Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 16

 

 

หล่นเหลิ่นอะไรล่ะวะไอ้แพท! เพิ่งรู้จักกันไม่นานเองนะเว้ย อันที่จริงแล้วจะเรียกว่าเพื่อนยังต้องคิดก่อนเลย เอ๊ะ หรือคิดเป็นเพื่อนได้แล้ว ก็ในเมื่อลีนายอนกับซอซอนอากลายเป็นเพื่อนสำหรับเขาไปแล้ว อืม แต่ยังไงก็เหอะ การที่จะไปตกหลุมรักคิมซึงฮวานนี่มันยังเร็วเกินไป และมันก็ดูใจง่ายมากเลยด้วย

 

“ใช่ จะใจง่ายเกินไปและ”

 

“ว่าอะไรนะพี่แพท?”

 

คนที่เพิ่งพยักหน้ากับตัวเองสะดุ้งเฮือก กระพริบตาปริบสองทีแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับน้องสาวที่ร้านอาหารใกล้กับท่าเรือที่จะพาข้ามไปเกาะนามิ

 

แพทเทิร์นหันไปยกยิ้มกระพริบตาตอบ “เปล่านี่ ไม่ได้ว่าอะไร” แล้วหันไปหากระทะตรงหน้าที่เอาไว้ผัดทัคคาลบิ หรือก็คือไก่ผัดซอสที่ทางร้านจะเสิร์ฟมาแบบให้คนกินผัดเอง “อื้อหือ นี่กินได้แล้วใช่มะ พี่หิวจะแย่ละ” เปลี่ยนเรื่องเนียนๆ แล้วจัดการกับอาหารตรงหน้าทันที เพราะที่บอกว่าหิวน่ะก็หิวจริงๆ

 

เด็กสาวหรี่สายตามองพี่ชาย เธอว่าเธอได้ยินพี่ชายพึมพำชัดเจน เพราะงั้นไอ้อาการกลบเกลื่อนนี่ตบตาเธอไม่ได้หรอก แต่ตอนที่กำลังจะอ้าปากถามก็เปลี่ยนใจเสียก่อน หลังๆ มานี่เธอเอาแต่ใจตามไอดอลทุกวันจนพี่ชายต้องคอยพูดเลี่ยงให้เวลาที่บ้านโทรมาหา เพราะงั้นเรื่องส่วนตัวของพี่ชายเธอก็ไม่ควรจะไปก้าวก่าย ถ้าพี่แพทอยากเล่าก็คงเล่าเองแหละ

 

ดีไซน์หันกลับไปสนใจอาหารตรงหน้า หากก็ยังอดอยากรู้ไม่ได้ เพราะที่พี่ชายเธอบ่นน่ะมันต้องเกี่ยวกับเมเนเจอร์สุดโหดของยูมินแน่ๆ

 

โอ้ย นี่อยากรู้ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ มากกว่าว่ายูมินจะมีงานแฟนไซน์ที่ไหนอีกนะเนี่ย!

 

“ไซน์ เป็นอะไร เผ็ดเหรอ?” แพทเทิร์นที่กำลังเคี้ยวไก่เต็มปากหันมาขมวดคิ้วเมื่อเห็นน้องสาวทำหน้าตาประหลาด มือที่จับตะเกียบนี่กำแน่นซะอย่างกับกำลังอินอะไรอยู่

ติ่งเกาหลีแบบเรียลไทม์อยากจะเพลีย ไม่เข้าใจเล้ยว่าทำไมคนซึนๆ ซื่อๆ เซื่องๆ อย่างพี่แพทของเธอเนี่ยถึงไปมีวงโคจรร่วมกับคนเกาหลีพวกนั้นได้ ดูเธอดิ๊ บ้าเกาหลีมาตั้งหลายปีไม่เค๊ยไม่เคยจะได้เฉียดกับใครเค้าเลย

 

นี่ล่ะน๊าที่เค้าว่า ดวงใครดวงมัน

 

“อือ เผ็ด เผ็ดจนตาร้อนเลยเนี่ย” ตอบให้พี่ชายงงหนักกว่าเดิม พลางจิ้มไก่ตรงหน้ากินต่อ

 

กว่าสองพี่น้องจะจัดการอาหารเช้าที่เกือบจะใกล้เที่ยงเสร็จ ก็เกือบจะวิ่งไปซื้อตั๋วรอบที่กำลังจะออกในอีกห้านาทีแทบไม่ทัน เป็นเพราะอยากจะอยู่เที่ยวที่เกาะนามินานๆ เลยไม่อยากจะพลาดเรือเที่ยวนี้ วิ่งหน้าเขียวเพราะจุกกับอาหารที่เพิ่งยัดเข้าไปจนถึงทางขึ้นเรือได้ในที่สุด

 

“โอ้ย จะอ้วกอ่ะ” ดีไซน์ทำหน้าแหยง เดินแทรกนักท่องเที่ยวไปเกาะราวกั้นที่ท้ายเรือ

 

แทพเทิร์นเดินตามไปด้วยสภาพเดียวกัน พอได้โดนลมเย็นๆ แล้วค่อยรู้สึกดีขึ้น ปรับระบบในร่างกายแล้วก็ไม่รอช้าหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายวิวทิวทัศน์ที่สวยอย่าบอกใคร

“ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมากเลยเนอะ”

 

“ใช่มะ ไซน์บอกแล้วว่าต้องมาช่วงนี้ ดูดิใบไม้เปลี่ยนสีทุกต้นเลย ถ้าฤดูคลาดเคลื่อนไปอาทิตย์หน้าต้องอดได้ภาพสวยๆ แน่เลย ใบไม้คงร่วงหมดแล้ว” เด็กสาวคิดแล้วก็รู้สึกโชคดีที่เพื่อนเกาหลีของเธอบอกเรื่องช่วงเวลาของฤดูให้รู้ ไม่อย่างนั้นพวกเธอคงวางแผนเที่ยวไม่คุ้มอย่างนี้แน่นอน เพราะถึงจะหาข้อมูลได้เองตามอินเตอร์เนท แต่ในความเป็นจริงฤดูมันคลาดเคลื่อนทุกปี

 

คิดแล้วก็ใจหาย เหลือเวลาอีกแค่สิบวันก็ต้องกลับไทยแล้วอ่ะ เวลาผ่านไปเร็วชะมัด

 

“พี่แพท”

 

“หืม?”

 

“ถ่ายรูปน้องสาวบ้างสิ ถ่ายแต่วิวอยู่นั่นอ่ะ”

 

แพลนกล้องมาก็เห็นน้องสาวแอ็คท่ารอเรียบร้อย คนเป็นพี่ชายเลยจำต้องเป็นตากล้องส่วนตัวให้ไปโดยปริยาย

 

แอคท่าไปได้ไม่เท่าไหร่ เรือก็มาจอดที่เกาะนามิ สองพี่น้องชาวไทยก็ได้ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวเต็มพิกัด คือถ่ายทุกอย่างตั้งแต่ก้าวลงบนเกาะ สนอกสนใจแทบจะทุกก้าวที่เดิน เพราะอย่างนั้นเกาะเล็กๆ แห่งนี้จึงดูกว้างมากสำหรับพวกเขาที่กว่าจะย้ายที่ได้ก็กินเวลาถ่ายรูปอยู่นานโข

 

ไม่รู้ว่าใช้เวลาตรงไหนไปมากเท่าไหร่ แต่ตอนนี้สี่โมงเย็นแล้วพวกเขายังเดินได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น และก็คิดได้ว่าอาจจะเดินได้ไม่ทั่ว เลือกเดินเอาน่าจะดีกว่าเดินตามทางไปเรื่อยๆ

 

“ไซน์ พี่ว่าไปทางนี้ดีกว่านะ” แพทเทิร์นชี้ทางที่ต้องเดินข้ามสะพานเล็กๆ ไปอีกด้าน

 

ดีไซน์หันซ้ายหันขวาแล้วเลือกพยักหน้าตกลง เดินนอกเส้นทางนี่แหละน่าสนุกที่สุด

 

 

 

พูดก็พูดเถอะ แพทเทิร์นชักสงสัยขึ้นมาจริงๆ แล้วว่าดวงชะตาที่น้องสาวของเขาเคยเพ้อเจ้อนั่นมันอาจจะเป็นจริงก็ได้ คิดดูแล้วกันว่ามันจะบังเอิญอะไรมากมายขนาดนี้

 

ระหว่างที่กำลังเดินถ่ายรูปเพลิดเพลินลัดเลาะอยู่ตามแนวต้นหญ้าสูงริมแม่น้ำ โฟกัสของกล้องที่แพทเทิร์นส่องอยู่ก็ไปจับเอาใบหน้าของใครบางคนเข้าเต็มเฟลม ซ้ำใบหน้าหล่อเหลานั้นกำลังหันมาทางนี้ด้วย

 

ความประหลาดใจก่อตัวขึ้นทันที ด้วยไม่คิดว่าจะมาเจออีกฝ่ายที่นี่ได้ ทว่าทันทีที่เอากล้องลง เสียงร้องของน้องสาวก็พอจะเดาคำตอบให้ได้รู้

 

“นั่นมันกองถ่ายนิตยสารเหรอ?!”

 

เด็กสาวแสดงอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ชะเง้อคอมองพร้อมสวมบทติ่งเกาหลีทันที “ไม่ได้การแล้ว ต้องโทรถามเพื่อนๆ” ดีไซน์กดเบอร์เพื่อนเกาหลีไม่รอช้า แล้วสาดรัวภาษาที่คนเป็นพี่ชายไม่มีทางเข้าใจได้

 

ขณะที่น้องสาวกำลังเข้าสู่ร่างติ่งนั้น แพทเทิร์นก็ได้แต่นึกอยากจะเดินหนีไปจากที่ตรงนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก คือ เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีไหม ที่ไอดอลซึ่งอยู่ในระหว่างการทำงานจู่ๆ ก็วิ่งหน้าเริ่ดออกมาจากกองถ่ายอย่างนี้

 

ก็ได้แต่คิด เพราะคนในความคิดวิ่งมาถึงตัวพวกเขาแล้ว

 

“มาอยู่ที่นี่ได้ไงอ่ะแพท”

 

มากินข้าวมั้งครับ ใจอยากตอบคนที่วิ่งหน้าหล่อ ผมสีทองสะบัดโต้ลมเย็นเข้ามาหาอย่างไม่แคร์สายตาใคร แต่เปลี่ยนใจตอบแบบไม่กวนตีน “มาเที่ยวครับ แล้วคุณ ...มาถ่ายแบบเหรอครับ?”

 

นักร้องหนุ่มตอบยิ้มกว้าง “ใช่แล้ว” ก่อนจะหันไปทักทายดีไซน์ด้วยภาษาเกาหลีอย่างเป็นกันเอง เล่นเอาเด็กสาวเกือบใบ้รับประทาน ศัพท์แทบจะลอยละล่องไล่คว้าไว้เกือบไม่ทัน แล้วค่อยหันกลับมาหาเด็กหนุ่มอีกครั้ง

 

“น้องคุณบอกว่าไม่ได้มีนัดที่ไหนต่อ คุณช่วยรอสักสามสิบนาทีได้ไหม เดี๋ยวผมมา”

 

ร่างเล็กขมวดคิ้วงง “คุณไม่ต้องทำงานต่อเหรอ?”

 

“ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ ผมมาตั้งแต่เช้าแล้ว เนี่ยเหลือเช็ครูปกับทีมงานก็กลับได้เลย ตกลงตามนี้นะ พวกคุณเดินนำไปก่อนเลยเดี๋ยวผมวิ่งตามไป โอเคนะ”

 

โอเคนะอะไรครับคุณฮงชาน แพทเทิร์นยังไม่ทันจะได้อ้าปากด้วยซ้ำ คนสรุปเองเออเองก็วิ่งกลับไปที่กองถ่ายอย่างไม่คิดจะฟังอะไรจากเขาเลย

 

คนเกาหลีนี่เผด็จการทุกคนเลยเหรอไงวะ?!

 

“พี่แพทๆ” เสียงเรียกทำให้คนที่ยังมุ่นคิ้วหันกลับมามอง “ความจริงไซน์มีนัดกับเพื่อนตอนสองทุ่ม ถ้ายังไงพี่แพทไปกับไลม์ไปกันต่อสองคนนะ”

 

“อ้าว แล้วทำไมไซน์ไม่บอกเค้าไปล่ะว่าไม่ว่าง” แพทเทิร์นท้วง

 

“ก็พี่แพทว่างนี่? เอาน่า ไลม์เค้าคงอยากพักผ่อนจากการทำงานแหละ พี่แพทก็ไปเป็นเพื่อนเค้าหน่อยน่า”

 

เด็กหนุ่มมองคนเป็นน้องด้วยสายตาจับผิด “ไม่ใช่ว่าเธอคิดแผนอะไรอยู่หรอกนะ”

 

“แผนเผินอะไร!” คนถูกครหาแสร้งทำเสียงไม่พอใจ “ไซน์ไม่ได้เป็นแฟนคลับไลม์สักหน่อย พี่แพทไม่ต้องระแวงหรอกน่า เห็นน้องสาวเป็นคนยังไงกันนะ หึ!”

 

อยู่ๆ ก็น้อยใจทำแก้มพองลม แพทเทิร์นจึงทำได้แค่ถอนหายใจ ลูบหัวน้องสาวไปทีนึงแล้วออกเดินต่อ “ไม่มีแผนก็ไม่มีแผน พี่ไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย”

 

ดีไซน์ลอบยิ้มให้แผ่นหลังของพี่ชายที่มักจะใจดีกับเธอเสมอ เฮ้อ ก็น่ารักใสซื่อเสียอย่างนี้  ใครๆ เขาถึงได้ชอบพี่แพทของเธอกันเต็มไปหมด ...แผนน่ะไม่มีหรอก ก็แค่ไม่อยากไปเป็น กขคงจ ก็เท่านั้นเอง

 

เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์ในมือดังขึ้นให้ต้องละสายตาลงมอง ดีไซน์ยกโทรศัพท์ขึ้นอ่านข้อความก็เห็นว่าเพื่อนเกาหลีถามว่าไลม์จะไปที่ไหนต่อ เธอยกมือข้างนึงขี้นไหว้ขอโทษเพื่อนผ่านโทรศัพท์ ก่อนพิมตอบไปว่าไม่รู้เหมือนกัน แล้วค่อยเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า วิ่งตามหลังพี่ชายไป

 

“พี่แพท รอด้วยยยยย”

 

ขอโทษนะเพื่อนๆ แต่นี้เดทของพี่แพท เธอไม่อยากให้ใครมาขัดจังหวะเลยจริงๆ

 

 

 

สามชั่วโมงหลังจากนั้น ลีคังอู หรือเมเนเจอร์ของวง O-Type ก็ขับรถมาส่งดีไซน์ถึงมยองดง แพทเทิร์นชะโงกหน้าออกไปกำชับเด็กสาวว่าให้กลับก่อนเที่ยงคืน เพราะพรุ่งนี้คือวันจันทร์ นั่นหมายความว่าดีไซน์จะต้องไปเรียน

 

“รู้แล้วค่า พี่แพทนั่นแหละ อย่ากลับเช้าก็แล้วกัน” แขวะพี่ชายเสร็จก็หันไปยิ้มให้ไอดอลหนุ่มพลางโบกมือลาพร้อมภาษาเกาหลี ที่นับวันเริ่มจะได้สำเนียงเจ้าของภาษาเข้าไปทุกที

 

แพทเทิร์นส่ายหน้าแล้วเลื่อนประตูรถตู้ปิด หันไปหาพ่อคนดังที่ไม่คิดจะกลับหอพัก “ทีนี้จะไปไหนกันต่อ?”

 

“ไปกินข้าว” ฮงชานยิ้มตาหยี ขณะที่รถเคลื่อนตัวอีกครั้ง

 

จากที่ฟังมาระหว่างทาง ฮงชานบอกว่าวันนี้ตนเองไม่ต้องรีบกลับหอ เพราะมีนัดช่วงหัวค่ำ พอถามว่าแล้วคังอูไม่ต้องไปดูแลศิลปินที่เหลือในวงเหรอ คำตอบที่ได้กลับมาคือคนอื่นในวงกำลังซ้อมกันอยู่ที่บริษัท จะไปรับหลังจากส่งฮงชานเสร็จแล้ว

 

เป็นลูกหลานเจ้าของสถานีโทรทัศน์นี่ดีจริงๆ ถึงจะเป็นศิลปินก็ยังได้รับอภิสิทธิ์ไปไหนมาไหนก็ได้ แพทเทิร์นคิดพลางมองฮงชานที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

จะว่าไป ฮงชานกับคิมซึงฮวานดูไม่ค่อยคล้ายกันเท่าไหร่เลย คงเป็นเพราะอีกคนมีเชื้อสายต่างประเทศผสมกว่าครึ่งล่ะมั้ง แต่ถึงอย่างนั้นคิมฮงชานคนนี้ก็ยังมีเค้าโครงหน้าที่เรียกได้ว่าดูดีกว่าคนเกาหลีทั่วไป

 

...หรือไปศัลยกรรมมา?

 

“จ้องแบบนี้ เดี๋ยวจับมาจูบเลย”

 

มัวแต่มองเพลินจนโดนอีกคนแซว แพทเทิร์นเกาจมูกตัวเองแก้เก้อ พอดีกับที่รถจอดหน้าภัตาคารหรู

 

"ถึงแล้ว" ฮงชานบอกเขาก่อนจะหันไปพูดกับเมเนเจอร์สองสามประโยคที่แพทเทิร์นไม่เข้าใจ แต่เขาก็เดาเอาว่าคงบอกให้กลับได้เลยอะไรประมาณนั้นน่ะแหละ

 

ว่าแต่นี่มันจะไม่อลังการเกินไปหน่อยเหรอ

 

พอลงมายืนแล้วแพทเทิร์นก็เพิ่งเห็นเต็มตา ว่าร้านอาหารที่ฮงชานพามานั้นเป็นภัตคารสุดหรู้ที่ราคาแพงหูฉี่แน่ๆ กำลังจะหันไปบอกว่ากินร้านหมูย่างทั่วไปกันเถอะ คนตัวสูงกว่าก็เฉลยความจริงให้ฟัง

 

"วันนี้ผมมีนัดทานข้าวกับที่บ้านน่ะ ถือว่าผมพาคุณมาแนะนำก็แล้วกันเนาะ"

 

"เดี๋ยวก่อน แนะนำอะไร เอ้ยย ฮงชาน เดี๋ยวก่อนสิ!" มือถูกรวบหมับ แล้วลากเข้าภัตาคารไปอย่างง่ายดาย

 

แพทเทิร์นขืนแรงมาตลอดทางจนมาถึงห้องอาหารใหญ่ที่มีคนนั่งอยู่เต็มโต๊ะ เขาจึงจำต้องหยุดขืนแรงเจ้าของมือที่ยังไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

 

"มาแล้วเหรอเจ้าตัวดี แล้วนั่นพาใครมาด้วย" หญิงวัยกลางคนที่แพทเทิร์นมองว่าสวยมากเกินกว่าอายุจริงเป็นคนทักคนแรก

 

"นี่เพื่อนผมครับ ชื่อแพทเทิร์น เป็นคนไทย" แนะนำให้แม่รู้จักแล้วก็หันมาบอกเด็กหนุ่มว่าผู้ใหญ่สองคนทางซ้ายนั้นคือพ่อกับแม่ของเขา ถัดมาอีกสองคนคือคุณอาผู้หญิงและคุณอาผู้ชาย อีกฝั่งของโต๊ะคือหลานชายหญิงอีกสองคน หากไม่นับเขาสองคน ที่โต๊ะยังมีเก้าอี้ว่างอีกสามที่ หนึ่งในนั้นคือเก้าอี้หัวโต๊ะ ซึ่งเป็นเก้าอี้ของคุณปู่

 

หลังจากพนักงานมาเสริมเก้าอี้เพิ่มให้แพทเทิร์นแล้ว ไม่นานนักเจ้าภาพของมื้อนี้ก็มาถึง

 

แพทเทิร์นอดนึกถึงหนังจีนเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ขึ้นมาไม่ได้ ก็ลุคของคุณปู่ของฮงชานนั้นดูเจ้าพ่อมาก ไม่แน่ว่าในแวดวงการทำงานคนคนนี้อาจเป็นเจ้าพ่อจริงๆ ก็ได้ ออร่าออกซะขนาดนี้

 

ทุกคนบนโต๊ะรีบลุกขึ้นโค้งให้ผู้มาใหม่ รวมถึงแพทเทิร์นด้วย

 

"คุณปู่ครับ ผมขอพาเพื่อนมาร่วมโต๊ะด้วยนะครับ" ฮงชานรีบแนะนำคนตัวเล็กข้างกาย แพทเทิร์นไม่รู้ว่าฮงชานพูดอะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง คุณปู่ถึงได้มองเขาแค่แปบเดียวก่อนพยักหน้าให้แล้วเดินมานั่งที่หัวโต๊ะ

 

บทสนทนาต่อจากนี้ แพทเทิร์นฟังไม่ออกเลยสักคำเดียว อาจจะกำลังพูดกันถึงคนที่ยังมาไม่ถึงอีกสองคน เพราะยังไม่มีการเรียกเสิร์ฟอาหารแต่อย่างใด จากการสังเกตดูแล้ว ทุกคนดูจะเกรงต่อคุณปู่เอามากๆ เห็นจะมีก็แต่คนข้างตัวเขานี่แหละที่ยังยิ้มหน้าระรื่นอารมณ์ดีอย่างไม่สนใจแรงกดดันรอบตัวเอาเสียเลย

 

"ขอโทษที่ทำให้รอครับ"

 

เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นมาจากทางเข้า แพทเทิร์นหันขวับไปมองรวดเร็วเสียจนคิดว่าคออาจจะเคล็ดได้

 

สายตาแห่งความแปลกใจไม่ได้ฉายชัดที่ดวงตาของแพทเทิร์นคนเดียว หากแต่ร่างสูงที่เพิ่งเดินเข้ามาก็มีสายตาแปลกใจไม่ต่างกัน เช่นเดียวกับหญิงสาวร่างบางที่เดินตามมาด้วย

 

"ไม่เป็นไร รีบมานั่งเถอะ ซึงฮวาน นายอน" คุณปู่โบกมือเบาๆให้พนักงานที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่มุมห้อง สาวเสิร์ฟโค้งรับแล้วเดินสวนออกไป

 

มือเล็กกระตุกชายเสื้อคนข้างตัว กระซิบเสียงเบา "ทำไมคุณไม่บอกผมล่ะว่าซึงฮวานกับนายอนมาด้วย"

 

ฮงชานตอบยิ้มๆ ด้วยเสียงกระซิบ "คุณจะได้เห็นกับตาไง ว่าพี่ซึงฮวานน่ะแต่งงานมีภรรยาแล้วจริงๆ ผมไม่อยากเห็นคุณโดนหลอก"

 

"ผมไม่ได้โดนหลอก" แพทเทิร์นกระซิบกลับ "โอ้ย เดี๋ยวออกไปเราได้เคลียร์กันแน่" ด้วยกลัวคนบนโต๊ะจะได้ยินเสียง แพทเทิร์นจึงเลือกตัดบทแล้วหันมาสนใจอาหารที่เรียงรายกันวางลงบนโต๊ะ

 

ให้ตายเถอะ คิมฮงชาน ทำอะไรตามใจตัวเองมากเกินไปแล้ว!

 

ก็ได้แต่คิดอยู่ในใจ ในความเป็นจริงเขาทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้า แล้วนี้ครอบครัวนี้เขามีดินเนอร์กันด้วยบรรยากาศมาคุกันหรือยังไง แรงกดดันจะเยอะกันไปไหนก็ไม่รู้ โดยเฉพาะคนที่นั่งตรงข้ามเขาเนี่ย จะจ้องให้กุ้งมันกัดลิ้นเขาตายเลยไหม

 

กว่าสีสิบนาทีที่มื้อค่ำนี้จบลงอย่างเงีบลสงบ คือแทบไม่มีใครพูดอะไรเลย ถ้าไม่นับฮงชานล่ะก็นะ

 

ตอนที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับ ฮงชานถูกแม่เรียกไปคุยส่วยตัว แพทเทิร์นจึงมายืนเตะฝุ่นรออยู่ด้านหน้าภัตคาร ก้มดูเวลาที่ข้อมือแล้วก็เห็นว่าใกล้สองทุ่ม

 

ทำไมช่วงปลายเดือนอยู่ๆ อากาศก็ลดต่ำพรวดพราดขนาดนี้ก็ไม่รู้ เสื้อฮูดที่สวมมาเริ่มจะทนความหนาวไม่ไหว มือก็เย็นจนต้องยกมาเป่าอากาศใส่สลับกับซุกในกระเป๋าเสื้อ

 

"โอ้ยยย หนาวจังเว้ย" อดบ่นออกมาไม่ได้ รอมาสิบนาทีแล้วฮงชานยังไม่ออกมาอีก เดี๋ยวปั๊ดชิ่งกลับก่อนเสียเลย

 

ความคิดเข้าท่า แพทเทิร์นเหลียวซ้ายแลขวามองหาแท็กซี่ ถึงเขากลับก่อนฮงชานก็คงไม่ว่าอะไร ขนาดเจ้าตัวลากเขามานี่เขายังไม่ว่าอะไรเลย

 

จังหวะเอื้อมมือไปหมายจะโบกแท็กซี่สีส้ม มือใหญ่และอุ่นมากๆ ของใครบางคนก็มารวบมือเล็กเย็ยเฉียบไว้เสียก่อน ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าใครที่มายืนข้างหลังไม่ให้ซุ่มให้เสียง

 

"คุณซึงฮวาน"

 

แพทเทิร์นหันไปหาคนร่างสูง แล้วอดไม่ได้ที่จะปล่อยให้มือยังถูกกุมอยู่แบบนั้น

 

...ก็มันหนาวนี่!

 

"ทำไมถึงมากับฮงชานได้" โอ้ย ทำหน้าดุอีกแล้ว กลัวจะแย่แล้วครับ

 

"บังเอิญเจอกันที่เกาะนามิ แล้วฮงชานเขาก็ชวนผมมากินข้าว ...ผมไม่รู้ว่าเป็นการกินข้าวกับที่บ้าน ถ้ารู้ผมก็คงปฏิเสธไปแล้วล่ะ"

 

อื้อหือ ทำไมเขาต้องอธิบายราวกับส่งการบ้านอาจารย์ด้วยเนี่ย

 

คนฟังยังทำหน้านิ่ง จนอีกคนเริ่มใจเสีย ทว่าพอซึงฮวานทำท่าจะพูดอะไรตอบกลับมา ฮงชานที่วิ่งมาจากด้านหลังกลับแทรกกลางวงเข้าเสียก่อน

 

"อ้าวพี่ซึงฮวาน ออกมาทำไมครับ เห็นพี่นายอนรออยู่ที่ทางออกลานจอดรถอยู่นะ"

 

สายตาเฉียบคมตวัดพรึบไปหาลูกพี่ลูกน้อง แพทเทิร์นยอมเลยจริงๆ ถ้าเจอสายตาแบบนี้ ไม่รู้ทำไมฮงชานยังยิ้มหน้าระรื่นอยู่ได้ ไม่กลัวแสงเลเซอร์จากสายตาพิฆาตของญาติผู้พี่เลยสักนิด

 

"ปล่อยมือแพทเถอะครับ เดี๋ยวพี่นายอนจะรอนาน"

 

"ไม่ใช่เรื่องของนาย"

 

คราวนี้ฮงชานเริ่มจ้องกลับด้วยสายตาท้าทาย "ทำไมจะไม่ใช่ แพทเป็นแขกของผม ผมว่าพี่ปล่อยมือแพทได้แล้ว"

 

ไม่รู้ว่าสองคนพี่น้องคุยอะไรกัน แต่มือที่ถูกกุมอยู่นี้ถูกบีบแรงขึ้นมาเสียจนต้องขืนมือให้ปล่อย

 

ซึงฮวานละสายตาจากญาติลงมองเด็กหนุ่มที่ดูท่าจะหนาวมากแล้วจริงๆ ปากที่เคยมีสีสดตอนนี้เริ่มซีดแล้ว แก้มก็แดงคล้ายผิวจะแตกเพราะอากาศ เขาก้มลงกระซิบเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน ก่อนยอมปล่อยมือแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในภัตตาคาร

 

ฮงชานมุ่นคิ้วขัดใจ ก้มลงถาม "พี่ซึงฮวานพูดอะไรกับแพทอ่ะ?"

 

"หืม? อ้อ ไม่มีอะไร" แพทเทิร์นส่ายหน้าพรืด แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง "ผมหนาวมากแล้วอ่ะ อยากกลับที่พักเร็วๆ เรากลับกันเลยเถอะ"

 

แม้จะยังสงสัย แต่ฮงชานก็ยอมพยักหน้ารับ "ได้สิ เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่ง"

 

ระหว่างทางบนรถ แพทเทิร์นแทบไม่ได้ฟังว่าฮงชานพูดอะไรบ้าง เขาตอบแค่ อืม รับคำไปอย่างไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ เพราะในหัวของแพทเทิร์นตอนนี้มีแต่คำพูดของคิมซึงฮวานที่กระซิบบอกเขาวนไปวนมาอยู่เต็มหัว

 

 

'เดี๋ยวผมไปหาที่ห้องนะครับ...

 

...ที่รัก'

 

 

 

_______________________________

TBC

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up