Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 11

 

 

 

คิดว่าคงฝันไป ที่รู้สึกเหมือนมีคนมาลูบหัวอย่างอ่อนโยน ไม่ต่างจากที่แม่ลูบหัวให้เวลาที่เขานอนซมไม่สบาย ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ใช่แม่ และมันคงเป็นแค่ความฝัน ในเมื่อเขาอยู่เกาหลีและกำลังนอนอยู่ในรถ

 

นั่นน่ะสิ นี่เขานอนอยู่ในรถนี่นา

 

แผงขนตาขยับไหว ก่อนเปลือกตาจะค่อยๆ เปิดขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน

 

แพทเทิร์นหรี่ตาหลบแสงอาทิตย์ กระพริบตาถี่ปรับโฟกัส แล้วก็เกือบหัวใจวายเมื่อหันมาเห็นหน้าขาวๆ กับผมสีทองอร่ามล่อแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับของใครบางคน ที่กำลังยืนเกาะกระจกแนบหน้าจ้องเขาตาไม่กระพริบ

 

“ฮงชาน?! ตกใจหมดเลย” ลูบอกตัวเองปลอบขวัญ ถ้าไม่ติดว่าหล่อนี่อาจจะช็อคตายไปแล้ว

 

คนเกาะกระจกยิ้มตาหยี “ตื่นแล้วเหรอแฮมสเตอร์”

 

ร่างเล็กขยับตัวลุกนั่ง แล้วเพิ่งเห็นว่ามีเสื้อสูทที่ไม่ต้องเดาว่าของใครคลุมอยู่บนตัว หันซ้ายหันขวาไม่เห็นเจ้าของรถก็ตัดสินใจดับเครื่องดึงกุญแจออก

 

ตอนแรกเด็กหนุ่มไม่รู้เลยว่าบรรยากาศนอกรถนั้นเป็นอย่างไร จนเมื่อออกมายืนถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตรงลานจอดรถในเวลาเก้าโมงเช้าอย่างนี้

 

ลองคิดเอาแล้วกันว่าเป็นอย่างไร เมื่อมีไอดอลหน้าตาโคตรดีมายืนเป็นเป้าสายตากลางแจ้งอย่างนี้ นอกจากฮงชานหรือไลม์ชื่อในวงการจะมายืนเกาะรถทำหน้าหล่อแล้ว ยังมีทัคฮยอนยืนพิงตัวรถกอดอกมาดเท่อยู่อีกคน แม้ว่าเจ้าตัวจะสวมแว่นตากันแดดก็เถอะ แต่ความหล่อมันทะลุออกมาซะแสงพระอาทิตย์ยังต้องยอมแพ้

 

คิมฮงชานน่ะหล่อแบบหน้าสวย ส่วนทัคฮยอนน่ะเขาว่าหล่อแบบที่ดีไซน์ชอบพร่ำเพ้อว่าไอดอลเกาหลีหล่อลากขนาดไหน ทัคฮยอนคนนี้เป็นตัวอย่างได้ดีเลยทีเดียว ...พอจะนึกออกแล้วใช่ไหมล่ะว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นแบบไหน แฟนคลับที่ตอนแรกมีมากอยู่แล้ว ตอนนี้มีมากกว่าเดิม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบรรดากลุ่มแฟนๆ คงบอกต่อกันแน่ๆ ว่ามีสองหนุ่ม O-Type มาโผล่อยู่ที่นี่

 

แพทเทิร์นเหลียวมองรอบตัวแล้วแอบถอนหายใจ แฟนคลับบางกลุ่มยืนอยู่ไกลในระยะเกรงใจ แต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่อยู่ใกล้จนน่าจะได้ยินบทสนทนาหากพวกเขาพูดคุยกัน

“ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้?” แพทเทิร์นถามพลางดึงฮูดให้ลงมาปิดหน้ามากที่สุด เขายังไม่อยากตกเป็นข่าวแบบคราวที่แล้ว

 

“มารอแพท” ยิ้มตาปิดซะทำเอาแฟนคลับแทบกรี๊ด

 

“มารอผมเนี่ยนะ? ทำไมไม่ปลุกผมล่ะ”

 

“ก็คุณหลับอยู่ พี่ซึงฮวานบอกว่าถ้าผมทำคุณตื่นจะไล่ผมกลับ” หน้าหล่อๆ บึ้งตึงขึ้นมาทันที

 

พูดขึ้นมาแล้วก็เพิ่งสงสัย “คุณกับคุณซึงฮวานนี่สนิทกันเหรอ?”

 

“ก็ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่หรอก แต่เราเป็นญาติกัน แม่ผมเป็นน้องสาวของพ่อพี่ซึงฮวาน”

 

อ๋อ เป็นญาติกันนี่เอง ร่างเล็กพยักหน้ารับ แต่ที่สำคัญตอนนี้คือไปจากตรงนี้จะดีกว่า “เราเข้าไปกันเถอะ เอ่อ...เพื่อนคุณ”

 

“อ้อ มันหลับน่ะ เฮ้ย ทัคฮยอน” ฮงชานกระตุกเสื้อเพื่อนโดยแรง

 

แพทเทิร์นเลิกคิ้วมองคนหล่อที่เขาไม่รู้เลยว่าหลังแว่นตาดำนั้นเจ้าตัวหลับอยู่ โอ้โห คนอะไรยืนหลับยังหล่ออ่ะ

 

เสียงกรี๊ดไม่ได้ดังมากมายนัก แต่เสียงพูดคุยซุบซิบกับเสียงกดชัตเตอร์นี่สิรัวไม่หยุดจนพวกเขาเดินเข้าไปในพิพิธภันฑ์ มีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยที่ตามเข้ามาในพิพิธภันฑ์ด้วย

 

ตอนนี้กองถ่ายกำลังเก็บของอยู่บอกให้รู้ว่าการถ่ายทำจบลงแล้ว เหลือแต่รอถ่ายภาพนิ่งเท่านั้น แพทเทิร์นมองหาซึงฮวานรอบๆ แต่ไม่เห็น กำลังจะหันไปถามฮงชานก็เกือบหน้าทิ่มเมื่อจู่ๆ ก็มีแฟนคลับสองคนกระแทกเข้ามาจากด้านข้าง หันไปมองก็พบว่าแฟนคลับสิบกว่าคนยืนขอลายเซ็นฮงชานกับทัคฮยอนอยู่ และดูเหมือนจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกในเวลาอันรวดเร็ว

 

อาจเป็นเพราะแฟนคลับเองก็กำลังรอจังหวะเข้าหาศิลปินมานานแล้ว เนื่องจากบริเวณที่พ้นไปจากตรงนี้ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า และในเมื่อนักร้องวงที่มาถ่ายมิวสิควีดีโอยังไม่ออกมาเลยสักคน ก็ขอเก็บเกี่ยวเอาสองหนุ่มที่ถึงจะอยู่คนละวงแต่ก็ค่ายเดียวกันก่อนก็ยังดี

 

แน่นอนว่าแฟนคลับของสองคนนี้ที่เพิ่งตามมาเมื่อเช้า ย่อมไม่พลาดที่จะเข้าใกล้ในระยะประชิด

 

“ฮงชาน ผมเข้าไปก่อนนะ” ร่างเล็กเขย่งเท้าตะโกนบอกคนที่ยืนอยู่กลางกลุ่มแฟนคลับ ได้รับคำตอบมาว่าโอเค เขาจึงหมุนตัวตั้งใจจะเดินต่อ แต่กลับถูกดันให้ถอยกลับเข้าไปในกลุ่มแฟนคลับที่รุมล้อมเสียก่อน

 

คิดว่าตอนนี้น่าจะมีแฟนคลับอยู่ตรงนี้ราวๆ สามสิบคนได้ แพทเทิร์นพยายามเบียดคนเหล่านั้นออกมา เขาได้ยินฮงชานตะโกนอะไรบางอย่างแต่เขาแปลไม่ออกและไม่ได้สนใจด้วย ตอนนี้เขารู้สึกแปลกๆ เหมือนอยากอาเจียน ศีรษะวิงเวียนเหมือนพื้นที่ยืนเอียงไปเอียงมา เขาปัดป่ายมือไปข้างหน้าเพื่อขอทาง จนในที่สุดก็หลุดออกมาจากกลุ่มได้สำเร็จ

 

“กรี๊ดดดดด”

 

จู่ๆ เสียงกรี๊ดก็ดังลั่น แพทเทิร์นหันไปมองเป็นจังหวะเดียวกับที่ความเจ็บจู่โจมเข้าที่ศีรษะอย่างแรง เขาทรุดลงกับพื้นแล้วสลบไปทันทีพร้อมกับเสียงความวุ่นวายที่ดังอื้ออึงอยู่รอบตัว

 

 

 

“ผมจะพาแพทกลับ” ฮงชานยืนกรานความต้องการ มองหน้าญาติผู้พี่เขม็ง

 

“ไม่จำเป็น นายน่ะกลับไปซะ”

 

“แต่...”

 

“เมื่อกี้นายก็เห็นแล้วว่าผลมันเป็นยังไง แฟนคลับที่อยู่ข้างนอกมีมากเกินไป แค่ที่นายอุ้มเขาเข้ามานี่ก็มากเกินพอจะทำให้เป็นข่าวแล้ว เข้าใจบ้างสิ อุบัติเหตุเมื่อกี้ต้นเหตุไม่ใช่เพราะนายเหรอ อย่าคิดเชียวว่าเป็นเพราะแฟนคลับ ถึงยังไงคนที่ทำอะไรตามใจตัวเองก็คือคนผิด นายกลับไปก่อนเถอะ”

 

เหตุผลถูกยกมาขนาดนี้ก็ยากที่จะดื้ออยู่ต่อ ใช่ว่าฮงชานไม่รู้ว่าตนเองเป็นคนผิด เขามาที่นี่ทั้งที่ไม่มีธุระอะไร แค่นี้ก็ถือว่ามารบกวนกองถ่ายแล้ว ซ้ำยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้แฟนคลับมารวมตัวกันจนขาตั้งไฟสปอตไลท์ล้มใส่แพทเทิร์นอีก ทีมงานก็ต้องวุ่นวายทั้งที่เขาไม่ใช่ศิลปินที่มาทำงานที่นี่ ไม่ต้องคิดต่อเลยว่ากลับไปแล้วเขาอาจโดนผู้ใหญ่เรียกไปตักเตือน

 

ฮงชานมองร่างเล็กที่นอนอยู่บนเก้าอี้ที่เอามาต่อกัน ที่ขมับมีพลาสเตอร์แปะอยู่ โชคดีที่ไม่ใช่แผลใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเรียกว่าหัวแตกอยู่ดี แถมดูเหมือนเจ้าตัวจะมีไข้ด้วย

 

“ไลม์...” ทัคฮยอนจับไหล่เพื่อนเป็นเชิงบอกให้ทำตามที่ซึงฮวานบอก

 

“รู้แล้วน่า” ฮงชานตอบห้วน ละสายตาจากแพทเทิร์นไปมองซึงฮวาน “ผมกลับก็ได้ แล้วค่อยเจอกันที่บ้านใหญ่ ผมมีเรื่องต้องคุยกับพี่”

 

ซึงฮวานมองลูกชายของอาเดินออกไป นัยน์ตาสีมรกตนั้นไม่แสดงออกว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่

 

 

_______________________________

 

 

 

“ความจริงไม่ต้องพามาโรงพยาบาลก็ได้” แพทเทิร์นนั่งเตะขารอรับยา เขาสลบไปเกือบสองชั่วโมง อันที่จริงเรียกว่าหลับน่าจะถูกกว่า พอตื่นมาก็ถูกคนตัวสูงข้างๆ นี่จับกรอกยาลดไข้ไปสองเม็ด แล้วก็สั่งให้ไปนั่งรอในรถจนฝ่ายนั้นเสร็จงาน ปล่อยให้เมเนเจอร์แจวอนพาศิลปินกลับเอง ส่วนเจ้าตัวก็พาเขามาโรงพยาบาลตรวจร่างกายอย่างที่เห็นนี่แหละ

 

แค่หัวแตกกับเป็นไข้นิดหน่อยทำซีเรียสไปได้

 

“เกิดคุณเป็นอะไรขึ้นมา คุณลีจะมาว่าผมเอาทีหลัง”

 

ทำหน้าดุอีกละ

 

“นี่ คุณน่ะ ผมถามจริงๆ ทำไมชอบทำหน้าแบบนี้อยู่เรื่อย ไม่เมื่อยเหรอ?”

 

“แบบไหน”

 

“ก็แบบเนี่ย” แพทเทิร์นย่นคิ้วเข้าหากัน ทำหน้าขรึมเลียนแบบ

 

ซึงฮวานมองหน้าคนตัวเล็กแล้วสาบานได้ว่าเขาไม่ได้ทำหน้าแบบนี้อย่างแน่นอน เขาพยักหน้าใส่ร่างเล็ก “อย่าไปทำหน้าแบบนี้ให้ใครเค้าเห็นล่ะ” ก่อนจะลุกไปรับยาที่เค้าท์เตอร์

 

ใบหน้าน่ารักที่ยังย่นคิ้วค้างอยู่มองตามร่างสูงโปร่งไปอย่างไม่เข้าใจ หันมองเสากระจกข้างๆ เพื่อดูหน้าตาตัวเองแล้วก็ไม่เห็นว่ามันจะแปลกประหลาดอะไรตรงไหน แล้วทำไมถึงบอกอย่างนั้นไม่เห็นเข้าใจ

 

“ประหลาดคน”

 

 

 

ใช้เวลาขับรถเข้าโซลเกือบสองชั่วโมง ใช้เวลาอีกสามสิบนาทีซึงฮวานก็ขับมาถึงหน้าคอนโดล็อตเต้ที่แพทเทิร์นอาศัยอยู่ ทว่าเจ้าตัวยังนอนหลับ ชายหนุ่มมองใบหน้าอ่อนเพลียแล้วตัดสินใจจอดรอจนกว่าจะตื่นขึ้นมาเอง

 

แพทเทิร์นไม่รู้ว่าตนเองนอนหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ คงราวๆ สามชั่วโมงกว่า เพราะนาฬิกาตอนนี้บอกเวลาหกโมงเย็นแล้ว อืม... แล้วพ่อคุณคนนี้ไม่มีงานทำหรือไงครับ? แทนที่จะปลุกเขา กลับปล่อยให้เขานอนน้ำลายยืดอยู่ได้เป็นชั่วโมง

 

ร่างเล็กเปิดประตูรถออกไป อ้าปากตั้งท่าจะเรียกก็เห็นว่าคนที่ยืนพิงประตูรถอีกฝั่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ เลยงับลมเปล่า ปิดประตูเบาๆ ยืนรอเงียบๆ ...ครับ เวลานี้ในซอยทางเข้าด้านหน้าคอนโดเงียบมาก เพราะงั้นเสียงคุยทุ้มต่ำที่อยู่ๆ ก็ตะโกนลั่นจึงทำเอาเขาสะดุ้งเฮือก ไม่ต้องคิดเลยว่าหน้าตาคนพูดจะน่ากลัวขนาดไหน

 

ทะเลาะอะไรกับปลายสายหรือไงนะ

 

ต่อมความอยากรู้เริ่มทำงาน แต่เอาเข้าจริงถึงจะได้ยินทุกคำแบบไม่ต้องแอบฟังก็แปลไม่ออกอยู่ดี ก้มหน้าก้มตาเอาเท้าเขี่ยฝุ่นรอต่อไปละกัน

 

“ตื่นแล้วเหรอ”

 

คนตัวเล็กละสายตาจากขี้ดินที่ติดอยู่บนหัวรองเท้าผ้าใบตัวเองเงยขึ้นมองข้ามหลังคารถไปหาคนถาม พยักหน้าหงึกๆ “ขอบคุณครับที่มาส่ง แล้วก็ขอบคุณเรื่องยานี่ด้วย” ชูถุงยาประกอบคำพูด

 

“ไม่เป็นไร คุณรีบขึ้นไปพักผ่อนเถอะ”

 

แพทเทิร์นโค้งให้ชายหนุ่มก่อนฝ่ายนั้นจะกลับเข้าไปนั่งในรถ เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวหันไปมองรถที่เคลื่อนตัวออกไป

 

สีหน้าของซึงฮวานเมื่อกี้ที่เห็นมันติดใจยังไงบอกไม่ถูก

 

 

_______________________________

 

 

 

วันนี้วันเสาร์ นั่นหมายความว่าแพทเทิร์นและน้องสาวจะต้องไปร่วมแสดงความยินดีงานแต่งงานของเพื่อนแม่ในวันพรุ่งนี้ และนั่นก็ยังหมายความว่าแพทเทิร์นเพิ่งจะได้นอนพักไข้ไปแค่เมื่อวานนี้วันเดียวเท่านั้น ทั้งอย่างนั้นแล้ว เขาก็ยังโดนน้องสาวตัวแสบลากให้ออกมาดูไลฟ์เป็นเพื่อนตั้งแต่เที่ยงวัน

 

“ไซน์ พี่รอตรงนี้ได้ไหม?” หลังจากที่ต้องเข้าไปยืนหัวหมุนอยู่ในคอกแฟนคลับหน้าเวทีตลอดทั้งบ่าย ทั้งเสียงกรี๊ดทั้งแรงเบียดล้วนพาลให้ไข้กลับทั้งนั้น ไลฟ์สดช่วงเย็นนี้ขอผ่านเถอะ ไม่ไหวแล้วจริงๆ

 

ดีไซน์มองพี่ชายที่นั่งเหี่ยวตัวแห้งอยู่กับเก้าอี้ในร้านกาแฟใต้ตึก บอกตามตรงว่าเห็นอย่างนี้แล้วเธอรู้สึกผิดมาก แล้วก็รู้สึกรักพี่ชายมากด้วย ทั้งที่ยังไม่หายดีแต่ก็ยอมมาตามคำขอของเธอ เมื่อเช้าพี่แพทก็เหมือนจะดีขึ้นมากแล้วเลยไม่คิดว่าไข้จะกลับได้ ถ้ารู้ก่อนเธอก็คงไม่ขอร้องให้พี่แพทมาแทนเพื่อนของเธอหรอก ถึงแม้ว่าการรันนัมเบอร์แฟนคลับที่จะได้เข้าไลฟ์รอบอัดจะได้มายากแสนยากก็เถอะ เธอก็คงไม่เสียดายที่ของเพื่อนที่มาไม่ได้แล้วลากพี่ชายมาแทนอย่างนี้

 

“พี่แพทโอเคไหมอ่ะ จะเป็นลมหรือเปล่า” ถามเพื่อความมั่นใจ เพราะปกติพี่แพทเป็นพวกความดันต่ำ ตื่นเช้าก็ไม่ค่อยจะได้ ร้อนมากหน่อยก็กำเดาไหล ไม่สบายก็มักเวียนหัวจนเป็นลม ไม่แปลกเลยสักนิดที่จะเป็นไข้ ก็เล่นไม่นอนเกือบน็อควันอย่างนั้น แล้วยังอุบัติเหตุนั่นอีก

 

“หรือเราจะกลับกันเลยไหม? ไซน์ดูรอบอัดอย่างเดียวก็ได้”

 

แพทเทิร์นมองหน้าเซื่องๆ ของน้องสาว สะบัดมือไปมาในอากาศ “ไม่เป็นไรหรอก ไซน์เข้าไปดูไลฟ์เถอะ พี่รู้ว่าเราอยากดูมาก เดี๋ยวพี่รอตรงนี้แหละ”

 

เด็กสาวค่อยยิ้มออก “งั้นเดี๋ยวไซน์เดินไปซื้อน้ำให้นะ” ดีไซน์ซื้อทั้งน้ำมะนาวเย็น นมอุ่น และน้ำเปล่ามาให้พี่ชาย เธอนั่งอยู่กับแพทเทิร์นจนถึงเวลาที่ต้องเข้าไลฟ์รอบถ่ายสด “พี่แพทมีอะไรโทรหาไซน์เลยนะ ไซน์จะถือโทรศัพท์ไว้ตลอด”

 

พอได้นั่งพักแล้วอาการก็ดีขึ้น แต่จะดีกว่านี้ถ้าได้ออกไปสูทอากาศข้างนอก แพทเทิร์นดูนาฬิกาข้อมือแล้วตัดสินใจออกไปนอกตึก ย่านอิลซานนี้เขาเพิ่งเคยมาครั้งแรกเลยไม่อยากเดินไปไหนไกลมาก ข้ามถนนแล้วลองเดินวนรอบบลอคเรื่อยๆ แวะดูร้านเสื้อผ้าและร้านขายของอื่นๆ ตอนเดินมาถึงร้านสะดวกซื้อร้านหนึ่งสายตาพลันเห็นศีรษะของใครบางคนคุ้นๆ จึงหยุดรอที่หน้าประตู

 

“แฮมสเตอร์!” คนที่มีหน้าตาเหมือนโปสเตอร์ที่แปะอยู่หน้าร้านพุ่งตัวออกมาอย่างรวดเร็ว “มาทำอะไรที่นี่อ่ะ?!”

 

แพทเทิร์นมองไล่ตั้งแต่ผมที่จัดเซ็ทเข้าทรง ใบหน้าหล่อที่ถูกเมคอัพให้หล่อยิ่งกว่า ลงมาจนถึงเสื้อผ้ารองเท้าที่บอกก็รู้ว่าไม่ได้เอาไว้ใส่เดินเที่ยวอย่างแน่นอน แล้วถามกลับ “คุณต่างหากมาทำอะไรตรงนี้ ไม่ต้องขึ้นแสดงเหรอ?”

 

“แสดงสิ นี่ผมมาซื้อพลาสเตอร์ยา” ชู้นิ้วชี้ที่แปะพลาสเตอร์ยาให้ดู

 

ร่างเล็กมองแล้วนึกแปลกใจว่าศิลปินถึงกับต้องลงมาซื้อของเล็กๆ น้อยๆ เองเลยเหรอ แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ ศิลปินก็คนเหมือนกัน ถ้าจะให้เมเนเจอร์ทำให้ทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้

 

“ดีใจจังได้เจอแพทด้วย นี่หายไข้หรือยัง?” ถามแล้วไม่รอให้ตอบ จัดการปัดผมหน้าม้าทั้งของตัวเองและของอีกคนให้พ้นทางก่อนทาบหน้าผากลงไป “อืม...ตัวไม่ร้อนแล้ว”

 

ฮงชานขยับใบหน้าออกห่างแล้ว แต่แพทเทิร์นยังยืนทื่อด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรอย่างนี้กลางถนน นี่ลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นไอดอลน่ะ เกิดมีแฟนคลับมาเห็นจะทำยังไง

 

“แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ยังไม่บอกผมเลย ...แพท?”

 

“หะ? อ๋อ น้องสาวผมมาดูไลฟ์ ผมมาเป็นเพื่อนน่ะ เมื่อบ่ายได้เข้าไปดูอัดด้วยนะ วงที่อยู่ค่ายเดียวกับคุณน่ะ” แพทเทิร์นพยายามหาเรื่องพูดให้พ้นจากความรู้สึกเมื่อครู่ที่จู่ๆ ก็ทำเอาอะไรบางอย่างภายในอกไหววูบ อาจเพราะเขาตกใจกับการกระทำของฮงชานนั่นแหละ

 

“อ๋อ น้องสาวคุณชอบยูมินใช่ไหม ผมจำได้” ฮงชานพยักหน้าหงึกหงัก “แล้วคุณไม่ดูไลฟ์สดเหรอ? ผมยังไม่ได้ขึ้นเลยเนี่ย คุณอยากดูไหม? เดี๋ยวผมพาเข้าไป”

 

“ไม่เป็นไรครับขอบคุณ ผมรู้สึกเวียนหัว อยากเดินสูดอากาศ ผมว่าคุณรีบกลับไปดีกว่านะ” เขาคิดว่าถ้าเป็นการแสดงสดทุกคนก็น่าจะต้องเตรียมตัวให้อยู่ใกล้เวทีมากกว่ามายื่นคุยอยู่ที่ถนนฝั่งตรงข้ามตึกอย่างนี้

 

“ก่อนไป ผมมีคำถามอยากให้แพทตอบ”

 

“เดี๋ยวค่อยถามในเมสเสจก็ได้” แพทเทิร์นรีบบอก

 

“ไม่ได้” ฮงชานก็รีบตอบเช่นกัน “แพทต้องตอบผมตรงนี้ ตอนนี้เลย”

 

“...เอ่อ โอเค คุณจะถามอะไร?”

 

ฮงชานจ้องนัยน์ตาสีน้ำตาล “คุณกับพี่ซึงฮวานเป็นอะไรกัน ทำไมวันนั้นถึงจูบกันได้”

 

นี่เขาคิดว่าฝ่ายนั้นไม่ได้สนใจแล้วเสียอีก เพราะหลังจากวันนั้นเจ้าตัวก็ไม่เคยถามมาในเมสเสจที่คุยกันเลย

 

แล้วนี่เขาจะตอบว่าอะไรดีล่ะ

 

“เอ่อ...ก็เป็น...” เป็นอะไรล่ะ เพื่อนก็ไม่ใช่ แฟนยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่ ก้มหน้าก้มตาอึกอักนึกหาคำจำกัดความสัมพัทธ์กับคู่กรณี หากยังไม่ได้คำตอบ คนตรงหน้าก็จับไหล่ทั้งสองข้างแน่น  เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นสายตาจ้องเขม็งมองสบมา

 

“แพท” ปกติแล้วน้ำเสียงของฮงชานจะทุ้มแบบนุ่มๆ น่าฟัง แต่น้ำเสียงที่เรียกชื่อคราวนี้ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ทั้งสายตาที่มองมา ทั้งสีหน้าที่ดูต่างจากทุกที “ความจริงผมรู้จากพี่ซึงฮวานแล้ว”

 

รู้อะไรจากใครนะ?

 

ฮงชานบีบไหล่แพทเทิร์นแรงขึ้น “ผมรู้ว่าเรื่องแบบนี้มันพูดยาก ถ้าหากว่าเป็นคนอื่นผมจะไม่ยุ่งเลย แต่นี่เป็นคุณ เป็นคนที่ผมเป็นห่วง ผม...ให้ตายเถอะ ทำไมต้องเป็นคุณด้วย!”

 

เอ่อ...งงครับ “คุณพูดอะไรเนี่ย?”

 

หลังจากสบถแล้วฮงชานก็หันมาสบตาร่างเล็กอีกครั้ง “แพท ผมรู้แล้วว่าคุณเป็นชู้กับพี่ซึงฮวาน”

 

“เป็น... อะไรนะ?!!” นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่สุด และไม่น่าเป็นไปได้มากที่สุดเท่าที่แพทเทิร์นเคยได้ยินมา “ผมไม่...”

 

“ไม่เป็นไรแพท ผมเข้าใจว่าความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้” ฮงชานสวนขึ้นมา “เพียงแต่ผมอยากให้แพทคิดให้ดี พี่ซึงฮวานมีภรรยาแล้ว และคงไม่มีทางหย่ากันได้ง่ายๆ ถึงจะดูเหมือนพวกเขาเข้ากันไม่ค่อยได้เท่าไหร่ก็เหอะ แต่ผมรู้จักพี่ซึงฮวานดี เขาไม่มีทางทำให้ภรรยาต้องเสียใจแน่ๆ ผมไม่อยากให้คุณต้องมาเสียใจทีหลัง ...วันนั้น วันที่เราไปเดทกัน ที่คุณดูเศร้าๆ เป็นเพราะพี่ซึงฮวานใช่ไหม”

 

เพราะซึงฮวานอะไรเล่า มั่วไปกันใหญ่แล้ว! จะอ้าปากอธิบาย อีกคนก็ไม่ยอมเปิดทางให้

 

“แพทไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ผมเข้าใจ เข้าใจทุกอย่าง” ...ไม่เข้าใจเลยสักอย่างต่างหาก! แพทเทิร์นเถียงในใจ “แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ยังเป็นห่วงคุณอยู่ดี ถ้าพี่ซึงฮวานทำให้คุณเสียใจผมจะดูแลคุณเอง แค่คุณบอกผมมา ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ผมจะไปหาคุณ ถึงติดงานอยู่ก็ช่าง!”

 

พูดคำว่างานขึ้นมาแล้วแพทเทิร์นก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายยังต้องไปขึ้นแสดงสด เขาตัดสินใจพยักหน้าแรงๆ “โอเคๆ ไว้ค่อยมาคุยกันทีหลังนะ ตอนนี้คุณรีบกลับไปทำงานก่อนเถอะ รับรองว่าถ้าผมมีปัญหาอะไรจะโทรหาคุณเป็นคนแรกเลย”

 

ได้ยินอย่างนั้นแล้วฮงชานค่อยสบายใจ ยอมปล่อยมือ “ผมไปทำงานก็ได้ อย่าลืมที่พูดนะแพท ผมอยู่ข้างคุณเสมอ”

 

พยักหน้าให้รัวๆ พลางปัดมือว่าให้ไปเร็วๆ เถอะ เมื่อเห็นไอดอลคนดังวิ่งข้ามถนนกลับไปแล้ว แพทเทิร์นก็ขมวดคิ้วยุ่งงุนงงกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ ไอ้คุณเมเนเจอร์นั่นไปพูดอะไรกับฮงชาน มันถึงได้กลายเป็นว่าเขาเป็นชู้กับฝ่ายนั้นได้

 

แล้วอะไร หมอนั่นแต่งงานแล้วนี่นา ถ้าอย่างนั้นมาทำแบบนั้นกับเขาได้ยังไงกัน

 

นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย?!

 

สำหรับเขาแล้ววันนั้นที่จูบไปก็เพราะแค่นึกสนุก แค่อยากทำให้ความรู้สึกที่มันแย่ให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง ...หรือคิมซึงฮวานก็แค่นึกสนุกเหมือนกัน? อืม มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ ยังจะมีเหตุผลอะไรอื่นอีก

 

จู่ๆ ความรู้สึกก็ดิ่งวูบลงมา อะไรบางอย่างที่ใกล้เคียงกับคำว่าผิดหวังก่อตัวขึ้นภายในใจ ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อคิมซึงฮวานชัดเจนขึ้นมาด้วย และไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ สำหรับแพทเทิร์นแล้ว การมีตัวตนของคิมซึงฮวานเหมือนจะแทรกซึมเข้ามาภายในใจแล้วไม่มากก็น้อย

 

เหมือนไข้จะหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้รับรู้เรื่องน่าตกใจ แพทเทิร์นเลิกคิดที่จะเดินเล่นแล้วเปลี่ยนทิศทางเดินกลับไปยังตึกของสถานีที่ถ่ายรายการเพลง เขาพอจะรู้ว่าลิฟท์ทางซ้ายที่มีเชือกกันตรงลอบบี้นี้คือทางเข้าออกของศิลปิน เพราะฉะนั้นถ้าจะตามหาผู้จัดการวงก็คงต้องตามหาบริเวณนี้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคิมซึงฮวานอยู่ที่นี่หรือเปล่า เพราะตอนที่เข้าไปดูไลฟ์รอบอัดกับดีไซน์เขาเห็นแต่เมเนเจอร์ลีแจวอน

 

เฮ้อ รู้อย่างนี้ขอเบอร์คิมซึงฮวานไว้ก็ดี ฝ่ายนั้นมีเบอร์เขาก็จริงแต่เขาไม่มีเบอร์ของฝ่ายนั้น ก็ใครจะไปคิดว่าจะต้องมีเรื่องให้ต้องติดต่อกันเล่า แถมยังเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการเคลียร์โดยด่วนด้วย

 

แพทเทิร์นเดินวนไปวนมาอยู่ตรงเชือกที่กั้น ตอนที่เดินวนรอบที่สี่กลับมีผู้ชายสองคนมายืนขวาง เดาเอาจากชุดที่ใส่น่าจะเป็นผู้รักษาความปลอดภัยอย่างไม่ต้องสงสัย คงคิดว่าเขาเป็นแฟนคลับที่หวังจะหาทางเข้าไปข้างใน เขาจึงรีบอธิบายไม่รอช้าว่าตนเองไม่ใช่แฟนคลับ และต้องการแค่รอพบใครบางคนเท่านั้น ทว่าการ์ดทั้งสองคนกลับไม่ค่อยเข้าใจภาษาอังกฤษสักเท่าไหร่ หรือไม่ก็ไม่เชื่อที่เขาบอกไป สงสัยจะมีแฟนคลับเคยออกตัวอย่างนี้มาเยอะแล้ว

 

เด็กหนุ่มถูกเชิญให้ออกจากบริเวณนั้น และนอกจากจะมีการ์ดมายืนคุมแล้ว ยังเริ่มมีแฟนคลับคนอื่นที่อยู่แถวนั้นมองมาด้วย แพทเทิร์นจึงจำต้องเดินออกมาแต่โดยดี ก้มหน้าก้มตาเดินตรงไปยังประตู ทว่าตอนที่เงยหน้าผลักบานประตูออกนั้นเอง ประตูอีกข้างก็มีคนผลักเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกัน และคนที่ผลักเข้ามานั้นก็เป็นคนที่เขาต้องการจะเจอเสียด้วย

 

ริมฝีปากบางอ้าค้างให้กับความบังเอิญ มือยังคงผลักบานประตูแม้ตอนที่ถลึงตามองคนร่างสูง

 

“คิมซึงฮวาน!”

 

เจ้าของชื่อที่ตอนแรกไม่ได้สนใจมองหยุดแรงผลักบานประตูไว้ครึ่งทาง ก้มมองคนตัวเล็กข้างๆ แล้วก็ต้องเลิกคิ้วสูง พูดปนขำว่า “นี่อย่าบอกนะ ว่าคุณมาตามดารา?”

แพทเทิร์นกระพริบตาปริบ ก่อนโวย “ใช่ที่ไหนเล่า! ผมมาหาคุณนั่นแหละ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

 

ซึงฮวานยกข้อมือข้างที่ไม่ได้ผลักบานประตูขึ้นดูนาฬิกา “ตอนนี้ผมไม่ว่าง คุณรอได้ไหมล่ะ”

 

“ผมจะรอที่ร้านกาแฟ คุณเสร็จธุระแล้วมาหาผมที่นั่นละกัน”

 

“โอเค แล้วเจอกัน”

 

ร่างเล็กมองคนตัวสูงเดินผ่านเข้าไปในเชือกกั้น ใช้บัตรแตะที่เครื่องเข้าออกหน้าลิฟท์แล้วค่อยละสายตากลับมา หมุนตัวเดินไปทางร้านกาแฟใต้ตึกร้านเดียวที่มี เขาเลือกนั่งแถวริมหน้าต่างที่ห่างไกลสายตาผู้คน นั่งดื่มนมแก้วที่สองพลางเคาะนิ้วกับโต๊ะอย่างไม่รู้จะทำอะไร

 

“คุณมีอะไรจะคุยกับผม?” ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง คิมซึงฮวานก็มา

 

แพทเทิร์นที่ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในไอโฟนเงยหน้าขึ้นมองคนที่ไม่รู้ว่ามานั่งฝั่งตรงข้ามตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำหน้าถมึงทึงใส่คำถามนั้นอย่างหงุดหงิด “ยังจะมาถามว่าเรื่องอะไรอีก แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องนั้นอยู่แล้ว!”

 

“นี่ ถ้าคุณไม่บอกว่าเรื่องอะไร แล้วผมจะรู้ไหม”

 

เห็นหน้าหล่อๆ ยังนิ่ง แพทเทิร์นอยากจะพุ่งข้ามโต๊ะไปกระชากคอเสื้อเสียเดี๋ยวนั้น แต่เกรงว่าจะคาดคะเนแรงส่งผิดเหมือนคราวก่อนจึงหายใจเข้าลึกระงับอารมณ์โกรธ “ก็เรื่องที่คุณบอกฮงชานว่าผมเป็นชู้กับคุณไงเล่า คุณบอกแบบนั้นไปได้ยังไง ผมเสียหายนะ”

 

“ผมไม่ได้บอกฮงชานว่าคุณเป็นชู้กับผม”

 

คิ้วบางขมวดยุ่ง “แต่ฮงชานบอกผมแบบนั้น”

 

ร่างสูงเอนตัวพิงพนัก ยกขาขึ้นไขว่ห้าง เอ่ยเสียงเรียบเรื่อย “ผมบอกฮงชานว่าผมกับคุณเรามีความรู้สึกที่ดีต่อกัน”

 

นั่นมันต่างจากคำว่าชู้ตรงไหนล่ะวะ! พูดแบบนั้นทั้งที่ตัวเองแต่งงานแล้วมันก็มองได้อย่างเดียวนั่นแหละว่าเขาเป็นชู้อ่ะ!!

 

แล้วไอ้ ‘ความรู้สึกที่ดีต่อกัน’ มันไปก่อร่างสร้างตัวไว้ตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบครับ!

 

“ก็นั่นแหละ คุณบอกแบบนั้นไปได้ยังไง”

 

“ก็แล้วจะให้ผมตอบยังไง ในเมื่อฮงชานเห็นคุณจูบผมแบบนั้น? อีกอย่างเรื่องนี้มันเกิดขึ้นก็เพราะคุณนะ ไม่ใช่ผม”

 

เกิดอาการสะอึกขึ้นมากะทันหัน โคตรไม่ยุติธรรม ถึงมันจะจริงที่เขาทำอะไรไม่ดูให้ดี แต่คนที่เริ่มก่อนมันคือคุณไม่ใช่หรือไงคิมซึงฮวาน! คิดแล้วอยากจะร้องไห้

 

“คุณต้องไปอธิบายให้ฮงชานเข้าใจใหม่ ว่าผมกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกัน”

 

“ทำไมผมต้องทำอะไรอย่างนั้น?”

 

แพทเทิร์นอ้าปากค้าง “ยังจะถามอีก ก็เพราะคุณกับผมไม่ได้เป็นอะไรกันน่ะสิ!”

 

ซึงฮวานขยับมาเท้าศอกสองข้างที่โต๊ะ วางคางลงกับหลังมือที่ยกประสานกัน จ้องสบนัยน์ตาคนตรงข้าม “แล้วถ้าผมอยากให้เป็น คุณจะว่าไง”

 

อะไรนะ?

 

“ถ้าผมจะบอกคุณว่าผมสนใจคุณจริงๆ คุณจะว่าไง?”

 

“ตะ...แต่คุณแต่งงานแล้วนะ มาถามผมอย่างนี้ได้ไง” แพทเทิร์นไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน นี่คิมซึงฮวานรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา

 

คนแต่งงานแล้วแค่ยักไหล่ ตอบง่าย “ก็ไม่เกี่ยวกัน ผมไม่ได้จะขอคุณแต่งงานซ้ำซ้อนเสียหน่อย”

 

นี่เขาหูฝาดหรือสติของฝ่ายนั้นมันไม่ปกติกันแน่

 

“นี่คุณจะให้ผมเป็นชู้กับคุณจริงๆ หรือไง”

 

“เปล่า ไม่ใช่ ผมจะให้คุณเป็นคนรักของผมต่างหาก”

 

โอเค คิมซึงฮวานผิดปกติแน่ๆ แพทเทิร์นทุบมือลงกับโต๊ะ ลุกขึ้นยืน รู้สึกได้ถึงความโกรธที่มันแล่นไปตามกระแสเลือดทั่วทั้งร่างกาย จนทำเอามือที่กำอยู่สั่นอย่างเห็นได้ชัด

 

“อย่าคิดว่าผมเป็นใครที่จะเล่นด้วยได้ง่ายๆ นะ ถ้าคิดจะหาชู้รักไว้แก้เบื่อล่ะก็ เชิญไปหาที่อื่น! เพราะผมไม่มีทางเป็นเด็กเก็บของคุณ!!”

 

อารมณ์โกรธพุ่งพล่านจนแทบจะหูอื้อ นี่เขาถูกมองว่าเป็นเด็กใจแตกใจง่าย ที่ชอบปล่อยเนื้อปล่อยตัวหรือไง ถ้าคืนนั้นไม่ใช่เพราะเหล้าบวกความเศร้ามีหรือที่เขาจะขึ้นเตียงไปกับคนอื่นง่ายๆ อย่ามาดูถูกกันนะเว้ย!

 

คว้าเป้แล้วกะจะเดินหนี หากยังไม่ทันจะเดินเลยคนที่นั่งอยู่ ข้อมือก็ถูกคว้าเอาไว้ แพทเทิร์นรีบหันไปโวยทันที

 

“ปล่ะ... อื้ม......!!”

 

ริมฝีปากถูกคนที่เพิ่งลุกขึ้นยืนทาบลงมาโดยเร็ว นัยน์ตากลมเบิกกว้างตกใจ ก่อนจะรีบหลับตาแน่นพยายามผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง ทว่ายิ่งผลักก็ยิ่งกลายเป็นจูบที่หนักหน่วงขึ้น ทั้งท้ายทอยยังถูกมือใหญ่รวบให้เงยหน้ามากกว่าเดิมเพื่อทำให้จูบนี้ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่เป็น

 

มันคงเป็นเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีเมื่อการจูบนี้สิ้นสุดลง แต่สำหรับแพทเทิร์นมันเหมือนนานกว่านั้น แน่นอนล่ะ เป็นใครก็ต้องรู้สึกอย่างเขาเมื่อต้องจูบกับใครสักคน

 

แพทเทิร์นรู้สึกถึงแรงเต้นอย่างหนักหน่วงภายในอก โสตประสาทได้ยินแต่เสียงอื้ออึง สายตามองสบนัยน์ตาสีเขียวมรกต พยายามควานหาคำพูดที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนหมด ใครก็ได้ช่วยทำให้เขาได้สติทีเถอะ

 

 

ตุบ

 

 

เสียงแก้วกระดาษตกกระทบพื้นนั้นไม่ได้ดังมากมายอะไรนัก หากเรียกให้คนสองคนที่ยืนจ้องหน้ากันอยู่ก้มลงมองได้ไม่ยาก และสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนเห็นเมื่อเงยหน้าขึ้นจากชอคโกแลตร้อนที่หกหมดแก้วบนพื้น คือเด็กสาวผมยาวหน้าตาน่ารักไม่ต่างจากเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนี้

 

“พี่แพทกับ...”

 

เด็กสาวยกมือข้างหนึ่งปิดปาก อีกข้างชี้สลับไปมาระหว่างพี่ชายของเธอกับชายหนุ่มร่างสูงที่เธอก็รู้ว่าเป็นใคร หากแต่เธอไม่เคยรู้ว่าคนคนนี้เป็นใครสำหรับพี่ชายของเธอ

 

“ดีไซน์ ฟังพี่ก่อนนะ...”

 

แพทเทิร์นยกสองมือเตรียมอธิบาย หากเสียงทุ้มของร่างสูงกลับแทรกขึ้น

 

“สวัสดีครับ คุณคงเป็นน้องสาวใช่ไหม ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมคิมซึงฮวาน เป็นคนที่กำลังตกหลุมรักพี่ชายของคุณอยู่”

 

ภาษาไทยที่ไม่ถึงกับชัดมากแต่ก็ชัดพอจะเรียกได้ว่าเป็นลูกครึ่งไทยด้วยซ้ำ ดังออกมาจากปากของคนที่ไม่น่าจะพูดภาษาไทยได้ อีกทั้งคำพูดที่พูดออกมานั้นก็เป็นเรื่องเกินความคาดหมาย แม้ว่าสีหน้าของคนพูดจะยังนิ่งเรียบก็ตาม และแน่นอนว่าคนตกใจไม่ได้มีแค่ดีไซน์คนเดียว ยังรวมถึงแพทเทิร์นด้วย พี่น้องพร้อมใจกันหันไปหาคิมซึงฮวาน

 

“อะไรนะ?!”

 

ซึงฮวานไม่สนใจอาการตกตื่นของสองพี่น้อง เขาหันไปหยิบถุงกระดาษข้างเก้าอี้ยื่นให้แพทเทิร์นรับไปถือ แล้วค่อยยิ้มพลางว่า “ผมต้องกลับไปทำงานต่อแล้ว ไว้ผมโทรหานะครับ” จบท้ายด้วยการก้มลงหอมแก้มทีหนึ่ง แต่เน้นเสียจนคนได้ยินเสียง ฟอด หน้าแดงเถือก

 

ร่างสูงในชุดสูทเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา ชี้นิ้วไปที่ถุงกระดาษในมือของคนที่ยังยืนนิ่งเหมือนโดนสะกด “อ้อ ผมไม่รู้ว่าคุณชอบใคร เลยเอามาให้ทั้งหมดเลย”

 

แพทเทิร์นกระพริบตาปริบ มองคนที่เดินจากไปไกลแล้ว ก่อนก้มลงมองของในถุงกระดาษ แต่คนที่ตื่นเต้นกับของในถุงไม่ใช่แพทเทิร์น

 

“พี่แพท! นี่มันซีดีพร้อมลายเซ็นของยูมินนี่! อ๊ะ แผ่นหน้าปกรูปของลีดเดอร์ก็มีลายเซ็น เอ๊ะ นี่ทุกแผ่นของทุกปกมีลายเซ็นของแต่ละคนหมดเลยอ่ะ! สุดยอด!!”

 

คนที่ยังหาสติไม่ค่อยจะเจอมองน้องสาวหยิบซีดีแผ่นนู้นแผ่นนี้ที่แต่ละปกมีรูปแค่คนเดียวอย่างมึนงง จำไม่เห็นได้ว่าเคยบอกว่าชอบ

 

แล้วเดี๋ยวนะ เมื่อกี้คิมซึงฮวานบอกว่าตกหลุมรักใครนะ?!

 

โอ้ย นี่เขาเมานมสดหรือเปล่าเนี่ย?!!!!

 

 

_______________________________

TBC

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up