Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 05

 

 

 

“หูย เห็นแล้วอยากแต่งงานเลยอ่ะ!”

 

เสียงตื่นเต้นบ่งบอกหน้าตาว่าตื่นเต้นไม่แพ้กันดังมาจากเด็กสาวที่ยืนตะลึงตาค้างอยู่กลางร้านเว้ดดิ้งสุดหรูในย่านกังนัม

 

ด้วยความที่กลัวว่าลูกค้าภายในร้านจะหนีหาย คนเป็นพี่จึงรีบคว้าแขนน้องให้ออกเดินตามผู้ใหญ่ที่เลี้ยวไปทางประตูอีกฝั่งของโซนรับรองลูกค้า

 

“เกรงใจคุณลุงลีหน่อยสิไซน์” เขาเอ็ดน้องสาวเสียงเบาขณะฉีกยิ้มกว้างเมื่อเจ้าของร้านคนสวยหันมามอง

 

ดีไซน์ผงกศีรษะให้เจ้าของร้านด้วยรอยยิ้มกลับไป แล้วหันไปย่นจมูกใส่คนข้างๆ “โธ่พี่แพท ก็คนมันตะลึงนี่นา ชุดแต่งงานที่โชว์สวยๆ ทั้งนั้นเลย ม๊าน่าจะเปิดห้องเสื้อเว้ดดิ้งบ้างเนอะ”

 

ความจริงร้านแม่ของพวกเขาไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าตัดเสื้อผ้าแบบไหน ชุดแต่งงานก็เคยตัดให้ลูกค้ามาแล้ว เป็นงานออร์เดอร์สั่งตรงเสียมากกว่า เสื้อผ้าที่โชว์พร้อมขายส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ได้หลายโอกาส

 

“พี่แพทรู้จักเจ้าของร้านคนนี้ป่ะ?” ดีไซน์ถามระหว่างเดินตามขึ้นไปชั้นสอง

 

“เหมือนจะเคยเห็นในข่าวแฟชั่นห้องเสื้อของปีที่แล้วนะ แต่ไม่แน่ใจว่าคนเดียวกันหรือเปล่า”

 

เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงัก “ก็คงจะเป็นคนเก่งคนดังมากนั่นแหละ คุณลุงลีนี่เจ๋งจริงๆ เลยว่ามะ พาไปดูงานแต่ละที่สุดยอดทั้งนั้น”

 

“ก็แน่ล่ะสิ เขาทำงานสายนี้นี่นา มีเหรอที่ผู้บริหารแบรนด์ดังขนาดนี้จะไม่รู้จักคนมีชื่อเสียง”

 

“ก็จริง ...อ๊ะ! นี่เมเนเจอร์ของวงเกิร์ลกรุ๊ปค่ายที่ไซน์ชอบนี่นา โห ร้านนี้เป็นคนตัดชุดให้เหรอเนี่ย” ดีไซน์รีบเข้าไปดูรูปภาพขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนกำแพงทางเดิน เป็นภาพที่คู่บ่าวสาวถ่ายกับคนร่วมงานหลายคน

 

“ทำอะไรไซน์” เห็นน้องแทบจะเอาหน้าไปทาบกับรูปก็ถาม

 

“หายูมินน่ะสิ อ๊า~ นี่ไงยูมินของไซน์~ ...ใช่เมเนเจอร์คนนั้นจริงๆ ด้วยล่ะ ปลายปีที่แล้วยูมินไปงานแต่งนี้แหละไซน์จำชุดที่ยูมินใส่ได้”

 

แพทเทิร์นส่ายหัว ลากฮูดน้องสาวให้ออกเดินต่อ “เธอนี่นะ รู้เรื่องศิลปินมากกว่าเรื่องคนในบ้านตัวเองเสียอีก”

 

“นั่นสิ งี้ไซน์ย้ายไปอยู่บ้านยูมินเลยดีป่ะ?”

 

“เยอะนะ”

 

 

 

ห้องที่เจ้าของร้านพาขึ้นมาดูคือห้องทำงานของนักออกแบบของทางร้าน เป็นห้องที่น่าสนใจมากในสายตาของแพทเทิร์น นักออกแบบที่นี่มีเพียงสี่คนเท่านั้นทั้งที่ร้านใหญ่ขนาดนี้ โต๊ะทำงานของแต่ละคนใช้พื้นที่มากพอสมควร เพราะมีทั้งโต๊ะเขียนแบบ โต๊ะคอมพิวเตอร์ และตู้เก็บข้อมูลและวัสดุตัวอย่างต่างๆ

 

เจ้าของร้านแนะนำเด็กทั้งสองให้นักออกแบบทั้งสี่คนได้รู้จัก จากนั้นคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่สุดก็พาแพทเทิร์นกับดีไซน์ไปดูงานที่ตนเองกำลังทำอยู่พร้อมอธิบายและให้คำแนะนำ ระหว่างนั้นคุณลุงลีกับเจ้าของร้านออกไปคุยที่ห้องอื่น

 

กว่าจะดูทุกอย่างจนทั่วก็ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง แพทเทิร์นเต็มอิ่มกับความรู้ใหม่สุดๆ แต่ท้องนี่สิหิวจะแย่แล้ว

 

ขอบคุณมากเลยนะครับสำหรับวันนี้” ก่อนกลับแพทเทิร์นก็ได้พูดขอบคุณไปถึงสามครั้งแล้ว

 

เจ้าของร้านยังสาวยกยิ้มสวย “ไม่เป็นไรจ๊ะ ได้ยินว่าเธออาจจะเลือกเรียนแลกเปลี่ยนที่เกาหลีใช่ไหม ยังไงก็ลองเก็บไปพิจารณาดูนะ แล้วถ้ามาเรียนแล้วมีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาได้ตลอดเลย นามบัตรที่ให้ไปเป็นเบอร์ส่วนตัวของฉันเอง

 

ครับ ขอบคุณมากครับ

 

ขอบคุณมากค่ะ” ดีไซน์เลือกขอบคุณเป็นภาษาเกาหลี เลยได้รอยยิ้มกว้างๆ ของเจ้าของร้านแถมท้ายก่อนจะพากันเดินออกมาจากร้าน

 

จากการเสนออาหารกลางวันเป็นจิมตักของดีไซน์ แพทเทิร์นจึงได้ลิ้มลองอาหารเกาหลีเมนูนี้เป็นครั้งแรก และค้นพบว่ามันอร่อยกว่าหมูย่างเกาหลีเสียอีก ถ้าให้อธิบายว่าเป็นอาหารแบบไหนก็คงประมาณว่าไก่อบวุ้นเส้นซีอิ้วอะไรเทือกนั้น แต่วุ้นเส้นของที่นี่ใหญ่และเหนียวกว่าของไทยเราหลายเท่าเลย แต่ตอนที่เห็นอาหารมาเสิร์ฟเขาตกใจไม่น้อยเพราะจานมันใหญ่มาก เป็นจานที่ใส่มาให้คนจำนวนสี่คนกิน แต่พวกเขาสามคนก็กินหมดเกลี้ยงได้ไม่ยาก

 

กินกันจนอิ่มหนำแล้วคุณลุงลีก็ขับรถมาส่งที่ล็อตเต้เวิล์ดในตอนบ่าย

 

มีอะไรโทรหาลุงนะ

 

สองพี่น้องพร้อมใจกันรับคำ โบกมือลาจนรถสัญชาติเกาหลีลับสายตา ก่อนมือเล็กจะกระตุกแขนเสื้อคนเป็นพี่โดยแรง

 

“ป๊ะ ไปกันเหอะ” หมุนตัวเดินไปได้สองก้าวก็รีบหันไปตะโกนเรียกคนที่เลี้ยวไปอีกทาง “พี่แพท! ไม่ใช่ทางนั้น ทางนี้ต่างหาก!”

 

คนหลงทิศทำหน้าเหลอหลา หันมามองหน้าน้องสาวพลางชี้มือไปยังทิศทางตรงข้ามที่เห็นว่าเป็นทางเข้าสวนสนุกสุดหรรษา “นั่นทางเข้าไม่ใช่เหรอไง?”

 

“นี่มันบ่ายสองแล้วนะ เข้าไปหาอะไรเล่า! มานี่ๆ” ออกแรงคว้าแขนพี่ชายมาคล้องแล้วเร่งฝีเท้าตรงไปยังทางที่คุณลุงลีขับรถเข้ามา

 

“อ้าว ก็ไหนเธอบอกจะมาที่นี่ไง?” แพทเทิร์นไม่ได้ขืนแรงน้องสาว เขาเดินตามเธอไปอย่างว่าง่าย แต่สีหน้าแสดงความสงสัยสุดๆ

 

ดีไซน์หยิบโทรศัพท์ที่คุณลุงลีให้ไว้ใช้ขึ้นดูข้อความ พลางตอบพี่ชาย “ก็จะมาที่นี่แหละ แต่ไม่ใช่โซนสวนสนุก ดีไซน์นัดเพื่อนไว้ที่ล็อบบี้ของโรงแรม”

 

เดินตามไปได้แป็บเดียวแพทเทิร์นก็เห็นทางเข้าโรงแรมล็อตเต้เวิลด์ ซึ่งก็คือทางที่รถคุณลุงลีขับผ่านมาส่งพวกเขาเมื่อครู่นั่นแหละ ดีไซน์เดินนำเข้าไป เขาเห็นเด็กผู้หญิงเกาหลีที่เคยเจอเมื่อวานนั่งอยู่ที่โซฟาสองคน พวกเธอทักทายด้วยการก้มศีรษะให้แพทเทิร์นอย่างสุภาพ

 

“다들 어디갔는데?” ดีไซน์เปิดบทสนทนากับเพื่อนๆ ด้วยภาษาเกาหลี แพทเทิร์นผู้ไม่รู้ความจึงได้แต่ยืนหน้ามึนด้วยความไม่เข้าใจ แต่ดูจากสีหน้าและวิธีการสนทนาของเด็กสาวทั้งสามคนแล้ว ท่าทางจะตื่นเต้นกับสิ่งที่พูดคุยกันอยู่ไม่น้อยเลย

 

แพทเทิร์นเดินเลี่ยงไปนั่งรอที่โซฟาอีกชุดใกล้ๆ กัน มีครั้งหนึ่งที่พอเขาหันไปมองแล้วเด็กทั้งสามคนหันมาสบตากับเขาก่อนจะรีบหันกลับไป ทำเอาเขาเกร็งเล็กน้อยด้วยกลัวว่าหัวข้อสนทนานั้นจะมีชื่อเขาอยู่ด้วย

 

หวังว่าเจ้าน้องตัวดีคงไม่เล่าอะไรแปลกๆ ให้เพื่อนฟังหรอกนะ

 

“พี่แพท” เผลอหลับเลยสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกน้องเรียกชื่อเสียใกล้หู

 

“โห พี่แพทหลับได้ไงเนี่ย ไซน์คุยกับเพื่อนแค่สิบนาทีเองนะ” เด็กสาวย่นจมูก ก่อนฉุดแขนพี่ชายให้ลุกยืน แล้วลากไปหาเพื่อนเกาหลีสองคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูทางออก

 

“พี่แพทไปเดินเล่นในห้างกับพวกไซน์นะ”

 

“ห้างล๊อตเต้นี่อ่ะนะ?”

 

“อื้อ” พยักหน้ายิ้มกว้างอารมณ์แบบ ก็ใช่น่ะสิ!

 

แต่คนเป็นพี่ไม่นึกใช่ไปด้วย หยุดเท้าที่กำลังจะก้าวไปถึงประตูทางออก หันมาหรี่ตาจ้องดวงตากลม “บอกพี่มาดีๆ ว่าเธอมีแผนอะไรกันแน่”

 

ดีไซน์หุบยิ้มแล้วปล่อยมือจากแขนเล็กของพี่ชาย ทำหน้ายอมแพ้ “อือๆ บอกก็ได้ วันนี้วงที่ไซน์ชอบเค้ามีถ่ายรายการที่ล็อตเต้เวิลด์เมื่อเช้า ไซน์ก็กะว่าอาจจะมาทันได้ดู แต่เพื่อนไซน์บอกว่าเค้าถ่ายเสร็จกันไปแล้วตั้งแต่ตอนสิบเอ็ดโมง...”

 

“แล้ว?” แพทเทิร์นรู้ว่าน้องสาวยังอธิบายไม่หมด จึงกดเสียงถามต่อ

 

ดีไซน์เม้มปาก ก่อนยอมบอก “แล้วพอดีเพื่อนไซน์ได้ข่าวมาว่าตอนนี้ O-Type อยู่ที่ห้างข้างๆ เนี่ย เลยจะลองไปดู”

 

“เธอไม่ได้ชอบวงนี้นี่?” เขาจำได้ว่าวงนี้เพื่อนของน้องสาวต่างหากที่ชอบ

 

แต่ไลม์ชอบพี่แพทนี่?...ในใจดีไซน์อยากตอบไปแบบนั้น แต่กลัวตายอยู่นอกประเทศเลยเปลี่ยนไปตอบว่า “ก็แหม มาทั้งทีแล้วนี่นา ก็ถือว่าไปเดินช้อปปิ้งกันสนุกๆ ถ้าได้เจอก็โชคดีไป”

 

แพทเทิร์นหรี่ตา “...ก็ได้ แต่บอกก่อนนะว่าพี่ไม่ช่วยถ่ายคลิปอะไรแบบคราวที่แล้วแน่”

 

“อื้อ เดินในห้างแบบนี้ ถ้าไซน์อยากถ่ายเดี๋ยวไซน์ถ่ายเองแหละ! ปะ รีบไปกันเหอะ เพื่อนไซน์รอนานแล้วเนี่ย”

 

แพทเทิร์นส่ายหน้าขณะเดินตามยัยตัวแสบไป เขาควรจะปลงกับอาการบ้านักร้องของน้องสาวได้สักที จะยกเหตุผลอะไรมาอ้างยังไงพ้อยท์มันก็อยู่ที่ไอดอลนั่นแหละ

 

 

_______________________________

 

 

ภายในร้านอาหารสไตล์อิตาลี บรรยากาศสบายๆ ด้วยแสงไฟสลัวๆ หอมกลิ่นหวานมันของรสชาติอิตาเลี่ยน พร้อมด้วยเพลงคลาสสิคที่เปิดคลอเบาๆ ล้วนขับกล่อมให้อาหารมื้อนี้นุ่มนวลละมุนลิ้นเป็นอย่างยิ่ง

 

ทว่าชายหนุ่มในชุดแฟชั่นเท่ขาดบาดใจซึ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่างคนนี้ กลับรู้สึกเซ็งกับอาหารจานโปรดตรงหน้าอย่างสุดแสนเมื่อความรื่นรมย์ทั้งหลายแหล่ที่ทางร้านอุตส่าห์สรรหามาบิ้วอารมณ์ลูกค้าถูกขัดด้วยเสียงบ่นไม่หยุดคล้ายเสียงหึ่งหึ่งของแมลงที่กำลังบินอยู่ใกล้หู

 

“ฮงชาน ปีนี้ลูกก็ยี่สิบสองเข้าไปแล้วนะ ถ้าไม่คิดจะเรียนต่อแล้วอย่างน้อยก็น่าจะหาลูกสะใภ้ให้แม่สักคน รู้ไหมว่าพวกบ้านใหญ่เขาเร่งให้นายอนมีลูกแล้วนะ แล้วดูลูกของแม่สิ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วยังรักสนุกไม่เลิก ถึงลูกจะอ้างว่าเป็นนักร้องแล้วยังแต่งงานไม่ได้ก็เถอะ แต่ที่ลูกควงดาราสาวคนนู้นทีคนนี้ทีแม่ว่ามันไม่เห็นจะเข้าท่าเลยนะ”

 

นักร้องหนุ่มปั้นยิ้มหวาน ก่อนเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นแม่ “โธ่แม่ครับ พูดเรื่องนี้บ่อยๆ ไม่เบื่อหรือไงครับ ผมบอกแล้วไงว่าผมยังไม่อยากมีแฟน ผมมีแค่แฟนคลับก็พอแล้ว” ฉีกยิ้มเห็นฟันขาว

 

คนเป็นแม่เอื้อมกำปั้นไปเขกศีรษะเด็กตรงหน้าไม่แรงนัก “ไม่ต้องมาเล่นลิ้นเลย รู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงเรามากแค่ไหน อีกหน่อยถ้านายอนมีลูกขึ้นมาจริงๆ พวกบ้านใหญ่คงเตรียมยกตำแหน่งประธานให้เลยล่ะมั้ง”

 

“แม่ครับ ผมว่าเราพูดเรื่องนี้กันจบแล้วนะ คุณตาจะยกตำแหน่งอะไรให้ใครผมไม่คัดค้านอยู่แล้ว แล้วผมก็ไม่คิดจะไปแย่งเอาอะไรด้วย”

 

หญิงวัยสี่สิบแปดถอนหายใจ แม้ว่าเธอจะพร่ำพูดกับลูกชายมากแค่ไหนก็ไม่เคยได้ผลเลยสักที “ลูกก็พูดไป อนาคตนักร้องมันไม่ได้ยั่งยืนยาวนานอะไรนักหนาหรอกนะ ถ้าลูกเลิกเป็นนักร้องแล้วจะทำอะไรล่ะ มหาลัยก็ไม่เรียนต่อ ลูกน่ะเป็นผู้ชายนะ แม่ไม่อยากเห็นลูกลำบากตอนแก่”

 

เด็กหนุ่มทำเป็นหรี่ตาพิจารณาอีกฝ่าย “แม่ของผมก็ยังไม่ได้แก่เลยสักนิด ทำไมพูดเหมือนคนเป็นย่าแล้วอย่างนั้นล่ะครับ...อุบ” ถูกเขกหัวมาอีกทีก็ค่อยทำหน้าจริงจัง เลิกพูดเล่น “อนาคตของผมอาจไม่ชัดเจนเหมือนพี่ซึงฮวาน แต่ผมก็ไม่ได้ปล่อยเลยตามเลยนะครับ เมื่อไหร่ที่ผมเลิกเป็นนักร้องแล้ว ผมก็จะไปทำงานเบื้องหลังแทน พรสวรรค์ด้านดนตรีของผมเยี่ยมแค่ไหนแม่ก็รู้นี่ครับ จะให้ผมไปทำงานนั่งโต๊ะอะไรนั่นไม่เอาด้วยหรอก แล้วก็ใช่ว่าผมจะไม่เรียนแล้วเสียหน่อย แค่ตอนนี้พักก่อนก็เท่านั้นเอง”

 

มือใหญ่สมวัยคนหนุ่มเลื่อนไปจับมือเล็กๆ ของคนเป็นแม่ “แม่ไม่ต้องห่วงผมหรอกนะ ดูสิ หน้าคุณนายโซอึนยับยู่หมดแล้ว”

 

“ใครหน้ายู่กันยะเจ้าลูกคนนี้นิ!” โซอึนตีหลังมือลูกไปอีกที

 

เด็กหนุ่มหัวเราะ “แล้วนี่คุณแม่มาหาผมแค่เพื่อจะมากล่อมให้ผมหาลูกสะใภ้เหมือนทุกทีแค่นี้ใช่ไหมครับ?”

 

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันล่ะเหนื่อยจริงๆ ต้องกล่อมอีกกี่ครั้งถึงจะยอม หืม เจ้าลูกดื้อ!”

 

“แม่นี่จริงๆ เลยนะ ขนาดผมแค่นั่งฟังยังเบื่อขนาดนี้ แม่พูดซ้ำๆ ไม่เบื่อเลยจริงๆ น่ะ?”

 

“ก็จะพูดจนกว่าแกจะยอมนั่นล่ะ”

 

ใบหน้าหล่อเหลาที่มีเค้าหลายส่วนมาจากหญิงสาวผู้เคยเป็นอดีตนางงามระดับประเทศตีหน้าขรึม ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอย่างต้องการจบอาหารมื้อนี้แล้ว ก่อนจะพูดต่อ “ผมไม่คิดจะมีครอบครัวเร็วๆ นี้หรอกครับ เห็นตัวอย่างจากพี่ซึงฮวานแล้วผมขอผ่านดีกว่า ผมรู้นะว่าแม่ก็เบื่อจะกล่อมผมแล้ว แต่คุณย่ารบเร้าให้แม่มาจับผมไปดูตัวให้ได้ใช่ไหมล่ะ”

 

“ก็ถ้าลูกมีแฟนเสียทั้งคน แม่ก็จะได้ไปบอกคุณย่าท่านให้ไงล่ะ อย่างน้อยก็ยังมีข้ออ้างได้ แต่นี่ลูกไม่เอาสักอย่าง คุณย่าท่านหาให้ก็ไม่เอา แม่ให้หาเองก็ยังไม่เอาอีก ดื้ออะไรอย่างนี้”

 

“ก็มันยังไม่เจอคนที่ใช่นี่นา...” พลันสายตามองผ่านกระจกใสของร้านออกไปเห็นใครบางคนเข้า นัยน์ตาพราวเสน่ห์ถึงกับถลึงจ้องอย่างต้องการดูให้แน่ใจ แทบจะแนบหน้าไปกับบานกระจกอยู่รอมร่อ

 

อาการประหลาดของลูกชายทำเอาโซอึนงง “ทำอะไรน่ะฮงชาน เป็นอะไร?”

 

“แม่ ผมไปก่อนนะ แล้วเดี๋ยวผมโทรหาอีกทีหลังจากนี้”

 

“อ้าว ยังเหลือเวลาอีกหน่อยไม่ใช่เหรอ อ่ะ...เดี๋ยว แม่ยังพูดไม่จบเลยนะ ฮงชานอา!”

 

เด็กหนุ่มอ้อมโต๊ะไปหอมแก้มมารดาบังเกิดเกล้าทีนึงแล้วก็รีบเดินออกจากร้านทันที

 

 

 

แพทเทิร์นกำลังยืนหมุนไปหมุนมาอยู่ตรงลานโล่งของชั้นล่าง เขาเพิ่งเดินมึนลงบันไดเลื่อนมาเรื่อยๆ จนมาถึงชั้นล่างสุดที่ดูแล้วก็ไม่เห็นมีร้านอะไรน่าสนใจนอกจากร้านอาหารหรูๆ เขาแยกจากกลุ่มของน้องสาวมาเดินคนเดียวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เพราะดูเหมือนเด็กกลุ่มนั้นตั้งใจจะเดินหาดารามากกว่าเดินช็อปปิ้งอย่างที่เจ้าตัวว่า

คงเป็นเพราะเพิ่งทานอาหารมื้อใหญ่มา แพทเทิร์นจึงรู้สึกจุกเสียดท้องเนื่องจากเดินเสียรอบห้างฯ เขาควรจะหาที่นั่งสบายๆ นั่งรอจนกว่าน้องสาวจะมาตาม ไหนๆ เขาเองก็ไม่ได้อยากจะซื้ออะไรอยู่แล้วด้วย อืม...

 

กำลังคิดว่าจะไปนั่งที่ไหนดี หลังเสื้อฮูดก็ถูกดึงเบาๆ ให้หันกลับไป

 

“ไฮ~ แฮมสเตอร์~

 

รอยยิ้มพร้อมเสียงทักทายถูกส่งมาจากชายหนุ่มร่างสูง ที่แพทเทิร์นจำได้แม่นแม้เจ้าตัวจะใส่หมวกสวมแว่นตาดำเผยให้เห็นเพียงสันจมูกโด่งกับริมฝีปากบางสีสด

ก็ผมสีทองอร่ามบวกออร่าวิ้งซะขนาดนี้อ่ะนะ

 

“ไลม์?”

 

“โว้ว! คุณรู้จักผมด้วยเหรอ? หรือที่จริงเป็นแฟนคลับ? แหม ก็ไม่บอกกันแต่แรก แต่ไม่ต้องห่วงนะ คุณอยากได้อะไรล่ะ รูปผมเอาไหม? หรือลายเซ็น? คุณบอกมาได้เลย ถ้าเป็นคุณผมให้ได้ทุกอย่างแหละ หรือจะเอาตัวผมไปเลยดี??”

 

“ไม่ใช่! ก่อนอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ แพทเทิร์นก็รีบยกมือขอเวลานอก รีบปฏิเสธ “คุณจะบ้าเหรอ ใครเขาจะอยากได้ตัวคุณกัน แล้วผมก็ไม่ได้เป็นแฟนคลับคุณด้วย” ถึงจะตกใจที่จู่ๆ ก็เจอไลม์ แต่ความตกใจก็หายไปทันทีเมื่ออีกฝ่ายเริ่มพูด ทำไมคนคนนี้ถึงได้ชอบพูดเองเออเองตลอดก็ไม่รู้

 

“ไม่ได้เป็นแฟนคลับก็ดี”

 

“?”

 

ศีรษะเล็กเอียงอย่างไม่เข้าใจ เค้ามีแต่อยากให้เป็นแฟนคลับไม่ใช่เหรอไง? แต่แล้วก็ต้องรีบหลับตาแน่นเมื่อจู่ๆ โฟกัสใบหน้าหล่อนั้นโคลสอัพเข้ามาใกล้อย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงกระซิบนุ่มๆ อย่างที่เจ้าตัวเคยทำเมื่อคราวก่อน

 

“เพราะผมอยากให้คุณเป็นมากกว่าแฟน”

 

“หา? อ๊ะ! เห้ยยย จะไปไหน?!!

 

ความสงสัยของแพทเทิร์นยังคงมีเพิ่มขึ้นเมื่อเขาถูกคว้าข้อมือให้เดินตามไอดอลหนุ่มไปที่ลานจอดรถ ตอนที่ยืนคุยกันเขาก็พอจะสังเกตว่ามีคนอื่นมองมา คงมีไม่น้อยที่จำไลม์ได้ นั่นเป็นสาเหตุที่ไลม์ลากเขาออกมาจากจุดสาธารณะ แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือ ทำไมต้องจับเขามานั่งในรถตู้ที่มีสมาชิกวง O-Type นั่งกันอยู่เต็มไปหมดอย่างนี้ด้วย?!!

 

แล้วรถคันนี้กำลังจะแล่นไปที่ไหนเนี่ย?!

 

 

 

 

“พี่ไลม์เอาใครมาเนี่ย?”

 

“น้องพี่ไลม์เหรอ? น่ารักดีนี่ เอ๋ ไม่ใช่คนเกาหลีเหรอ?”

 

“ไหนๆ หลบไปดิ๊ยอล หูย ดูแก้มดิ นุ่มนิ่มน่าจับมากเลยอ่ะ”

 

“ซองฮุน เดี๋ยวได้ตายหรอก เอามือออกไปไกลๆ เลยนะ” ไลม์ปัดมือคนที่ยื่นหน้ามาจากเบาะกลางแถวที่สอง ในขณะที่แพทเทิร์นเจ้าของแก้มนุ่มที่เพิ่งถูกลวนลามได้แต่นั่งเอ๋อ นอกจากจะไม่เข้าใจสถานการณ์แล้ว เขายังไม่สามารถเข้าใจภาษาเกาหลีที่คนทั้งรถกำลังพูดคุยกันอยู่ได้เลย

 

“โห่ งกอ่ะ!” คนถูกปัดแขนทำแก้มป่องพองลมกลับไปนั่งพิงพนัก

 

“แล้วตกลงว่าเค้าเป็นใครครับพี่?” เสียงทุ้มจากคนแรกที่ถามซึ่งนั่งอยู่เบาะแถวที่สามหลังสุดถามขึ้นอีกครั้ง

 

“คนพิเศษ(‘หา!!’ หลายเสียงร้องแทรก) พวกนายนั่งกันไปเงียบๆ เลย ไม่ต้องถามมาก” ไลม์หันไปใช้สายตาลีดเดอร์ตวัดฉวิ้งสยบปากที่เตรียมง้างเพื่อถามคำถามมากมายจากเมมเบอร์ ทุกคนจึงจำต้องเก็บความอยากรู้ไว้แล้วได้แต่ส่งสายตาสงสัยมาแต่เพียงเท่านั้น

 

หลังจากได้รับความเงียบมาเป็นเวลาหนึ่งนาทีเต็ม แพทเทิร์นที่ทั้งเกร็งทั้งงงก็เพิ่งรู้สึกตัวว่ามือยังถูกกุมอยู่ เขาจึงบิดมือข้างนั้นเบาๆ เป็นเชิงบอกให้อีกคนปล่อย

 

ก็ไม่ใช่ว่าถือตัวหรืออะไร แต่เขาเองก็ใช่จะเป็นผู้ชายที่สนใจผู้หญิง แล้วอีกอย่าง ผู้ชายทั่วไปใครเขาจับมือกันอย่างนี้เล่า

 

ไลม์รู้สึกถึงมือเล็กที่ยุกยิกอยู่ในอุ้งมือ เขาก้มมองสีหน้ายุ่งยากน่ารักนั่นแล้วก็ยิ้ม แกล้งกระชับมือแน่นกว่าเดิม ทำให้ฝ่ายนั้นต้องเงยหน้าขึ้นมอง แต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ หันไปคุยกับเมมเบอร์ในวงที่นั่งแถวแรกเหมือนกันทางขวา

 

“ทัคฮยอน เดี๋ยวถึงสตูแล้วนายพาพวกนั้นเข้าไปก่อนนะ”

 

“อืม นายก็อย่าช้าล่ะ” คนเดียวในกลุ่มที่อายุเท่ากันกับหัวหน้าวงตอบรับอย่างไม่คิดถามอะไรให้มากความ อาจด้วยรู้ว่าถึงถามไปอีกฝ่ายก็ไม่ตอบอยู่ดี ทัคฮยอนรู้นิสัยไลม์พอจะไม่ทำอะไรที่เสียเวลาเปล่า

 

ระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนไปเรื่อยๆ ในความเงียบ แพทเทิร์นก็หาจังหวะเหมาะถามไลม์ได้เสียที

 

“คุณจะพาผมไปไหน?”

 

“ไม่บอก”

 

เฮ้ย อะไรวะ?!

 

แพทเทิร์นทำหน้าอย่างที่คิดจริงๆ แต่ได้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตอบกลับมาเสียอย่างนั้น

 

“เดี๋ยวถึงก็รู้เองล่ะ”

 

“ได้ไงล่ะ ใครจะยอมไปกับคนแปลกหน้าง่ายๆ?”

 

ไลม์เลิกคิ้ว “แปลกหน้าที่ไหน ชื่อผมคุณก็รู้แล้ว เราทำความรู้จักกันแล้วนะ ไม่ใช่เหรอครับ ...แพท”

 

จำไม่ได้ว่าไปทำความรู้จักอะไรกันตอนไหน แค่เจอหน้ากันไม่กี่ครั้ง พูดกันไม่กี่คำ แล้วนี่ทำไมเขายังนั่งอยู่ในรถของใครก็ไม่รู้อยู่ได้เนี่ย?

 

“ผมจะลง ให้ผมลงเดี๋ยวนี้นะ”

 

“ไม่ให้ลง”

 

“คุณจะบ้าเหรอไง จู่ๆ ก็ลากผมมาแบบนี้เนี่ย?”

 

ตอนนั้นเองที่เสียงโทรศัพท์ของแพทเทิร์นดังขึ้น เขารีบล้วงหาในกระเป๋าเสื้อฮูดรวดเร็ว ทว่ายังไม่ทันจะได้กดรับสายที่เห็นว่าเป็นน้องสาว ไลม์ก็แย่งไปรับเองเสียก่อน สองสามคำแรกเป็นภาษาอังกฤษ แต่พอรู้ว่าน้องสาวเขาพูดเกาหลีได้เจ้าตัวก็สาดรัวอย่างที่เขาไม่มีทางเข้าใจได้เลย ก่อนจะส่งโทรศัพท์ที่ตัดสายแล้วกลับมาให้พร้อมอธิบายด้วยรอยยิ้ม

 

“น้องสาวคุณบอกว่าจะเอาตัวพี่ชายไปนานแค่ไหนก็ได้ ส่วนหล่อนจะกลับที่พักเองไม่ต้องห่วง ...น้องสาวคุณเข้าใจอะไรง่ายดีจัง”

 

เข้าใจง่ายอะไรล่ะวะ! กลับไปเธอตายแน่ยัยดีไซน์!

 

แพทเทิร์นคาดโทษน้องสาวในใจขณะที่ความจริงเขาได้แต่งงกับสถานการณ์ที่ยังไงก็ตามไม่ทันจริงๆ

 

 

 

ไม่นานหลังจากนั้นรถก็มาจอดที่อาคารของสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง สมาชิกหกคนของ O-Type ลงจากรถเพื่อไปเตรียมตัวกันหมดแล้ว ยกเว้นแต่หัวหน้าวงที่ยังนั่งอยู่กับเด็กหนุ่มร่างเล็กภายในรถตู้

 

“เดี๋ยวรีบตามไปด้วยนะ” คนที่แพทเทิร์นเข้าใจว่าเป็นผู้จัดการวงซึ่งเป็นคนขับรถเมื่อครู่พูดกับไลม์ก่อนจะเดินปิดท้ายกลุ่มเข้าไปด้านใน

 

ลานจอดรถใต้ดินเหลือแต่พวกเขาสองคน

 

ไลม์ชะโงกหน้าออกไปมองทางประตูรถที่เปิดทิ้งไว้ให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้จริงๆ แล้วค่อยหันกลับมาหาคนตัวเล็ก

 

“แพท... เราเจอกันโดยบังเอิญเป็นครั้งที่สี่แล้วนะ”

 

ไม่รู้ทำไม ทุกครั้งที่ไลม์พูดชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้ ถึงทำให้รู้สึกแตกต่างจากคนอื่น ...เสียงของไลม์ให้ความรู้สึกพิเศษจริงๆ

 

เพราะอย่างนี้สินะถึงได้มาเป็นนักร้อง

 

แพทเทิร์นคิดอย่างนั้นแล้วทำให้นึกอยากฟังเพลงที่คนคนนี้ร้องขึ้นมา

 

“...แล้ว??”

 

“ก็ผมบอกแล้วไง ว่าถ้าผมเจอคุณอีกผมจะไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ อันที่จริงเราเจอกันมาสามวันติดกันเลยนะเนี่ย ผมไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลยนะ ดวงเรานี่คู่กันสุดๆ

เรื่องเสียงเพราะน่ะช่างมันเถอะ เรื่องความคิดนี่สิที่มีปัญหา แพทเทิร์นสุดจะเข้าใจคนคนนี้จริงๆ ว่าต้องการจะพูดอะไรกันแน่

 

“แล้วยังไงครับ? ตอนนี้เราก็รู้จักกันแล้ว คุณจะเอาไงอีก?”

 

“รู้จักแต่ชื่อไม่พอหรอก บอกเบอร์คุณมา เอาเบอร์ที่ไทยด้วยนะ”

 

คนตัวเล็กขี้เกียจถามหาเหตุผล คิดจะบอกเบอร์ไปง่ายๆ ให้มันจบๆ แต่เอ๊ะแบบนี้ไม่แฟร์ แน่จริงก็บอกเบอร์ตัวเองมาก่อนสิ ปกติแล้วไอดอลคงไม่บอกเบอร์ใครง่ายๆ อืม...เอางี้ดีกว่า

 

“บอกเบอร์คุณมาก่อน แล้วผมค่อยบอกของผม” แพทเทิร์นลองเชิง

 

เรียวคิ้วสวยใต้ผมสีทองสว่างเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนตอบง่าย “เอางั้นก็ได้”

 

“จริงอ่ะ?!

 

กลายเป็นคนถามที่ตกใจเสียเอง แล้วการแลกเบอร์ก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว

 

แน่นอนว่าคนตัวเล็กยังตามไม่ทัน อยู่ดีๆ ก็ได้เบอร์ลีดเดอร์ของวง O-Type มาไว้ในมือซะอย่างนั้น ถ้าน้องสาวรู้เข้าคงกรี๊ดบ้านแตก

 

“ถ้างั้นผมก็ไปได้แล้วใช่ไหม?”

 

“อื้อ”

 

บทจะง่ายก็ง่ายไปไหมครับ?

 

แล้วจะอุตส่าห์ลากเขามาที่นี่เพื่ออะไร??

 

แต่จะอย่างไรก็ตาม แพทเทิร์นรีบลงจากรถไม่ให้เสียเวลา ทว่าเท้าเพิ่งจะแตะพื้น ไหล่ก็ถูกจับให้หันกลับมาแทบจะทันที

 

ใบหน้าที่ใกล้กันเกินจำเป็นทำให้แพทเทิร์นขยับศีรษะไปด้านหลัง พร้อมกับคิดในใจว่าสายตาของไลม์เวลาไม่มีแว่นตามาบังแล้วมันช่างอันตรายต่อคนมองจริงๆ

พูดกันตามตรง ต่อให้เป็นผู้ชายแท้ๆ ก็ต้องบอกว่าตาของไลม์น่ะสวยจนทำให้หลงได้เลย

 

“แพท...”

 

ตึกตัก...

 

“หะ หืม?”

 

แพทเทิร์นพยายามไม่สนใจเสียงที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นมาจากในอก

 

“ชื่อจริงของผมคือคิมฮงชาน ต่อไปให้เรียกว่าฮงชานนะ เข้าใจไหม?”

 

พยักหน้ารับ

 

“ไหนลองพูดสิ ฮงชานโอป้า~

 

ไหนบอกชื่อฮงชานไงฟระ แล้วโอป้านี่มาจากไหน?

 

“ลองพูดเร็ว”

 

ก่อนที่ใบหน้าหล่อระดับเจ้าชายจะเข้ามาใกล้มากกว่านี้ คนตัวเล็กก็รีบพูดตามบัญชา

 

“ฮ...ฮงชานโอป้า”

 

“น่ารักจัง! มากอดที!!

 

อย่าว่าแต่จะอ้าปากปฏิเสธ แค่คิดยังคิดไม่ทันการกระทำของอีกฝ่ายเลย แพทเทิร์นถูกจับไปกอดหมับแนบแน่นหน้าทิ่มอกแมนๆ ได้กลิ่นหอมของน้ำหอมผสมกลิ่นเหงื่อนิดหน่อยที่เขย่าเข้ากันแล้วมันช่าง...ชวนละลายเสียจริงๆ

 

“แล้วไว้เจอกันนะ ผมไปทำงานก่อนล่ะ! ถูกขยี้ผมอีกสองสามที ก่อนจะถูกปล่อยให้ยืนเอ๋ออยู่ตรงนั้นตามลำพัง

 

 

 

ระหว่างนั่งMRT หรือรถไฟใต้ดินกลับที่พัก แพทเทิร์นตอบเมสเสจน้องสาวที่ถามมาเมื่อห้านาทีก่อนว่าอยู่ไหนแล้ว ก่อนจะนึกถึงคำเรียกที่เพิ่งได้พูดมาแล้วพิมถามกลับไป

รอไม่ถึงอึดใจ ข้อความของน้องสาวก็เด้งขึ้นมา

 

‘โอป้า แปลว่า พี่ชาย เป็นคำที่น้องสาวใช้เรียกพี่ชาย’

 

น้องสาวใช้เรียกพี่ชาย?

 

ใครเป็นน้องสาวนายกันวะ คิมฮงชาน!!!!!

 

 

_______________________________

 TBC

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up