Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 17

 

 

กว่าครึ่งชั่วโมงที่แพทเทิร์นเดินวนเป็นวงกลมอยู่หน้าโทรทัศน์ภายในห้องนั่งเล่น พลางครุ่นคิดถึงช่วงเวลาอาหารเมื่อหัวค่ำ การที่คิมซึงฮวานปรากฏตัวพร้อมกับนายอนในตอนนั้นมันทำให้เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่แล่นเข้ามาในอก เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี เพราะเขายังไม่รู้ว่าการที่ตนเองเริ่มเปิดใจให้คิมซึงฮวานนั้น เป็นเรื่องที่ดีแล้วจริงๆ หรือเปล่า

 

ความรู้สึกแบบนี้สินะที่ซอซอนอาต้องเผชิญมาตลอดเวลา ทั้งซึงฮวานและนายอนต่างก็ดูเป็นคู่ที่เหมาะสมในโลกของความเป็นจริง

 

แค่ความรักของคนสองคน มันเพียงพอแล้วจริงๆ น่ะหรือ และตัวเขาเอง หากรักคิมซึงฮวานคนนี้ขึ้นมาจริงๆ เขาจะผ่านเรื่องพวกนี้ไปได้อย่างไร

 

การแต่งงาน สังคม ครอบครัว ทุกอย่างล้วนมีผลกระทบทั้งสิ้น

 

คิดถึงตรงนี้แล้ว แพทเทิร์นก็นึกถึงคำพูดของซอซอนอาขึ้นมา สมองรับรู้ว่าระหว่างคู่แต่งงานทั้งสองคนนั้นเป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้น แต่หัวใจกลับเจ็บปวดทุกครั้งที่ไม่อาจเป็นคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้

 

เขาที่มีความรู้สึกเดียวกับซอซอนอาเมื่อเห็นซึงฮวานมากับนายอนนั้น บ่งบอกชัดแล้วว่าเขามีความรู้สึกแบบไหนให้ฝ่ายนั้น ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ลึกซึ้งมากมายอะไร แต่นั้นก็มากพอที่จะบอกเขาได้ว่าเขาตกหลุมรักคิมซึงฮวานไปแล้ว

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน กลัวการผิดหวังหากรักครั้งนี้จบไม่เป็นท่า แต่เสียงในใจอีกเสียงกลับร่ำร้องว่าความรักจากผู้ชายคนนั้นมันอบอุ่นและน่าถวิลหามากเหลือเกิน

 

จะไปต่อ หรือหยุดไว้ตรงนี้ดี

 

ยังคิดหาบทสรุปให้ตัวเองไม่ได้ เสียงกดกริ่งที่หน้าห้องก็ดังขึ้น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร เพราะหากเป็นน้องสาวก็คงใช้การ์ดเปิดเข้ามาเองแล้ว ดังนั้นเรียวคิ้วเล็กจึงยิ่งขมวดมุ่นเข้าหากันมากขึ้นไปอีก รู้สึกยังไม่อยากเจอหน้าอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ก็ได้แค่คิด เมื่อเสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้งเป็นเชิงเร่งให้คนด้านในเปิดเร็วๆ

 

“ช้าจัง”

 

คิมซึงฮวานถือวิสาสะก้าวเข้าไปด้านในก่อนเจ้าของห้องจะเชื้อเชิญ

 

แพทเทิร์นปิดประตูแล้วหันมาหาคนที่ยืนจ้องมาจากกลางห้องรับแขก เมื่อสายตาสบกัน แพทเทิร์นก็เกิดหวั่นใจขึ้นมารีบหันหนีรวดเร็ว นั่นทำให้ชายหนุ่มร่างสูงต้องเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้คนหลบสายตา

 

“เป็นอะไร ทำไมดูซีเรียสจัง”

 

ริมฝีปากบางเม้มแน่น ก่อนตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบสายตาคนถาม “ผมอยากรู้ ว่าทำไมคุณถึงชอบผม เรา...ไม่เคยทำอะไรด้วยกันมาก่อนเลย ผมหมายถึง เราเพิ่งรู้จักกัน เจอกันพูดคุยกันไม่กี่ครั้ง คุณไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าต้องเป็นผมคนนี้”

 

ซึงฮวานถอนหายใจเบาก่อนจูงข้อมือเล็กให้เดินตามมา เขานั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะอาหาร จับสองมือคนที่ยืนตรงหน้า ที่ถึงแม้ว่าเขาจะนั่ง สายตาก็ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ใบหน้าเรียวคมดูจริงจังมากกว่าที่เคยเงยขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้สายตาสบกัน ยามพูด “ผมเคยบอกคุณแล้วเรื่องที่ผมเห็นคุณตั้งแต่สองปีก่อน คุณรู้ใช่ไหมว่าการตกหลุมรักใครสักคนเป็นยังไง”

 

ทำไมเขาจะไม่รู้ แพทเทิร์นพยักหน้ารับ

 

“ก็อย่างนั้นแหละ ผมมองคุณ หลงใหลคุณ ตกหลุมรักคุณ โดยที่ผมเองก็ไม่อาจหาเหตุผลอะไรได้ รู้แค่ว่าใจของผมถูกเด็กไทยคนนั้นช่วงชิงไปแล้ว”

 

ความรู้สึกของคิมซึงฮวาน ก็เหมือนที่แพทเทิร์นรู้สึกกับเต็งหนึ่ง ถ้าใจมันห้ามได้ เขาก็คงห้ามไปแล้ว

 

คราวนี้เป็นแพทเทิร์นที่ถอนหายใจ นัยน์ตาสวยจ้องสบดวงตาสีมรกต เอาเข้าจริงเขาเองก็ดูไม่ออกหรอกว่าผู้ชายตรงหน้านี้คิดอะไรอยู่ แต่จากสายตาที่มองมานี้ เขาก็รู้ว่าทุกคำพูดที่พูดออกมานั้นเป็นความจริง

 

“เฮ้อ เอาไงก็เอา”

 

“อะไรนะ?” ซึงฮวานได้ยินไม่ถนัด หรืออาจไม่ค่อยเข้าใจความหมาย

 

มือเล็กที่ถูกกุมอยู่บีบมือตอบ พร้อมพยักหน้า “ผมยอมแล้ว จะเชื่อคุณก็แล้วกัน”

 

“เชื่อผม?”

 

“อื้ม ผมจะเชื่อคุณ ว่าคุณสามารถทำให้เรารักกันได้จริงๆ คุณคงไม่ทำให้ผมผิดหวัง...ใช่ไหม?”

 

เป็นครั้งแรก ครั้งแรกจริงๆ ที่เขาเห็นว่าคิมซึงฮวานยิ้มอย่างมีความสุขขนาดนี้ เล่นเอาหัวใจของแพทเทิร์นเต้นกระตุกผิดไปหนึ่งจังหวะเลยก็ว่าได้

 

หล่อไม่ดูเวล่ำเวลาเลยจริงๆ

 

ซึงฮวานดึงคนตัวเล็กเข้ามาใกล้แล้วโอบเอวบางฉุดให้ลงมานั่งบนตัก แผ่นหลังแบบบางนาบลงกับอกแกร่ง ก่อนท่อนแขนใหญ่จะโอบกอดแนบแน่นจนเสียงหัวใจแทบจะรวมกันเป็นเสียงเดียว

 

“ดีใจจังเลย ผมกังวลอยู่เชียว ว่าคุณจะไม่อยากเจอหน้าผมอีกแล้วหรือเปล่า”

 

เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว สองมือคล้องตอบท่อนแขนตรงหน้าท้อง “ทำไมผมถึงต้องไม่อยากเจอคุณล่ะ?”

 

ใบหน้าหล่อเหลาทิ้งลงตรงซอกคอหอม พูดผ่านลาดไหล่บาง “ผมเห็นสายตาของคุณ สีหน้าของคุณ ที่โต๊ะอาหารนั่น กังวลว่าคุณจะรู้สึกแย่ที่เห็นผมกับนายอนดูเป็นคู่รักกันแบบนั้น”

 

ไม่ใช่แค่ท่าทางของทั้งสองคนที่ดูเป็นคู่สามีภรรยา ซึ่งความจริงทั้งสองคนก็เป็นนั่นแหละ แต่คนทั้งโต๊ะยังชวนพูดคุยกับทั้งสองคนว่าเหมาะสมกันและรออยู่ว่าเมื่อไหร่จะมีทายาทเสียที

 

ใจจริงแพทเทิร์นก็อยากจะน้อยใจอยู่หรอก แต่ตอนนั้นเขายังสับสนความรู้สึกของตัวเองอยู่ เลยได้แต่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่แบบนั้นเอง

 

“คิดมากน่า ผมรู้ว่าพวกคุณเป็นเพื่อนกัน” ขอตอบแบบผู้ใหญ่สักหน่อย เห็นแบบนี้เขาก็แยกแยะเป็นนะ ...ซะที่ไหนล่ะ เขาก็แค่เด็กคนหนึ่งที่ยังมองความรักไม่สมเหตุสมผลกับความจริง

 

“ถ้างั้น ผมถือว่าเราคบกันแล้วนะ”

 

รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นเข้ามาในอก เลือดสูบฉีดจนรู้สึกว่าหน้าร้อนไปหมด คำพูดไม่กี่คำของคิมซึงฮวานมักทำให้หัวใจของแพทเทิร์นสั่นไหวเสมอ ยากที่จะต้านทานคนคนนี้

 

แพทเทิร์นกลบเกลื่อนอาการราวกับเด็กเพิ่งเคยมีเดทแรกในชีวิต ด้วยการก้มหน้าผงกศีรษะ “ครับ ...แต่ผมว่า เราน่าจะคุยกับฮงชานด้วยนะ เขาคิดว่าผมถูกคุณหลอก”

 

แพทเทิร์นเหลือบสายตามองเจ้าของตักที่จู่ๆ ก็หน้าตึงขึ้นมาอย่างกับมีใครไปกดสลับสวิสต์ ว่าแต่เขาจะกลัวทำไมเนี่ยไม่เข้าใจ

 

“คุณสนิทกับฮงชานแค่ไหนกันแน่ ทำไมหมอนั่นเอาแต่ตามคุณอยู่เรื่อย”

 

แค่ไหนเหรอ แพทเทิร์นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไปสนิทกับนักร้องคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และระดับความสัมพันธ์อยู่ขั้นไหนแล้ว อืม จะขั้นไหนล่ะ “สงสัยเขาคงจะเป็นห่วงผมแหละมั้ง ก็เพื่อนกันนี่นา แล้วคุณก็แต่งงานแล้วจริงๆ เขาก็คงไม่อยากเห็นผมโดนหลอก”

 

ซึงฮวานจำต้องพยักหน้า เพราะที่พูดมานั้นก็ถูก ในสังคมต่างก็รู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว เรื่องระหว่างเขากับนายอนมีไม่กี่คนที่รู้ความจริง และเขาก็ไม่อยากให้ใครรู้มากไปกว่านี้ก่อนที่เขาจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่ดูท่าว่าเขาคงต้องบอกเพิ่มอีกคนอย่างจำใจ

 

“คุณจะดื่มอะไรมั้ย” เห็นคนตัวสูงเงียบก็ลองถาม ได้คำตอบมาด้วยการส่ายหน้า “อืม... เราไปนั่งที่โต๊ะหน้าโทรทัศน์กันเถอะ ผมเปิดฮีทเตอร์ไว้ อยากนั่งพื้นอุ่นๆ”

 

ก็บอกว่าอยากนั่งพื้นอุ่นๆ ไหงถูกจับนั่งตักได้ก็ไม่รู้ คร้านจะห้ามคนเอาแต่ใจ เลยนั่งกอดกันกลมอยู่พักใหญ่ ดูรายการวาไรตี้โชว์ไปเรื่อย มีล่ามส่วนตัวคอยแปลเป็นอิ้งให้ฟัง ก็เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่ารายการเกาหลีสนุกใช้ได้ ที่ดูอยู่ตอนนี้เป็นรายการรีรันช่วงค่ำ ที่มีทีมพิธีกรกับทีมแขกรับเชิญวิ่งไล่เปิดป้ายชื่อที่แปะอยู่บนหลัง ฝ่ายถูกไล่ก็หนีกันหัวซุกหัวซุน ฝ่ายตามล่าก็วิ่งกันหน้าตั้ง เห็นดาราเกาหลีเล่นกันแล้วรู้สึกคุ้มค่าที่แฟนคลับคอยติดตามมาก คือเล่นกันไม่ห่วงภาพพจน์กันเลย ฮามากๆ

 

คงจะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างไม่กั๊กมากเกินไป เจ้าของตักถึงได้คว้าสองแก้มนุ่มนั้นให้หันมารับจูบอุ่นๆ ชวนให้วาบหวามหวานซ่านไปทั้งอก โอ้ย เปลี่ยนฟิลไวไปไหม ชักสับสนในอารมณ์ แพทเทิร์นได้แต่ร้องท้วงในใจ หากสองมือกลับเกาะเกี่ยวบ่าที่ถึงจะบางแต่ก็เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเน้นๆ

 

และก็คงจะเตลิดเลยเถิดไปไกล จากสภาพที่ร่างเล็กลงไปนอนหลับตาเคลิ้ม เสื้อยืดถูกถลกขึ้นไปเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบขาวเนียน นัยน์ตายังพราวพร่าระยับด้วยอารมณ์ที่ถูกเล้าโลม ปลายนิ้วเรียวสวยไล้ลูบไปตามเนินอกบาง หากทุกอย่างต้องหยุดลงกะทันหันเมื่อเสียงปลดล็อคประตูดังขึ้น

 

แพทเทิร์นเด้งตัวลุกขึ้นนั่งรวดเร็วจนหัวโขกกับอีกคน กุมหัวไปก็จับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง จังหวะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมเพ้าผมที่ยุ่งเหยิง น้องสาวก็เข้ามาในห้องแล้ว

 

แค่เห็นสภาพพี่ชายที่แก๊กหน้านิ่งทั้งที่หน้าแดงเถือกลามไปถึงต้นคอและใบหู ซ้ำผมยังยุ่งสะเปะสะปะ คนเป็นน้องก็รู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มหน้าหล่อที่หันมาพยักหน้าทักทายเธอนั้นได้ทำอะไรกับพี่ชายตัวเองอยู่จนถึงเมื่อครู่

 

“สวัสดีค่ะคุณซึงฮวาน ตามสบายนะคะ” ทักทายแขกเสร็จก็หันไปขยิบตาทีนึงให้พี่ชาย  ที่ได้แต่ทำหน้าประหลาดๆ มองตอบกลับมา แหม จะอายอะไรกันนักคะคุณพี่ชาย โตๆ กันแล้วน่า

 

หลังน้องสาวเดินยิ้มขำหายลับเข้าไปในห้อง คนโดนน้องล้อก็หันไปค้อนสายตาเอาเรื่องชายหนุ่มที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรกับเหตุการณ์ชวนเสียวนี้เลย

 

“มองแบบนี้ เดี๋ยวผมก็ไม่ทนหรอก”

 

“ใครจะยอมกัน คุณน่ะกลับไปได้แล้ว”

 

“ก็ได้”

 

ยอมง่ายจนคนไล่ใจหายวูบ ลุกขึ้นเดินตามไปส่งคนที่เพิ่งได้ฐานะแฟนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

 

“แพท” คนจะกลับไม่ยอมกลับง่ายๆ มือนึงยันประตูแบบปิดอัตโนมัติ อีกมือเท้ากับขอบกำแพงประตู ก่อนจะก้มลงขโมยจูบคนที่เพิ่งเงยหน้าตามเสียงเรียกไปอีกที

 

จูบเน้นๆ จนเกิดเสียงเบาๆ ตอนผละออก ส่งยิ้มละลายใจพร้อมสายตาพราวระยับ

 

“Goodnight Pat”

 

 

ตึกตัก...

 

ตึกตัก...

 

ตึกตัก...

 

โอ้ย หัวใจจะวาย!

 

 

_______________________________

 

 

 

ตอนนี้แพทเทิร์นกำลังยืนถอนหายใจอยู่ที่ร้านขายซีดีสาขามยองดง เขารับปากน้องสาวเอาไว้เมื่อเช้าว่าจะมาซื้อซีดีเพลงของยูมินให้หลังจากไปดูงานกับคุณลุงลีเสร็จ แต่ตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าน้องสาวจะเอาซีดีทั้งหมดสามสิบแผ่น ครับ ฟังไม่ผิดหรอก ดีไซน์เพิ่งส่งเมสเสจมาบอกว่าให้ซื้อสามสิบแผ่น เขาส่งเมสเสจกลับไปว่าจะบ้าเหรอจะเอาไปทำบ้าอะไรเยอะขนาดนั้น คำตอบที่ได้รับกลับมาคือน้องของเขาจะลุ้นแฟนไซน์นั่นเอง เขาจึงต้องมายืนเขียนชื่อเบอร์โทรศัพท์ที่หางสลิปเพื่อลุ้นฉลากจับรางวันทั้งหมดสามสิบแผ่นอยู่นี่ไง

 

แพทเทิร์นเห็นเด็กอีกหลายคนมาซื้อซีดีเหมือนกัน แต่คนที่ซื้อเยอะขนาดดีไซน์มีไม่กี่คน และเท่าที่เห็นคนที่ซื้อเยอะขนาดนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กต่างชาติ

 

เขาไม่เข้าใจน้องสาวเลย ในเมื่อก็ได้ซีดีพร้อมลายเซ็นที่คิมซึงฮวานเอามาให้แล้วทำไมยังอยากจะได้อีก แต่คิดดูอีกที ดีไซน์คงอยากขอด้วยตัวเองล่ะมั้ง แถมยังได้พูดคุยกันด้วยแม้จะเป็นช่วงเวลาโคตรสั้นก็ตาม งานแจกลายเซ็นของศิลปินคงเป็นเหมือนโชคชะตาสำหรับแฟนคลับต่างชาติที่อยากจะคว้าเอาไว้ให้ได้ นานๆ ทีจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่ชอบ ในขณะที่แฟนคลับเกาหลีมีโอกาสมากมายกว่าเยอะ

 

“แต่ซื้อเยอะแบบนี้มันจะคุ้มไหมเนี่ย” บ่นไปก็เขียนไป ถ้าซื้อขนาดนี้แล้วไม่ได้แฟนไซน์ น้องสาวเขาคงห่อเหี่ยวน่าดู

 

เสร็จภารกิจจากร้านซีดีแล้วแพทเทิร์นก็หมดอารมณ์เดินเล่นต่อ จะให้แบกซีดีสามสิบแผ่นเดินไปเดินมาเขาไม่เอาด้วยหรอก แล้วดูเอาเหอะ คนอยากได้ไม่รู้ป่านนี้ลัลล้าอยู่ที่ไหน ทั้งที่เหลืออาทิตย์สุดท้ายที่เกาหลีพี่น้องน่าจะได้เที่ยวเล่นด้วยกันหน่อย ที่ไหนได้ น้องตัวแสบโผล่มาที่ห้องเขาแต่เช้า สั่งให้ซื้อซีดีให้หน่อย พอถามว่าจะไปไหน เจ้าตัวก็ตอบมาอย่างมั่นใจว่า ตามผู้ชาย

 

ได้ยินแบบนั้นแล้วคนเป็นพี่เพลียใจจริงๆ ดีหน่อยที่น้องยังเข้าเรียนช่วงเช้าถึงค่อยออกไปตามล่าไอดอลกับเดอะแก๊ง เฮ้อ อิทธิพลอะไรมันจะมากมายขนาดนี้ก็ไม่รู้

 

เดินถือของไปก็เหมือนหอบจะกินไป ทั้งหนักทั้งเหนื่อย ประเทศเกาหลียังเป็นพื้นต่างระดับเสียมาก เดินขึ้นเนินทีนี่พาลขาจะอ่อนเอา แพทเทิร์นเดินไปอย่างทุลักทุเลจนออกมาถึงหน้าถนนใหญ่ กำลังคิดว่าจะกินข้าวก่อนค่อยกลับ หรือกลับไปเก็บของก่อนค่อยออกมากินดี ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรจนตอนนี้เที่ยงแล้ว คิดไปคิดมาแล้วก็หมุนตัวเดินไปร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ เขาเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ใต้อาคารสำนักงานสุดหรูเป็นมื้อเที่ยง ทานเนื้อหมูมาหลายวันแล้ว ขอปลาดิบบ้างแล้วกัน

 

สงสัยจะมาถูกเวลาเกินไป โต๊ะเต็มหมดแล้ว เหลือแต่แบบห้องสำหรับสี่คน ซึ่งเขาก็สามารถนั่งได้ในราคาสี่คนนั่นแหละ เรียกง่ายๆ ว่าเสียค่าเปิดห้อง เข้ามาแล้วก็ขี้เกียจออก สี่คนก็สี่คน จะนั่งกินนานๆ ให้หายเหนื่อยเลย เมื่อได้ห้องส่วนตัวแล้ว แพทเทิร์นก็จัดการสั่งอาหารมาชุดใหญ่

 

รอไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟครบทุกเมนู เสียงน้ำย่อยในท้องนี่ร้องระงม อร่อยจนลืมเวลาไปเลย นั่งกินไปก็เล่นไอโฟนไป ไวไฟของร้านสัญญาณขึ้นแรงทะลุหลอดแตกได้เลย เพราะงั้นเขาจึงต่อเฟซไทม์ไปหาเบส แล้วอวดอาหารมื้อเที่ยงนี้ให้เพื่อนได้อิจฉา ฮ่าๆ

 

“แพทแม่ง กวนตีนละนะ”

 

เสียงเพื่อนสนิทโวยวายมาตามลำโพงโทรศัพท์ เขากดหมุนกล้องกลับมาที่ด้านหน้า หัวเราะขำเพื่อนที่ทำหน้าเหมือนหมาหิว โอ่ยยย ขำ

 

“ฮ่าๆ นี่เบสอยู่ไหนเนี่ย ทำไมเสียงดังจัง”

 

ปลายสายหันกล้องไปทางอื่นให้เห็นลานโบว์ลิ่ง แล้วหันกลับมาที่หน้าตัวเองเหมือนเดิม “อยู่ลานโบว์ พวกที่เอกมันชวนมาเล่น ฉันได้กินข้าวฟรีแน่ๆ วันนี้ ฮ่าๆ”

 

แพทเทิร์นรู้ว่าเบสเล่นกีฬาเก่งไม่ว่าจะประเภทไหน แต่เจ้าตัวไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เพราะการเล่นดนตรีนั้นเป็นความสุขที่สุดของเบส

 

“แล้วนี่แพทกินข้าวอยู่คนเดียวเหรอ ดีไซน์อ่ะ”

 

“ยัยนั่นไปตามดารา กว่าจะกลับคงดึกๆ นู่นแหละ”

 

“โห เข้าทางดีไซน์เลยเนาะไปเกาหลีแบบนี้ เออ แล้วเป็นไงมั่ง เรื่องเมเนเจอร์คนนั้นอ่ะ”

 

แพทเทิร์นยกมือขึ้นเกาจมูก “ก็...ฉันตัดสินใจคบกับเค้าแล้ว”

 

 

ปึก ปัก ตุบ

 

 

ภาพในจอหมุนไม่เป็นทิศแล้วมืดสนิท ก่อนจะสว่างขึ้นแล้วเห็นหน้าเพื่อนเหมือนเดิม

 

“เป็นไรอ่ะเบส”

 

“โทรศัพท์หลุดมืออ่ะดิ ตกใจหมดเลย ไม่คิดว่าแพทจะตอบแบบนี้”

 

“ไหงงั้นล่ะ เบสเป็นคนยุเรามาตลอดเลยไม่ใช่เหรอ จะตกใจอะไรเนี่ย”

 

คนในจอเกาหัว “ก็ไม่รู้สิ แต่ก็ดีแล้วล่ะ ว่าแต่แพทแน่ใจแล้วจริงๆ ใช่ไหม เราไม่อยากให้แพทคบกับเค้าเพื่อมาแทนใครอีกคน แต่ถ้าแพทรู้สึกดีกับคนคนนี้จริงๆ เราก็ดีใจนะ บอกตามตรง สองปีมานี้เราไม่ค่อยได้เห็นแพทยิ้มเลย มีแต่ยิ่งร้องไห้ เอะอะชวนเข้าผับตลอด”

 

“ก็ไม่ขนาดนั้นม้าง”

 

“ขนาดนั้นเลยแหละ! เฮ้อ ไอ้ตัวเล็กเอ้ยยยย หมั่นเขี้ยวจริงๆ ให้ตายเถอะ นายนี่มันลูกหมาชัดๆ”

 

“อ่าว ไหงมาหลอกด่ากันล่ะ ถ้าเราเป็นหมา เบสก็เป็นหมาเหมือนกันนั่นแหละ เจ้าตูบ ฮ่าๆ”

 

“เด๊ะๆ มีย้อนนะ ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย คุยให้รู้เรื่องก่อน แพทบอกว่าคิมอะไรนะ นั่นแหละ แต่งงานแล้วนี่? แล้วจะทำยังไงล่ะ นายคงไม่ต้องไปเป็นชู้อะไรแบบนั้นหรอกนะ”

 

“คิมซึงฮวาน ...อืม เราก็ไม่รู้ว่าเค้าจะหย่าเมื่อไหร่ คงมีแค่เรื่องนี้ที่เรากังวล”

 

“ก็น่ากังวลอยู่หรอก เรื่องไม่ใช่เล็กๆ เอาแค่เรื่องแพทจะคบผู้ชายมันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กอยู่แล้วล่ะ ที่บ้านแพทจะว่ายังไงบ้าง แล้วคิมซึงฮวานก็ไม่ใช่ผู้ชายตัวเปล่าด้วย โอ่ย ปวดหมอง”

 

ก็ถูกของเบส อืม ชักจะไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยไปง่ายๆ จริงๆ นั่นแหละ การที่เขาคบกับคิมซึงฮวานแบบนี้ก็คงต้องบอกที่บ้าน เพราะฝ่ายนั้นก็ไม่ใช่เด็กอย่างเขา แต่จะรีบร้อนไปก็ไม่ได้อีก เกิดทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังจะทำยังไง

 

“เอาน่า เดี๋ยวแฟนแพทเค้าก็จัดการได้เองแหละ หลงรักแพทมาตั้งเป็นปีๆ คงไม่ยอมเสียแพทไปหรอก”

 

กำลังจะตอบกลับ เสียง ตึง ก็ดังขึ้นที่ผนังด้านหลังเสียก่อน ดังครั้งเดียวไม่น่าสนใจเท่าไหร่ แต่ดังครั้งที่สองที่สามก็สมควรที่จะสนใจ โดยเฉพาะมีเสียงร้องของผู้หญิงดังแว่วออกมาจากหลังกำแพงที่จริงๆ แล้วก็เป็นแค่ที่กั้นฉากด้วยไม้บางๆ เท่านั้น “เบส วางก่อนนะ ไว้คุยกันใหม่”

 

ตอนนี้ไม่มีเสียงกระแทกกำแพงแล้ว แต่มีเสียงสะอื้นไห้กับเสียงผู้ชายตะโกนลั่นจนเขาคิดว่าคนทั้งร้านคงได้ยินกันหมดแล้ว น่าจะทะเลาะกันหรืออย่างไร เขาเองก็ฟังภาษาเกาหลีไม่ออกด้วย แต่คิดว่าน่าจะใช่ เสียงกำแพงกระแทกอีกครั้งดึงความสนใจจนแพทเทิร์นทนไม่ไหวต้องออกไปดู

 

ที่หน้าห้องข้างๆ นั้นมีพนักงานสองคนยืนอยู่ ส่วนอีกคนเหมือนจะเข้าไปห้ามคนด้านใน แพทเทิร์นเห็นว่ามีพนักงานมาดูแลแล้วก็คิดว่าไม่น่าจะเข้าไปยุ่ง แต่จังหวะนั้นพนักงานที่เข้าไปในห้องก็ต้องออกมา เหมือนจะถูกไล่จากคนข้างใน ตอนนั้นเองที่แพทเทิร์นเห็นว่าใครที่อยู่ในห้อง ประตูที่เปิดค้างอยู่นั้นทำให้เห็นชายวัยกลางคนร่างใหญ่คนหนึ่งกำลังทุบตีหญิงสาวอย่างรุนแรง

 

นายอน!

 

แพทเทิร์นรีบกระโจนเข้าไปในห้องอย่างไม่คิด เขาคว้ามือคนที่กำลังดึงกระชากผมของนายอนออกสุดแรง แต่ด้วยร่างกายของแพทเทิร์นนั้นแทบจะเท่ากับหญิงสาว ร่างของเขาจึงปลิวไปตามแรงเหวี่ยงกระแทกลงกับพื้น นายอนที่เห็นว่าใครที่เข้ามาห้ามยกมือขึ้นปิดปาก เธอไม่อยากให้เด็กหนุ่มโดนทำร้ายไปด้วย แต่ดูเหมือนอารมณ์ของผู้เป็นพ่อนั้นยิ่งรุนแรงมากกว่าเดิม และพร้อมจะหาเรื่องคนนอกอย่างแพทเทิร์นด้วย

 

ด้วยความที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แพทเทิร์นคิดเพียงว่าต้องช่วยนายอนให้ได้ก่อน เขาจึงถูกลูกหลงไปอีกหลายครั้ง ตอนที่หลับตาแน่นคิดว่าจะโดนชกลงกลางหน้านั้นเอง ใครคนนึงก็เข้ามาห้ามเหตุการณ์ไว้ได้ก่อน

 

“แพท! คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

 

เสียงคุ้นหู แถมยังฟังอบอุ่นทำให้รู้สึกปลอดภัยนั้นดังอยู่ตรงหน้า เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นคิมซึงฮวานในชุดสูททำงาน แค่เห็นว่าเป็นคิมซึงฮวาน แพทเทิร์นก็โล่งอก

 

“คุณซึงฮวาน ช่วยนายอนด้วย”

 

“ผมรู้แล้ว แพทออกไปก่อนนะ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

 

แพทเทิร์นมองคนทั้งสามในห้องแล้วพอจะรู้ว่าเป็นคนรู้จักกันดี เขาพยักหน้าให้ซึงฮวานแล้วกลับไปห้องตัวเอง จัดการเรียกเก็บบิลแล้วออกมานั่งรอที่หน้าร้านอาหาร สำรวจดูร่างกายแล้วพบรอยฟกช้ำไม่กี่ที่ ขนาดว่าเขาเองน่าจะทนแรงได้มากกว่านายอนยังโดนลูกหลงได้ขนาดนี้ แล้วนายอนไม่ช้ำไปทั้งตัวแล้วเหรอ

 

นานหลายนาทีกว่าคิมซึงฮวานจะเดินประคองนายอนออกมาจากร้าน แพทเทิร์นรีบลุกไปหาคนทั้งคู่ หากยังไม่ได้เริ่มถามอะไร ชายหนุ่มก็รีบพูดขึ้นก่อน

 

“แพท คุณโดนทำร้ายอะไรตรงไหนไหม”

 

ร่างเล็กส่ายหน้าตอบ

 

“โอเค เดี๋ยวผมพานายอนกลับก่อน คุณก็กลับเลยนะ แล้วเดี๋ยวผมติดต่อไป”

 

ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกจุกในอก แพทเทิร์นพยักหน้าตอบชายหนุ่มอีกครั้ง แล้วค่อยหันสายตาไปหานายอนที่เอ่ยขอโทษเขาเบาๆ ด้วยแรงที่เหลือน้อยนิด เขาตอบกลับไปว่าไม่เป็นไร แล้วขยับเท้าหลบให้คนทั้งคู่เดินผ่านไป

 

แพทเทิร์นยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นหลายนาทีด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจห้ามได้ เขาหึง เขาอิจฉา และแน่นอนเขาหวง หวงที่สองมือของคิมซึงฮวานคู่นั้นจับต้องปกป้องภรรยา ใช่แล้ว คิมซึงฮวานมีภรรยาแล้ว แม้ความสัมพันธ์จะไม่ใช่แบบคนรัก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนมีสายสัมพันธ์ที่ธรรมดา มันมีมากกว่านั้น และตัวเขาเองที่เพิ่งก้าวเข้ามาในชีวิตของคิมซึงฮวานก็ไม่อาจเทียบเคียงได้เลย

 

บางทีมันอาจจะเป็นแค่ความคาดหวังที่ว่างเปล่าก็ได้

 

เขา...หวังความจริงที่เป็นไปได้ยากมากเหลือเกิน

 

 

_______________________________

 

 

 

“พี่แพททททท” เสียงเรียกของน้องสาวลากยาวมาจากหน้าประตู จนเจ้าตัววิ่งมาถึงโต๊ะหน้าโทรทัศน์ สองมือเด็กสาวเกาะโต๊ะคล้ายลูกหมา ใช้สายตาเป็นประกายกระพริบปริบๆ จ้องมองคนเป็นพี่ “ซีดีที่ดีไซน์ฝากซื้อ พี่แพทเขียนฉลากส่งครบทุกอันเลยใช่มั้ยยย”

 

“สามสิบใบใช่ไหมล่ะ พี่เขียนให้หมดแล้ว” แพทเทิร์นมองน้องสาวตัวดีที่กว่าจะกลับถึงห้องก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว

 

“เย้ ทีนี้ก็เหลือแต่รอประกาศผลพรุ่งนี้สิบโมง” ดีไซน์ยกกำปั้นขึ้นด้วยความดีใจ หันไปกอดพี่ชายแน่นๆ ทีนึง “ขอบคุณน้าพี่แพท รักพี่แพทที่ซู๊ดดดดด”

 

จะไม่ให้ดีไซน์ดีใจได้ยังไง ในเมื่อเงินที่ซื้อซีดีสามสิบแผ่นนั่นเป็นเงินของพี่ชายเธอล้วนๆ เห็นแบบนี้พี่แพทก็ทำงานแล้วนะ เป็นนักดีไซน์อิสระที่มีห้องเสื้อของที่บ้านเป็นลูกค้ารายใหญ่ ก็บ้านพวกเธอไม่เน้นใช้แรงงานลูกฟรีๆ แต่ใช้การทำงานแลกเงินมาแทนน่ะสิ อย่างตัวเธอเองปิดเทอมก็ได้ค่าจ้างเฝ้าร้าน แต่ปิดเทอมนี้ดันมาเกาหลี เงินเก็บแทบไม่มี หมดไปกับคอนเสิร์ทเกลี้ยงเลย

 

เด็กสาวลุกไปหยิบน้ำหวานแช่แข็งจากตู้เย็นออกมากิน เดินถือแท่งน้ำแข็งมานั่งหน้าคอมฯ ดูดไปก็พูดไป “อื้อ พี่แพท พรุ่งนี้ไซน์ไม่มีเรียนนะ เค้าให้หยุดทบทวนที่เรียนมาหนึ่งวัน ไปสอบวันพุธวันเดียวก็จบเลย รอรับคะแนนวันศุกร์”

 

“พรุ่งนี้เช้าคุณลุงลีนัดให้ไปเจอ ไซน์จะไปด้วยไหมล่ะ พี่ว่าเธอคงไม่อยู่บ้านอ่านหนังสือหรอก”

 

“แหะ แหะ ไปกับพี่แพทก็ได้ แต่ตอนบ่ายไซน์ขอไปกับเพื่อนนะ”

 

เห็นหน้าระรื้นของน้องสาวตัวแสบแล้วแพทเทิร์นอยากหยิกแก้มที่เคี้ยวน้ำแช็งตุ้ยๆ นั้นสักที

 

“ได้ งั้นก็รีบๆ นอนเข้าล่ะ พรุ่งนี้เช้าต้องไปทานข้าวกับคุณลุงลี พี่ไม่อยากให้ผู้ใหญ่รอ”

 

“จ้า เดี๋ยวไซน์รีบตื่นแต่เช้าเลย ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วง” ยกนิ้วส่ายไปมาประกอบคำพูด

 

แพทเทิร์นส่ายหน้า ก่อนลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอน เขาทิ้งตัวลงกลางเตียง ยกโทรศัพท์แบบฝาพับเบอร์เกาหลีขึ้นดู เปิดปิดซ้ำๆ อย่างต้องการให้มันร้องบอกว่ามีคนโทรเข้า แต่ก็มีแต่ความเงียบ

 

คิมซึงฮวานบอกว่าจะติดต่อมา แต่จนตอนนี้ก็ยังเงียบหาย จะให้เขาโทรไปก็กลัวจะรบกวน เพราะตอนนี้ฝ่ายนั้นน่าจะกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องของนายอน

 

“ก็คงยุ่งอยู่จริงๆ นั่นแหละ” บอกกับตัวเองอย่างนั้น ก่อนจะมุดเข้าใต้ผ้าห่มแล้วหลับตานอน

 

คิดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา หลับๆ ไปให้เช้าเร็วๆ ดีกว่า

 

 

 

 

เร็วอย่างที่แพทเทิร์นคิดนั่นแหละ หกโมงเช้าเสียงดีไซน์ร้องเพลงก็ดังลั่นห้องแล้ว เขาขยี้ตาตื่นขึ้นมาด้วยสภาพง่วงงุน เพราะกว่าเมื่อคืนเขาจะหลับได้จริงๆ ก็ปาไปเกือบตีสองแล้ว หยิบโทรศัพท์ใต้หมอนมาดูก็ยังไม่มีสายเรียกเข้าจากใครทั้งนั้น

 

แพทเทิร์นนั่งมองโทรศัพท์ในมือสักพักก่อนลุกไปอาบน้ำแต่งตัว เขาว่าจะรอให้ซึงฮวานโทรมาหาเอง ไม่ได้จะเล่นแง่งอนไม่ติดต่อไป แต่เขาไม่รู้ว่าซึงฮวานสะดวกคุยกับเขาตอนไหน ก็แค่รอเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเสียหน่อย

 

เพราะว่าตื่นกันเช้ามาก แพทเทิร์นกับดีไซน์จึงออกไปเดินเล่นรอแถวๆ ที่นัดกับคุณลุงลีไว้ กังนัมก็ถือเป็นแหล่งวัยรุ่นและแฟชั่น ดังนั้นแพทเทิร์นจึงรู้สึกสนุกกับการถ่ายภาพผู้คน เดินกันได้สักพักพวกเขาก็ไปนั่งรอที่ร้านขายน้ำสมูทตี้ยี่ห้อดัง อากาศช่วงปลายตุลาคมเริ่มเย็นมากแล้ว ตอนนี้ก็ประมาณสิบองศา แต่เด็กทั้งสองกลับนั่งดูดน้ำสมูทตี้กันอย่างไม่กลัวหนาวเลย ก็นะ อีกไม่กี่วันก็กลับไทยแล้ว ขออยู่เย็นๆ แบบนี้ให้เต็มที่ไปเลย

 

นั่งรอได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง คุณลุงก็ขับรถมาถึงร้านที่พวกแพทเทิร์นนั่งรออยู่จากการคุยโทรศัพท์บอกที่อยู่ คุณลุงลีพาไปกินข้าวเช้าไม่ไกลจากตรงนั้นมากนัก แล้วจึงพาไปดูงานที่ตึกแห่งหนึ่ง ดูจากภายนอกแล้วแพทเทิร์นคิดว่าค่าเช่าที่คงแพงหูฉี่แน่ๆ ดีไซน์ก็ยังสาธยายมาให้ฟังแล้วว่าย่านกังนัมเซเลบอยู่กันไม่น้อยเลย

 

“วันนี้ลุงพามาให้รู้จักกับเจ้าของร้านเสริมสวยนะ ร้านนี้เป็นร้านดังที่ไอดอลเข้ากันประจำเลยล่ะ แพทเทิร์นทำความรู้จักไว้นะ ลุงว่าน่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยเลย”

 

แพทเทิร์นตอบรับด้วยความยินดี เรื่องแฟชั่นเสื้อผ้าเขาได้เห็นมาเยอะแล้วจากทริปเกาหลีครั้งนี้ การที่คุณลุงลีพาเขามาทำความรู้จักกับเจ้าของร้านเสริมสวยนั้นเป็นเรื่องดีมากๆ เนื่องจากงานแฟชั่นไม่ได้มีอยู่แค่เสื้อผ้า แต่ยังรวมถึงการเซ็ทผมให้เข้ากับเสื้อผ้าด้วย อย่างชุดแฟนตาซีบางชุดออกแบบมาให้ใส่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ศีรษะเลยก็มี และแน่นอน การได้ทำความรู้จักกับเจ้าของร้านที่มีระดับขนาดนี้นั้นย่อมเป็นผลดีกับเขาอยู่แล้ว โดยเฉพาะหากว่าเขาเลือกมาเรียนแลกเปลี่ยนที่นี่

 

“พี่แพท!” เสียงดีไซน์ตื่นตระหนกเรียกให้คนเป็นพี่ต้องหยุดเดินเพื่อหันไปหา

 

“เป็นอะไรไซน์”

 

“นั่นอ่ะ นั่น” เด็กสาวชี้นิ้วไปยังตำแหน่งของเก้าอี้ทำผมริมหน้าต่างที่เป็นบานกระจกใสขนาดใหญ่ ที่ตรงนั้นมีชายร่างสูงหน้าตาดีคนหนึ่งนั่งให้ช่างไดร์ผมให้อยู่ “นั่นทัคฮยอนนี่!” แม้ว่าจะทำเสียงเบา แต่ดีไซน์ก็ยังตื่นเต้น

 

แพทเทิร์นมองตามแล้วเห็นว่าเป็นทัคฮยอนหนึ่งในสมาชิกวง O-Type จริงๆ และดูเหมือนจะมากันทั้งวงด้วย แต่พวกเขาไม่เห็นฮงชาน คิดว่าปลอดภัยจากคิมฮงชานแล้ว แพทเทิร์นก็รีบจับข้อมือของน้องสาวให้ออกเดินตามคุณลุงลีเข้าไปด้านในร้านอีกฝั่งหนึ่ง

 

“โห ไซน์นึกแล้วเชียวว่าต้องเจอไอดอลสักคนสองคน นี่ได้เจอ O-Type เกือบทั้งวงแหนะ”

 

“ทำไมล่ะ”

 

“ก็ร้านนี้อ่ะ ไซน์เคยมาตามยูมินแล้วเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เพื่อนไซน์บอกว่าร้านนี้ไอดอลค่ายยูมินเข้ากันประจำเลย โอ้ยๆ ไซน์อาจจะได้เจอยูมินก็ได้นะเนี่ย”

 

“ฝันเอาง่ายกว่ามั้ย”

 

เด็กสาวค้อนควับ “ใช่ซี่ ไซน์มันดวงไม่ดีเหมือนพี่แพทนี่ ไปไหนก็เจอแต่ไอดอล ฮึ่ย อิจฉาๆ”

 

คนถูกอิจฉาได้แต่ส่ายหน้า แล้วเดินนำไปให้ทันคุณลุงลี ซึ่งตอนนี้กำลังพูดคุยอยู่กับเจ้าของร้านที่ดูยังวัยรุ่นอยู่มาก

 

แพทเทิร์นกับดีไซน์ได้อยู่ดูการทำงานและพอร์ทของทางร้านเกือบหนึ่งชั่วโมง ทั้งแพทเทิร์นทั้งดีไซน์ต่างก็ทึ่งในงานแต่ละงานของทางร้าน ที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับการเดินแฟชั่นโชว์หลายแบรนด์ หลังจากได้ขอบคุณและลากันแล้ว แพทเทิร์นกับดีไซน์ก็แยกกันที่หน้าร้าน ส่วนคุณลุงลีไปทำงานต่อ

 

แพทเทิร์นยืนส่งน้องขึ้นแท็กซี่ เขาเกือบจะออกเดินต่อแล้วตอนที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมไอโฟนไว้ที่โต๊ะในร้านทำผม เขารีบวิ่งกลับไปที่ตึกอีกครั้ง ทว่าตอนนี้ที่หน้าตึกเต็มไปด้วยแฟนคลับกลุ่มใหญ่ มีรถตู้สีดำหนึ่งคันจอดอยู่ที่หน้าทางเข้า เขาจำได้ว่ารถแบบนี้เป็นรถที่ไอดอลใช้กันเสียส่วนมาก กำลังคิดว่าจะรอให้กลุ่มคนหายไปหมดก่อนค่อยเข้าไปเอาดีหรือเปล่า เสียงโทรศัพท์เกาหลีก็ดังขึ้น

 

ไม่ใช่คิมซึงฮวาน

 

“ฮงชาน?”

 

“แพท คุณอยู่ที่ไหนอ่ะ”

 

“กังนัมครับ”

 

“ว่าแล้ว! ผมเก็บโทรศัพท์คุณได้ที่ร้านทำผม ตกใจหมดเลย พอผมส่งข้อความหาคุณเครื่องที่วางอยู่ตรงหน้าก็เด้งข้อความผมขึ้นมา”

 

สงสัยว่าฮงชานเพิ่งจะถึงที่ร้านทำผม

 

“อ้อ เดี๋ยวผมเข้าไปเอานะ คุณวางไว้ที่เดิมก็ได้”

 

“ไม่เป็นไร ผมกำลังจะออกไปแล้ว ผมแค่แวะมารับพวกในกลุ่มน่ะ คุณอยู่ตรงไหนล่ะ เดี๋ยวผมไปหา”

 

“ผมอยู่หน้าร้านที่ฝั่งตรงข้าม แต่ผมว่าคุณวางไว้เถอะ เดี๋ยวผมเข้าไปเอาเอง”

 

“ไม่เอา แค่นี้นะ!”

 

สุดจะเถียงเลยจริงๆ แพทเทิร์นถอนหายใจ แฟนคลับเยอะอย่างนี้ยังจะออกมาเจอเขาอีก เฮ้อ ทำอะไรเคยคิดก่อนบ้างไหมเนี่ย

 

ก็ได้แต่บ่นในใจ ยืนเตะขารออยู่ตรงนั้นไม่นาน คนหน้าตาดีเข้าขั้นหล่อมากก็วิ่งหน้าหล่อเข้ามาหา โอ้ย ดูเอาเถอะว่าแฟนคลับมองมากันหมดแล้ว ซ้ำยังยกกล้องขึ้นถ่ายอีก

 

แพทเทิร์นยกมือข้างหนึ่งขึ้นบังหน้า เขาเกรงว่าแค่ใส่ฮูดคงปิดไม่มิด มือนึงก็ยื่นไปรอรับโทรศัพท์คืน “ขอบคุณครับ” กำลังจะดึงมือกลับ ข้อมืดกลับถูกยึดไว้ก่อน “หืม?” เอียงหน้าเป็นเชิงถามว่ามีอะไรเหรอ

 

ฮงชานยังเงียบ

 

“ฮงชาน?”

 

ใบหน้าหล่อที่มักยิ้มแย้มดูเคร่งขรึมขึ้นมา และด้วยความรวดเร็ว แพทเทิร์นไม่ทันตั้งตัวเลยแม้แต่นิดเดียว ใบหน้าของเขาก็ถูกสองมือใหญ่จับให้เงยขึ้น กว่าที่จะรู้ตัว ฮงชานก็ได้ขโมยจูบเขาไปแล้ว

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดด--------”

 

 

_______________________________

TBC

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up