Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 09

 

 

แพท เดี๋ยวลุงต้องเข้าบริษัทต่อ แพทจะอยู่ดูงานกับทางนี้ต่อหรือจะกลับเลย?

 

อ่า...ขออยู่ต่อดีกว่าครับ ผมอยากช่วยให้เสร็จน่ะครับ

 

โอเค” คุณลุงลีหันไปหาสไตลิสต์สาว “อลิส ผมฝากหลานด้วยนะ

 

ไม่ต้องห่วงค่ะ” อลิสวางมือลงบนไหล่ของแพทเทิร์นอย่างต้องการบอกว่าจะดูแลเด็กคนนี้ให้เป็นอย่างดี

 

งั้นลุงไปแล้วนะ มีอะไรก็โทรหาลุงล่ะ

 

หลังจากโค้งลาคุณลุงร่างท้วมแล้ว แพทเทิร์นกับอลิสก็กลับเข้าไปที่สตูดิโอซึ่งกำลังตกอยู่ในสภาวะคับขัน วันนี้เป็นวันที่ทีมของคุณอลิสต้องรับผิดชอบเรื่องเสื้อผ้าของนักร้องบอยแบนด์วงหนึ่งซึ่งต้องใช้ถ่ายทำมิวสิควีดีโอในคืนนี้ ความจริงแล้วเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ทำเสร็จหมดแล้วเมื่อสองวันก่อน แต่เกิดความเข้าใจผิดขึ้นเมื่อทางนั้นส่งคนมาดู ปรากฏว่าเซ็ทที่ต้องใช้ถ่ายทำมีทั้งหมดสี่เซ็ท ไม่ใช่สามเซ็ทอย่างที่ทางฝั่งคุณอลิสเข้าใจ เนื่องจากตอนคุยงานมีอยู่เซ็ทหนึ่งที่ตอนแรกถูกตัดออกไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังเอาไว้ จึงเกิดความเข้าใจผิดกันขึ้น สองวันที่ผ่านมานี้ทางคุณอลิสจึงต้องเร่งงานให้เสื้อผ้าเซ็ทที่สี่เสร็จให้ทัน

 

แพทเทิร์นมาดูงานที่สตูดิโอคุณอลิสเมื่อเช้า พอรู้เรื่องเข้าก็เลยอาสาช่วยงานเท่าที่ช่วยได้ คุณอลิสเองก็เต็มใจให้เด็กหนุ่มช่วยอย่างไม่คิดหวง เธอเข้าใจว่าเด็กอย่างแพทเทิร์นต้องการเรียนรู้งานจริงๆ ไม่ใช่แค่มาเกาหลีเพื่อดูงานเพียงอย่างเดียว แล้วเธอก็ได้เห็นแล้วว่าแพทเทิร์นมีความสามารถทางด้านนี้เยอะทีเดียว ขนาดว่าดีไซน์เนอร์อันดับหนึ่งของสตูดิโอของเธอยังชมไม่ขาดปากเลย

 

เสื้อผ้าเซ็ทสุดท้ายที่ต้องทำนี้เป็นคอนเซ็ปต์องครักษ์ในวัง แน่นอนว่าแบบที่ออกมาย่อมเป็นแฟนตาซีมากกว่าความเป็นจริง ตอนที่ได้เห็นแบบร่างแพทเทิร์นรู้สึกสนใจมาก จะว่าอลังการก็ไม่ใช่เรียบเนียบก็ไม่เชิง ไม่มีอะไรที่เกินไปหรือน้อยไปเลย เป็นชุดองครักษ์ที่ใครได้ใส่คงเท่อย่างไม่ต้องสงสัย สิ่งที่ต้องทำตอนนี้เหลือแค่วัสดุตกแต่งบนเสื้อผ้าเท่านั้น

 

เกือบหกโมงเย็นแล้วตอนที่อลิสเดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มที่เพิ่งช่วยทีมงานนำเสื้อผ้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้วทั้งห้าชุดเก็บเข้าราวแขวน เพื่อเตรียมขนไปส่งที่กองถ่ายเอมวีในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้านี้

 

แพทจะไปที่กองด้วยไหม?

 

นัยน์ตาคู่สวยรีบช้อนขึ้นสบตาคนถาม “ผมไปที่กองได้เหรอครับ?

 

ได้สิ ก็ไปด้วยกันนี่แหละ อยากไปไหม?

 

อยากครับ! เดี๋ยวผมขอโทรบอกน้องก่อนนะครับ

 

อื้ม แต่ต้องกลับพรุ่งนี้เลยนะ เพราะตารางถ่ายมีถึงบ่ายพรุ่งนี้นู่นแหนะ ถ้าเธอไปได้ก็จะดีมากเลย ฉันคิดว่าได้ไปเห็นการทำงานที่กองถ่ายจริงๆ น่าจะช่วยให้เธอได้เห็นอะไรใหม่ๆ มากกว่าการดูงานแค่ในห้องอย่างนี้

 

ผมอยู่ได้ถึงเช้าเลย อันที่จริงผมมาเกาหลีก็ไม่มีธุระอื่นอะไร นอกจากมาดูงานนี่แหละครับ” แพทเทิร์นตอบรับคำชวนได้ในทันที ก่อนขอตัวไปโทรศัพท์หาน้องสาว

แล้วก็เป็นอย่างที่คิด...

 

“พี่แพทจะได้ไปที่กองของยูมินเหรอ!! กรี๊ด~ ให้ไซน์ไปด้วยได้ไหม นะ นะ” เสียงของดีไซน์ดังจนเด็กหนุ่มต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู “น้าพี่แพทน้า~~”

 

“ไม่ได้ เดี๋ยวพี่ต้องไปกับรถของทีมงานแล้วเนี่ย แล้วเธอก็มีเรียนด้วย ถ้าเธอขาดเรียนแล้วป๊ามาลากเธอกลับไทยพี่ไม่รู้ด้วยนะ” เขาพอจะเดาอารมณ์ของเด็กปลายสายได้ เจ้าตัวเริ่มเรียนพิเศษตั้งแต่สามวันก่อน เลยทำให้ช่วงเวลาหรรษาตามล่าไอดอลหดหายไป ง๊องแง๊งทุกวี่วันว่าไม่ได้เจอยูมินเสียที

 

...ไอดอลนะเว้ยไม่ใช่เด็กพาร์ทไทม์ตามร้านสะดวกซื้อ ถึงจะได้เจอง่ายๆ

 

“ไม่ยุติธรรมเลยอ่ะ! ทำไมพี่แพทได้เจอยูมินอยู่คนเดียวล่ะ! โฮ~” ดีไซน์ยังโวยวายไม่จบง่ายๆ

 

แพทเทิร์นหนีบโทรศัพท์กับซอกคอขณะเก็บกระเป๋าเป้ไปด้วย อีกสิบห้านาทีรถของทีมงานก็จะออกแล้ว “เจอคนเดียวที่ไหนกันเล่า เค้าไปทำงานกันตั้งเยอะแยะ แล้วเธอก็เพิ่งไปดูยูมินอัดรายการวิทยุเมื่อวานไม่ใช่เหรอไง”

 

“นั่นมันก็แค่ครึ่งชั่วโมงเอง! แถมกว่าไซน์จะเลิกเรียน พอไปถึงก็ได้อยู่หลังๆ แล้ว มองแทบไม่เห็นเลย!!” รายการวิทยุที่ดีไซน์ไปเมื่อวาน ห้องอัดรายการอยู่ชั้นแรกโดยมีกระจกกั้นด้านหนึ่งเป็นกำแพง แฟนคลับที่อยู่ด้านนอกอาคารจึงสามารถมองเห็นศิลปินจากตรงนั้นได้ แต่แน่นอนว่าใครมาก่อนก็ได้สิทธิ์นั่งหน้าก่อน

 

“เอาน่า เหลือเวลาอยู่ที่นี่อีกตั้งสามอาทิตย์ เดี๋ยวเธอก็ได้เจอ” แพทเทิร์นพยายามปลอบน้อง

 

“ก็ได้ๆ ดวงไซน์มันไม่รุ่งโรจน์เหมือนพี่แพทนี่นะ ชิ! ...เออ แล้ววันนี้พี่แพททำอะไรบ้าง?”

 

เสียงของน้องสาวกลับสู่สภาวะปกติ คนเป็นพี่จึงรีบต่อบทสนาเปลี่ยนประเด็นตาม “ก็อยู่กับคุณอลิสตั้งแต่เช้านั่นแหละ คุณลุงลีกลับไปเมื่อตอนบ่าย อ่ะ ไซน์ เดี๋ยวพี่ต้องไปแล้ว ไซน์อยู่คนเดียวได้นะ มีอะไรก็โทรหาพี่หรือคุณลุงลีเข้าใจไหม แล้วก็ปิดประตูระเบียงดีๆ ด้วย(“โอ้ย ใครเขาจะปีนเข้ามา นี่มันชั้นสิบสองนะพี่แพท” เสียงไซน์แทรกขัด) แล้วก็ล้างจานด้วยล่ะ อย่าแช่ข้ามคืนนะ กินข้าวซะด้วย แล้วเดี๋ยวพี่โทรหาอีกที”

 

บอกทุกอย่างที่ควรบอกแล้วก็รีบตัดสาย คว้าเป้ขึ้นสะพายพลางวิ่งไปขึ้นรถบัสที่สต๊าร์ทรออยู่ด้านหน้า

 

เรียบร้อยดีนะ?” อลิสถามเมื่อเด็กหนุ่มเดินเข้ามานั่งที่เบาะว่างด้านหลังเธอ

 

แพทเทิร์นพยักหน้าตอบรับ ก่อนถามถึงสถานที่ที่จะไป

 

นี่แพทยังไม่เคยออกนอกโซลใช่ไหม? ดีเลย เพราะเรากำลังจะไปซูวอนกันล่ะ ไม่ใกล้ไม่ไกลมากนัก นั่งรถไม่เกินสองชั่วโมงก็ถึงแล้ว แถมยังได้เข้าไปในพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านโบราณในเวลาที่ปิดให้บริการแล้วด้วยนะ ปกติเข้าไม่ได้หรอก ถือเสียว่าได้เที่ยวไปด้วยเลยก็แล้วกัน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเปิดให้เข้าแค่โซนที่ใช้ถ่ายทำหรือเปล่า

 

โห เอมวีนี้ไปถ่ายกันที่หมู่บ้านโบราณเลยเหรอครับ สุดยอด

 

อลิสพยักหน้าหนักๆ “ใช่สิ ค่ายนี้เค้าเต็มที่ ลงทุนน้อยๆ ไม่เป็น อีกอย่างวงนี้ก็ดังเป็นพลุแตกไปทั้งเอเชียแล้ว เอมวีก็ต้องอลังการหน่อยล่ะ คัมแบคอัลบั้มใหม่ทั้งที

 

ผมก็ว่า ใช้เสื้อผ้าตั้งห้าเซ็ทแหนะ

 

แล้วนี่เค้าถ่ายกันไปแล้วสองวันนะที่สตูดิโอ เหลืออีกสองเซ็ทที่ต้องถ่ายนอกสถานที่ก็คือคืนนี้กับพรุ่งนี้นี่แหละ

 

แพทเทิร์นพยักหน้ารับเข้าใจ พลางคิดไปถึงแบบเสื้อผ้าที่ได้เห็นมาทั้งหมดห้าเซ็ท ของเค้าดีจริงๆ นั่นแหละ ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่องค์ประกอบทุกอย่างก็เต็มที่ไม่แพ้กัน เขาได้เห็นรูปบางส่วนที่ถ่ายไปแล้วสามเซ็ทแรก เป็นการถ่ายทำในสตูดิโอก็จริง แต่ฉากที่สร้างนี่อลังการเหมือนอยู่ในพระราชวังฝั่งยุโรปไม่ผิดเพี้ยน ยิ่งพอมีเหล่านักร้องรูปงามในคราบองครักษ์เป็นจุดเด่นแล้วยิ่งเหมือนฝันไปกันใหญ่

 

นี่ขนาดเห็นแค่ภาพนะ ถ้าเสร็จออกมาเป็นวีดีโอจะขนาดไหน

 

คอนเซ็ปต์เพลงก็สุดยอดไปเลย เนื้อหาเกี่ยวกับผู้ชายที่พร้อมจะรักและดูแลคนรักเป็นอย่างดี จะอยู่เคียงข้างเหมือนองครักษ์ที่พร้อมจะปกป้องเธอด้วยชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนหากเป็นความต้องการของเธอแล้วล่ะก็ ฉันก็พร้อมจะไปหาเธอทุกเวลา มีชีวิตอยู่เพื่อเธอเพียงคนเดียว...

 

...ผู้ชายแบบนี้มันมีในโลกจริงๆ เหรอวะ?

 

ระหว่างที่คิดอย่างนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นกึกบ่งบอกว่ามีข้อความเข้า แค่เห็นข้อความภาษาอังกฤษบางส่วนที่ขึ้นโชว์บนหน้าจอก็รู้ได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนส่งมา ตั้งแต่ที่แลกเบอร์ไปก็ขยันส่งข้อความมาหาทุกวัน เช้าสายกลางวันบ่ายเย็นหัวค่ำและก่อนนอน ไม่รู้ว่างานไม่มีหรือไงถึงได้หาเวลาส่งได้ตลอดเวลาอย่างนี้

 

แต่เท่าที่รู้ วง O-Type เพิ่งจะเดบิวท์แล้วปล่อยเพลงใหม่เพลงที่สองได้ไม่ถึงเดือน งานก็น่าจะล้นตารางอยู่แล้วนะ

 

...แล้วไอ้ลีดเดอร์นี่ทำไมมันทำเหมือนว่างจังฟะ?!

 

Lime : ตอนนี้ทำอะไรอยู่? ไม่เห็นตอบข้อความเลย~

 

ก็จะให้ตอบอะไรล่ะครับ ถามสามรอบตั้งแต่เช้าก็ตอบไปเหมือนกันหมดแล้วยังจะถามอะไรซ้ำๆ อีกไม่เข้าใจ แล้วเขาก็บอกไปแล้วด้วยว่าวันนี้ไม่ว่างก็น่าจะเข้าใจสิว่าไม่มีเวลาตอบ ฮึ่ย!

 

Pat : ตอนนี้ยังไม่ว่าง

 

Lime : ยังไม่เสร็จอีกเหรอ โห นี่คุณไม่ได้เป็นพนักงานนะ ทำไมพวกเขาใช้งานคุณเยอะอย่างนี้ล่ะ

 

Pat : พวกเขาไม่ได้ใช้งานผม แต่ผมอาสาช่วยเองต่างหาก แล้วนี่คุณว่างนักเหรอไง ถ้ามีเวลามานั่งพิมข้อความก็ไปนอนพักผ่อนเถอะ

 

Lime : คุณเป็นห่วงผมเหรอ? >_< ดีใจจังเลย~

 

เจอเท็กซ์อีโมติค่อนเข้าไป แพทเทิร์นถึงกับส่ายหน้า ให้ตายเถอะครับ เขาล่ะนึกไม่ออกเลยว่าคนคนนี้ที่โคตรเท่เวลาอยู่บนเวที จะเป็นคนคนเดียวกับที่พิมข้อความปัญญาอ่อนอย่างนี้ได้ แต่ก็นะ วันนั้นที่ได้ไปร้องคาราโอเกะด้วยกันเขาก็ได้เห็นแล้วว่าผู้ชายคนนี้เป็นยังไง

 

คนเรานี่มองแต่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ

 

ยังไม่ทันจะพิมตอบ ข้อความก็เด้งขึ้นมาอีก

 

Lime : อยากเจอคุณจังเลย พรุ่งนี้ผมพอมีเวลาว่างด้วยล่ะ มาเจอกันได้ไหม?

 

Pat : ถ้ามีเวลาว่างก็พักผ่อนเถอะ จะมาอยากเจอผมทำไม แล้วพรุ่งนี้ผมก็ไม่ว่างด้วย

 

Lime : พรุ่งนี้คุณทำอะไร?

 

Pat : ผมตามทีมงานมาที่กองถ่ายด้วย พรุ่งนี้แหละกว่าจะเสร็จ แต่ก็ไม่รู้ว่าเสร็จกี่โมง

 

Lime : ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมไปหาคุณเองก็ได้

 

Pat : จะมาทำไม รู้เหรอว่าผมไปที่ไหน?

 

Lime : รู้สิ ก็นั่นมันนักร้องค่ายเดียวกับผมนะ เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะไม่รู้เล่า! ^^

 

เออจริง แพทเทิร์นลืมไปว่าสองวงนี้อยู่ค่ายเดียวกัน ...หืม? นี่เขาลืมอะไรไปหรือเปล่านะ? อะไรที่มันไม่น่าจะลืมคิดไปได้...?

 

Lime : งั้นตกลงตามนี้นะ ไว้เดี๋ยวผมโทรหาคุณ แล้วเจอกันนะแฮมสเตอร์!

 

ดูเหมือนว่าข้อความสุดท้ายของไลม์จะไม่ได้อยู่ในความสนใจของเจ้าของเครื่องเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากลำดับความคิดของเจ้าตัวเพิ่งจะเข้าที่เข้าทางได้จริงๆ ก็ตอนนี้

“เฮ้ย! เผลอลุกพรวดขึ้นตะโกนเสียงดัง ทำเอาคนทั้งรถหันมามองกันหมด แพทเทิร์นรีบยิ้มกลบเกลื่อนทรุดลงนั่งจมเบาะ ขณะที่มือก็กุมขมับตัวเองแน่น

 

โอ้ย! ให้ตายเหอะ เขาลืมคิดไปได้ยังไงว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเมเนเจอร์วงนี้ แล้วเขายังจะอาสาไปช่วยที่กองถ่ายอีก แบบนี้ก็เท่ากับว่าต้องเจอหน้าหมอนั่นตรงๆ น่ะสิ!!

อณาสรณ์เอ้ย! ทำไมนายมันหัวช้าอย่างนี้วะ!

 

 

 

จะย้อนเวลากลับไปตอนนี้ก็เป็นไปไม่ได้ เมื่อรถบัสจอดที่ลานจอดรถของสถานที่ท่องเที่ยวหมู่บ้านโบราณ แพทเทิร์นก็จำต้องลงจากรถอย่างเลี่ยงไม่ได้ แอบคิดเอาเองว่าเมเนเจอร์หรือบอสนั่นอาจไม่มาที่กองก็เป็นได้ ดีไซน์เคยบอกนี่ว่าคนคนนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่กับศิลปินตลอดเวลา

 

อืม ไม่แน่เขาอาจไม่ต้องเจอคิมซึงฮวานคนนั้นก็ได้

 

แพทเทิร์น มานี่เร็วเข้า จะแนะนำให้รู้จักใครคนหนึ่ง

 

อลิสส่งเสียงเรียกเด็กหนุ่มที่ก้มหน้าก้มตาช่วยทีมงานยกของลงจากรถ เพราะนอกจากจะมีทีมคอสตูมของคุณอลิสแล้ว ยังมีทีมอุปกรณ์ที่มาพร้อมกันด้วย พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือทีมคุณอลิสเป็นทีมที่ถูกว่าจ้างจากทีมหลักที่ทำเอมวีให้ศิลปินกลุ่มนี้

 

แพทเทิร์นรีบผละจากกล่องลังแล้วเดินไปหาคุณอลิสที่ยืนอยู่ใกล้ต้นไม้ไม่ห่างจากทางเข้าสถานที่พิพิธภันฑ์มากนัก ตอนแรกเขามองไม่เห็นหน้าของใครที่คุณอลิสพูดถึงเพราะฝ่ายนั้นยืนอยู่หลังต้นไม้ กระทั่งเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นเขาถึงเห็นว่าพระเจ้าไม่ให้โอกาสเขาเลย

 

แม้เท้าอยากหยุด แต่ก็จำต้องก้าวต่อไป พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สบตาคนร่างสูงเมื่อคุณอลิสเริ่มการแนะนำตัวด้วยภาษาอังกฤษ

 

เด็กคนนี้มาดูงานเกี่ยวกับแฟชั่นดีไซน์ที่เกาหลีค่ะ ชื่อแพทเทิร์น ...แพท คนนี้คือคุณคิมซึงฮวานนะ

 

บทถูกส่งมาแล้ว ไม่ตอบรับก็เสียมารยาท ใบหน้าหวานเงยขึ้นยิ้มให้คนหน้านิ่ง “สวัสดีครับ คุณคิมซึงฮวาน ...เรียกผมว่าแพทก็ได้ครับ

 

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ที่เห็นมุมปากบางๆ คู่นั้นยกยิ้มเล็กน้อย ย้ำว่าเล็กน้อยมากๆ จนอาจจะเป็นภาพที่หลอนขึ้นมาเอง ซึ่งจะมองว่าหล่อมันก็ได้อยู่หรอก แต่แพทเทิร์นกลับรู้สึกเหมือนเห็นปีศาจกำลังแสยะยิ้มยังไงบอกไม่ถูก

 

น่ากลัวอ่ะ

 

คิมซึงฮวานแค่พยักหน้ารับนิดหน่อย แล้วหันกลับไปหาคุณอลิสที่พูดเป็นภาษาเกาหลี

 

ประธานลีบอกว่าได้โทรคุยกับคุนซึงฮวานแล้ว ใช่ไหมคะ?

 

ผมทราบแล้วครับ ท่านให้ผมช่วยดูแล ยังไงตอนทำงานก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมรับปากท่านไว้แล้วไม่ต้องกังวลครับ

 

ค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ นี่ถ้าไม่ผ่านคุณซึงฮวานละก็ คงให้คนนอกเข้ามาที่กองถ่ายยากแน่ๆ

 

แพทเทิร์นที่ฟังไม่ออกได้แต่ยืนหน้ามึน และยิ่งมึนหนักตอนคุณอลิสหันมาบอกว่า “เดี๋ยวแพทอยู่กับคุณซึงฮวานนะ ที่นี่มีทีมงานยกของมากแล้ว ฉันอยากให้เธอได้ดูงานการถ่ายทำมากกว่า

 

ตะ แต่ว่า...

 

ไม่ต้องกังวล คุณซึงฮวานไว้ใจได้ อ่ะ เดี๋ยวฉันไปตรวจงานก่อน แล้วเดี๋ยวไปเจอกันข้างใน

 

ปากยังอ้าค้าง นิ้วยังชี้ตามหญิงสาวปราดเปรียวที่เดินลิ่วจากไป ขณะที่เสียงกระแอมดังขึ้นจากที่ที่สูงกว่าเบื้องหลัง

 

แพทเทิร์นลดมือลง ทำหน้าเหมือนกำลังจะถูกผู้ใหญ่จับผิดได้อะไรสักอย่าง ก่อนปรับสีหน้าปกติหันกลับไปก้มศีรษะให้

 

รบกวนด้วยครับ

 

ตามมาสิ

 

ทั้งสีหน้าและท่าทางนิ่งเกินกว่าที่แพทเทิร์นจะรู้ว่าฝ่ายนั้นคิดอะไรอยู่ เขาเดินตามแผ่นหลังคนตัวสูงที่วันนี้อยู่ในชุดสูทเรียบหรูเหมือนที่เคยเห็น พลางสงสัยว่าอีกฝ่ายจะติดใจเรื่องวันนั้นมากแค่ไหน ปกติแล้วคนที่ทำเรื่องอย่างนั้นกับคนที่จะว่ารู้จักกันก็ไม่ใช่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกหรือก็เปล่า แล้วพอมาเจอกันเค้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกันอย่างนี้เหรอ?

 

หรือคิมซึงฮวานคนนี้ทำเรื่องอย่างว่ากับคนแปลกหน้าบ่อย?

 

แต่เฮ้ย ทำกับผู้ชายเนี่ยนะ?!

 

เออใช่ ทำไมเพิ่งคิดได้ฟะ คิมซึงฮวานเป็นเกย์เหรอเนี่ย?!!

 

เอ๊ะ หรืออาจจะเป็นไบก็ได้มั้ง??

 

คิดไปเรื่อยเปื่อยขณะเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านโบราณซึ่งใหญ่กว่าที่แพทเทิร์นคิดเอาไว้ เขาเดินตามคิมซึงฮวานไปจนถึงส่วนที่ดูจะเป็นลานโล่งที่เอาไว้ทำการแสดง และในตอนนี้ทีมงานถ่ายทำกำลังออกันอยู่ที่ด้านหนึ่งเพื่อตรวจสอบความพร้อมก่อนทำการถ่ายจริง ทุกอย่างดูจัดเตรียมเอาไว้แล้ว รอแต่ศิลปินเท่านั้น

 

คุณจะนั่งตรงนี้ หรือเดินไปดูรอบๆก็ได้ แต่อย่าเข้าไปในฉาก

 

หืม เอ๊ะ? อ้อ ครับ” มัวแต่คิดเพ้อเจ้อ พอคนตรงหน้าหยุดเดินตนเองก็เกือบจะยั้งเท้าที่ก้าวไว้ไม่ทัน หยุดกึกอย่างฉิวฉียดก่อนที่ร่างสูงจะหมุนตัวกลับมาเพื่อบอกให้เขานั่งรวมกับกลุ่มที่อยู่หน้าจอมอนิเตอร์

 

มีทีมงานหลายคนนั่งรวมกันอยู่ตรงนี้ เขาหาผู้กำกับได้ไม่ยาก เพราะนอกจากจะนั่งอยู่ใกล้หน้าจอมอนิเตอร์มากที่สุดแล้ว ยังตะโกนสั่งทีมงานที่กำลังจัดแสงอยู่ตรงลานเบื้องหน้าเสียงดังลั่น รัศมีแผ่พุ่งขนาดนี้จะเป็นใครได้นอกจากผู้กำกับผู้กุมทุกชะตาชีวิตในที่แห่งนี้ แล้วดูจากสภาพทีมงานแล้วน่าจะใกล้สิ้นชีพเต็มทน

 

ตอนนั่งรถมาคุณอลิสบอกว่าเริ่มเตรียมถ่ายกันมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และยังต้องถ่ายทำกันสองเซ็ทให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ด้วย คงไม่แปลกที่ผู้กำกับจะเคร่งขนาดนี้ และทีมงานจะมีสภาพอย่างนี้

 

แพทเทิร์นผงกศีรษะขึ้นตั้งใจจะถามคนที่เดินมาด้วยกัน ว่าเค้าจะเริ่มถ่ายทำกันเมื่อไหร่ แต่แหงนหน้าขึ้นมองแล้วเจอแต่หน้าตี๋ๆ ขาวๆ พร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างของใครก็ไม่รู้ก้มลงมาหาพอดี

 

"อ่ะ..." คำพูดที่ตั้งใจจะพูดเลยค้างเติ่งอยู่แค่นั้น ตามด้วยการเอียงศีรษะงง

 

เหมือนคนหน้าตี๋เข้าใจท่าทางนั้นของแพทเทิร์นได้ดีจึงรีบพูด ไม่สิ รีบยื่นกระดาษที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษเรียงเป็นระเบียบสวยงามส่งมาให้ต่างหาก อ่านแล้วได้ใจความว่า 'ผมลีแจวอนนะครับ เป็นผู้จัดการวง คุณซึงฮวานให้ผมมาแนะนำตัวไว้ ถ้าคุณมีปัญหาอะไรก็มาหาผมได้เลย' อ่านจบแล้วก็เงยหน้าไปยิ้มให้ว่าเข้าใจแล้ว คนหน้าตี๋ก็ยิ้มกว้างกลับมาพร้อมชี้นิ้วใส่ตัวเองอารมณ์ว่า ผมคนนี้นะ โอเค๊?

 

ศีรษะเล็กพยักหงึกหงักตอบรับ แล้วผู้จัดการหนุ่มก็วิ่งกลับไปดูแลศิลปินของตนเอง

 

...อืม ลีแจวอน

 

แพทเทิร์นก้มอ่านข้อความบนกระดาษในมือ ลายมือแบบนี้ก็คงเป็นของคิมซึงฮวานคนนั้น ฮึ่ย น่าหมั่นไส้จริงๆ เลย ขนาดลายมือยังเพอร์เฟ็คขนาดนี้ ถ้าคนอย่างนั้นจะชอบวางมาดเก็กหล่อก็คงไม่เกินไปจริงๆ นั่นแหละ

 

หน้าตาก็ดี ส่วนสูงก็เกินมาตรฐาน รูปร่างเหรอ อืม... จะว่าผอมก็ผอมอยู่นะ แต่ทำไมแรงมันถึงได้เยอะนักก็ไม่รู้ หรือเป็นพวกซ่อนรูป? ก็ไม่น่าจะใช่ อืม...

 

ขณะที่คิด แพทเทิร์นแทบไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองทิ้งสายตาไว้กับคนตัวสูงที่กำลังยืนคุยอยู่กับทีมงานนานเป็นนาที เผลอมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจับจ้องไปที่ลำตัวสูงโปร่ง แล้วไปจบลงที่ใบหน้าเรียวที่แม้จะดูนิ่งขรึมแต่กลับมีเสน่ห์อย่างที่ใครๆ ก็คงคิดออกเป็นคำคำเดียวว่า ‘หล่อ’

 

“อ่ะ” แพทเทิร์นรีบหันหน้าหนีเมื่อความคิดของตัวเองจบลงที่คำว่า ‘หล่อ’ แล้วคน ‘หล่อ’ คนนั้นดันหันมาสบตาพอดี

 

ตกใจหมด!

 

แพท” เสียงเรียกของคุณอลิสเป็นเหมือนระฆังตีขอเวลานอก แพทเทิร์นรีบหันไปหาสไตล์ลิสต์สาวทันที “มานี่กับฉันก่อน  สไตล์ลิสต์ของวง หล่อนชื่อมินอา เค้าบอกว่ายังพอมีเวลาก่อนถ่ายประมาณครึ่งชั่วโมง เค้าโอเคให้แพทเข้าไปดูงานในห้องแต่งตัวของศิลปินได้”

 

เอ๊ะ ผมเข้าไปดูได้เหรอ? แล้วทางคุณซึงฮวานจะไม่ว่าเหรอครับ?” ถามอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก ก็ปกติแล้วอะไรที่เกี่ยวกับศิลปินโดยตรงไม่น่าจะอนุญาตให้คนนอกเข้าไปวุ่นวายนี่นา

 

ก็คุณซึงฮวานนี่แหละที่แนะนำมา

 

หา?” คราวนี้สีหน้าแพทยิ่งเอ๋อกว่าเดิม ทว่าคุณอลิสไม่ได้ใส่ใจว่าแพทจะยังงงอยู่หรือไม่ เธอเร่งด้วยคำพูดพร้อมลากข้อมือเด็กหนุ่มไปด้วย

 

มาเร็วๆ เถอะ เดี๋ยวอดดูงานน่าเสียดายแย่

 

 

 

 

 

 

ตอนแรกแค่คิดว่าได้ตามมาดูการถ่ายทำก็ว่าโชคดีแล้ว นี่ยังได้เข้าไปดูงานจริงๆ อีก จะไม่ให้ดีใจยังไงไหว แพทเทิร์นยิ้มกว้างแทบหุบไม่อยู่ จะเพราะอะไรที่ทำให้คุณซึงฮวานช่วยเขาก็ช่างมันแล้ว โอกาสรออยู่ตรงหน้าใครจะยอมปล่อยไปง่ายๆ เขารีบเดินตามคุณอลิสไปที่เต้นท์ศิลปินซึ่งอยู่ด้านหลังของบ้านโบราณหลังกองถ่ายนี้เอง

 

ด้วยความตื่นเต้น ตอนที่เข้าไปในเต้นท์ แพทเทิร์นรีบก้มหัวทักทายให้ทุกคนอย่างที่คุณลุงลีเคยสอน คล้ายกับเป็นการไหว้ของไทยนั่นล่ะ อลิสแนะนำมินอาให้พวกเขาได้รู้จักกัน แพทเทิร์นตกใจไม่น้อยที่ได้รู้ว่ามินอาอายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้น เด็กกว่าเขาตั้งสองปี มีประสบการณ์ทำงานมาปีกว่าแล้วด้วย ทั้งทึ่งทั้งชื่นชม เขาบอกออกไปตามที่คิด แต่มินอาไม่ค่อยเข้าใจภาษาอังกฤษสักเท่าไหร่ ได้คุณอลิสช่วยแปลให้ พอเด็กสาวเข้าใจความหมายก็รีบโค้งขอบคุณแพทเทิร์นด้วยรอยยิ้มสดใส

 

แพทเจอกับแจวอนแล้วใช่ไหม?” อลิสหันมาถามเมื่อเห็นว่าเมเนเจอร์โบกมือทักทายมาจากอีกด้านของเต้นท์

 

ครับ เราเจอกันแล้วเมื่อครู่” แพทยิ้มกลับให้แจวอนพลางตอบอลิส

 

โอเค” อลิสตบมือ เธอหันมองซ้ายขวาแล้วบอกให้แพทไปนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวหนึ่งริมเต้นท์ “แพทจะจดอะไรหรือถามเรื่องงานได้หมด แต่อย่าถ่ายรูปอย่างเดียวเท่านั้น

ครับ ผมเข้าใจ” ตอบไปก็คุ้ยกระเป๋าเป้หาสมุดกับปากกาไปด้วย เงยหน้ามาอีกทีเห็นคุณอลิสกลับไปช่วยมินอาดูเสื้อผ้าต่อแล้ว

 

หลังจากดูอยู่หลายนาที แพทเทิร์นก็พอเข้าใจว่าทีมฝั่งคุณอลิสเป็นเพียงบริษัทที่ถูกว่าจ้างเรื่องเสื้อผ้าที่ใช้ถ่ายในมิวสิควีดีโอ เมื่อเสื้อผ้าถูกส่งมาแล้ว ทางสไตล์ลิสต์ของวงก็จัดการเองต่อ เหลือแต่คุณอลิสคนเดียวที่ยังอยู่รอตรวจสอบเสื้อผ้าหากว่ามีอะไรผิดพลาด

 

ความจริงแล้วแพทเทิร์นก็คิดอยู่ว่าชุดสองเซ็ทสุดท้ายนี้สวยมากพออยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเห็นมินอาเพิ่มลูกเล่นลงไปในชุดแต่ละชุดเขาถึงกับทึ่งในความลงตัวที่ไม่ได้มากเกินไปเลย โดยเฉพาะเมื่อศิลปินได้ลองใส่แล้วทำให้ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่นขึ้นมา เพราะแม้ชุดจะไม่ได้เหมือนกันแต่ยังคงเป็นแนวเดียวกันนั้นเรียบเกินไปหากจะขับคาแรคเตอร์ของแต่ละคนออกมา

 

ตอนนี้แพทเทิร์นรู้แล้วว่าใครคือยูมิน นักร้องที่ดีไซน์ชอบ ผู้ชายตัวสูงผิวออกแทนที่ดีไซน์ย้ำให้เห็นในคลิปและในรูปหลังเหตุการณ์ที่สนามบิน เวลานี้กำลังยืนห่างจากเขาไม่กี่ก้าว เจ้าตัวกำลังสำรวจเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่อย่างสนใจ

 

อืม ก็หล่อจริงอย่างที่น้องมันว่าน่ะแหละ

 

เวลาสามสิบนาทีหมดไปอย่างรวดเร็ว แพทเทิร์นไม่อิดออดที่ต้องรีบออกจากเต้นท์ศิลปิน เขาโค้งให้ทุกคนเช่นเดียวกับที่ทุกคนโค้งตอบกลับมา ไม่เว้นแม้แต่ตัวศิลปิน

 

แพทเทิร์นกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมตรงกองถ่าย ตอนนี้ฉากถูกเซ็ทเรียบร้อยแล้ว พระอาทิตย์ตกดินไปแล้วเหลือเพียงแสงไฟจากสปอตไลท์ที่ส่องลงมาตรงกลางลานโล่ง หลังเสียงผู้กำกับสั่งสแตนบายด์ ศิลปินทั้งห้าคนก็ออกมายืนตรงจุดมาร์ค และเมื่อการถ่ายทำเริ่มขึ้น แพทเทิร์นก็เพิ่งเข้าใจว่าการทำงานประเภทนี้เป็นอย่างไร

 

คำว่าโลกมายานั้นฟังไม่ไกลจากความเป็นจริงเลย เด็กหนุ่มแอบคาดหวังนิดๆ ด้วยว่าอยากเห็นมิวสิควีดีโอที่ตัดต่อเสร็จแล้วเร็วๆ

 

เกือบหนึ่งชั่วโมงที่การถ่ายทำยังคงดำเนินไป สั่งคัทไปก็หลายครั้งก็ยังไม่ดีพอที่ผู้กำกับจะปล่อยผ่าน ระหว่างที่นั่งมองกลุ่มบอยแบนด์เต้นอยู่นั้นเอง เก้าอี้ข้างๆ ที่ว่างมาตลอดก็มีคนมานั่ง

 

...เวลาอย่างนี้ทำไมไม่อยู่ใกล้ๆ เด็กของตัวเองนะ

 

แพทเทิร์นคิดในใจไม่หันไปมองคนที่เขาพยายามไม่สบตาด้วย แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจจะคุยหรือมองเขาเช่นกัน หากแต่แพทเทิร์นรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป อาจเป็นเขาที่รู้สึกไปเอง ก็จะให้ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวได้ยังไง ในเมื่อคนข้างๆ นี้คือคนที่เขาเคยไปนอนค้างด้วย ซ้ำยังทำเรื่องอย่างว่ากันอีก

 

โอ้ย แล้วนี่จะคิดขึ้นมาทำไมเนี่ย?!

 

“หิวหรือเปล่า”

 

“หะ?”

 

หันไปมองงงๆ ก่อนจะได้สติแล้วค่อยตอบ “ไม่หิวครับ”

 

“ตามมา”

 

“หะ?”

 

ทำหน้าเหวออีกรอบ แต่อีกคนไม่สนใจ ลุกขึ้นยืนเดินนำไปก่อน เด็กหนุ่มจึงจำต้องลุกตามไปแม้จะยังไม่เข้าใจก็ตามที

 

เวลาสองทุ่มกว่าพิพิธภัณฑ์ปิดให้บริการแล้ว หากแต่ด้านหน้ายังมีกลุ่มแฟนคลับรอเจอศิลปินอยู่หลายคน แพทเทิร์นได้ยินเด็กบางคนคุยกันเป็นภาษาจีนและญี่ปุ่น และเขาคิดว่าหูไม่ได้ฝาดที่ได้ยินภาษาไทยจากเด็กกลุ่มนึงที่นั่งอยู่ตรงต้นไม้ เขาหรี่ตามองกลุ่มนั้นเผื่อว่ามีน้องสาวตัวแสบของเขารวมอยู่ด้วย

 

อืม...ไม่มี รอดไปนะดีไซน์

 

ว่าแต่นี่จะเดินไปถึงไหนกันครับ?

 

กำลังคิดอย่างนั้น พอดีคนเดินนำก็หยุดตรงรถ Lexus สีขาวเสียก่อน เจ้าของรถแค่พยักหน้าให้ก่อนเปิดประตูเข้าไปนั่งฝั่งคนขับ แพทเทิร์นยังยืนนิ่งจนคนหล่อไม่แพ้ไอดอลเปิดกระจกเลิกคิ้วถาม

 

“ต้องให้ผมเปิดประตูให้ไหม?”

 

เท่านั้นเด็กหนุ่มก็ส่ายหน้าพรึ่บเดินอ้อมไปนั่งข้างคนขับอย่างว่าง่าย พลางคิดในใจว่าจะเลิกทำหน้านิ่งสักทีจะกลัวว่าความหล่อมันลดลงหรือยังไง

 

“เอ่อ...เรากำลังจะไปไหนกันเหรอครับ?” จับส่ายเข็มขัดนิรภัยไป ตาก็มองถนนข้างทางที่รถเคลื่อนผ่านไป

 

“ร้านอาหาร”

 

คำตอบที่ไม่ได้อ้อมค้อมเข้าใจง่าย แต่คนฟังกลับรู้สึกไม่พอใจเพราะมันสั้นเกินนี่แหละ ริมฝีปากบางเม้มแน่น จ้องเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มสองสัญชาติ อยากรู้ว่าฝ่ายนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ เอาแต่ทำหน้านิ่งอย่างนี้ไม่รู้บ้างหรือไงว่ามันทำให้คนอื่นเขาทำตัวลำบาก

 

นั่งเงียบมาจนถึงร้านอาหารขนาดใหญ่ ดูจากขนาดของตัวร้านและจำนวนรถที่จอดก็พอจะเดาได้ว่าเป็นร้านอาหารชื่อดังของเมืองนี้ แพทเทิร์นตื่นตากับห้องอาหารที่ถูกแบ่งเป็นห้องๆ ตามแต่ละหลังที่เรียงต่อกันเป็นสี่เหลี่ยม โดยเว้นพื้นที่ตรงกลางเป็นสวนขนาดหย่อม เขาเพิ่งเคยมากินร้านอาหารคล้ายบ้านโบราณขนาดใหญ่แบบนี้เป็นครั้งแรก

 

ดูเหมือนซึงฮวานจะจองห้องเอาไว้แล้ว เพราะแค่ฝ่ายนั้นบอกชื่อ พนักงานต้อนรับก็พาไปยังห้องด้านหนึ่งที่ถูกจัดที่นั่งเตรียมเอาไว้แล้ว นับจากเบาะที่วางรอบโต๊ะเตี้ยได้ประมาณสิบที่

 

แพทเทิร์นปล่อยให้ซึงฮวานเป็นคนสั่งอาหาร เขาตอบแค่ว่ากินได้ทุกอย่างยกเว้นหมา ระหว่างสั่งอาหารก็มีพนักงานสองคนยกเครื่องเคียงมาวางตามจำนวนเบาะที่นั่ง กระทั่งพนักงานรับออร์เดอร์บอกว่ารายการอาหารจะมาพร้อมกันทั้งหมดในอีกสามสิบนาที เธอโค้งให้แขกก่อนจะออกจากห้องไปพร้อมเลื่อนประตูไม้ปิดให้

 

ความเป็นส่วนตัวที่แพทเทิร์นไม่ต้องการดำเนินไปได้แค่สองนาที โทรศัพท์ของเขาก็สั่นครืดคราดอยู่ในกระเป๋าเสื้อฮูด ปลายสายคือคุณอลิส

 

“อะไรนะครับ?” จู่ๆ ก็ได้ฟังเรื่องไม่คาดคิด เผลอหันไปมองคนข้างตัวก่อนรีบหันกลับเข้าหากำแพง ถามปลายสายซ้ำอีกครั้ง “คุณอลิสแวะมารับผมก่อนไม่ได้เหรอครับ?”

 

‘ไม่ได้จริงๆ ฉันต้องขอโทษด้วยนะ ยังไงแพทก็อยู่ดูให้จบเถอะ โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะ อีกอย่างคุณซึงฮวานก็รับปากแล้วว่าจะไปส่งแพทให้ ตกลงตามนี้นะ

 

“ดะ...เดี๋ยวก่อนครับ คุณอลิส...คุณอลิส.......” แพทเทิร์นอยากจะร้องไห้ ไหงกลายเป็นเขาถูกทิ้งอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ เล่นยกทีมกลับกันไปทั้งรถไม่บอกเขาสักคำ ถึงจะบอกว่ามีงานด่วนก็น่าจะแวะมารับเขาก่อนก็ยังดี แต่คิดอีกที เขาเองก็ไม่ใช่พนักงาน จะโทษคุณอลิสก็ไม่ได้ ...งานคงจะด่วนมากจริงๆ น่ะแหละ

 

เฮ้อ!

 

ถอนหายใจพลางพับโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋า ก่อนหันไปหาคนข้างตัว

 

“เอ่อ...คุณอลิสบอกว่าคุณซึงฮวานจะไปส่งผม ...ใช่ไหมครับ?”

 

“ใช่”

 

ศีรษะเล็กผงกขึ้นลงว่าเข้าใจแล้ว เอื้อมไปหยิบแก้วน้ำมาดื่มแก้คอแห้ง ...ไปตกลงอะไรกันตอนไหนวะ?!

 

“คุณมีปัญหาอะไรหรือไง?”

 

น้ำแทบพุ่ง “แค่ก...อะไรนะครับ?”

 

“ผมถามว่าคุณมีปัญหาอะไรหรือไงที่จะต้องกลับกับผม”

 

มีสิ! ในใจคิดงั้น แต่ปากตอบไปว่า “ไม่มีนี่ครับ ผมต้องขอบคุณคุณด้วยที่กรุณาไปส่ง”

 

เจ้าของนัยน์ตาสีเขียวหรี่ลงเล็กน้อย และเพราะพวกเขานั่งกับพื้น การที่คนแขนยาวจะเอื้อมไปกักร่างเล็กให้อยู่ในวงแขนจึงไม่ใช่เรื่องยาก

 

แพทเทิร์นมองมือข้างหนึ่งของซึงฮวานที่เคลื่อนมาวางบนโต๊ะข้างตัว เหลียวมองซ้ายก็เห็นว่าอีกมือวางอยู่บนพื้นกักตัวเขาไว้ได้อย่างแทบไม่เหลือช่องทางให้หนี อันที่จริงก็ไม่เหลือเลยนั่นแหละ หลังของเขาติดกำแพงอย่างนี้จะไปหนีได้ยังไงกัน

 

แล้วจะยื่นหน้าเข้ามาทำไมครับเนี่ย?!

 

ใบหน้าหล่อเหลาแบบลูกครึ่งเอเชียผสมยุโรปขยับลงมาใกล้ จนคนหน้าตาเอเชียสุดๆ ต้องเอียงหน้าหลับตาหนี ยกธงขาวพ่ายแพ้ให้กับความหน้าตาดีที่สู้ไม่ได้แม้แต่น้อย

รู้แล้วครับว่าเป็นเทพบุตร ช่วยขยับไปห่างๆ เสียทีเถอะ พลีสสสส

 

“...............”

 

เงียบแบบนี้หมายความว่ายังไง แพทเทิร์นชั่งใจก่อนค่อยๆ ลืมตาเพื่อสบกับนัยน์ตามรกตตรงหน้า ระยะห่างที่ใกล้จนแทบรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายตรึงให้ดวงตาสีน้ำตาลของแพทเทิร์นไม่อาจละไปไหนได้

 

โดยไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาที่สบอยู่เมื่อครู่ก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นอีก พร้อมกับริมฝีปากนุ่มที่ทาบลงมาแนบสนิท

 

โอเค แพทเทิร์นไม่ได้รู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานหรือเหมือนเวลาหยุดเดิน ตรงกันข้าม เขารู้ว่าเวลาแต่ละวินาทีกำลังเดินไปอย่างปกติ แต่ที่เขาไม่รู้คือจูบนี้มันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ดูเหมือนว่าเขาจะปล่อยให้มันดำเนินไปอย่างไม่อาจห้ามได้ ทั้งปลายลิ้นที่แลกสัมผัส หรือซี่ฟันที่ขบกัดเบาๆ ล้วนทำให้สติล่องลอยหายไปในอากาศทั้งสิ้น

 

เหมือนความทรงจำเลอะเลือนของเมื่อสี่ห้าวันก่อนค่อยๆ ฉายชัดขึ้นมาในความรู้สึก จูบแบบนี้ใช่ไหมที่ทำเอาเขาที่เมามายในคืนนั้นลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปได้ สัมผัสอุ่นซ่านวาบหวามแบบนี้ใช่หรือเปล่าที่ทำให้จูบในวันนั้นเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ความนุ่มนวลในรสจูบของคิมซึงฮวานคนนี้ทำให้เขาไม่มีความคิดที่จะขัดขืนเลยแม้แต่นิดเดียว

 

กระทั่งเสียงเดินของคนกลุ่มหนึ่งดังอยู่หน้าประตูไม้ จูบที่ทำให้เบลอก็ผละจาก สติที่หลุดลอยถูกดึงกลับเข้าร่างอีกครั้ง เมื่อสายตาจับภาพตรงหน้าได้เป็นปกติ แพทเทิร์นก็รู้สึกหัวใจเต้นวูบเมื่อพบว่าตนเองเกาะเกี่ยวไหล่ของคิมซึงฮวานเสียอย่างกับจะอ้อนอย่างไรอย่างนั้น

 

จังหวะที่รีบชักมือกลับเป็นจังหวะเดียวกับที่บานประตูไม้ถูกเปิดออก เผยให้เห็นศิลปินหน้าตาดีทั้งห้าคนพร้อมเมเนเจอร์ที่ชื่อแจวอนเดินนำเข้ามา และใครอีกสองคนที่แพทเทิร์นจำได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นผู้กำกับ

 

แพทเทิร์นอยากจะร้องไห้ นอกจากจะเข้าหน้าคิมซึงฮวานลำบากมากกว่าเดิมหลายเท่าแล้ว ยังต้องมานั่งกินข้าวกับไอดอลกับผู้ใหญ่ที่ทำเอาเขาเกร็งไปทั้งตัวอีก

 

แล้วให้ตายเหอะ จูบเมื่อกี้มันหมายความว่าอะไร อยากจะถามก็ถามไม่ได้!

 

ทำไมมันยุ่งยากอย่างนี้เนี่ย?!

 

 

_______________________________

TBC

 

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up