Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 14

 

 

“ต้องขอโทษเรื่องเมื่อครู่ด้วยนะคะที่ทำให้คุณตกใจ” หลังจากหาสติเจอแล้วแพทเทิร์นก็ถูกเชิญให้เข้ามานั่งในห้อง คนที่พูดกับเขาอยู่นี้ไม่ใช่ลีนายอน แต่เป็นซอซอนอา ที่แนะนำตัวให้เขารู้จักว่าเป็นแฟนสาวของลีนายอน และเท่าที่ได้คุยกันสั้นๆ ทั้งสองคนนี้คบหาแบบแฟนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายแล้ว

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมก็ต้องขอโทษด้วยเหมือนกันที่ไม่ได้เคาะประตูก่อน”

 

แพทเทิร์นนั่งมองสองสาวตรงข้าม ลีนายอนเป็นหญิงสาวที่ให้ความรู้สึกบอบบางน่าทะทุถนอมตั้งแต่แรกเห็น หน้าตาสวยหวาน โดยเฉพาะดวงตาพราวระยับคู่นั้น ทว่านิสัยจริงๆ แล้วกลับเป็นคนสดใสร่าเริง ส่วนซอซอนอา เป็นหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียว ไม่สิ ผอมกว่าที่ควรด้วยซ้ำ แต่กลับไม่ได้ดูบอบบางอะไรนัก บุคลิคของเธอสง่าไปหมด ไม่ได้หวานมากมาย ไม่ได้เปรี้ยวอย่างสาวเที่ยว ไม่ได้แข็งกระด้างหรือห้าวแม้แต่น้อย แต่ให้ความรู้สึกเป็นสาวที่มีความมั่นใจมากคนหนึ่ง เขาเดาเอาว่าเจ้าตัวคงเป็นนางแบบหรือไม่ก็ดาราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

คนสวยสองคนนั่งคู่กันอย่างนี้ แพทเทิร์นรับรองเลยว่าผู้ชายคงเลือกไม่ถูกแน่ และคงคิดไม่ถึงว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน

 

“รู้ไหม ตอนซึงฮวานบอกว่าจะพาคนที่ชอบมาให้เจอ ฉันคิดว่าเป็นเรื่องอำเสียอีก!” นายอนบอกเด็กหนุ่ม ก่อนใช้ศอกสะกิดแฟนสาว แล้วพูดด้วยท่าทางสนุก “ดูสิซอนอา น่ารักแบบนี้นี่เองหมอนั่นถึงหลงเอาได้มาเป็นปี นึกว่าชาตินี้จะไม่มีทางรักใครได้เสียอีก”

 

“แต่แบบนี้ก็น่าสงสารน้องเค้าแย่เลยสิ หมอนั่นมันปกติดีที่ไหน”

 

“นั่นสิเนอะ ฮ่า ฮ่า”

 

สำเนียงภาษาอังกฤษของทั้งสองสาวฟังง่ายไม่ต่างจากคิมซึงฮวาน เพราะอย่างนั้นแม้ว่าพวกเธอจะเล่นน้ำเสียงอย่างไรแพทเทิร์นก็ฟังออกชัดเจน

 

“นี่ ให้มันน้อยๆ หน่อยพวกเธอ” เสียงเปิดประตูมาพร้อมกับเสียงทุ้มของชายหนุ่มที่ตกเป็นหัวข้อนินทาของสองสาว

 

นายอนกับซอนอาโบกมือทักทายคนที่เพิ่งเข้ามาด้วยรอยยิ้มอย่างไม่รู้สึกผิดอะไร ซึงฮวานทรุดลงนั่งข้างแพทเทิร์น เขารับเมนูจากนายอนแล้วเปิดให้เด็กหนุ่มดู

 

“พวกฉันสั่งเนื้อไปแล้ว อยากสั่งอะไรเพิ่มก็ตามสบายนะ มื้อนี้ซอนอาเค้าขอเป็นเจ้ามือ ในโอกาสที่นายเจอตัวจริงได้เสียที” นายอนยิ้มหน้าระรื่น

 

“ขอบใจ งั้นฉันไม่เกรงใจล่ะนะ” ซึงฮวานกระตุกยิ้มให้สองสาวทีหนึ่งแล้วหันมาถามแพทเทิร์น “สั่งเนื้อไปแล้ว คุณอยากกินอะไรอีกไหม”

 

มึนภาษาเกาหลีบนเมนูอาหาร พอได้ยินคำถามภาษาไทยก็รีบอธิบาย “อืม...ผมไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร ที่มันเป็นไข่ในน้ำซุป อ๊ะ อันนี้ๆ” เห็นภาพประกอบของอาหารที่ต้องการพอดีก็รีบจิ้มให้ดู

 

“เอาอะไรอีกไหม?”

 

ศีรษะเล็กส่ายพั่บเป็นคำตอบ ซึงฮวานกดกริ่งที่โต๊ะเรียกพนักงาน เขาสั่งเมนูเพิ่มอีกสามสี่อย่าง แล้วพวกเขาก็กลับมาอยู่ในสภาวะไทม์ทูทอร์คอะเกน

 

“ฉันขอถามอีกครั้งนะซึงฮวาน” นายอนเปิดบทสนทนาต่อ “นายชอบแพทเทิร์นจริงๆ ใช่ไหม?”

 

เจ้าของชื่อที่ถูกเอ่ยถึงอดหันไปมองคนถูกถามด้วยไม่ได้ แล้วพอได้รู้คำตอบก็ทำเอาเหวอไปหลายวินาที

 

“ใช่”

 

“ชอบแบบอยากจะรัก?” ซอนอาถามต่อ

 

“อืม”

 

ได้คำตอบที่พอใจแล้ว สองสาวก็หันไปตบแปะสองมือกันและกัน ยิ้มร่าตอนพูดว่า “ซึงฮวานมีคนรักแล้ว แบบนี้ก็หย่าได้แล้วน่ะสิ!”

 

“เอ่อ...คือว่า ผมกับคุณซึงฮวานไม่ได้...” แพทเทิร์นยกมือค้างกลางอากาศ อยากเรียกให้คู่เลสเบี้ยนหันมาสนใจทางนี้หน่อย ฮัลโล เฮ้ ได้ยินไหม เกือบจะโยกตัวไปสะกิดนายอนที่นั่งตรงข้ามถึงอยู่แล้ว ท่อนแขนยาวๆ ก็ล็อคคอเขาให้กลับมานั่งตามเดิมเสียก่อน หันไปเอาเรื่องคนนี้แทนเลยแล้วกัน

 

“นี่คุณเอาเรื่องผมไปบอกอะไรพวกเขา”

 

“ก็บอกว่าผมตกหลุมรักคุณ” ผู้ชายคนนี้ต้องมีปัญหากับระบบเส้นประสาทการแสดงออกทางสีหน้าแน่ๆ แพทเทิร์นตั้งข้อสันนิธฐานขึ้นมาอย่างจริงจังขณะมองคนตอบ

 

“นี่คุณคิมซึงฮวาน คุณช่วยอธิบายให้เข้าใจแบบไม่ต้องให้ผมถามบ่อยๆ ได้ไหมครับ”

 

ซึงฮวานถอนหายใจทีหนึ่งคล้ายว่าเหนื่อยใจกับการที่ต้องอธิบายเรื่องง่ายๆ ให้เด็กฟัง เห็นแบบนั้นแล้วแพทเทิร์นอยากจะโวยสักที เขาไม่ได้โง่นะ แต่นี่มันเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจไม่ได้เลยเหอะ

 

“อย่างที่คุณเห็น ผมกับนายอนแต่งงานกันโดยที่ไม่ได้รักกัน นายอนมีแฟนอยู่แล้วคือซอนอา พวกเราหยุดเรื่องการแต่งงานนี้ไม่ได้เพราะมันเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบ้านนายอน ในกรณีนี้คนที่สามารถฟ้องหย่าได้โดยไม่เสียผลประโยนช์ก็คือฝั่งนายอน” ซึงฮวานหยุดนึกคำภาษาไทยนิดนึงก่อนพูดต่อ “ตัวผมเองไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วกับการแต่งงานหลอกๆ ครั้งนี้ แต่นายอนกับซอนอาไม่อยากให้ผมต้องมาเสียสละ ...ใช่คำนี้ใช่ไหม? อืมนั่นล่ะ นายอนกับซอนอาไม่อยากให้ผมเสียสละแบบนี้ไปทั้งชีวิต ดังนั้นพวกเราจึงตกลงกันว่าจะมีการฟ้องหย่ากันก็ต่อเมื่อผมนอกใจภรรยา หรือก็คือเมื่อผมเจอคนที่ผมรักจริงๆ แบบนั้นพวกผู้ใหญ่ฝั่งผมก็จะปฏิเสธไม่ได้ ต้องยอมให้มีการหย่าเกิดขึ้น”

 

อย่างกับในละคร แพทเทิร์นแอบคิด แล้วลองเสนอความคิด “ถ้าอย่างนั้นคุณก็แค่หาผู้หญิงที่ไหนสักคนมาเล่นบทเมียน้อยก็ได้นี่?” แบบว่าจ้างมาก็ได้อะไรอย่างนั้น เห็นในละครเค้าทำกันออกบ่อย

 

“ผมไม่ชอบ”

 

“ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องชอบเลยนี่?”

 

แพทเทิร์นเลิกคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าของซึงฮวานเปลี่ยนไป เป็นสีหน้าที่อธิบายไม่ค่อยถูก เหมือนเจ้าตัวกำลังนึกถึงเหตุการณ์ไม่น่าพิศมัยสักเท่าไหร่

 

“ผู้หญิง ...น่ากลัว ผมไม่ชอบ”

 

“หะ? ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า” เป็นคำตอบที่ทำเอาแทบลงไปหัวเราะก๊าก หากไม่ติดว่าขาเจ็บนี่ลงไปนอนดิ้นแล้วจริงๆ ผู้ชายตัวสูงๆ แถมหน้าตาโคตรหล่อ คุณสมบัติโคตรพร้อม แต่กลับกลัวผู้หญิงเนี่ยนะ เอาไปบอกใคร ใครเค้าจะเชื่อกัน

 

สองสาวเห็นแพทเทิร์นอยู่ดีๆ ก็นั่งกุมท้องหัวเราะลั่นก็อยากจะรู้บ้างว่าคุยอะไรกัน และในเมื่อซึงฮวานไม่ยอมเล่า พวกเธอก็หันไปถามคนที่ยังบังคับตัวเองไม่ได้ แต่ก็พอจะพูดสลับเสียงหัวเราะได้อยู่

 

“อ๋อ เรื่องนี้เอง! ใช่เลยล่ะ ซึงฮวานน่ะกลัวผู้หญิงมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว” นายอนตบโต๊ะป้าบๆ ร่วมหัวเราะด้วย

 

“แต่ฉันก็เข้าใจนะ มีผู้หญิงมารุมทุกวัน ล็อคเกอร์ก็ถูกงัดแล้วงัดอีก แถมยังมีสาวๆ มาเขียนเมจิกบอกรักวาดหัวใจซะเต็มหน้าตู้เลย ผู้หญิงสำหรับซึงฮวานเรียกว่าหลอนน่าจะได้เลยล่ะ” ซอนอาไม่ได้หัวเราะแต่กลับเล่าอดีตให้แพทเทิร์นยิ่งลงไปขำกับโต๊ะหนักขึ้นอีก

 

“ใช่ๆ ฉันจำได้ว่าครั้งนึงหมอนี่ถูกพวกผู้หญิงรวมตัวกันหลอกให้ไปที่โรงยิมแล้วก็ปิดประตูขัง กว่าจะหนีออกมาได้นี่เสื้อขาดไปครึ่งตัว ฮ่าๆ” นายอนหัวเราะก๊ากมากขึ้นไปอีก

 

“จริงเหรอครับ ฮ่า ฮ่า อ่อก!” เจ็บจนคิดว่าลูกกระเดือกอาจแตก หันไปค้อนคนที่เพิ่งใช้สองนิ้วฟันลงตรงตำแหน่งลูกกระเดือกของเขา อยากให้หยุดหัวเราะก็บอกดีๆ ก็ได้ เล่นแรงตลอด

 

ดูเหมือนนายอนจะหยุดหัวเราะไปแทบจะทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มโดนอย่างนั้น เธอกระแอมไอหยิบน้ำมาดื่มเบี่ยงประเด็น พอดีกับที่พนักงานเข้ามาเสิร์ฟอาหาร

 

“เรื่องจะให้จ้างเมียน้อยนี่ตัดได้เลย เพราะรับรองว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมจบแค่ค่าจ้างแน่ๆ” นายอนให้ความเห็นด้วยสีหน้าจริงจัง

 

ซอนอาพยักหน้าตามเห็นด้วย “ยิ่งตอนนี้ซึงฮวานกลับมาทำงานที่เกาหลีแล้วด้วย สาวๆ ที่ไหนก็อยากได้เป็นสามีทั้งนั้นแหละ ดีไม่ดีเล่นบทแตกกระจุยจนต้องแต่งงานรอบสองล่ะแย่เลย”

 

แค่ฟังแพทเทิร์นก็ขนลุกแทน อะไรจะขนาดนั้น ก็แค่ผู้ชายคนนึงที่หน้าตาดีเกินสัญชาติ บ้านรวยมาตั้งแต่ต้นตระกูล จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าของอเมริกา มีพ่อเป็นทูต มีแม่เป็นนางงาม(อันนี้คิดเอง เห็นลูกออกมาหล่อเกิ๊น) หน้าที่การงานก็มีตำแหน่งเก้าอี้รอให้นั่งในอนาคต ก็แค่ทั้งหมดที่ว่ามารวมเป็นคิมซึงฮวานแค่นั้นเอ๊ง

เหลือบตาไปมองคนข้างตัวแล้วให้รู้สึกเหมือนเห็นแสงออร่าเปล่งประกายวิ้งวับออกมาตามตัว พอจะเข้าใจสาวๆ ได้บ้างว่าถ้าได้เข้าใกล้ผู้ชายคนนี้ก็ยากจะถอนตัว

 

อย่าว่าแต่ผู้หญิงหรือใคร เขาเองก็ชักจะหมดภูมิคุ้มกัน ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งเห็นตัวตนของคิมซึงฮวานชัดเจนมากยิ่งขึ้น ยิ่งรู้ว่าความรู้สึกที่ให้มานั้นเป็นเรื่องจริงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแทรกซึมเข้ามาในความรู้สึกของเขามากขึ้นเท่านั้น

 

ต้องแย่แน่ๆ แพทเทิร์นเผลอจับหน้าอก ก่อนรีบสลัดอะไรก็ตามที่ทำให้หวั่นไหวออกไป แล้วหันไปคุยกับสองสาวต่อ “พวกคุณเรียนที่เดียวกันเหรอครับ?”

 

“อื้ม เราเรียนที่เดียวกันตอนอยู่ไฮสคูลที่อังกฤษ” ซอนอาเป็นคนตอบ

 

นายอนรีบกลืนน้ำแล้วว่า “ตอนนั้นนะ ถ้าซึงฮวานไม่มีพวกฉันคอยคุ้มกันนะเสร็จสาวอังกฤษไปแล้ว”

 

“คุ้มกัน?”

 

นายอนพยักหน้า ทำหน้าว่าสำคัญ “ฉันกับซอนอาแกล้งเป็นแฟนซึงฮวานน่ะ แบบควบสองประกบซ้ายขวา ตอนนั้นฉันกับซอนอาเป็นหัวโจกของโรงเรียนด้วย พวกผู้หญิงก็เลยไม่ค่อยกล้าเข้ามาหาซึงฮวาน”

 

โอ้โห เท่าที่ฟังนี่คงหนักหนาสาหัสจริงๆ คิมซึงฮวานคงจะขยาดผู้หญิงมาตั้งแต่ตอนนั้นล่ะมั้ง

 

อาหารมื้อนี้สนุกกว่าที่แพทเทิร์นคิด ขนาดว่าอิ่มกันแล้วก็ยังนั่งดื่มเหล้าเกาหลีที่เรียกว่าโซจูกันต่อ นายอนเป็นคนสนุกสนานมากกว่าที่เห็นด้วยสายตา คิดว่าจะเรียบร้อยนุ่มนวลเสียอีก เขาได้ฟังเรื่องของนายอนกับซอนอาเยอะแยะไปหมด รวมถึงเรื่องของซึงฮวานจากคำบอกเล่าของสองสาวด้วย ตลอดการสนทนาคิมซึงฮวานแทบไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้เขาคุยเฮฮาไปกับภรรยาและแฟนของภรรยา แพทเทิร์นจำไม่ได้ว่าเหล้าขวดที่สี่หรือห้าที่ทำให้เรื่องสนทนาสนุกสนานเปลี่ยนไปเป็นเรื่องหนักหน่วง

 

นายอนเกือบเรียนไม่จบปริญญาโทเพราะปัญหาด้านการเงินของทางบ้าน เธอถูกตามตัวให้กลับเกาหลีกลางเทอม แต่เธอต่อรองขอให้เรียนให้จบก่อนแล้วจะกลับไป โดยจะหาเงินค่าเทอมที่เหลือเอง พอเรียนจบเธอก็กลับเกาหลีเพราะที่บ้านเริ่มไม่ไหวแล้ว เธอหวังว่าจะใช้ความรู้ที่มีช่วยกิจการที่บ้าน แต่ปรากฏว่าเมื่อกลับไปแล้วเธอกลับถูกบังคับให้แต่งงานกับลูกคนรวยคนหนึ่ง

 

แน่นอนว่านายอนไม่ยอม เธอหนีออกจากบ้านไปอยู่กับซอนอา หายไปสองเดือนทางบ้านก็ตามหาเจอ คราวนี้พวกผู้ใหญ่แทบจะขังให้เธออยู่แต่ในห้องเพื่อรอวันที่จะเข้าพิธีแต่งงาน ตอนนั้นซอนอาอยากจะไปช่วยนายอนมาก แต่เธอกลัวว่าการไปหานายอนเวลานี้อาจทำให้เรื่องเลวร้ายไปกันใหญ่ จนเธอตัดสินใจติดต่อซึงฮวาน

 

เรื่องก็มาจบที่ซึงฮวานมาขอนายอนแต่งงาน หลานชายเจ้าของสถานีโทรทัศน์เอกชนชื่อดังที่อนาคตอาจขึ้นแท่นผู้บริหารมาขอด้วยตัวเอง มีหรือที่ทางบ้านของนายอนจะปฏิเสธ สองอาทิตย์ต่อมาพวกเขาก็ได้กลายเป็นสามีภรรยากัน และย้ายออกไปอยู่บ้านที่ซื้อไว้เป็นเรือนหอ ซึ่งปัจจุบันนี้นายอนอยู่คนเดียว นานๆ ทีซึงฮวานถึงจะไปค้างที่นั่น พวกที่ชอบสอดรู้สอดเห็นจึงนินทาหาว่าทั้งสองคนเข้ากันไม่ค่อยได้

 

ทุกอย่างกำลังไปด้วยดี เพราะแม้ว่านายอนจะกลายเป็นภรรยาของซึงฮวาน แต่ซึงฮวานไม่เคยคิดกับเธอเกินเพื่อน และเปิดโอกาสให้นายอนมีความสุขกับซอนอามาจนทุกวันนี้ แต่ก็เหมือนเป็นการเอาเปรียบซึงฮวาน พวกเขาทั้งสามคนจึงตกลงกันไว้ว่าเมื่อไหร่ที่ซึงฮวานเจอคนที่รักจริงๆ ก็จะทำเรื่องหย่าโดยไม่สนใจพวกผู้ใหญ่อีกต่อไป ในตอนนี้นายอนสามารถทำให้ธุรกิจทางบ้านเดินหน้าต่อไปได้แล้ว ทั้งสามคนจึงอยู่อย่างนี้มาด้วยความรู้สึกที่ดีระหว่างเพื่อนที่มีให้กัน ทว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน มีคนไม่ประสงค์ดีพยายามขุดคุ้ยเรื่องของนายอนกับซอนอา ทั้งยังเอารูปถ่ายของสองสาวมาขู่เอาเงิน ถ้าเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไป นายอนจะต้องเสียชื่อเสียงยับแน่ นั่นคือสิ่งที่ทั้งซอนอาและซึงฮวานไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น

 

“ฮึก ทั้งที่ฉันไม่สนใจเรื่องนั้นเลยแท้ๆ ฮือ” นายอนร้องไห้ซบไหล่ซอนอา สะอึกสะอื้น “จะเป็นข่าวก็ช่างมัน ฉันรักเธอที่สุดนะซอนอา ฮือ”

 

“ถ้าเธอเป็นข่าวตอนนี้ ตลอดเวลาที่ซึงฮวานเป็นสามีให้เธอก็ไร้ประโยชน์น่ะสิ และฉันก็ไม่อยากให้เธอตกเป็นข่าวด้วย ฉันไม่ยอมหรอก” แฟนสาวกอดปลอบ

 

“แต่ว่า ฮืออออ”

 

ภาพของผู้หญิงสองคนที่เห็นอยู่นี้กระแทกใจของเด็กหนุ่มอย่างมาก ใครจะมองว่าเรื่องนี้เล็กน้อยยังไงเขาไม่สน สำหรับเขา ความรักระหว่างเพศเดียวกันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่ได้จะเกิดขึ้นง่ายๆ การที่คนสองคนจะรักกันได้จนถึงที่สุดทั้งที่มีอุปสรรคมากมายเป็นยิ่งกว่าโชคชะตา เพราะทั้งสองคนกำลังฝืนมันเพื่อให้ได้รักกัน

 

พอเห็นอย่างนี้แล้ว แพทเทิร์นก็รู้ซึ้งว่าความรักที่พี่หนึ่งมีให้เขานั้นคงเป็นเพียงอารมณ์ลุ่มหลงเท่านั้น หรืออาจจะแย่กว่านั้น พี่หนึ่งอาจแค่สงสารเขาก็เป็นได้

 

คิดแล้วก็ปวดใจ ยกแก้วเหล้าใบเล็กขึ้นดื่มจนหมด แล้วคว้าขวดมาเทเติมอีก ฮื่อ ทำไมมีเหลือแค่นี้ล่ะ หันไปหมายจะหยิบขวดใหม่ที่หัวโต๊ะ ขยี้ตาก่อนสองสามทีเพราะรู้สึกภาพมันเบลอ ทว่าเรี่ยวแรงไม่รู้หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จังหวะที่เอี้ยวตัวไปด้านข้างจึงจบลงด้วยการที่หน้าทิ่มลงกับตักของคนที่นั่งเงียบมาตลอด

 

ปัดป่ายมือยันตัวเองให้ลุกจากตัก หากศีรษะกลับถูกกดให้นอนแนบตักอยู่อย่างนั้น ก่อนน้ำหนักมือนั้นจะเปลี่ยนเป็นการลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน

 

แปลก ที่เขาอยากร้องไห้มากกว่าเดิมเมื่อได้รับการปลอบจากคิมซึงฮวาน

 

 

 

“ขา ยังปวดอยู่หรือเปล่า” ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เสียงทุ้มถึงเอ่ยถามขึ้นมาท่ามกลางความเงียบภายในห้องอาหาร

 

แพทเทิร์นเองก็เหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่านอนหนุนตักชายหนุ่มอยู่จึงรีบลุกขึ้นนั่ง ปัดหน้าปัดผมอย่างมึนๆ “ไม่ค่อยปวดมากแล้ว ...สงสัยเพราะเมา ฮ่า ฮ่า อ๊ะ จริงสิ ผมยังไม่ได้กินยาเลย” จะบ้าตาย ซัดเหล้าไปแล้วด้วย ช่างมัน กินๆ ไปเหอะ

 

จัดการแกะยาโยนเข้าปาก กรอกน้ำตามลงไปแล้วค่อยสังเกตเห็นว่านายอนกับซอนอาไม่อยู่ในห้อง

 

“ไปห้องน้ำน่ะ เดี๋ยวมา” คนอ่านสีหน้าออกตอบคำถามให้เหมือนรู้ใจ

 

นัยน์ตาแดงก่ำจ้องคนข้างตัวด้วยความรู้สึกที่ต่างจากทุกที คิมซึงฮวานคนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังเป็นคนดีด้วย แพทเทิร์นรู้แน่ชัดแล้วในตอนนี้ ถ้าอย่างนั้น ถ้าหากคิมซึงฮวานชอบเขาจริงๆ มันคงไม่เสียหายอะไรหากเขาจะเปิดใจให้คนคนนี้

 

ความรักที่ไม่ต้องไล่ตาม มันเป็นยังไงนะ

 

ซึงฮวานขยับหน้าเข้าไปใกล้เจ้าของนัยน์ตาเศร้า เกี่ยวผมเส้นบางทัดหลังใบหูเล็ก ก่อนกระซิบเบา “มองแบบนี้ ผมจะทนไม่ไหวเอานะ”

 

แพทเทิร์นจ้องสายตา ก่อนค่อยๆ ยื่นริมฝีปากแตะกลีบปากเรียวได้รูปของฝ่ายนั้น จูบเบาๆ จนแทบจะเรียกว่าจูบไม่ได้ หากเด็กหนุ่มกลับรู้สึกได้มากกว่าที่เคยอย่างประหลาด รวมถึงเสียงหัวใจที่ได้ยินอยู่นี้มันชัดเจนมากกว่าทุกที

 

“ผมก็จะทนไม่ไหวเหมือนกัน”

 

ซึงฮวานนึกขำกับน้ำเสียงและสีหน้าของคนเมา เขาเลือกที่จะก้มลงมอบจูบที่ลึกซึ้งมากกว่าเมื่อครู่หลายเท่า

 

หากความรู้สึกวาบหวามที่เกิดจากการจูบครั้งนี้มีส่วนมาจากแอลกอฮอล์ แพทเทิร์นก็คิดว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้เขาไม่รู้สึกเขินอายยามคล้องแขนขึ้นเกาะเกี่ยวไหล่กว้างเพื่อมอบจูบกลับไปให้ไม่แพ้ที่ได้รับมา

 

อากาศเริ่มร้อนในความรู้สึกของคนทั้งสอง ซึงฮวานจูบกลีบปากนุ่มหนักๆ ทีหนึ่งก่อนตัดใจผละออก ประคองใบหน้าหวานที่กำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์ ผิวขาวขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงคอและช่วงไหปลาร้า เขาเทน้ำเปล่าใส่มือพอหมาด แล้วค่อยแนบฝ่ามือเย็นลงไปที่หน้าและคอของแพทเทิร์น

 

“เด็กอย่างคุณนี่อันตรายชะมัด” บ่นไปก็จัดหน้าจัดผมให้คนที่ยังมึนเมาไป

 

แพทเทิร์นนั่งนิ่ง จะเพราะเหล้าหรือจูบหรืออะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้เขาอารมณ์ดีมากๆ ไม่เคยรู้ว่ามือของคิมซึงฮวานจะให้ความรู้สึกดีขนาดนี้ อยากให้สัมผัสไปเรื่อยๆ อยากให้ดวงตาสีเขียวมรกตคู่นี้มองมาที่เขาไม่ละไปไหน

 

อืม เขาต้องเมาแน่ๆ ถึงคิดอะไรอย่างนั้น

 

 

 

นายอนกับซอนอากลับเข้ามาตอนที่แพทเทิร์นนั่งแทะแตงโมหวังให้แอลกอฮอล์ในเส้นเลือดจางลงไปบ้าง ถ้ามันจะเป็นไปได้

 

“นี่ๆ เราไปต่อที่คลับกันไหม?” นายอนที่ใบหน้าดูสดชื่นขึ้นแล้วชวนอย่างนึกสนุก

 

แหม ชวนมาอย่างนี้มีหรือแพทเทิร์นจะปฏิเสธ “ไปครับ!” เฮ้ อย่ามองว่าเขาเป็นเด็กชอบเที่ยวนะ บอกเลย ว่าใช่ ฮ่า ฮ่า แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น เวลารู้สึกแย่การไปผับสำหรับเขามันช่วยได้ในระดับหนึ่ง เสียงเพลงกับความสนุกสนานรอบตัวทำให้เขาลืมเรื่องที่ไม่อยากจำ ถึงแม้ว่ามันจะลืมได้ไม่ถาวรก็ตาม อย่างน้อยเขาก็ได้พักบ้างล่ะ

 

“แพทเคยไปผับเกาหลีไหม?” ซอนอาถาม

 

“เคยครั้งหนึ่งครับ ที่กังนัม” ตอบไปแล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคืนนั้นคนที่นั่งอยู่ข้างๆ นี่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างมาก จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้คุยเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้นกันเลย แต่ไม่คุยน่ะดีแล้ว ปล่อยผ่านไปน่ะดีแล้ว

 

“งั้นคราวนี้จะพาไปคลับที่ฮงแดนะ รับรองว่าแพทต้องชอบแน่ๆ แถวนั้นนะแหล่งรวมเด็กวัยรุ่นทั้งนั้นเลย”

 

แค่ได้ฟังก็อยากไปและเนี่ย

 

ยิ้มหน้าชื่นตาบาน สงสัยว่าแตงโมคงไม่ได้ช่วยอะไรเลย รู้ตัวเลยว่ากำลังคึกคักไปกับคำชวนอย่างง่ายดาย แทบไม่ต้องคิดให้มากความ ก็อย่างที่เค้าว่า เหล้าเข้าปากแล้วจะให้หยุดง่ายๆ คงเป็นไปไม่ได้

 

สุภาษิตใครวะ โคตรมั่ว

 

ขณะที่คนตัวเล็กยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ซึงฮวานที่ตอนแรกคิดจะห้ามขี้เมาทั้งสามคนก็เปลี่ยนใจ นายอนกับซอนอาได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างสบายใจจริงๆ น่ะน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยสำหรับคนเป็นแฟนกัน ส่วนอีกคนเขายังไม่อยากให้รอยยิ้มนี้หายไปเร็วนัก

 

สุดท้ายครึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็มาอยู่ในคลับที่ฮงแด

 

แพทเทิร์นตื่นเต้นมากเพราะคลับที่นี่ไม่เหมือนที่กังนัม คนที่มาเที่ยวก็เป็นเด็กวัยรุ่นมหาลัยซะส่วนใหญ่ แอบเหลียวมามองคนตัวสูงข้างตัวแล้วอมยิ้มขำ แต่งตัวซะหรูมาอยู่ในที่แบบนี้แล้วดูแก่ไปเลย

 

เนื่องจากว่าขายังเจ็บอยู่ไม่อาจออกไปเต้นเย้วๆ กับสองสาวได้ แพทเทิร์นกับซึงฮวานจึงนั่งกินบรรยากาศที่เค้าท์เตอร์บาร์ ไม่สิ ใครจะกินบรรยากาศก็กินไป เวลานี้มันต้องซัดแอลกอฮอล์เท่านั้น

 

“ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ”

 

อะไร เพิ่งแก้วที่สองเอง บ่นเป็นคนแก่ไปได้ ใช้สายตาแทนคำพูด เลยโดนขยี้หัวจนหน้าเกือบทิ่มแก้ว ยกมือขึ้นจัดทรงผมลวกๆ แล้วหมุนเก้าอี้หันไปทางฟลอร์ พิงหลังกับเค้าท์เตอร์บาร์ พยายามหรี่สายตามองหานายอนกับซอนอาที่ไม่รู้ว่าป่านนี้ไปออกสเต็ปกังนัมสไตล์แดนซ์กระจายอยู่ตรงไหน

 

โยกหัวจิบวิสกี้เพลินๆ สายตามองไปยังกลุ่มคนเบื้องหน้า เห็นคู่รักหลายคู่ที่มาเที่ยวด้วยกัน อดรู้สึกน้อยใจขึ้นมามาไม่ได้ ทำไมโลกนี้ต้องแบ่งชายหญิง ทั้งที่สิ่งสำคัญคือความรู้สึกของคนสองคนที่มีให้กัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศหรืออายุเสียหน่อย แต่ก็อีกนั่นล่ะ กับบางคนแล้วมันก็เป็นแค่ข้ออ้างที่จะทิ้งกัน ...รักกันไม่ได้หรือไม่ได้รัก นั่นต่างหากคือความจริง

 

พี่หนึ่งทำให้เขากลัวกับความจริงข้อนี้ ปากบอกว่ารักแต่สุดท้ายกลับบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้นายอนกับซอนอาทำให้เขารู้แล้วว่าความรักที่แท้จริงยังมีอยู่ และมันก็คุ้มค่าที่จะค้นหาและรักษาความรักนั้นเอาไว้

 

แพทเทิร์นหันมองคนหล่อจัดที่นั่งกุมขวดเบียร์หันหน้าเข้าหาเค้าท์เตอร์บาร์ ก่อนหันกลับไปมองที่ฟลอร์เหมือนเดิม ยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบก่อนถาม

 

“คุณไม่เคยมีแฟนเลยเหรอ?”

 

ซึงฮวานจับขวดเบียร์หมุนเบาๆ ไม่มองหน้าคนถามพลางตอบ “ไม่เคย”

 

“หืม? จริงอ่ะ? แล้วคุณทำยังไง?” แพทเทิร์นเอียงหัวไปด้านข้างนิดนึงตอนพูดว่า “แบบว่า เรื่องนั้นอ่ะ”

 

ชายหนุ่มยิ้มขำ ยกเบียร์ขึ้นดื่ม ก่อนยื่นหน้าไปใกล้กระซิบตอบผ่านรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วง เรื่องนั้นผมเก่ง” แถมขยิบตาให้อีกที

 

คนหน้าแดงหูแดงเบิกตาโต โวยกลับ “จะบ้าเรอะ! ผมไม่ได้ห่วง เอ้ย ถามแบบนั้นสักหน่อย”

 

ซึงฮวานแกล้งทำหน้าว่า อ้อเหรอ แล้วค่อยตอบใหม่ “ผมมันพวกตายด้านน่ะ ไม่ได้ทำกับคนอื่นก็ไม่เป็นไร”

 

ฮ้า! อย่างนี้นี่เอง ก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่อ่ะ ขนาดหน้ายังนิ่งซะแบบนี้

 

“แล้วคุณเคยชอบใครไหมอ่ะ มันต้องมีสักคนแหละน่า” แหม เกิดมาหน้าตาดีทั้งที ถ้าไม่เคยไปชอบใครก็น่าเสียดายแย่สิ

 

“อืม ก็มีอยู่คนนึง”

 

“จริงอ่ะ!!” กราฟความสนใจพุ่งทะลุเพด้าน หมุนเก้าอี้หันมาจ้องคนถามอย่างอยากรู้อยากเห็นไม่ปิดบัง จะว่าเจ๋อก็ได้แหละไม่เถียง “แล้วทำไมไม่ขอเค้าเป็นแฟนล่ะ อย่างคุณไม่มีใครเค้าปฏิเสธหรอก”

 

คิมซึงฮวานอยากจะขำออกมากับท่าทางกระตือรือร้นนั้น โดยเฉพาะสิ่งที่เจ้าตัวพูดออกมา เขาดันขวดเบียร์ออกไปให้พ้นทาง กอดอกกับโต๊ะ เอียงหน้ามองเด็กช่างถาม

 

“ก็หวังให้เป็นอย่างนั้น”

 

“หืม?” ไม่เข้าใจครับ

 

“แล้วคุณล่ะ คนนี้เป็นแฟนคนแรกของคุณเหรอ” ไม่ตอบไม่ว่า ถามกลับซะงั้น แพทเทิร์นเทของเหลวในแก้วลงคอจนหมด ยกมือเรียกบาร์เทนเดอร์แล้วชี้นิ้วลงที่แก้วเปล่าว่าเอาแบบนี้อีกหนึ่ง ก่อนหันกลับมา

 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว สติก็ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วด้วย ม่ะ อยากรู้อะไรถามม่ะ!

 

“ใช่ครับ พี่หนึ่งเป็นแฟนคนแรกของผม”

 

“เหรอ” พูดแค่นั้นแล้วก็หันกลับไปสนใจเบียร์ที่เหลือครึ่งขวดต่อ

 

เหรอ ...แค่เนี่ย?! อยากรู้แค่นี้เองเหรอ? ไม่เป็นไร ไม่ต้องถามก็ได้ เดี๋ยวเล่าเองก็ได้ไม่มีปัญหา เครื่องสตาร์ทแล้วจะให้เบรคกะทันหันได้ยังไง

 

“คุณคิมซึงฮวาน” อืม เกริ่นด้วยชื่อคนหล่อถือว่าเริ่มเรื่องได้ดี “คุณน่ะน่าอิจฉามากเลยนะ หน้าตาก็ดี เก่งก็เก่ง คนชอบเยอะแยะเต็มไปหมด แต่คุณกลับไม่สนใจ คุณคงคิดใช่ไหมล่ะว่าคนพวกนั้นดีไม่พอสำหรับคุณ คุณนี่แย่ชะมัด”

 

“หา?” ถึงคราวที่ร่างสูงต้องขมวดคิ้วงงบ้างแล้ว

 

คนเริ่มกึ่มได้ที่แบบยกสุดท้ายของการมีสติยกแก้วเหล้าที่เพิ่งมาเสิร์ฟขึ้นชี้ใส่คนฟัง “คนแบบคุณน่ะไม่เข้าใจหรอกว่าโลกนี้มันโหดร้ายยังไง” พักจิบแอลกอฮอล์เล็กน้อย “สมัยก่อนผมน่ะไม่ได้เป็นอย่างนี้หรอก นี่ เห็นตานี่ไหม” อ่ะยื่นให้เห็นใกล้ๆ “ผมไปทำเลสิกมา เมื่อก่อนผมใส่แว่นหนามาก คุณนึกออกไหม เด็กตัวซีดๆ ผมหน้าม้ายาวๆ ปิดไปค่อนหน้า แว่นตาหนาเตอะ กับเหล็กดัดฟันสีจืดๆ วันๆ ถือแต่หนังสือเดินไปเดินมาระหว่างห้องพักอาจารย์กับห้องสมุด รู้ไหม ความจริงผมไม่ได้อยากเป็นนักเรียนดีเด่นหรอกนะ”

 

อดีตที่ไม่อยากจำทำให้ต้องดื่มเหล้าเข้าไปอีกอึกใหญ่ “เป็นนักเรียนดีเด่น ดีตรงไหน? เพื่อนก็ไม่มี คนอยากแกล้งก็เยอะแยะ เกรดดีแล้วยังไง? มันช่วยให้มีสังคมได้ไหม? ผมเคยบอกตอนไหนว่าอยากเป็นนักเรียนดีเด่น แค่เพราะว่าผมไม่มีเพื่อนไม่ได้หมายความว่าผมอยากเรียนอย่างเดียว ฮึก ผมไม่ได้อยากนั่งอ่านหนังสืออยู่แต่ในห้องสมุดสักหน่อย แต่เพราะว่าผมไม่รู้จะไปทำอะไรที่ไหนที่มันดีกว่านี้”

 

ชีวิตวัยเรียนโคตรอาภัพ เพราะงั้นร้องไห้ไปถือว่าไม่ผิด “ฮึก คนอย่างคุณไม่มีทางเข้าใจหรอก ว่าการที่คนที่เราชอบทั้งที่รู้ว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวสุดสายตา แล้วอยู่มาวันหนึ่งเค้าหันมาสนใจเราน่ะมันเป็นเรื่องที่น่าดีใจมากแค่ไหน ...วันนั้น วันที่พี่หนึ่งรู้ว่ามีคนชื่ออณาสรณ์อยู่ในโรงเรียน มันเป็นยิ่งกว่าทุกอย่างของผมที่จะจินตนาการได้”

 

ซึงฮวานพยายามทำความเข้าใจกับภาษาไทยที่ยาวเกินไป อีกทั้งคนพูดยังสะอึกสะอื้นยิ่งฟังลำบากเข้าไปอีก ทว่าเขาก็พอเข้าใจเรื่องราวได้ สรุปก็คือ แพทเทิร์นเทใจให้คนที่ชื่อหนึ่งอะไรนั่นไปทั้งหมด

 

หงุดหงิด จนไม่อยากจะปลอบ หากแต่มือก็เอื้อมไปลูบศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยผมเส้นเล็กก่อนจะทันรู้ตัวเสียอีก

 

ทำไงได้ เขาดันชอบเด็กขี้แยแถมติดเหล้า ซ้ำยังมีรักฝังใจคนนี้อย่างไม่ลืมหูลืมตามาได้ตั้งเกือบสองปี

 

คิมซึงฮวานเพิ่งนึกสงสารตัวเองขึ้นมา

 

“คืนนั้น...” คนร้องไห้ตาช้ำปาดมือเช็ดน้ำตาลวกๆ สูดน้ำมูกฟึดฟัด พยายามจ้องสายตาของเจ้าของมือที่ลูบหัวให้อยู่ “คุณได้ยินใช่ไหม ที่ผมคุยกับพี่หนึ่ง ...ฮึก ผมมันโง่ใช่ไหมที่ฝืนจนทำตัวเองเจ็บ พี่หนึ่งเค้าไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวมาโดยตลอดและอาจจะไม่เคยรักผมเลยก็ได้ อึก แต่ผมก็ยังทนเพราะไม่อยากเสียพี่หนึ่งไป ฮึก ฮือ... ถ้าผมเป็นคุณนะ ผมจะบอก ผมจะสารภาพกับคนที่ผมชอบ จะทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะใจคนคนนั้น ...ไม่สิ ถ้าเป็นคุณจริงๆ แค่บอกว่าชอบก็คงชนะใจได้ง่ายๆ อยู่แล้ว” ริมฝีปากบางบึงตึงขึ้นมา “ไม่ยุติธรรมเลย”

 

“เมาแล้วใช่ไหม?” ซึงฮวานดึงแก้วเหล้ามาจากมือเล็ก “พอแค่นี้แหละ วันนี้ดื่มเยอะเกินไปแล้ว เดี๋ยวยาที่กินเข้าไปก็ตีกับแอลกอฮอล์ในตับตายพอดี”

 

“ฮื่อ จะเอาอีก”

 

“เอาอะไรอีก หยุดเลย” กว่าจะรวบมือซนไว้ได้ก็ต้องใช้แรงมากทีเดียว ซึงฮวานชะเง้อคอมองหานายอนกับซอนอา โชคดีที่สองคนนั้นกำลังเดินมาพอดี

 

“อ่าว แพทไม่ไหวแล้วเหรอ?” นายอนชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ คนตัวเล็กที่ถูกจับรวบมือ นั่งทำหน้าบูดทั้งน้ำตา

 

“อืม พวกเธอจะกลับเลยไหม”

 

สองสาวลงความเห็นว่ากลับเลยก็แล้วกัน ในเมื่อแขกที่อยากพามาเที่ยวน็อคไปแล้วแบบนี้

 

“จะให้ไปส่งไหม?” ซึงฮวานเห็นว่าเพื่อนทั้งสองก็น่าจะเมาในระดับหนึ่งแล้ว ขับรถเองคงไม่ปลอดภัย แถมจะเสี่ยงโดนตรวจอีก

 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวโทรจ้างคนขับรถเอาก็ได้ ซึงฮวานไปส่งแพทเถอะ” ซอนอาพยักหน้าไปทางเด็กหนุ่ม “ไปส่งให้ถึงบ้านเขาล่ะ ไม่ใช่พากลับบ้านตัวเอง”

 

ซึงฮวานทำตาดุใส่ เขาหันกลับไปจัดท่าทางให้แพทเทิร์นขึ้นมาขี่หลัง ดูเอาแล้วกันว่าดื้อขนาดไหน ขาก็เดี้ยงยังจะห่วงกินเหล้า ไม่รู้ว่ารอดมาจนทุกวันนี้ได้ยังไง ซึงฮวานนึกไปถึงตอนที่เขาเจอแพทเทิร์นในผับที่ไทย ถ้าเด็กผู้ชายที่ไปด้วยกันทุกครั้งที่เห็นนั้นไม่ได้อยู่ด้วยคงยากที่จะพาตัวเองกลับบ้านได้โดยสวัสดิภาพ

 

พอออกมาเจออากาศเย็นยามค่ำข้างนอก คนบนหลังก็ห่อตัว

 

“หลังคุณอุ่นดีจัง” เสียงหวานงึมงำอยู่ที่หลังคอ

 

“ชอบเหรอ”

 

“อือ ชอบ...”

 

ริมฝีปากที่มักเรียบเป็นเส้นตรงจุดยิ้มเล็กๆ ปลายรองเท้าหนังหัวมันเลี้ยวกลับไปอีกทาง ทางที่ทำให้ต้องเดินอ้อมหลายนาทีกว่าจะไปถึงตัวรถ

 

 

_______________________________

 

 

 

สิ่งแรกที่รู้สึกเมื่อลืมตาขึ้นมาตอนเช้าคืออาการปวดหัวจี๊ด มีสาเหตุเดียวคือแฮงค์จากเมื่อคืน แพทเทิร์นนั่งขยี้หัวอยู่บนเตียงพักใหญ่กว่าจะเรียบเรียงสติได้ จำได้ลางๆ ว่าเมื่อคืนคิมซึงฮวานมาส่งที่ห้อง ได้ยินเสียงน้องสาวบ่นไม่หยุดเรื่องที่เขาเมาแล้วไม่ยอมอาบน้ำ เดือดร้อนน้องต้องมานั่งเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อให้ อืม มันเปลี่ยนแต่เสื้อให้จริงๆ

 

ถอดกางเกงทุลักทุเลเพราะยังปวดที่หน้าแข้งอยู่ จังหวะที่หันไปโยนกางเกงลงพื้น สายตาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่างบนโต๊ะข้างเตียง เอียงคอมองอย่างมึนงง ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาแล้วเดินโยกเยกออกไปที่ห้องโถงทั้งกางเกงบอกเซอร์ กับสภาพหน้ายับๆ และผมยุ่งๆ

 

“ดีไซน์ นี่อะไรเนี่ย?”

 

ดีไซน์เงยหน้าจากแซนวิสทูน่าขึ้นมอง แล้วทำหน้าเนือยกับคำถามที่ไม่จำเป็นต้องถามของพี่ชาย “ตุ๊กตามั้ง”

 

“กวนนะ” แพทเทิร์นทำหน้าดุอย่างไร้ประโยชน์ “ที่จะถามคือมันมาอยู่ที่ห้องพี่ได้ยังไง ของไซน์ใช่ไหม”

 

“ของไซน์มันจะไปอยู่ที่ห้องพี่แพทได้ไงเล่า ดูที่การ์ดสิ” เด็กสาวลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร สะพายกระเป๋าเตรียมไปเรียนพิเศษ ตอนเดินผ่านหน้าพี่ชายก็แอบบ่นออกมาเบาๆ “เฮ้อ ซึนซะขนาดนี้ คนให้ดอกไม้เสียใจตาย”

 

“บ่นอะไร” แพทเทิร์นเงยหน้าขึ้นจากช่อกุหลาบสีแดงในมือ

 

“เปล๊า ไปและนะ” ก่อนจะปิดประตู ดีไซน์โผล่หน้าเข้ามาแซวอีกรอบ “เมื่อคืนใครก็ไม่รู้โวยวายไม่ยอมให้เจ้าของช่อกุหลาบกลับ กอดซะแน่น ฮ่า ฮ่า!” ก่อนที่สลิปเปอร์จะลอยมาถึง เด็กสาวก็ปิดประตูได้ทันอย่างฉิวเฉียด

 

คนขาเจ็บได้แต่นึกคาดโทษไว้ในใจ แล้วค่อยก้มลงเปิดการ์ดที่อยู่ในช่อกุหลาบอ่าน ในนั้นมีลายมือภาษาไทยแบบเด็กอนุบาลอยู่หนึ่งคำถ้วน

 

 

ชอบ

 

 

_______________________________

TBC

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up