป็นพ่อทำกับลูกสาวถึงขนาดนี้ลงคอได้ยังไง เพราะเรื่องเงินเท่านั้นจริงๆ น่ะเหรอที่ทำให้คนเป็นพ่อตาบอดได้ขนาดนี้

ซอนอาดูนายอนจนคลายความห่วงแล้วก็เพิ่งนึกได้ เธอหันไปหาเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โซฟา “แพทรอซึงฮวานหน่อยนะ ฉันไม่รู้ว่าเขาโทรหาฉันจากที่ไหน แต่เขาบอกว่าจะมาหาแพทที่นี่”

 

แพทเทิร์นพยักหน้ารับรู้ เขาเองก็ไม่ได้มีธุระที่ไหนอยู่แล้ว

 

“มันน่าเศร้านะ” ซอนอาพูดขึ้นเมื่อเธอหันกลับไปหานายอนที่ยังนอนหลับอยู่ “ที่ฉันไม่สามารถอยู่ข้างกายคนรักได้เลย ฉันนึกอิจฉาซึงฮวานทุกครั้ง ทั้งๆ ที่ฉันก็รู้ว่าทั้งสองคนอยู่ในฐานะอะไร แต่มันยากขึ้นทุกวัน ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งทรมานกับความสัมพันธ์นี้ของพวกเขา"

 

แพทเทิร์นกับซอนอาไม่ได้พูดคุยกันอีก ทั้งสองนั่งจมอยู่กับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง มันจริงที่ว่า เป็นใครเขาก็ไม่มีทางมีความสุขกับความสัมพันธ์อย่างที่คิมซึงฮวานและคิมนายอนเป็นอยู่นี้ คนรักของตัวเองทั้งคน จะไม่ให้หึงหวงเลยคงเป็นไปไม่ได้

 

"แพท" เสียงทุ้มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องพัก ทั้งแพทเทิร์นและซอนอาต่างก็เพิ่งหลุดจากห้วงภวังค์

 

คิมซึงฮวานยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับเอกสารมากมายในมือ และมีชายวัยกลางคนอีกคนที่เดินตามเข้ามา ดูเหมือนทั้งคู่เพิ่งผ่านการทำงานหนักมาทั้งวัน

 

"มาแล้วเหรอซึงฮวาน" ซอนอาลุกขึ้น

 

ร่างสูงพยักหน้า เขาละสายตาจากแพทเทิร์นแล้วแนะนำทนายให้ทั้งสองรู้จัก แพทเทิร์นยังตามสถานการณ์ไม่ค่อยทันนักเมื่อซึงฮวานเริ่มต้นบทสนทนากับซอนอาด้วยเรื่องหุ้นบริษัทของนายอน ว่าตอนนี้ซึงฮวานกวาดหุ้นผ่านหลายองค์กรจนได้เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นของบอร์ดกรรมการแล้ว นั่นหมายความว่าหุ้นยี่สิบห้าเปอร์เซ็นในมือของคิมจองอูไม่สามารถเรียกร้องการคุ้มบริษัทได้อีก และจนกว่านายอนจะตื่นขึ้นมาเซ็นเอกสาร สถานะการเป็นสามีภรรยาจะยังคงอยู่

 

หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มพูดคุยกันด้วยภาษาเกาหลีที่แพทเทิร์นไม่เข้าใจ

 

ซอนอามีสีหน้าไม่สบายใจนักกับเพื่อน "ซึงฮวาน เรื่องบริษัทมันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ ฉันหมายความว่า การที่นายตัดคิมจองอูออกในตอนนี้ จะไม่มีผลอะไรกับนายอนเหรอ"

 

"ตอนนี้ไม่ว่าคิมจองอูจะเต็มใจหรือไม่ แต่ฉันกลายเป็นเจ้าหนี้เพียงคนเดียวของเขาแล้ว ฉันสามารถสั่งฟ้องล้มละลายเค้าได้หากแตะต้องลูกสาวอีกเพียงครั้งเดียว และฉันคิดว่าเขาคงไม่อยากทำอะไรกับนายอนอีกแล้วล่ะตราบใดที่ยังอยากได้เงินปันผลของบริษัทไว้เลี้ยงชีวิตตัวเอง"

 

หนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวันที่ผ่านมาซึงฮวานจัดการเรื่องทุกอย่างนี้เพียงคนเดียว ก่อนจะโทรไปบอกซอนอาให้มาเจอเขาที่โรงพยาบาล

 

"เรื่องหย่าล่ะ นายได้บอกที่บ้านแล้วเหรอ"

 

ซึงฮวานส่งเอกสารให้ทนาย เขาเดินไปนั่งที่ปลายเตียงนายอน แต่สายตากลับจ้องไปที่เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โซฟาตรงข้าม "ฉันเคยบอกเธอแล้วนี่ ว่าถ้าฉันเจอคนที่ฉันรักเมื่อไหร่ ฉันจะหย่ากับนายอน ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"

 

ซอนอารู้ว่าที่ซึงฮวานพูดนั้นเป็นความจริง และเธอก็มั่นใจว่าแม้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ซึงฮวานจะไม่ทำให้เรื่องนั้นมีผลกระทบกับนายอน การที่ซึงฮวานตัดหางคิมจองอูกะทันหันแบบนี้ก็เพื่อจบเรื่องให้เร็วที่สุด เธอค่อนข้างแน่ใจว่าซึงฮวานรับรู้ถึงความรู้สึกของเธอว่าเป็นอย่างไร แล้วตอนนี้มันก็ถึงเวลาแล้วอย่างที่ซึงฮวานบอก

 

ทุกอย่างควรจะจบได้เสียที

 

ซอนอาหันกลับไปมองนายอน สูดหายใจลึก "ถ้านายอนยอมไปฝรั่งเศสก็คงจะดี”

 

“นายอนจะไป ฉันแน่ใจ” ซอนอาหันมามองซึงฮวาน ชายหนุ่มเอียงศีรษะไปทางคนป่วยเล็กน้อยพลางว่า “นายอนเหนื่อยมามากแล้วกับบริษัทนี้ ในฐานะที่ฉันเป็นผู้ถือหุ้นมากที่สุด ฉันรับรองได้ว่าคิมจองอูจะได้เงินปันผลทุกเดือน ไม่อดตายแน่นอน”

 

ซอนอาจับมือซึงฮวาน มีคำพูดมากมายที่อยากจะใช้ขอบคุณคนตรงหน้านี้ แต่เธอก็เลือกแค่การบีบมือเพื่อนแน่นๆ เท่านั้น

 

ซึงฮวานลูบหลังมือของเพื่อนสาว “ฉันหวังว่าพวกเธอจะใช้ชีวิตคู่ให้คุ้มกว่าที่เป็นอยู่นี้ และฉันก็ขอให้งานของเธอที่ปารีสเป็นไปได้ด้วยดี”

 

“ขอบคุณนะ ซึงฮวาน”

 

 

 

 

 

ภายในรถ แพทเทิร์นเหลือบมองคนที่ขับอยู่เป็นระยะ หลังจากที่นายอนฟื้นแล้วและได้เซ็นเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับบริษัท รวมถึงเอกสารสำคัญทางการหย่า ซึงฮวานก็ปล่อยให้เพื่อนสาวทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกัน ส่วนเขาก็ตามซึงฮวานออกมา และได้มานั่งอยู่ในรถของเจ้าตัวในเวลาสองทุ่มนี่แหละ

 

ตั้งแต่ออกมาด้วยกัน คิมซึงฮวานยังไม่ได้พูดอะไรกับแพทเทิร์นเลย นอกจากแค่บอกว่าจะพาไปกินข้าวด้วยกัน

 

ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงดูนิ่งผิดปกติ จนคล้ายว่าจะโกรธเขาอย่างไรอย่างนั้น อืม เขาทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่านะ แพทเทิร์นคิดย้อนไปย้อนมาแล้วก็ไม่พบว่าเขาไปทำอะไรให้โกรธตอนไหน เขาเองซะอีกที่ควรจะน้อยใจที่ฝ่ายนั้นหายเงียบไปเป็นวัน

 

แพทเทิร์นรอจังหวะตอนที่รถติดไฟแดง หันไปจะถามเจ้าตัวตรงๆ เพราะเขาคิดเอาเองแล้วไม่รู้จริงๆ ทว่าเอ่ยเรียกได้แค่ชื่อ ซึงฮวานก็เป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน เล่นเอาคนตัวเล็กได้แต่ทำหน้างง

 

"เอ่อ...คุณซึงฮวาน..."

 

"แพทมีอะไรจะบอกผมไหม"

 

"บอกอะไรครับ?" ถามด้วยสีหน้าไม่รู้จริงๆ

 

ซึงฮวานไม่ตอบในทันที เขาล้วงหยิบโทรศัพท์ยี่ห้องซัมซุงหน้าจอใหญ่เบิ้มขึ้นมากด ก่อนจะส่งให้คนตัวเล็กรับไปดูภาพที่ปรากฎบนหน้าจอนั้น

 

เห็นรูปปั๊บแพทเทิร์นก็รู้สาเหตุของบรรยากาศมาคุนี้ได้ในทันที เพราะมันเป็นรูปของเขากับฮงชานจูบกัน เป็นรูปที่แฟนคลับถ่ายได้แล้วตอนนี้ก็คงกระจายไปในโลกโซเชี่ยลถึงไหนต่อไหนแล้ว แม้ว่าในรูปนั้นจะเห็นหน้าของเขาได้ไม่ถนัดดีนัก เพราะมือของฮงชานและฮูดที่ปิดบังไปค่อนหน้า แต่หากคนที่รู้จักเขามาเห็นรูปนี้ก็เดาได้ไม่ยากว่าคนในภาพน่ะคือแพทเทิร์นอย่างไม่ต้องสงสัย

 

และคิมซึงฮวานก็คงไม่พอใจกับภาพนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเช่นกัน

 

"เอ่อ..." แพทเทิร์นอึกอักเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เขากับฮงชานจูบกันจริง แต่เขาไม่ได้เริ่มและไม่ได้ตอบสนองด้วย "ถ้าผมบอกว่าฮงชานเป็นคนเริ่ม คุณจะเชื่อผมไหม"

 

คนถูกถามยังนิ่ง ปลดเกียร์แล้วออกรถต่อเมื่อไฟเปลี่ยนสี ทำเอาใจคนตัวเล็กตกวูบ เวลาคิมซึงฮวานเข้าโหมดนิ่งทีไรทำเอาเขากลัวอย่างช่วยไม่ได้ อย่างตอนที่เขาแอบถ่ายคลิปศิลปินคราวนั้น น่ากลัวอย่าบอกใคร

 

"เพราะเรื่องนี้ทำให้ผมตัดสินใจได้ง่ายขึ้น" ในที่สุดร่างสูงก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่แข็งกระด้างอย่าในตอนแรก "ผมรู้นิสัยของฮงชานดี ผมเชื่อแพท"

 

"แล้วทำไมคุณดูเหมือนโกรธผมเลยล่ะ"

 

"ก็แพทไม่ระวังตัวเองเลย ไม่รู้หรือไงว่าฮงชานคิดยังไงกับแพท ตอนเห็นรูปนี้ผมโกรธจนหน้าร้อนเลยรู้ไหม"

 

แอบยิ้มในใจว่าคนอย่างคิมซึงฮวานก็หึงเป็นด้วย แต่เดี๋ยวก่อน ทีตัวเองยังเคยไปยืนให้เด็กผู้หญิงคนนั้นจูบแล้วจูบอีกตั้งหลายรอบเลย

 

คิดแล้วก็อดทำหน้าบึ้งขึ้นมาไม่ได้ คนตัวสูงหันมาดูว่าทำไมเงียบไป ก็ต้องเลิกคิ้วกับสีหน้านั้น

 

"เป็นอะไรไปครับ ทำไมกลายเป็นผมโดนคุณโกรธล่ะเนี่ย"

 

"ก็ทีคุณยังเคยให้เด็กผู้หญิงคนนั้นจูบเลย แถมหลายครั้งเลยด้วย"

 

"เด็กผู้หญิง? อ๋อ ฮันนาน่ะเหรอ"

 

จะชื่ออะไรก็ช่างเหอะ คิดแล้วน่าหงุดหงิดชะมัด

 

ซึงฮวานละมือจากเกียร์แล้วขยี้หัวกลมๆ จนเส้นผมบางยุ่งเหยิง ขณะที่สายตายังมองทางข้างหน้า พลางพูดยิ้มๆ "หึงเหรอ ก็บอกแล้วผมกับเค้าไม่ได้มีอะไรกันเลย"

 

"แต่ฮันนาคนนั้นเค้าชอบคุณนี่ จะบอกไม่มีอะไรเลยได้ที่ไหนกัน" โหมดน้อยใจมาเต็มมาก

 

"มันไม่สำคัญเลยว่าใครจะคิดกับผมยังไง เพราะผมรู้ใจตัวเองดีว่าใครที่ผมให้ความรักไปทั้งหมดที่มี ...ผมเคยรับปากคุณไปแล้วว่าจะไม่ให้เกิดเร่องแบบนั้นขึ้นอีก แล้วผมก็ทำตามสัญญานะ”

 

จะจริงไม่จริงยังแพทเทิร์นก็ไม่รู้หรอก เขาไม่ได้อยู่กับคิมซึงฮวานตลอดเวลานี่ แต่ก็อีกนั่นแหละ ใจเขามันเอนเอียงเชื่อคำพูดของผู้ชายคนนี้อยู่แล้ว

 

ทำไงได้ล่ะ ก็รักเค้าไปแล้วนี่นา

 

“งั้นถือว่าเราเจ๊ากัน”

 

“เจ๊า?” คนหลายเชื้อชาติไม่เก็ท

 

“ก็แฟร์ๆ กัน ผมโดนฮงชานจูบ คุณก็โดนฮันนาจูบ ก็เจ๊ากัน” อธิบายแล้วก็เสริมอีกหน่อย “แต่หลังจากนี้ถ้าคุณยังไปยืนให้ใครต่อใครจูบอีก ผมไม่ยกโทษให้แน่”

 

“คุณก็เหมือนกัน” พูดพร้อมกับเลี้ยวรถเข้าที่จอดหน้าร้านอาหารที่เปิดยี่สิยสี่ชั่วโมง เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันไปหาคนตัวเล็ก เท้าแขนข้างหนึ่งไว้กับพวงมาลัย อีกข้างยกขึ้นกระดิ๊กนิ้วให้ศีรษะเล็กขยับมาใกล้ๆ “ขยับมานี่ซิ”

 

“หืม?” แพทเทิร์นยื่นหน้าเข้าไปอย่างงงๆ แล้วก็ต้องหลับตาแน่นเมื่อใบหน้าหล่อไม่รีรอที่จะโน้มเข้ามาใกล้ แล้วแนบริมฝีปากลงมา ปลายลิ้นร้อนกระตุ้นเร้ากลีบปากบางเรียกร้องให้เผยอออกเพื่อให้ได้สอดแทรกเข้าไป มือของแพทเทิร์นกระตุกขึ้นเกาะไหล่หนาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อรสจูบนั้นเสียวซ่านและวาบหวามเกินทน

 

“อือ อื้ม” ซึงฮวานไม่ยอมให้จูบครั้งนี้จบลงง่ายๆ เขาปล่อยให้คนตัวเล็กสูดอากาศเข้าปอดแค่ครั้งเดียวก็จัดการปิดริมฝีปากนั้นด้วยจูบรุ่มร้อนอีกครั้ง

 

เมื่อจูบสิ้นสุดลง ซึงฮวานก็ไล้ริมฝีปากผ่านข้างแก้มนิ่มไปถึงใบหูเล็ก กระซิบ “อย่าให้ใครได้แตะต้องคุณอีกนะ รู้มั้ย” ก่อนจะขบเบาๆ ที่ใบหูนั้น

 

ตึกตัก...ตึกตัก...

 

เสียงในอกของแพทเทิร์นร้องดังแทรกผ่านโสตประสาทจนหูอื้อตาพร่า หรืออันที่จริงอาจเป็นเพราะจูบรุ่มร้อนของร่างสูงที่มอบให้นั้นพรากเอาสติของเขาไปจนหมดสิ้น

 

หัวใจเต้นแรงจนต้องยกมือทาบอกเอาไว้ กลัวว่ามันจะเด้งออกมาจริงๆ

 

ซึงฮวานเห็นท่าทางน่ารัก กับใบหน้าที่แดงจัดแล้วก็อดก้มลงหอมแก้มแดงๆ นั้นอีกสักทีไท่ได้ ก่อนช่วงปลดเบลท์ให้

 

“ไปหาข้าวกินกันเถอะ”

 

 

_______________________________

 

 

 

“คุณซึงฮวานบอกว่าเรื่องหย่าจัดการเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ก็ถือว่าเจ้าตัวโสดแล้ว”

 

‘แพทแน่ใจนะว่าเรียบร้อยแล้วจริงๆ เรื่อวอย่างนี้ต้องดูให้ดีนะ รู้เปล่า’ เสียงเบสดังออกมาจากลำโพงแล็ปท๊อป ซึ่งคนตัวเล็กกำลังนั่งคุยอยู่บนเตียงภายในห้องพัก

 

“แน่ใจสิ เมื่อวานเอกสารอะไรฉันก็เห็นหมดแล้ว” เมื่อคืนที่ซึงฮวานพาไปกินข้าว ฝ่ายนั้นบอกกับเขาเรื่องการหย่ากับนายอน และยังเล่าเรื่องพ่อของนายอนให้เขาฟังอีกว่าเพราะคนคนนั้นติดการเล่นพนันมากเสียจนต้องบังคับลูกสาวให้มาขอเงินจากตน แต่นายอนไม่ยอมจึงเกิดการทำร้ายกันอย่างที่เห็น ซึงฮวานบอกว่าจะดีที่สุดถ้านายอนตัดสินใจตามซอนอาไปอยู่ที่ฝรั่งเศษ และซึงฮวานจะเป็นคนดูแลบริษัทให้เอง รวมถึงเรื่องเงินของคิมจองอูด้วย แต่นั่นไม่ได้หมายความถึงว่าคิมจองอูจะยังเล่นพนันไม่เลิก เพราะซึงฮวานยอมจ่ายหนี้ให้ครั้งนี้ทั้งหมดเป็นครั้งสุดท้าย หากฝ่ายนั้นยังมีเรื่องการพนันอีกจะปล่อยให้กฎหมายจัดการเอง

 

เรื่องหนักอกของแพทเทิร์นจึงจบลงอย่างน่ายินดี เขาไม่ต้องไปเป็นชู้หรืออะไรแบบนั้นของคิมซึงฮวาน

 

‘เป็นอย่างนั้นก็ดี ทีนี้แพทกับคิมซึงฮวานก็จะได้เป็นคนรักกันอย่างเปิดเผยแล้วสินะ’

 

“อื้ม ก็ไม่ต้องปิดบังอีกแล้ว คุณซึงฮวานบอกจะพาเราไปที่บ้านก่อนที่เราจะกลับไทย”

 

‘โอ้โห เปิดตัวกับที่บ้านเลยเหรอ ใช้ได้แฮะ แบบนี้เพื่อนค่อยวางใจหน่อย ........ยิ้มมากไปและเจ้าตัวเล็ก มีความสุขเกินหน้าเกินตาเชียวนะ’

 

คนถูกแซวหุบยิ้มทันควัน แต่สีหน้าก็ยังแสดงออกถึงความสุข

 

‘เห็นแพทยิ้มได้อย่างนี้เพื่อนอย่างเราก็ดีใจด้วย คนมีความรักน่ะมันต้องมีความสุขอย่างนี้สิถึงจะถูก เฮ้อ พูดขึ้นมาแล้วก็อยากเตะไอ้พี่หนึ่งจริงๆ’ เบสท์ตั้งใจพูดถึงเต็งหนึ่งเพื่อดูปฏิกิริยาของเพื่อน ซึ่งเขาก็พอใจมากที่เห็นว่าเพื่อนสนิททำใจกับเรื่องของเต็งหนึ่งได้แล้ว ท่าทางที่ไม่ได้ดูหงอยหรือเศร้าโศกเป็นสัญญาณที่ดี

 

แพทเทิร์นรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วง เขาไม่มีอะไรที่จะต้องไม่พอใจเพื่อนคนนี้ที่ดีที่สุดเมื่อเอ่ยถึงแฟนเก่าของคนเอง และมันก็น่าแปลกอยู่เหมือนกัน ที่ในเวลานี้เขาไม่ได้เกิดความรู้สึกห่วงหาอาลัยอาวรณ์พี่หนึ่งอีกต่อไปแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาทั้งเศร้าและเสียน้ำตามากมายขนาดนั้น

 

ใบหน้าของคิมซึงฮวานปรากฏขึ้นมาในความคิด ริมฝีปากบางเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว คิมซึงฮวานเข้ามาในชีวิตเขาอย่างรวดเร็ว รวมถึงเข้ามาในหัวใจของเขาอย่างไม่มีอ้อมค้อม

 

บางทีคงเพราะฝ่ายนั้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว หากรักใครก็คงทำตามหัวใจได้ไม่ยาก ระบบความคิดคงดีกว่าเด็กวัยรุ่นอย่างเขา

 

“เบสท์ได้ข่าวพี่หนึ่งบ้างมั้ย”

 

‘อืม พี่หนึ่งจะแต่งงานกับคู่หมั้นทันทีหลังรับปริญญา เห็นเค้าว่ากันว่าพี่หนึ่งต้องเข้าไปทำงานบริษัทของคู่หมั้นนะ ตำแหน่งก็คงไม่ใช่เล็กๆ อย่างว่าแหละ โปรไฟล์พี่หนึ่งก็ใช่เล่นอยู่แล้ว เกียรตินิยมอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย’

 

แพทเทิร์นพยักหน้า เต็งหนึ่งในหัวใจของเขาบางเบาลงมากแล้วจนแทบจะไม่เหลือความรู้สึกอะไรที่มีให้ ในเมื่อพี่หนึ่งไปตามทางของตัวเองแล้ว เขาที่อยู่ตรงนี้ก็หวังให้คนคนนั้นพบเจอแต่ความสุข ถึงจะจากกันได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่เขาเองก็ไม่ได้มีความคิดแค้นอะไรกับเต็งหนึ่งทั้งนั้น เพราะหากวันนั้นไม่มีเต็งหนึ่ง ชีวิตของเขาอาจไม่ได้พบเจอเรื่องดีๆ อย่างที่ผ่านมานี้

 

“เบสท์ อาทิตย์หน้าเรากลับวันพุธนะ ถึงไทยน่าจะสักสามทุ่ม จะมารับไหม เราจะได้ไม่ต้องให้ที่บ้านมารับ”

 

‘โอเค เราไปรับแพทเอง จะเอารองเท้าด้วย อยากได้จะแย่แล้วเนี่ย คู่ในฝันเลย’

 

แพทเทิร์นนั่งคุยกับเบสท์อีกพักใหญ่กว่าที่น้องสาวจะเปิดประตูห้องเข้ามา เขาบอกลาเบสท์แล้วพับจอลง เงยหน้ามองน้องสาวที่ในวันนี้แต่งตัวจัดเต็มแบบมากถึงมากที่สุด

 

“นี่ชุดไปสอบ?”

 

คนถูกมองยิ้มกว้างหน้าบาน ริมฝีปากที่ถูกทาลิปไล่เฉดสีตามด้วยลิปกอซเงาวาววับเผยรอยยิ้มีเลสนัย ปลายนิ้วที่ถูกแต่งแต้มด้วยน้ำยาทาเล็บสีชมพูสดใสยกขึ้นทำท่าจุ๊ๆ

 

“พี่แพทว่าเป็นไงมั่ง น้องสาวน่ารักมั้ย” จับชายกระโปร่งพลีสกางออกพร้อมย่อตัว

 

“เยอะมาก”

 

“อะไรเยอะ”

 

“ท่าทางน่ะเยอะมาก เป็นอะไร อารมณ์ดีเรื่องอะไร”

 

“แหมพี่แพท ใครจะไปอารมณ์ฟินสุดเท่าที่แพทล่ะ ได้จูบกับไลม์แบบนั้น” พูดแล้วดีไซน์ก็อยากจะกรี๊ดอีกสักที แต่กลัวพี่ชายโกรธที่ไปล้อเลยรีบพูดต่อ “ก็เนี่ยไง ที่ไซน์ฝากพี่แพทซื้อซีดีอ่ะ เค้าประกาศผลแล้วเมื่อวานไง ไซน์กับเพื่อนได้เข้างานแฟนไซน์ทั้งคู่เลย ซึ่งก็คือวันนี้ตอนหกโมงเย็นที่ซังอัมดง ไซน์ก็เลยจะมาบอกพี่แพทว่าวันนี้ไซน์กลับดึกนะ แต่เพื่อนบอกจะมาส่งไม่ต้องเป็นห่วง”

 

“อืม โอเค ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยล่ะ คอยโทรหาพี่ด้วยนะ เข้าใจมั้ย”

 

“จ้า เข้าใจแล้ว งั้นไซน์ไปแล้วนะ เดี๋ยวเข้าสอบสาย”

 

เมื่อน้องปิดประตู แพทเทิร์นก็เอนตัวลงนอน ตอนนี้เพิ่งแปดโมงเช้า เขาไม่มีนัดต้องไปที่ไหน คุณลุงลีบอกว่าหลังจากนี้ให้เที่ยวได้ตามใจ มีปัญหาติดขัดอะไรก็โทรไปขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา การดูงานจบลงอย่างสวยงาม ถือว่าเป็นการมาเกาหลีที่คุ้มค่ามากสำหรับแพทเทิร์น เหมือนเปิดโลกกว้างด้านแฟชั่นได้เป็นอย่างดี

 

วันนี้ไปไหนดีนะ

 

ระหว่างที่นอนคิดกลิ้งไปกลิ้งมา เสียงกริ่งจากหน้าประตูก็ดังขึ้น คนตัวเล็กในสภาพชุดนอนซ้ำหัวยังฟูเด้งตัวขึ้นนั่งรวดเร็ว เดาได้ไม่ยากว่าใครมา

 

โอ้ย แล้วดูสภาพเขาตอนนี้สิ!

 

แพทเทิร์นจัดผมลกๆ พลางวิ่งไปที่หน้าห้อง กลั้นใจเปิดประตู

 

คิมซึงฮวานในชุดสูทมาดเข้มยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมดอกไม้ช่อใหญ่ที่ปกติมักจะมีเด็กส่งดอกไม่มาส่ง แต่วันนี้เจ้าตัวกลับมาส่งเอง

 

“อรุณสวัสดิ์ครับแพท”

 

โอ้ย หล่อ

 

“ครับ อรุณสวัสดิ์ครับคุณซึงฮวาน”

 

“น่ารักจัง”

 

“หื้ม?” รับช่อดอกไม้มากอดแล้วเงยหน้ากับคำพูดที่ไม่ทันได้ฟัง

 

“แพทตอนเพิ่งตื่น น่ารัก”

 

อ่อย อ่อยมากๆ พูดแบบนี้จะรออะไรล่ะครับ เชิญครับเชิญ เข้ามาในห้องเลยครับ

 

แพทเทิร์ทเดินนำก้มหน้างุดๆ เข้าไปด้านใน เขินอย่างที่ไม่เคยเขินใครได้เท่านี้อีกแล้ว

 

“เดี๋ยวผมเอาน้ำมาให้นะ”

 

“ไม่ต้องหรอก” ซึงฮวานพยักหน้ามาทางเด็กหนุ่ม “แพทไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ วันนี้เราไปเที่ยวกัน แต่เดี๋ยวผมขอกลับไปเปลี่ยนชุดที่ห้องก่อนนะ เมื่อกี้ผมเข้าบริษัทมา”

 

“โอเคครับ”

 

ไม่ต้องปล่อยให้รอนาน สามสิบนาทีเท่านั้นคนตัวเล็กในชุดเสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงยีนส์ก็พร้อมลุย ไปเที่ยวที่ไหนยังไม่รู้แต่เลือกใส่ยีนส์ไว้ก่อน อากาศหนาวจะแย่ ซึ่งก็คงจะหนาวจริงๆ ซึงฮวานถึงให้แพทเทิร์นใส่เสื้อฮูดทับอีกตัว ก่อนจะพากันไปที่คอนโดของฝ่ายนั้น

 

เป็นการมาห้องของคิมซึงฮวานครั้งที่สอง จู่ๆ แพทเทิร์นก็รู้สึกหน้าร้อนเห่อขึ้นมาเมื่อเดินมานั่งที่โซฟา ภาพเลือนๆ ลางๆ ในวันแรกที่มาที่นี่ผุดเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ

โอ้ย ทำไมเขาถึงปล่อยตัวได้ขนาดนั้นนะ

 

เหมือนร่างสูงจะล่วงรู้ความคิดคนตัวเล็ก เจ้าของห้องเผลอยิ้มลับหลังแล้วแกล้งเดินเข้าไปหาจากด้านหลังโซฟา ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ด้านหลังคนตัวเล็ก ปลายจมูกกับไรผมหลังใบหู กระซิบเบา “คิดอะไรอยู่ครับ”

 

แพทเทิร์นสะดุ้งเฮือก หันไปหาคนพูดด้วยความตกใจ แต่กลับตกใจยิ่งกว่าเมื่อถูกคนชอบแกล้งจุ๊ฟเข้าให้ที่ริมฝีปาก ก่อนได้รับรอยยิ้มกว้างปิดท้าย

 

“รอแป็บนะ ผมเปลี่ยนชุดไม่นาน เอ๊ะ หรือแพทจะมาช่วยผมเปลี่ยนดี จะได้เร็วๆ”

 

“ไม่ต้องมาพูดแกล้งผมเลย รีบไปเปลี่ยนชุดเลย”

 

“ฮ่า ฮ่า”

 

เห็นคนหัวเราะอารมณ์ดีเดินหายเข้าไปในส่วนของห้องนอนแล้วแพทเทิร์นก็ได้แต่มองค้าง ก่อนจะหันกลับมาไถลตัวลงจมกับโซฟา

 

ยิ่งได้รู้จักคิมซึงฮวาน แพทเทิร์นก็ค้นพบว่าตัวเองหลงใหลผู้ชายคนนี้มากขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ รอยยิ้มของคิมซึงฮวานหาได้ไม่ง่ายเลยจริงๆ แล้วเขาก็ชอบรอยยิ้มนั้นมากเสียด้วย ความรู้สึกเป็นสุขแบบนี้ เขาไม่เคยเป็นมาก่อนเลย กับพี่หนึ่งเขาก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลาแบบนี้เลย

 

หัวใจ...แทบจะเต้นแรงทุกครั้งที่ได้อยู่ชิดใกล้

 

แพทเทิร์นยกมือขึ้นทาบอก ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีใครทำให้หัวใจสั่นไหวได้ขนาดนี้

 

หืม...?

 

จากสายตาที่นอนตะแคงข้าง แพทเทิร์นเห็นถุงกระดาษคุ้นตาตั้งอยู่บนชั้นวางของข้างโทรทัศน์ ถ้าจำไม่ผิด ซึ่งเขามั่นใจมากว่าจำไม่ผิด นั่นมันถุงใส่ผ้าพันคอที่ดีไซน์ฝากเขาเอาให้ยูมินแต่เขาดันเอาไปให้ซึงฮวานนี่นา

 

“ยังเก็บไว้เหรอเนี่ย” เผลอพูดออกมา คนที่เดินออกมาจากห้องนอนจึงได้ยิน

 

“เก็บอะไรเหรอ?”

 

“ถุงผ้าพันคอน่ะครับ ถุงนั้น” ลุกขึ้นนั่งแล้วชี้ไปที่ถุงเจ้าปัญหา

 

“อ๋อ ของคุณนี่นะ ตั้งใจจะเอาให้ใครในวงล่ะ เดี๋ยวผมเอาไปให้” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่แพทเทิร์นจับน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจจากคนตัวสูงได้ ...ขอแกล้งสักหน่อย

 

“เป็นผ้าพันคอถักเอง ตั้งใจจะเอาไปให้ยูมินน่ะครับ”

 

“.......ยูมินสินะ”

 

อื้อหือ พูดแค่นี้ โหมดโหดแบบที่แพทเทิร์นเคยเจอมาเต็ม หน้านิ่งๆ สายตาดุๆ น้ำเสียงขรึมๆ ยอมแพ้แล้วครับ

 

“ครับ ของยูมิน ดีไซน์น้องสาวของผมเป็นคนถักให้ยูมิน เธอเป็นแฟนคลับของยูมินน่ะครับ”

 

“ของน้องสาว?”

 

“ครับ ของน้องสาว” พยักหน้าหนักแน่น

 

ซึงฮวานหรี่ตามองคนกลั้นยิ้มแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าถูกเด็กแกล้ง เขาจึงเดินอ้อมโซฟามาหยิกแก้มแดงระเรื่อนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว และอาจจะหมั่นเขี้ยวจนอยากจับลงกดกับโซฟาในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง หากเสียงกริ่งหน้าห้องไม่ดังขัดขึ้นเสียก่อน

 

“สงสัยซึงยุนจะมาแล้ว” ซึงฮวานลุกออกไปเปิดประตูห้อง

 

แพทเทิร์นลุกขึ้นนั่งจัดเผ้าผม พลางคิดถึงชื่อที่ซึงฮวานพูดถึงเมื่อกี้ ซึงยุน...ชื่อเหมือนเคยได้ยิน

 

“ฮันนา”

 

ชื่อนี้คุ้นที่สุด แพทเทิร์นรีบหันควับไปตามเสียงของซึงฮวานที่ดังอยู่หน้าห้อง มีคนสองคนยืนอยู่ตรงนั้น เมื่อเห็นหน้าแล้วแพทเทิร์นก็ร้องอ๋อกับตัวเองทันที แพคซึงยุนเป็นเพื่อนของซึงฮวาน และเป็นพี่ชายของแพคฮันนา

 

“สวัสดีค่ะพี่ซึงฮวาน พอดีเห็นพี่ซึงยุนบอกว่าจะไปเที่ยวสวนสนุกกัน ฮันนาเลยขอตามมาด้วย”

 

ซึงฮวานยิ้มแต่สายตาหันไปอาฆาตเพื่อน ที่ได้แต่ส่งสายตาขอโทษกลับมา

 

“บังเอิญหนีน้องออกมาไม่ทันน่ะ” แพคซึงยุนพูดด้วยน้ำเสียงเจื่อนๆ

 

“หนีน้องอะไรกัน พี่ซึงยุนนี่พูดจาไม่ดีเลยนะ” หญิงสาวในชุดเดรสรัดรูปขยับมาควงแขนเจ้าของห้อง ทำเสียงอ้อล้อ “นี่เราจะไปกันเลยหรือเปล่าคะ หรือว่าต้องรอพวกพี่นายอนมา”

 

ซึงฮวานแกะแขนนายอนออกพอดีกับที่คนตัวเล็กเดินตามมาที่หน้าห้อง เขาไม่เก้อเขินที่จะโอบไหล่เล็กให้เข้ามายืนติดกันแล้วแนะนำ “ซึงยุน ฮันนา นี่แพทเทิร์นคนรักของฉัน”

 

“อะไรนะ?!!!” เสียงแหลมสูงของฮันน่าดังขึ้นมาทันที

 

“เธอไม่ได้ยินเหรอ พี่จะพูดให้ฟังอีกทีก็แล้วกัน คนนี้น่ะชื่อแพทเทิร์นเป็นแฟ...” ฮันนายกมือขึ้นไปปิดปากพี่ชาย แล้วเขม่นสายตาใส่เป็นนัยบอกให้หยุดพูด

 

“พี่ซึงฮวานคะ พี่เพิ่งหย่าเมื่อวาน แล้วนี่มันอะไรกันคะ พี่ไปคบกับ...” ฮันนามองแพทเทิร์นตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “...ผู้ชายได้ยังไง พี่ล้อเล่นหรือเปล่าคะ”

 

“พี่ไม่ได้ล้อเล่น แล้วถ้าฮันนาจะไม่อยากไปด้วยกันกับพวกพี่ ก็ไม่เป็นไรนะ”

 

“ไม่ค่ะ! ฮันนาจะไปด้วย!!”

 

ซึงยุนมองน้องสาวที่แทบจะถลึงตาใส่แพทเทิร์น สลับกับมองซึงฮวาน บรรยากาศตึงเครียดจนต้องกระแอมไอทำลายความมาคุ “อ่ะแฮ่ม เอ่อ เรา...ไปกันเลยมั้ย ซอนอาเพิ่งโทรมาบอกว่าไปรับนายอนออกจจากโรงพยาบาลแล้ว ให้ไปเจอกันที่สวนสนุกเลย”

 

“อืม” ซึงฮวานรับคำแค่นั้นแล้วเดินไปหยิบของ ก่อนจะเดินกลับมาแล้วจูงมือแพทเทิร์นออกไปด้วยกัน มีซึงยุนกับฮันนาเดินตามออกมา

 

แพทเทิร์นเหลียวหลังมองหญิงสาวแล้วรู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดีเอาเสียเลย

 

...หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรนะ...

 

_______________________________

TBC

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up