Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 07

 
 

พอได้นอนแช่ในอ่างน้ำแล้วก็เหมือนจะสร่างเมาไปได้ในระดับหนึ่ง ดีนะที่ห้องน้ำนี้มีอ่าง เพราะแพทเทิร์นไม่รู้ว่าตัวเองจะยืนอาบฝักบัวไหวหรือเปล่า จากสายตาคนเมาอย่างเขายังเห็นว่าโลกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา

 

เขาพลิกตัวมาเกาะขอบอ่าง มองเสื้อผ้าสำหรับใส่นอนที่พับเรียบร้อยอยู่ตรงอ่างล้างหน้า แล้วให้นึกถึงเจ้าของห้องที่จัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้

 

ผู้ชายคนนั้นคือเมเนเจอร์ของนักร้องวงที่ดีไซน์ชอบ ไม่ผิดตัวแน่ แม้ว่าฝ่ายนั้นจะอยู่ในสภาพที่ผิดไปจากที่เคยเห็นไปเล็กน้อยก็ตาม ที่เคยเจอเจ้าตัวมักใส่ชุดสูทเรียบเนียบ แต่วันนี้ที่เห็นในผับจากความทรงจำเบลอๆ กลับใส่ชุดแฟชั่นทำให้ดูแปลกตา ทว่ากลับยิ่งทวีความหล่อเพิ่มมากขึ้นไปอีก แล้วยังตอนนี้ที่ใส่เสื้อยืดตัวบางแขนยาวเข้ารูปกับกางเกงผ้ายืดขายาวที่พร้อมนอนได้ทุกเวลานี่อีก บอกตามตรงว่าถ้าเป็นผู้ชายคนนี้ล่ะก็ สามารถใส่ชุดนี้ออกไปเดินเล่นได้เลย

 

ไอ้ช่วงขายาวๆ นั่นมันน่าหมั่นไส้จริงๆ เลยเหอะ

 

คนบ้าอะไร จะทำหรือไม่ทำอะไรก็ดูดีไปหมด

 

ไม่สิ ...ผู้ชายคนนี้มีข้อเสียใหญ่หลวงอย่างหนึ่ง ตรงที่ชอบทำหน้าดุๆ นี่แหละ

 

แพทเทิร์นลุกขึ้นจากอ่างน้ำอุ่นแสนสบายในที่สุด แม้ว่าใจจริงอยากอิดออดขอนอนแช่ต่อมากแค่ไหนก็ตาม เขาสำรวจชุดที่เจ้าของห้องเอามาให้ มันเป็นเสื้อยืดแขนยาวธรรมดาที่ไซส์ไม่ใหญ่เกินไป โชคดีที่ผู้ชายคนนั้นถึงจะสูงแต่กลับมีหุ่นผอมเพรียว กับกางเกงขายาวแบบผ้าสไตล์เดียวกับที่เจ้าของใส่อยู่ ซึ่งมันยาวเกินไปมากโขเมื่อมาอยู่บนขาสั้นๆ ของเขา

 

คนตัวเล็กในชุดหลวมโพรกค่อยๆ แง้มประตูดูสถานการณ์ภายนอก เขารู้จากอีกฝ่ายแล้วว่าเจ้าตัวมาเจอเขากับพายโดยบังเอิญในผับ แล้วก็บังเอิญอีกทีมาเห็นเขาโดนคุณลุงคนขับแท็กซี่โยนลงข้างทาง คนที่เคยเห็นหน้ากันไม่นานเลยสวมร่างพลเมืองดีเข้ามาช่วย อาจเพราะทนเห็นเด็กต่างชาตินอนกองเป็นซากขยะเปื่อยบนแผ่นดินตัวเองไม่ได้หรือยังไงก็ไม่อาจทราบได้ จากนั้นคนเมาไม่รู้เรื่องอย่างเขาก็เลยต้องมาอยู่ที่นี่นี่แหละ

 

เจ้าของห้องไม่อยู่ในห้องนอน แพทเทิร์นค่อยหายใจโล่งอก เดินไปหากระเป๋าตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะริมหน้าต่าง โชคดีที่เมาขนาดนั้นกระเป๋าเป้ก็ยังอยู่แน่นติดหลังไม่หายไปไหน เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเดินไปที่ระเบียง ทรุดตัวลงนั่งพิงประตูกระจกพลางต่อสายหาน้องสาว

 

“ไซน์ ขอโทษทีที่โทรมาตอนนี้” ตอนนี้ที่ว่าคือตีสี่ “พี่คงกลับไปตอนเช้านะ อืมๆ แล้วเดี๋ยวโทรหาอีกที”

 

ปิดฝาผับโทรศัพท์เกาหลีแล้วก็หยิบไอโฟนขึ้นมาเปิดดู ไม่แปลกใจที่เห็นข้อความของเบสท์เด้งขึ้นมาเป็นสิบๆ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือข้อความเพียงข้อความเดียวของพี่หนึ่ง เขารีบกดเข้าไปอ่านทันที เป็นข้อความที่เพิ่งส่งมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เอง

 

 

‘พายเล่าให้พี่ฟังแล้วนะว่าได้เจอกับแพท ถ้าแพทอยากคุยก็บอกเบอร์เกาหลีมา เดี๋ยวพี่โทรไปหา’

 

 

เรียวนิ้วเล็กรีบกดข้อความตอบกลับไปรวดเร็ว รอไม่ถึงหนึ่งนาทีเต็มเสียงริงโทนของโทรศัพท์เกาหลีก็ดังขึ้น เขารีบรับด้วยความรู้สึกที่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจ มันสับสนไปหมด

 

‘แพท...’ แค่เรียกชื่อ แค่ได้ยินเสียง เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้เกิดความหวั่นไหวขึ้นภายในอกได้

 

“พี่หนึ่ง เรื่องหมั้น เป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ” พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่นแล้ว แต่ก็ยากเกินกว่าจะทำได้

 

‘อืม’

 

เป็นคำตอบที่ไม่มีการลังเลเลยสักนิดเดียว แพทเทิร์นไม่อยากคิดเลยว่าพี่หนึ่งทำหน้าแบบไหนตอนที่ตอบ คงไม่พ้นตีหน้านิ่งเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย

 

“พี่หนึ่งคิดจะบอกแพทเมื่อไหร่ครับ”

 

‘ตอนแพทกลับมา’

 

ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเมื่อได้ฟังคำตอบ เท่ากับว่าพี่หนึ่งจะหมั้นโดยไม่สนใจว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรเลยอย่างนั้นสินะ

 

“ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้แพทกับพี่หนึ่งก็เลิกกันแล้ว...ใช่ไหมครับ”

 

‘ใช่’

 

น้ำในตาไหลออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่สนใจจะเช็ด ยังคงฝืนใจถามสิ่งที่อยากรู้

 

“คนที่พี่หนึ่งจะหมั้นด้วยคือใครเหรอครับ?”

 

‘พลอย’

 

เป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูเอาเสียเลย ในบรรดาคู่ควงของพี่หนึ่งเท่าที่เขารู้ไม่มีคนชื่อพลอยนี่? เหมือนคนปลายสายจะอ่านใจคนสงสัยได้ จึงได้เฉลยโดยไม่ต้องรอให้ถาม

‘พลอยเป็นคู่หมายของพี่ตั้งแต่เด็กน่ะ แพทไม่รู้จักหรอก เขาเพิ่งกลับมาจากอเมริกา’

 

คู่หมายตั้งแต่เด็ก?

 

คำคำนั้นดังก้องซ้ำไปมาอยู่ในโสตประสาท

 

พี่หนึ่งมีคู่หมายอยู่ก่อนแล้ว มีมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนจะได้รู้จักกับเขา ทั้งอย่างนั้นแล้ว ทั้งที่สุดท้ายแล้วไม่ว่ายังไงก็ต้องทิ้งเขาไป ทำไมพี่หนึ่งยังเลือกที่จะคบกับเขา ทำไมยังให้ความหวังทั้งที่มันไม่มีทางเป็นไปได้

 

หัวใจของเขา ความรู้สึกของเขา ความรักของเขา ...มันคืออะไรสำหรับพี่หนึ่ง

 

เจ็บจนไม่อาจกลั้นน้ำตาที่ไหลทะลักกลบดวงตาได้ ก้อนเนื้อในอกคล้ายถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็น

 

มันเจ็บ... เจ็บมาก

 

ริมฝีปากสีแดงสดถูกซี่ฟันขบกัดจนน่ากลัวว่าจะได้เลือด หากเจ้าตัวก็พยายามที่จะเอ่ยเสียงถามสิ่งที่คั่งค้างใจมาโดยตลอด คำถามที่ไม่เคยกล้าถามเพราะกลัวที่จะรู้คำตอบ กลัวความจริงที่ต้องเผชิญ

 

“พี่หนึ่ง...เคยรักแพทบ้างไหม”

 

ปลายสายเงียบไป เป็นความเงียบไม่ถึงหนึ่งนาทีที่คล้ายจะยาวนานสำหรับคนรอฟัง ก่อนคำที่แพทเทิร์นไม่เคยได้ยินจากปากคนที่ได้ชื่อว่าแฟนมาตลอดสามปีจะถูกเอ่ยออกมา

 

‘รักสิ’

 

“ฮึก...แล้วทำไมถึงเป็นแพทไม่ได้!” เสียงสะอื้นหลุดออกมาอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไป ทั้งน้ำตาและอารมณ์ต่างเป็นไปโดยสัญชาตญาณ

 

‘เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ต่อให้พี่รักแพทแค่ไหน เราก็เป็นได้แค่ที่เป็นอย่างที่ผ่านมา ...เข้าใจไหมแพท รักของพี่ไม่เหมือนรักของแพท ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่จะติดต่อแพท’

 

“พี่หนึ่ง เดี๋ยวก่อนครับ พี่หนึ่ง...”

 

เต็งหนึ่งเป็นฝ่ายตัดสายไปก่อน ทิ้งให้แพทเทิร์นได้แต่ถือโทรศัพท์แนบหูค้างอยู่อย่างนั้นด้วยอาการร้องไห้อย่างหนัก เขารู้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ พวกเขาจบกันแล้วจริงๆ

 

การที่ได้ฟังความจริงจากคนรัก มันโหดร้ายกว่าการฟังจากคนอื่น เพราะเศษเสี้ยวหนึ่งมันยังดื้อรั้นว่าสิ่งที่ได้ฟังมานั้นอาจเป็นแค่คำลวง พยายามหลอกตัวเองเช่นนั้น เพราะอย่างนั้น เมื่อความจริงถูกโยนลงมาตรงหน้าอย่างนี้แล้ว จะทำเป็นมองไม่เห็น ทำเป็นไม่ได้ยินก็คงไม่ได้อีกต่อไป

 

มีแต่จะต้องเผชิญกับมัน

 

แม้ไม่รู้ว่าจะต้องรับความจริงนั้นด้วยวิธีใดก็ตาม

 

 

 

เหตุการณ์มากมายไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิดราวกับสายน้ำ วันแรกที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นระหว่างเขากับพี่หนึ่ง มันเป็นแค่เย็นวันอังคารที่แสนธรรมดาเท่านั้น หากแต่วันที่แสนธรรมดานั้นกลับเปลี่ยนชีวิตเขาโดยสิ้นเชิง

 

เต็งหนึ่งมีอิทธิพลต่อเขามากเหลือเกิน ทั้งทางใจและทางกาย

 

ความรู้สึกแบบนี้หรือเปล่า ที่ทำให้คนอกหักหลายคนทนรับไม่ได้

 

มันทรมานแบบนี้ใช่ไหม...

 

แพทเทิร์นจมอยู่กับความคิดตัวเองอยู่นาน ก่อนสูดหายใจแรง ปาดน้ำตาทิ้ง ยันมือกับประตูกระจกค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เมื่อหันกลับเข้าห้องและก้าวเท้าไปได้เพียงก้าวเดียว เขาก็เห็นเท้าของใครอีกคนยืนขวางอยู่ เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเป็นเจ้าของห้องที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

ริมฝีปากบางฝืนเหยียดรอยยิ้ม ทำเหมือนคราบน้ำตาและร่องรอยจากการร้องไห้อย่างหนักบนใบหน้านั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ

 

“ขอบคุณและขอโทษที่ต้องมารบกวนคุณ ผมกำลังจะกลับแล้ว ไว้ผมจะซักเสื้อผ้ามาคืนให้ทีหลัง”

 

พอแพทเทิร์นก้าวขาจะเดินเลี่ยง ร่างสูงก็ขยับมายืนขวาง

 

คนตัวเล็กมุ่นคิ้วเงยหน้ามอง

 

“ถ้าอยากดื่ม ที่นี่มีให้ ไม่ต้องออกไปหาดื่มข้างนอก”

 

คราวนี้แพทเทิร์นกระตุกยิ้มขำ “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยากดื่ม?” อัจฉริยะมากครับ เพราะที่จะออกไปตอนนี้ก็เพราะอยากดื่มจริงๆ นั่นล่ะ

 

“แล้วตกลงอยากหรือเปล่า?” สีหน้าคนถามยังคงเรียบนิ่งไม่ต่างจากน้ำเสียง หากในความรู้สึกคนฟังแล้ว น้ำเสียงที่ได้ยินนี้มีอะไรบางอย่างที่ทำให้น่าเชื่อฟังมากกว่าความเป็นจริง

 

เหมือนกับรูปลักษณ์ของผู้ชายคนนี้ที่น่าดึงดูดอย่างร้ายกาจ

 

“คุณมีอะไรบ้างล่ะ?”

 

“อยากดื่มอะไรล่ะ?”

 

นัยน์ตากลมช้ำแดงกรอกเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ก่อนไปหยุดที่สายตาคนตัวสูงกว่า

 

“มีวิสกี้ไหม?”

 

ร่างสูงแค่พยักหน้ารับแล้วเดินออกจากห้องไป แพทเทิร์นเดินตามไปติดๆ พอออกจากห้องนอนแล้วก็เป็นห้องรับแขกขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายทว่าหรูหราดูดี เหมาะกับคนอาศัยที่สุด

 

อืม... คนเป็นเมเนเจอร์ให้นักร้องนี่มันรวยขนาดนี้เลยเหรอไง?

 

ร่างเล็กเลือกนั่งลงที่โซฟากลางห้อง หันมองรอบตัวอย่างต้องการหาความสนใจอื่นมากลบล้างสิ่งที่อยู่ในห้วงความคิดและห้วงอารมณ์ ยังมองไม่ทั่วดีเจ้าของห้องก็กลับมาพร้อมขวดวิสกี้และแก้วใสทรงเตี้ยหนึ่งใบ

 

“ขอบคุณครับ” แพทเทิร์นยกขวดวิสกี้ขึ้นเทใส่แก้วไม่รอช้า ดื่มไปก็เหลือบตามองคนที่นั่งอ่านหนังสือทำเหมือนไม่มีเด็กขี้เมาอยู่ในห้อง เห็นว่าอีกฝ่ายไม่สนใจเขาก็ไม่สนใจบ้าง ดื่มด่ำกับรสหวานของวิสกี้ไปพร้อมกับอารมณ์ชอกช้ำของตัวเอง

 

หลังจากดื่มหมดไปหลายแก้วท่ามกลางความเงียบก็หันไปหาคนที่นั่งโซฟาข้างกัน

 

“คุณนี่แปลกจัง ชอบพาคนแปลกหน้าเข้าบ้านแบบนี้บ่อยๆ เหรอ?”

 

“คุณเป็นคนแรก”

 

“จริงเหรอ? ว้าว รู้สึกดีจัง คิกๆ แล้วนี่กะจะมอมเหล้าแล้วทำอะไรไม่ดีผมหรือเปล่าเนี่ย?” ยกแก้วที่อีกคนเพิ่งรินเพิ่มให้ขึ้นชู

 

นัยน์ตาเรียวตวัดควับมาจ้องสบ พาเอาคนตัวเล็กเสียวสันหลังวาบ

 

“ปกติเวลาเมา คุณเป็นอย่างนี้ทุกครั้งหรือไง?”

 

คนตัวเล็กยักไหล่ “ไม่รู้สิ คนเมาใครจะจำได้? ว่าแต่คุณนั่นแหละ เมาก็ไม่ได้เมา ทำไมต้องมาทำใจดีกับผมด้วย?”

 

“ต้องมีเหตุผล?”

 

“ก็ต้องมีสิ! ผมเคยแอบถ่ายคลิปศิลปินในความดูแลของคุณนะ คุณน่าจะไม่ชอบผมสิถึงจะถูก”

 

“อยากให้ไม่ชอบ?”

 

“ก็ไม่ใช่แบบนั้น แต่มัน...อ๊า! แปลกๆ อ่ะ! แต่ที่แปลกที่สุดคือการที่ผมมานั่งดื่มวิสกี้อยู่ตรงนี้น่ะแหละ! แพทเทิร์นพูดเสียงดังแล้วพยักหน้ารุนแรงจนเซลงไปนอนพิงพนักโซฟา เขาหลุดหัวเราะอย่างห้ามไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ถูกเติมลงในกระแสเลือดอีกครั้ง และอีกส่วนหนึ่งก็เพราะเขารู้สึกอยากหัวเราะ อยากหัวเราะให้กับความเสียใจที่รู้ดีว่าต่อให้ร้องไห้มากแค่ไหน ทุกอย่างก็ยังคงต้องดำเนินไป

 

เดือดร้อนคนตัวสูงต้องจับร่างอ่อนปวกเปียกนั้นให้ลุกขึ้นนั่งดีๆ ทว่าคนตัวเล็กที่ได้ดื่มของเมาอีกครั้งกลับดิ้นไปมาพยายามขัดขืน ก่อนจะหมดแรงเอาดื้อๆ พาเอาคนที่ต้านแรงสู้อยู่เสียหลัก ท่อนแขนยาวไหลลงกอดเอวเล็กคอด ช่วงตัวบนพุ่งเข้าหาร่างในวงแขน ปลายจมูกโด่งแตะโดนซีกแก้มนุ่มร้อน

 

ตึกตัก

 

ตึกตัก

 

ไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงเต้นของเส้นเลือดที่เต็มไปด้วยแอลกอฮอล์ หรือเป็นเสียงเต้นที่ดังมาจากในอกกันแน่

 

แพทเทิร์นมองสบนัยน์ตาสีมรกตที่อยู่ใกล้กันจนแทบนับเส้นขนตาได้ แล้วพาให้เกิดความรู้สึกวูบโหวงแปลกประหลาด กระแสไฟฟ้าเหมือนจะแล่นผ่านกลางอก ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงไปเสียเฉยๆ หากแก้วที่เกือบจะร่วงจากมือเล็กก็ถูกรวบไว้ได้ทันจากมือที่ใหญ่กว่า

 

แพทเทิร์นกลั้นหายใจไม่รู้ตัวเมื่อริมฝีปากบางที่เห็นอยู่เมื่อครู่เคลื่อนต่ำลงแนบกับริมฝีปากของตนเอง

 

มันไม่ใช่แค่แตะสัมผัส แต่เป็นจูบที่เรียกร้องมากกว่านั้น ชั้นเชิงที่มีมากกว่าทำให้คนที่ยังมึนเบลอเผลอไผลอารมณ์คล้อยตาม เผยอริมฝีปากตอบรับเรียวลิ้นอุ่นร้อน เกี่ยวรัดพัวพันด้วยแรงอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จูบรุ่มร้อนต่อเนื่องเกือบนาทีเต็มก่อนจะผละออกจากกัน

 

แพทเทิร์นนอนหอบหายใจหนัก นัยน์ตาเลื่อนลอยชั่วขณะ กระทั่งสายตาจับภาพใบหน้าของคนที่ยังคร่อมร่างของเขาไว้กับโซฟา เห็นริมฝีปากบางเซ็กซี่คู่นั้นจุดยิ้มมุมปาก

 

เท่านั้นสติที่ล่องลอยก็กลับเข้าที่เข้าทาง อาการเขินแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า ร่างสูงผละออกจากร่างเล็กกลับไปนั่งไขว่ห้างเช่นเดิม ในขณะที่แพทเทิร์นอึกอักเล็กน้อยตอนขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าแก้วบนโต๊ะขึ้นเทของเหลวที่เหลืออยู่ลงคอจนหมดในคราวเดียว พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หันไปมองคนด้านข้าง

 

เมื่อกี้มันอะไรกัน ...จูบเมื่อกี้มันอะไรกันครับ!

 

ระหว่างที่แพทเทิร์นรินวิสกี้ให้ตัวเองอย่างต่อเนื่อง อีกคนก็มองพฤติกรรมนั้นอย่างไม่ละสายตา มองอย่างให้เจ้าตัวรู้ว่ากำลังถูกมอง

 

จนในที่สุดคนตัวเล็กก็ทนไม่ไหว หันไปจ้องสายตาตอบ

 

“นี่ คุณจะมองอะไรนักหนาไม่ทราบ?” แล้วต่อท้ายภาษาไทยว่า “โรคจิตป่ะเนี่ย”

 

“คิมซึงฮวาน”

 

“หะ?”

 

“ชื่อของผม”

 

“อ๋อ” พยักหน้าหงึกหงัก “คุณคิมซึงฮวานครับ ไม่ทราบว่าจะมองหน้าผมหาอะไรครับ?”

 

แพทเทิร์นทำหน้ากวน แต่แน่นอนมันไม่ได้ดูกวนอารมณ์ตรงไหนเลยนอกจากดูน่ารัก

 

คนชื่อคิมซึงฮวานยังคงตีสีหน้าดุ คือแค่ทำหน้านิ่งๆ ก็ดูดุแล้วแม้ว่าจะหล่อก็เหอะ เขาล่ะสงสัยจริงๆ ว่าคนหน้าตาอย่างนี้แทนที่จะเป็นเมเนเจอร์ ทำไมไม่เป็นไอดอลไปเองเสียเลย

 

“ผมกำลังดู ว่าเมื่อไหร่คุณจะเลิกฝืนเสียที”

 

พูดเรื่องอะไร?

 

“ฝืน?”

 

ซึงฮวานชะโงกหน้าหล่อๆ ลงไปใกล้เล็กน้อย แต่แพทเทิร์นกลับหนีห่างจมศีรษะตัวเองลงกับโซฟา หากเรียวนิ้วยาวก็ยังตามมาเกลี่ยเบาๆ ที่หางตาได้

 

“ทำไมต้องฝืนกลั้นน้ำตา ถ้าอยากร้องไห้ ก็ร้องออกมาเลยสิ”

 

แพทเทิร์นมองสบสายตาคมที่จ้องลึกเข้ามา เขาไม่รู้ว่าหลังแววตาลึกลับนั้นซ่อนอะไรไว้ ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ต้องการอะไร ...แต่ถึงอย่างนั้น ความจริงตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้อยากจะรับรู้อะไรมากมายนักหรอก จะมาดีก็ช่าง มาร้ายก็ช่าง สิ่งที่ต้องการในเวลานี้ไม่ใช่การพูดคุยถามหาเหตุผลหรือความจริงจากคนแปลกหน้า ที่เขาต้องการคือลืมความเสียใจที่คุกรุ่นอยู่เต็มอกนี้ต่างหาก ทว่าแม้แต่เหล้าก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลย แล้ว... ถ้าหากเป็นคิมซึงฮวานคนนี้ล่ะ จะช่วยอะไรเขาได้บ้างไหมนะ?

 

บางทีอาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ที่ทำให้อารมณ์อยู่เหนือความคิด และบางทีอาจเป็นเพราะรักที่สลาย ที่ทำให้หัวใจโหยหาเรียกร้องสิ่งนั้นกลับคืน

 

ท่อนแขนบางคล้องรอบลำคอร่างสูง แพทเทิร์นเป็นฝ่ายยื่นริมฝีปากเข้าหาก่อน เพียงแค่แตะสัมผัสกันเบาๆ แล้วช้อนดวงตาที่ช้ำไปด้วยร่องรอยแห่งการร้องไห้ขึ้นมอง

 

ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดให้วุ่นวาย แค่สายตาก็เพียงพอจะสื่อความหมาย

 

ซึงฮวานลูบผิวแก้มนุ่นเบาๆ คล้ายต้องการถาม และคำตอบที่ได้รับกลับมาคือวงแขนเล็กทั้งสองข้างที่กอดรอบบ่ากว้าง ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่แกร่ง ไม่ขัดขืนดิ้นรนยามเขาช้อนร่างอุ้มขึ้นแนบอก

 

ตึกตัก

 

ตึกตัก

 

เสียงหัวใจเต้นดังชัดเจน แพทเทิร์นได้ยินมันดังออกมาจากอกกว้าง เขาเอียงศีรษะขยับลงใกล้เพื่อฟัง ทาบฝ่ามือลงไปเพื่อจับจังหวะ ในความรู้สึกตอนนี้ เสียงหัวใจเต้นของคิมซึงฮวานมันช่างให้ความรู้สึกสงบเหลือเกิน เหมือนเสียงระฆังในโบสถ์ที่ทำให้คนฟังรู้สึกสบายใจ

 

...และรู้สึกอบอุ่น

 

ในห้องนอนที่มีเพียงแสงไฟสลัว แพทเทิร์นมองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่อุ้มเขาลงวางกลางเตียง ใบหน้าดวงนั้นยังคงเรียบเฉยแม้ขณะที่ขยับขึ้นมาคร่อมร่างของเขา หากแพทเทิร์นก็ยังสังเกตเห็นประกายไหววูบในดวงตาเรียวคู่นั้น ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะเคลื่อนต่ำลงมา แนบริมฝีปากร้อนระอุกับซอกคอของเขา พร้อมกับมือที่ถลกเสื้อเขาขึ้นช้าๆ

 

ความร้อนจากสัมผัส ปลุกสายธารแห่งความต้องการขึ้นราวกับเปลวเพลิง แพทเทิร์นครางยามถูกจูบไปทั่วทั้งแผ่นอก สติเริ่มถูกชักพาไปไกล สมองเริ่มว่างเปล่า ความทรงจำในอดีตที่ตอกย้ำเข้ามาไม่หยุดเริ่มเลือนราง

 

จะเป็นอย่างไรก็ไม่สนแล้ว แค่ขอให้ไม่ต้องทนทรมานกับความทรงจำพวกนั้น ไม่ต้องทนรับความรู้สึกที่แสนปวดร้าว แค่ผ่านคืนนี้ไป แค่ช่วยให้เขาก้าวข้ามช่วงเวลานี้ไปได้ ขอเพียงแค่นี้เท่านั้น

 

ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ก็ไม่สำคัญอีกแล้ว…

 

 

 

 

...ซะที่ไหนล่ะวะ?!

 

แปดโมงเช้าพอดีเป๊ะที่แพทเทิร์นลืมตาขึ้นมาเพราะอาการปวดหัวจากการแฮงค์ แล้วพบว่าตัวเองนอนขดอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกับเมเนเจอร์สุดโหด ที่ถึงแม้ว่าจะโคตรหล่อแม้แต่ตอนที่หลับก็เหอะ ยังไงในความทรงจำของเขาผู้ชายคนนี้ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี มือขาวจัดที่แทบไม่โผล่ออกมาจากแขนเสื้อตัวยาวยกขึ้นตะปบศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมยุ่งเหยิงของตัวเองอย่างต้องการนึกย้อนไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืน ซึ่งมันก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้เอง

 

จำได้ว่าเมาอยู่กับพาย ไปผับกับพาย ถูกแท็กซี่ทิ้งลงกลางทาง แล้วก็ตื่นมาอ้วกที่นี่ แล้วก็ดื่มวิสกี้ แล้วก็...

 

ใบหน้าหวานซีดขาวยิ่งกว่าเดิมเมื่อหันขวับไปมองคนในความทรงจำสุดท้าย

 

อ๊ากกกก นี่เขาทำอะไรลงไปวะเนี่ย!!!

 

ทึ้งผมแล้วก็ได้แต่กรีดร้องในใจ เขายังไม่อยากทำให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาตอนนี้ ต้องไม่ใช่ตอนที่เขายังนั่งหัวโด่อยู่บนเตียงในผ้าห่มผืนเดียวกันอย่างนี้

 

โอเคล่ะว่าพวกเขาไม่ได้มีเซ็กส์กันจนถึงขั้นนั้น ซึ่งเขามั่นใจมากว่าจำไม่ผิด แต่การที่เขาถูกช่วยจนเสร็จคามือ...(เหลือบมองนิ้วมือเรียวยาวที่วางอยู่ข้างๆ )...มันก็น่าอายมากเกินพอแล้วเหอะ! แล้วเขายังอุตส่าห์จะจำได้ว่าเสร็จไปทั้งหมดสามครั้งอีกนะ โอ้ย ให้ตายยังไงก็ทนลอยหน้าลอยตาอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ ยังไงก็ต้องรีบออกไปจากสถานการณ์ฉุกเฉินให้เร็วที่สุด

 

ร่างเล็กค่อยๆ ขยับตัวลุกออกจากเตียง พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ส่งเสียงตอนที่คว้ากระเป๋าตัวเองขึ้นสะพาย คิดว่าเสื้อผ้าทิ้งไว้ที่นี่ไปเลยก็ได้ เพราะให้ตายยังไงเขาก็ไม่มีทางรอผู้ชายคนนี้ตื่นขึ้นมาแน่ๆ

 

กว่าจะโล่งใจสูดอากาศได้สะดวกก็ตอนที่ออกมายืนจับหน้าอกอยู่หน้าประตูห้องพักตรงทางเดินของชั้นที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้ เหลียวซ้ายแลขวาแล้วพอจะเดาได้ลางๆ ว่าเป็นคอนโดที่ไหนสักแห่ง ซึ่งที่ชั้นนี้มีแค่สองห้องเท่านั้น อืม จะเรียกว่าเป็นบ้านก็ว่าได้ล่ะนะ

 

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เพราะเขาจะไม่มีวันกลับมาเหยียบที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง

 

พระเจ้า ขออย่าได้เจอกันอีกเลยเถอะ!

 

 

 

แพทเทิร์นขยี้หัวตัวเองแรงๆ ขณะยืนรอขบวนรถไฟใต้ดินในสถานียออีโด ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคอนโดของผู้ชายคนนั้นอยู่แถวไหน ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสถานีโทรทัศน์ชื่อดังที่เคยมากับคุณลุงลีเมื่อวันก่อน

 

ยืนหน้ามึนบวกง่วงและแฮงค์เล็กน้อย เห็นสภาพตัวเองจากกระจกใสตรงหน้าแล้วเหมือนคนเพิ่งลุกจากเตียงมาทั้งอย่างนั้น ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นนั่นล่ะ มองไปมองมาแล้วก็เพิ่งสังเกตเห็นอีกอย่าง ลองขยับเข้าไปใกล้กระจกอีกนิด เมื่อเห็นชัดแล้วก็รีบตะปบปากตัวเอง ก่อนจะร้องซีดออกมาเบาๆ

 

ก็พอจะจำได้ว่าทั้งถูกจูบและเป็นฝ่ายจูบนับครั้งไม่ถ้วน แต่จำไม่ได้ว่าจูบกันแรงขนาดไหนมันถึงได้ทั้งบวมแถมยังแตกอีกต่างหาก แล้วเฮ้ย นี่มันรอยกัดนี่เว้ย! เอียงคอส่องแล้วแทบจะเป็นลม นี่มันรอยคิสมาร์คหรือรอยถูกทำร้ายกันแน่ ไม่เคยถูกทำทั้งกัดทั้งดูดต้นคอจนมันเป็นสีเขียวช้ำม่วงแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ

 

แพทเทิร์นหันมองคนรอบตัวแล้วให้เพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังถูกมอง เขาไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นมองเพราะท่าทางยุกยิก อีกทั้งหน้าตาก็น่ารัก แถมเสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูหลวมเกินตัวยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีก แต่ดันเข้าใจไปว่าคนเหล่านั้นมองอย่างสงสัยเรื่องคิสมาร์คและสภาพเหมือนโดนฟัดมา จึงรีบหดคอถอยกลับไปยืนชิดกำแพง คุ้ยหาหมวกในกระเป๋ามาใส่ ก้มหน้าก้มตารอรถไฟอย่างสงบเสงี่ยม

 

คิดว่าจะได้พักผ่อนแล้วเมื่อลากตัวเองกลับไปถึงห้องพักที่กึมโฮได้ในที่สุด แต่กลับต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นน้องสาวออกมานั่งแทะขนมปังที่พื้นหน้าประตู ดักเขาแบบไม่ปล่อยให้รอดไปได้ง่ายๆ

 

“พี่แพทไปค้างกับใครนะ? ไหนเล่าให้ละเอียดๆ หน่อยสิ ที่โทรมาเมื่อคืนมันไม่เคลียร์”

 

“ขออาบน้ำก่อนได้ไหม”

 

แพทเทิร์นพยายามก้มหน้าหลบสายตาน้องสุดฤทธิ์ หวังให้หมวกช่วยปิดอะไรก็ตามบนใบหน้าที่อาจบอกให้น้องสาวรู้ได้ว่าเขาเป็นอะไรหรือทำอะไรมา

“อี๋ นี่พี่แพทอาบน้ำด้วยเหล้ามาหรือไง”

 

ตอนแรกดีไซน์จะไม่ปล่อยไปง่ายๆ แต่ได้กลิ่นแอลกอฮอลล์ที่โชยมาแล้ว กับสภาพหน้ายับๆ ของพี่ชายก็จำต้องยอมเปิดทางให้ ซึ่งแพทเทิร์นก็แอบคิดว่าดีที่น้องสาวเข้าใจไปว่าที่หน้าเขาโทรมแบบนี้เพราะเหล้า ดีนะแผลที่ปากมันอยู่ด้านใน

 

“ก็จะรีบไปอาบน้ำอยู่นี่ไงล่ะ”

 

โอ้ย พูดแต่ละคำนี่เจ็บซีดๆ

 

คนถูกปล่อยตัวชั่วคราว แม้อยากจะหลับมันคาอ่างอาบน้ำก็ทำไม่ได้ แถมยังหน้าร้อนวูบเมื่อถอดเสื้อผ้าแล้วเห็นว่าตามตัวมีร่องรอยเป็นจ้ำตรงนั้นตรงนี้เต็มไปหมด คิดไม่ออกเลยว่าผู้ชายหน้าตายคนนั้นมีสีหน้าแบบไหนตอนที่ทำเรื่องอย่างนี้กับเขา

 

ไม่สิ จะไปอยากรู้ทำไมว่าหมอนั่นมีสีหน้าแบบไหน บ้าหรือเปล่าวะเรา

 

สะบัดศีรษะที่เปียกน้ำแรงๆ แล้วคว้าเสื้อผ้ามาใส่ ถอนหายใจอีกทีกับชุดที่แขวนอยู่กับราว ถ้าอุบอิบไม่เอาไปคืนจะเป็นอะไรไหม ดูจากห้องพักแล้วถ้าไม่เอาไปคืนก็คงไม่เดือนร้อนหรอกมั้ง

 

คิดเองเสร็จสรรพแล้วก็ค่อยสบายใจที่ไม่ต้องไปเจอหมอนั่นอีกครั้ง

 

ถูกล่ะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ได้ทำให้เขาเสียหายอะไร พวกเขาก็ไม่ใช่เด็กแล้วด้วยการจะมีเซ็กส์ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ อันที่จริงจะว่าเซ็กส์ก็ไม่เชิงเพราะมันก็แค่การใช้มือช่วยกันเท่านั้น และที่สำคัญเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ไม่มีใครเสียเปรียบทั้งนั้น แต่ที่มันแย่เนี่ยคือเขาอายต่างหากล่ะ ไม่ต้องเจอกันอีกเป็นดีที่สุด

 

เดินออกมาจากห้องน้ำก็เจอน้องสาวนั่งรออยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว แถมยังตบเตียงแปะๆ เป็นเชิงบอกให้มานั่งข้างๆ คือกะว่าฟังจบแล้วจะปล่อยให้นอนว่างั้น

 

“พี่แพทใส่ชุดใครกลับมา?”

 

ว่าจะรีบโยนลงตะกร้าแต่ก็ไม่ทันเด็กช่างสอดรู้ เอ้ย ช่างสังเกต

 

“ของพาย พี่ก็บอกแล้วไงว่าเมื่อคืนค้างกับพาย” เห็นน้องสาวหรี่สายตามองก็อธิบายต่อ “พอดีพี่อ้วกน่ะ เลยต้องเอาของพายมาใส่”

 

ดีไซน์พยักหน้าอือออ “แล้วตกลงเมื่อคืนพี่แพทไปไหน ดื่มอะไรจนเช้าขนาดนั้นอ่ะ”

 

“พายชวนเข้าผับน่ะ” เขาตอบพลางเดินเช็ดผมมานั่งลงที่เตียง

 

“ผับเหรอ! ผับที่ไหน? เจอคนหล่อๆ มั่งป่ะ?” น้ำเสียงดี๊ด๊าขึ้นมาทันที สีหน้าแสดงอาการอยากรู้มาก

 

พี่ชายเลยดีดหน้าผากน้องไปทีหนึ่ง “น้อยๆ หน่อย เรานี่บ้าผู้ชายมากไปละนะ”

 

“มากที่ไหน ไซน์ก็เลือกนะ ไม่ได้บ้าไปหมดทุกคนซะหน่อย” เด็กสาวทำหน้ายู่ ก่อนยิ้มกริ่ม “...แล้วเป็นยังไงอ่ะ ผับเกาหลีอ่ะ”

 

“อืม ก็ดี คล้ายๆ ที่ไทยแหละ”

 

“หื้อ ไม่จริงอ่ะ” ส่ายหัวพั่บ แล้วพูดหน้าตาย “ไม่คล้ายเลยต่างหาก เพราะผับที่นี่มีคนเกาหลี แต่ผับที่ไทยมีคนไทย เห็นมะ ต่างกันเห็นๆ” ทฤษฎีเด็กเกรียนไอดอลเกาหลีมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

 

“เออๆ” แพทเทิร์นพยักหน้าไม่เถียง มองหน้าน้องสาวแล้วหยุดคิดนิดนึง ก่อนพูดต่อ “...พี่เจอเมเนเจอร์คนนั้นที่ผับด้วย”

 

“คนไหนอ่ะ?”

 

“ก็คนที่ดูแลวงที่ไซน์ชอบไง”

 

“อ๋อ ห๊ะ! จริงอ่ะ!! แล้วเจอยูมินด้วยหรือเปล่า?!!”

 

แพทเทิร์นหยุดอาการตื่นตูมของน้องสาวด้วยการดีดหน้าผากมนนั้นไปอีกที “เจอแค่เมเนเจอร์คนเดียว ...ว่าแต่พี่สงสัย เมเนเจอร์นี่ไม่ต้องอยู่กับศิลปินตลอดเวลาเหรอ?”

 

ดีไซน์ยกนิ้วชี้ขึ้นส่ายไปมาตรงหน้าหวานๆ ของคนเป็นพี่ “จำไม่ได้เหรอที่ไซน์เคยบอกอ่ะ ว่าเมเนเจอร์คนนี้มีแบคเป็นคนใหญ่คนโต จะเป็นเมเนเจอร์ทั้งทีก็ต้องเป็นระดับบอสสิ ไม่ใช่เมเนเจอร์ไก่กาอาราเร่ที่ต้องขับรถ หาข้าวหาน้ำ ดูแลที่พักให้ศิลปิน คนนี้อ่ะคุมทั้งหมดอีกที จะเห็นอยู่กับศิลปินตลอดเวลาจริงๆ ก็ตอนออกนอกประเทศนั่นแหละ พี่แพทจำเมเนเจอร์หน้าตาตี๋ๆ ที่ไซน์เคยชี้ให้ดูได้ป่ะ นั่นอ่ะเมเนเจอร์ที่อยู่กับเมมเบอร์ตลอดเวลา ส่วนคนหล่อๆ คนนี้อ่ะจะเรียกว่าบอสก็ได้แหละ”

 

“อ่าว แล้วจะมาเป็นเมเนเจอร์ทำไม ถ้าพาวเวอร์มีมากขนาดนั้น” แพทเทิร์นไม่เข้าใจ

 

เป็นอีกครั้งที่น้องสาวทำหน้ากูรูรู้ทุกเรื่อง “คนเกาหลีไม่เหมือนคนไทยนะพี่แพท เรื่องอายุเนี่ยสำคัญมาก ก่อนจะรับตำแหน่งใหญ่ ต้องผ่านตำแหน่งเล็กก่อน เลื่อนขั้นขึ้นมาเรื่อยๆ ตามอายุงาน ขืนเอาเด็กไปคุมผู้ใหญ่แล้วมันจะไปน่าเชื่อถืออะไรเล่า เค้าเคารพรุ่นพี่รุ่นน้องกันจริงจังด้วยนะ นับอายุกันด้วยเดือนเลยแหละ”

 

“ขนาดนั้นเลย?” แพทเทิร์นนึกทึ่งไม่น้อย ถ้าเป็นคนไทยนี่ขอแค่มีเงินมีคนหนุน กระโดดพรวดเดียวนั่งแท่นประธานได้เลย อืม อย่างนี้นี่เอง มีเงินก็ใช่ว่าจะทำอะไรได้ตามใจ แบบนี้ก็แฟร์เหมือนกันแฮะ วัดกันที่ความสามารถ

 

ถ้าอย่างนั้นเรื่องห้องพักบนคอนโดหรูนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร แพทเทิร์นคิดตามแล้วเข้าใจขึ้นมาทันที

 

“ว่าแต่ได้เจอกันแล้วเป็นยังไงอ่ะ? เค้าจำพี่แพทได้ป่ะ? อ๊ะ หรือเค้าต่อว่าพี่แพทเรื่องแอบถ่ายวันนั้น?”

 

“เปล่าๆ พี่แค่เห็นเฉยๆ เค้าไม่เห็นพี่” โกหกคำโต ขืนน้องสาวรู้เรื่องจริงมีหวังเรื่องยุ่งแน่

 

คิดเล่นๆ เอาแล้วกันว่ามันยุ่งยังไง ยกตัวอย่าง ดีไซน์อาจจะยื่นข้อเสนอถวายพี่ชายใส่พานให้เมเนเจอร์นั่นเพื่อแลกกับบัตรมีตติ้งวีไอพีอะไรทำนองนั้น ฮึ่ย แค่คิดก็สยองแล้ว!

 

“ยังอยากรู้อะไรอีกไหม พี่ง่วงจะแย่แล้ว ปวดหัวด้วย”

 

เด็กสาวยู่ปาก “อือๆ ไม่กวนแล้วก็ได้ อ่ะ เกือบลืม แล้วพี่พายเป็นยังไงบ้าง ไซน์ไม่ได้เจอพี่พายมาตั้งสองปีแล้ว ยังหล่อเหมือนเดิมป่ะ?”

 

“ยิ่งกว่าเดิม” อวยเพื่อนนิดนึง

 

“กรี๊ดดดด ไซน์อยากเจอพี่พายอ่ะ!” ในสายตาของดีไซน์ เธอเห็นพี่พายคนนี้เป็นเหมือนไอดอลมาตั้งแต่สมัยฝ่ายนั้นเป็นนักเรียนมัธยมแล้ว ผิวขาวๆ ปากแดงๆ จมูกโด่งๆ โอ้ย หล่อไม่มีคำบรรยาย อ้อ เธอยังเป็นแฟนคลับของพี่พายด้วยนะ

 

“คงไม่ได้เจอแล้วล่ะ วันนี้พายกลับไทย แล้วอาทิตย์หน้าก็จะกลับไปอังกฤษ”

 

ฝันสลายลงในบัดดล “โธ่ นึกว่าจะได้เจอพี่พาย อดถ่ายรูปไปอวดเพื่อนเลยอ่ะ ถ้าพวกนั้นเห็นนะต้องกรี๊ดแน่ๆ”

 

“ไว้รอปีใหม่ละกัน เดี๋ยวพี่บอกพายให้ว่าไซน์อยากเจอ”

 

“อร๊าย~ รักพี่แพทที่สุดเลย มาๆ นอนๆ พี่แพทกินไทลินอลยัง ยังเหรอ งั้นเดี๋ยวไซน์ไปหยิบให้ พี่แพทนอนรอไปเลยไม่ต้องลุก” จัดการเองเสร็จสรรพ คว้าผ้าห่มขึ้นห่มให้พี่ชายจนชิดปลายคางแล้วเดินลัลล้าอารมณ์ดีออกไปหยิบยา

 

แพทเทิร์นส่ายหน้าขำ เขาว่าเด็กผู้หญิงนี่ก็ตลกดี แต่บางทีก็น่ากลัวเกิ๊น

 

อืม...พูดถึงพายขึ้นมาแล้ว นี่เขาลืมเรื่องพี่หนึ่งไปเลยเหรอเนี่ย? มัวแต่คิดถึงเรื่องเมื่อคืนกับหมอนั่น เอาเถอะ ถึงมันจะน่าอาย แต่ก็ช่วยเขาไว้ได้จริงๆ

 

ขออย่างเดียว ไม่ต้องเจอกันอีกจะดีมาก

 

 

_______________________________

TBC

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up