Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 04

 

 

ตึง!

 

“โอ้ย!”

 

ปัง!

 

“โอ้ย!”

 

ปึก!

 

“โอ้ย! โว้ย!! เออ! โอเค เอาไปเลย!

 

แพทเทิร์นยอมแพ้กับการยื้อยุดไอโฟนที่มีแต่เขาเจ็บตัวอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งหัวทั้งศอกกระแทกซ้ายกระแทกขวาจนเจ็บระบมไปหมด อยากจะรู้จริงๆ ว่าคนด้านนอกนึกสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าอาจเกิดการฆาตกรรมขึ้นในห้องน้ำเล็กๆ แห่งนี้

 

...เจ็บนะเว้ย แม่ง!

 

ร่างเล็กฟึดฟัดหอบหายใจเหนื่อย สองขาขัดสมาธิอยู่บนโถชักโครก สองมือกอดอกแน่น สองตาจ้องเขม็งคนหล่อเกินบรรยายในชุดสูทสีดำเรียบเนี้ยบอย่างหารอยยับไม่ได้ที่กำลังพยายามปลดล็อคโทรศัพท์อยู่

 

...ฮ่าๆ ไงล่ะ เปิดไม่ได้อ่ะดิ!

 

ยิ้มพออกพอใจได้ไม่นาน ก็ต้องแหกปากร้องลั่นอีกครั้งเมื่อถูกมือใหญ่บีบต้นแขนแรงจนแทบได้ยินเสียงกระดูกดังลั่นๆ ว่าข้าจะแหลกสลายแล้วนะโว้ย!

 

“โอ้ย...อึก

 

แพทเทิร์นรับรู้ถึงอาการสะอึกของตนเองได้ชัดเจน เขาหยุดส่งเสียงและอาจถึงขั้นหยุดหายใจถ้าทำได้ สาเหตุมาจากนัยน์ตาคมจัดที่จ้องสบลึกเข้ามาในระยะใกล้ ใจเผลอสั่นหาใช่เพราะความหล่อในระยะประชิด แต่เป็นเพราะดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยแววกดดันชวนให้รู้สึกขนลุกต่างหาก

 

แค่อีกฝ่ายเลิกคิ้วเอียงศีรษะเล็กน้อยไปทางไอโฟนที่อยู่ในมืออีกข้างของเจ้าตัว แพทเทิร์นก็รีบคว้ามากดปลดล็อคให้แต่โดยดีไม่ต้องรอให้เอ่ยคำสั่ง

 

...นี่แน่ใจนะว่าเป็นคนคนเดียวกับที่เขาเคยเจอครั้งแรกที่สนามบินสุวรรณภูมิ ต่างกันซะ!

 

เงยหน้ามองคนตัวสูงทำการเคลียร์ไฟล์ไม่พึงประสงค์ สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นกลอนประตูที่คงจะถูกแรงกระแทกตอนแย่งโทรศัพท์กันเมื่อครู่จนมันหมิ่นเหม่ว่าจะหลุดจากตัวล็อค

 

ไอเดียปิ๊งปั๊บขึ้นมาในทันใด

 

ร่างเล็กลอบยิ้มร้ายขณะแสร้งเนียนทำหน้าเซ็งสุด นับถอยหลังในใจ ห้า สี่ สาม สอง...

 

 

ปัง!!

 

 

“........”

 

“........”

 

 

อุบาทว์สุด

 

นั่นคือคำแรกที่ผุดขึ้นในสมองของแพทเทิร์น

 

เขาวางแผนผิดไปหรือว่าคิดตื้นไปกันแน่ คราวก่อนเขายังทำให้ประตูที่เปิดไม่ออกเปิดได้สำเร็จเลย แล้วทำไมคราวนี้กลอนมันหมิ่นเหม่ออกขนาดนั้นถึงกระแทกแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นล่ะวะ!

 

เมื่อครู่สิ่งที่เขาทำคือทุ่มแรงทั้งหมดกระโดดลงไปหมายจะใช้สองมือกระแทกประตูให้เปิดออก แล้วพาร่างสูงๆ ของคนที่ยืนพิงอยู่หงายหลังตามลงไป จากนั้นเขาก็จะอาศัยจังหวะมึนงงฉวยเอาโทรศัพท์คืนแล้วเผ่นแน่บออกจากที่นี่ ลำดับความคิดของแพทเทิร์นเป็นไปในรูปแบบนั้น ...ไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่นี้

 

บานประตูยังแน่นิ่งอยู่ที่เดิม สองแขนสั้นๆ ของเด็กหนุ่มจึงวางค้างเก้ออยู่ข้างลำตัวของเมเนเจอร์สุดหล่อ กักฝ่ายตรงข้ามไว้ด้วยท่าทางเก้งก้างเนื่องจากระดับความสูงมันต่างกันเป็นสิบเซ็นฯ อยากจะเอามือออกแต่แค่จะเงยหน้ามองก็ยังไม่กล้า เรียกง่ายๆ ว่าผลพวงของแผนการที่ไม่สำเร็จทำเอาแพทเทิร์นช็อคอยู่ไม่น้อย

 

ก็เขาไม่ได้คิดรับมือกับสถานการณ์อย่างนี้นี่!

 

ในขณะที่คนตัวเล็กก้มหน้างุดสองมือขนาบอยู่ข้างตัวของเมเนเจอร์หนุ่ม เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายไม่ได้แสดงอาการตกใจกับการกระทำแบบเด็กๆ เมื่อครู่นี้เท่าใดนัก ปลายคิ้วเข้มได้รูปเพียงแค่ยกขึ้นเล็กน้อย เขากำลังสนใจกลิ่นหอมจางๆ จากศีรษะกลมที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมเส้นบางสีน้ำตาลอ่อนที่ละอยู่ใต้จมูกของเขา

 

ช่วงเวลาไม่กี่วินาที ทว่าสามารถสร้างความกดดันให้กับแพทเทิร์นได้ไม่น้อย ร่างเล็กหลับตาแน่นก่อนสูดหายใจลึก สองมือที่ยังทาบกับบานประตูออกแรงหวังดันตัวเองให้ถอยออกมาจากร่างของคนตัวสูง

 

ทว่า...

 

 

แกร๊ก

 

 

“แว๊กกก~”

 

เสียงปลดล็อกกลอนเกือบจะดังพร้อมกับเสียงร้องของแพทเทิร์น ก่อนตามติดด้วยเสียงของหนักๆ ตกกระทบพื้น

 

ตุบ!

 

ร่างของแพทเทิร์นล้มทับลงบนร่างของเมเนเจอร์หนุ่มอย่างไม่มีร่างกายส่วนใดได้รับแรงกระแทกรุนแรงเลย ทว่าไม่เพียงแค่ร่างกายเท่านั้นที่แนบชิด ใบหน้าของพวกเขาก็เกือบจะเรียกได้ว่า แนบชิด เช่นกัน

 

แพทเทิร์นเผลอหยุดหายใจไปแล้วจริงๆ เมื่อรับรู้ได้ว่าปลายจมูกของตนแตะกับดั้งโด่งๆ ของอีกฝ่าย ซ้ำสายตาที่สบกันก็ใกล้เสียจนแทบจะนับเส้นขนตากันได้

แล้วยังความรู้สึกที่เหมือนจะผละออกก็ไม่ใช่ จะดึงเข้าหาก็ไม่เชิงนี่อีก

 

ตึกตัก...

 

ตึกตัก...

 

ตึกตัก...

 

ตึก...เว้ย! ใช่เวลามาใจเต้นไหมเนี่ยนายอณาสรณ์!!

 

หาสติเจอแล้วก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนราวติดสปริง ปัดหน้าปัดผมเลิ่กลั่กรีบก้าวหนีออกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ยิ่งมีสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนอื่นก็ยิ่งทำให้อยากออกไปจากที่นี่โดยเร็ว ทว่าเท้าเล็กก้าวจากไปได้แค่สามก้าวก็ต้องรีบหมุนตัววิ่งกลับมากระชากโทรศัพท์ออกจากมือของคนที่เพิ่งจะได้ลุกนั่ง

 

ไม่คิดแม้แต่จะเหลียวมองว่าผู้เสียหายนั้นบาดเจ็บอะไรตรงไหนหรือไม่ และไม่ต้องรอให้คนหล่อได้อ้าปากเอาเรื่องแม้แต่คำเดียว แพทเทิร์นก็สะบัดหน้าพรืดวิ่งจากไปด้วยความเร็วเท่าที่ช่วงขาสั้นๆ จะทำได้

 

...โอ้ย จะบ้าตาย ทีตอนตั้งใจให้ล้มไม่ล้ม ซวยฉิบ!

 

ก้มหน้าก้มตาวิ่งไปจนถึงหน้าร้านแล้วก็ต้องรีบก้มหัวให้พนักงานที่วิ่งตามมาบอกว่าเขายังไม่ได้เช็คบิล ครั้นพอจะเดินกลับเข้าไปก็เห็นมาแต่ไกลว่าคนตัวสูงกำลังเดินดิ่งตรงมาทางนี้อย่างกับว่ามีแม้เหล็กติดอยู่ที่ตัวเขาอย่างนั้นล่ะ

 

เอานี่ไปเลยครับ ไม่ต้องทอน!

 

เบียร์ไฮเนเก้นขวดเล็กขวดเดียวรวมราคาชาร์ตแล้วเป็นเท่าไหร่ไม่รู้ แต่คงไม่เกินห้าหมื่นวอนหรอก!

 

“พี่แพทจะทำ...”

 

“ไม่ต้องถาม กลับเร็ว!”

 

กระชากลากถูแขนน้องสาวที่ยืนรออยู่ริมฟุตบาทพลางโยกตัวไปกวักเรียกแท็กซี่สีดำที่แล่นมาพอดี นาทีนี้จะแท็กซี่สีไหนแพทเทิร์นก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น

 

ไปสถานีกึมโฮ

 

“เดี๋ยวก่อนพี่แพท แล้วเพื่อนไซน์ล่ะ เฮ้ย โอ้ย!!” จบเสียงร้องของเด็กสาวที่ถูกเหวี่ยงลงเบาะตามด้วยเสียงปิดประตูรถดังปังพร้อมเครื่องยนต์ที่เร่งเครื่องแล่นทะยานสู่ถนนยามราตรี

 

“เกิดอะไรขึ้นพี่แพท?”

 

คนที่หันไปลุ้นดูกระจกหลังพลิกกลับมานั่งพิงพนัก ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในอกยังระทึกไม่หาย

 

“เฮ้อ”

 

“พี่แพท~~ เล่ามาเร็วๆ เข้า!” ดีไซน์เขย่าแขนพี่ชายเป็นการเร่ง เธอพอจะเดาได้ว่าคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับที่เธอให้พี่ชายไปแอบถ่ายคลิป และค่อนข้างมั่นใจเมื่อหันไปมองกระจกหลังรถแล้วเห็นเมเนเจอร์สุดโหดวิ่งตามพี่ชายของเธอออกมาจากร้าน ตอนนี้เธออยากรู้ใจจะขาดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พี่ชายยังมาทำเงียบไม่ยอมตอบอีก

 

“พี่แพท...” ดีไซน์ขยับตัวนั่งหันหน้าเข้าหาผู้เป็นพี่ “พี่โดนเมเนเจอร์จับได้เหรอ?”

 

เด็กหนุ่มเหลือบตาทีหนึ่ง ก่อนหันไปพยักหน้าสุดเซ็งใส่น้องสาว “ก็ใช่น่ะสิ พี่ชายตัวเองจะโดนจับฆ่าหมกห้องน้ำอยู่แล้วสำนึกบ้างไหม?”

 

ดีไซน์ทำตาโต “โห เวอร์ไปป่าว แค่แอบถ่ายคลิปใครเขาจะฆ่ากัน?”

 

ริมฝีปากบางของแพทเทิร์นกระตุกยิ้ม “เวอร์หรือเปล่าเธอก็ลองเองละกันจะได้รู้ หมอนั่นน่ะ...” เผลอนึกไปถึงช็อตเด็ดเลยต้องรีบสะบัดหน้ารัวๆ “ฮึ่ย! เลิกพูดเหอะ สรุปว่าพี่ถ่ายคลิปให้ไม่ได้ ไม่ต้องถามอะไรแล้ว”

 

“ได้ไงอ่ะ” เสียงเล็กโวยวาย “พี่แพทยังไม่ได้เล่าเลยว่าเรื่องมันเป็นยังไง แล้วได้เห็นยูมินใกล้ๆ ไหม แล้วพวกเค้าทำอะไรกันบ้าง แล้ว...อึ๊~”

 

น้องสาวพูดไม่ทันจบ แพทเทิร์นก็หันไปบีบจมูกน้องทีหนึ่ง “ตามผู้ชายทั้งวันพี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเธอเลยนะ ถ้ายังอยากจะคุยเรื่องนี้ต่อล่ะก็ พี่จะ....”

 

“โอเค!” เด็กสาวยกสองมือขึ้นยอมแพ้ “ไม่ถามแล้วก็ได้ พี่แพทห้ามฟ้องป๊านะ แล้วพี่แพทก็ห้ามไม่ให้ไซน์ตามยูมินไม่ได้ด้วย”

 

แพทเทิร์นพยักหน้าส่งๆ ไปให้น้อง เรื่องฟ้องป๊าเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำอยู่แล้ว แค่ขู่ไปเท่านั้นแหละ ส่วนเรื่องห้ามน้องไม่ให้ตามเนี่ย บอกตามตรงว่าถึงเขาจะห้ามยังไง น้องสาวตัวดีก็ไม่ฟังอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าครั้งล่าสุดเขาออกคำสั่งกับน้องสาวได้อย่างจริงๆ จังๆ น่ะมันเมื่อไหร่

 

มีแต่น้องเนี่ยแหละที่ออกคำสั่งเขาได้ทุกวี่วัน

 

แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาดึกมากแล้ว ถนนไม่ค่อยมีรถแล่นสักเท่าไหร่ แต่ระยะทางนั้นไม่ได้ใกล้มากมายนักดีไซน์จึงฆ่าเวลาด้วยการฟังเพลงจากไอพอต หันหน้าออกหน้าต่างดูวิวทิวทัศน์ของกรุงโซลยามราตรี ประเทศเกาหลีใต้น่าสนใจมากกว่าที่เธอคิดเมื่อได้มาถึงจริงๆ แน่นอนล่ะว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ข้อดีของประเทศนี้ตามที่เธอคิดคือศิลปินหน้าตาโคตรดีนั่นล่ะ แต่หลายๆ อย่างที่นี่ก็น่าสนใจ ผังเมืองกรุงโซลก็อย่างหนึ่งล่ะ ร้านคาเฟ่ที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ด้วย มหาลัยที่จะได้เข้าไปเรียนพิเศษก็จัดว่าดูดีมาก

 

“เออใช่ พี่แพท พรุ่งนี้เราไปล็อตเต้เวิลด์กันนะ ...พี่แพท? เป็นไรอ่ะ เจ็บหน้าอกเหรอ?” ดีไซน์เอียงหน้าถามสงสัยเมื่อหันมาเห็นพี่ชายนั่งนิ่งมือทาบอก ซ้ำยังเหม่อไม่สนใจเธออีกต่างหาก

 

“พี่แพท!

 

“เฮ้ย! อะไร ตะโกนทำไมอยู่ใกล้กันแค่นี้” เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกรีบตะปบหูราวกับว่ากลัวแก้วหูจะแตก

 

ดีไซน์ทำหน้าย่น “ก็เรียกดีๆ แล้วพี่แพทไม่ได้ยินเองนี่”

 

รถจอดถึงที่หมายพอดี แพทเทิร์นเลยบอกให้น้องลงไปก่อนค่อยคุย เขาหยิบเงินจ่ายพร้อมสาบานในใจว่าจะไม่นั่งแท็กซี่สีดำอีกเป็นครั้งที่สอง

 

...แพงฉิบ!

 

สองพี่น้องเดินลงบันไดตรงทางเข้าด้านข้างของที่พัก ซ้ายมือเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อมของโครงการ ดีไซน์เดินเอามือไขว้หลังพลางโยกตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อมองหน้าของพี่ชายที่อยู่เยื้องกัน

 

“พี่แพทเจ็บหน้าอกเหรอ?”

 

“เปล่านี่ ทำไมถามงั้น?”

 

“ก็เมื่อกี้ที่นั่งรถ ไซน์เห็นพี่แพทเอาแต่จับหน้าอกนิ่ง แถมยังตาลอยๆ อีกต่างหาก”

 

ดีไซน์สังเกตเห็นแผ่นหลังของพี่ชายตั้งตรงขึ้นมานิดนึง แม้จะสงสัยแต่เธอก็ปั้นหน้าไม่ติดใจอะไรเมื่อพี่ชายหันมาอธิบายท่าทางมีพิรุธ

 

“เอ้อ พี่ง่วงน่ะ แล้วยังดื่มเบียร์ไปด้วย เบลอๆ นิดหน่อย”

 

“อ้อเหรอ~” แกล้งลากเสียงให้คนเป็นพี่ร้อนตัวเล่นๆ แล้วค่อยพูดต่อ “พรุ่งนี้เราไปล็อตเต้เวิลด์กันนะพี่แพท”

 

แพทเทิร์นรีบคว้าประเด็นใหม่มาพูดต่อทันที “ล็อตเต้เวิลด์ ห้างที่มีสวนสนุกอ่ะนะ?”

 

“ใช่ๆ นั่นแหละ พรุ่งนี้เราไปที่นั่นกันเถอะนะ”

 

แพทเทิร์นหยุดเดินที่หน้าประตูทางเข้าตึก หันมาหรี่ตามองน้องสาว “นี่เธอมีแผนอะไรหรือเปล่า ไหนเมื่อวานบอกว่าอยากไปเกาะนามิไง”

 

“หื้อ แผนอะไร ไม่มีซะหน่อย!” ดีไซน์ส่ายหัวพั่บ “ก็วันนี้เจอเพื่อนใช่ป่ะ เพื่อนบอกว่าให้รอไปเกาะนามิกลางๆ เดือนช่วงทันพุงน่ะ”

 

“ทันพุง?”

 

“มันเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ...เลยคิดว่าไหนๆ จะไปทั้งที ก็ไปตอนนั้นเลยดีกว่า หรือพี่แพทว่าไง?” เอียงหน้าเลิกคิ้วถามด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วพร้อมหน้าตาบ๊องแบ๊ว

 

ดูยังไงแพทเทิร์นก็หาความใสซื่อจากหน้าหวานๆ ของน้องสาวไม่เจอ ไม่ใช่ว่าไม่อยากเชื่อ แต่เจ้าน้องตัวดีของเขาคนนี้น่ะเชื่อยาก ยิ่งมาอยู่กันต่างประเทศไม่มีป๊าคอยคุมแบบนี้ไม่มีทางซะล่ะที่จะปล่อยโอกาสทองให้ผ่านไป

 

ต้องมีอะไรที่ล็อตเต้เวิลด์นั่นแน่ๆ...

 

“พี่แพทไม่อยากไปล็อตเต้เวิลด์เหรอ? พี่แพทไม่ต้องไปก็ได้นะ เดี๋ยวไซน์ไปกับเพื่อนกันเองก็ได้” ลอยหน้าลอยตาพูดแล้วเอื้อมไปดึงการ์ดในมือพี่มาเปิดประตูตึกเสียเอง มือหนึ่งดันประตู อีกมือยื่นส่งการ์ดคืนไปตรงหน้าพี่ชาย ยิ้มถาม “ว่าไงคะ ตกลงจะไปไม่ไป?”

 

แพทเทิร์นรับการ์ดคืน ยิ้มเลียนแบบกลับไป “พี่คงปล่อยเธอไปซ่าคนเดียวหรอกนะ” แล้วเดินนำเข้าไปที่ลิฟต์ “แต่ถึงยังไงก็ต้องรอคุณลุงลีโทรมาก่อน ถ้าต้องไปดูงานเธอก็ต้องไปด้วย”

 

“รู้แล้วล่ะน่า!” เด็กสาวทำแก้มป่องเดินตามเข้าไปในลิฟต์ “แล้ววันนี้คุณลุงพาพี่ไปดูงานที่ไหนเหรอ?”

 

“วันนี้คุณลุงลีติดงานมาไม่ได้”

 

“อ่าว แล้วพี่ทำอะไรทั้งวัน?”

 

“ก็เดินเล่นที่อับกุจองนั่นแหละ จนเธอโทรมา”

 

“อ้อ” พยักหน้ารับหงึกๆ “แล้วเป็นยังไงบ้าง เจออะไรน่าสนใจไหม? หูย นี่พี่แพทไปอับกุจองก่อนไซน์ได้ยังไงเนี่ย ไซน์อยากไปที่นั่นเป็นอันดับต้นๆ เลยนะ”

 

“ก็มัวแต่ไปตามผู้ชายเองนี่” ขอแขวะเสียหน่อย แต่น้องไม่ได้สำนึกอะไรแม้แต่น้อย “น่าสนใจเหรอ อืม...ก็เจอนะ” เด็กหนุ่มหันไปมองน้องทีหนึ่งอย่างมีความหมาย แกล้งยิ้มให้ต่อมความอยากรู้ของน้องทำงานเล่นๆ พอดีกับที่ประตูลิฟต์เปิดออก

 

ดีไซน์ทำตาโต วิ่งตามไปเกาะหลัง “อะไรๆ พี่แพทเล่ามาเลยนะ!”

 

“ไม่เล่า” ตอกย้ำความสนุกด้วยการหัวเราะ คว้าผ้าขนหนูได้ก็เดินลิ่วเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงน้องสาวตะโกนโวยวายอยู่สักพักก็เงียบไป คิดว่าคงเลิกตื้อถามแล้ว แต่ที่ไหนได้เปิดประตูออกมาแล้วแพทเทิร์นแทบหัวใจวาย

 

“เฮ้ย! ตกใจหมด!”

 

ใบหน้าที่เคยขาวใสตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยสีเขียวคล้ำของครีมพอกหน้า ดีไซน์ยืนกอดอกอยู่หน้าห้องน้ำนั่นเอง

 

“เล่ามานะพี่แพท เดี๋ยวนี้มีความลับกับน้องเหรอ?”

 

แพทเทิร์นเดินหนีมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ในห้องรับแขก “อย่างเธอเคยไม่รู้เรื่องอะไรของพี่ด้วยเหรอไง?”

 

“ก็เรื่องพี่หนึ่งไง!”

 

เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว ขณะตามองเพจอีเมล “แต่เธอก็รู้นี่”

 

ดีไซน์ลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ “โห่ กว่าไซน์จะรู้ว่าพวกพี่คบกันก็ตั้งสองเดือนแหนะ”

 

“สองเดือนเองเหรอ?” แพทเทิร์นหันมามองหน้าน้องที่รีบยกมือขึ้นปิดปาก เขาขมวดคิ้ว “พี่คิดว่าเธอเพิ่งรู้ไม่นานมานี้ ...จริงสิ พี่ไม่เคยถามเธอเลยนี่ว่าเธอรู้ได้ยังไง”

“แฮะๆ” ดีไซน์หัวเราะเสียงแห้ง “คือมันเป็นความบังเอิญน่ะ”

 

“บังเอิญแบบไหน?”

 

“ก็บังเอิญว่าไซน์โดดเรียน กลับบ้านเร็ว แล้วก็บังเอิญพี่แพทพาพี่หนึ่งมาติวหนังสือที่บ้านวันนั้นพอดี แล้วมันก็เลยบังเอิญว่าไซน์เห็นพวกพี่จูบกันที่หลังบ้าน”

 

ถ้าจะถามว่าเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมานานแค่ไหน แพทเทิร์นก็บอกได้แม่นเลยว่าสามปีที่แล้ว ก่อนสอบโรงเรียนของเขาหยุดให้อ่านหนังสือ แต่เขาจำได้ว่าวันนั้นดีไซน์กลับบ้านเย็นมากเลยนี่นา

 

แพทเทิร์นจ้องหน้าน้อง เขาถอนหายใจ ก่อนเอื้อมมือไปโยกหัวน้องเบาๆ

 

“ขอบใจ”

 

ดีไซน์ยิ้มกว้าง “เห็นว่าพี่หนึ่งหล่อหรอกนะ อ๊ะ พี่แพทตบหัวไซน์ทำไมอ่ะ!”

 

“กวน”

 

“แฮะๆ ล้อเล่นน่า! ไซน์ก็ต้องรอให้พี่แพทพูดเองสิ เรื่องของพี่แพทนี่นา”

 

คนเป็นพี่ส่ายหน้า ก่อนหันไปหาจอคอมฯ พูดเรื่อยๆ เหมือนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ “วันนี้พี่เจอนักร้องที่ชื่อไลม์”

 

“หา! พี่แพทเจอไลม์เหรอ?! ไลม์ หัวหน้าวง O-Type อ่ะนะ?!!” ปฏิกิริยาของดีไซน์ไม่ค่อยต่างไปจากที่แพทเทิร์นคิดสักเท่าไหร่ เด็กสาวผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะนั่งลงใหม่ “ที่ไหน เมื่อไหร่ เจอกันได้ยังไง?”

 

“ที่อับกุจองนั่นแหละ ตอนเย็นๆ เขาเดินชนพี่”

 

ดีไซน์ตบมือเพี้ยะเสียงดัง “ว่าแล้วเชียว! ดวงพี่แพทพุ่งที่เกาหลีจริงๆ ด้วย!! อ๊ะ จริงสิ ไซน์ยังไม่ได้เอาให้พี่แพทดูเลยนี่นา เดี๋ยวก่อนนะ พี่แพทอย่าเพิ่งไปนอนนะ รอไซน์แป็บนึง”

 

เด็กหนุ่มมองน้องสาวด้วยสายตาแปลกๆ คล้ายระแวงนิดๆ กับท่าทางตื่นเต้นโวยวายของน้อง เขาตะโกนไล่หลังไปว่าให้ล้างหน้าให้เรียบร้อยก่อนด้วย

 

เมลบ็อกซ์ไม่มีอะไรน่าสนใจนอกจากเมลของแม่ที่ส่งมาย้ำว่าให้ดูแลน้องดีๆ เขาปิดหน้าเมลแล้วเปิดเบราเซอร์ขึ้นมาดู ทวิตเตอร์ที่ดีไซน์ล็อกอินเอาไว้เด้งขึ้นมาเป็นเพจแรก และสิ่งแรกที่ทำให้เรียวคิ้วบางต้องขมวดยุ่งคือข้อความบนไทม์ไลน์ที่เพิ่งเด้งขึ้นมา

 

 

나중에 또 만나요~ 내 햄스터

 

 

แน่นอนแพทเทิร์นอ่านไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจข้อความนี้คือคนที่โพสมันขึ้นมาต่างหาก

 

นี่เป็นข้อความของไลม์

 

“แปลว่าไรวะ?” เสียงหวานงึมงำ

 

...ถ้าอยากรู้ ก็ต้องกูเกิ้ล!

 

ก๊อปวางแค่วินาทีเดียว คำแปลก็ขึ้นหราให้แพทเทิร์นต้องอ้าปากค้างกับความหมายที่ได้อ่าน

 

“See you later~ My Hamster”

 

ไม่ใช่เสียงของแพทเทิร์น แต่เป็นเสียงของน้องสาวที่โผล่มายืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 

“ใครพิมพ์อ่ะ พี่แพทเหรอ?”

 

“เปล่า เอ้อ...ไลม์น่ะ พี่เห็นทวิตมันเด้งขึ้นมาพอดีเลยลองเอามาแปลดู”

 

“หืม?” ดีไซน์มุ่นคิ้ว คว้าเม้าส์มาถือเอง สายตาจ้องหาประโยคในไทม์ไลน์ ก่อนหันมามองหน้าพี่ชาย แล้วหันกลับไปมองประโยคนั้นใหม่ สลับไปสลับมาอยู่อย่างนั้นหลายรอบจนคนเป็นพี่เริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์

 

ใครเคยบอกว่าผู้หญิงเซ้นส์ดี ...ถูกต้องแล้วล่ะ!

 

ดีไซน์หันมามองหน้าแพทเทิร์นอ้าปากค้าง นัยน์ตาเบิกกว้าง ปลายนิ้วเล็กชี้สลับไปมาระหว่างหน้าจอกับหน้าพี่ชาย “พี่แพท อย่าบอกนะ ว่าหนูแฮมสเตอร์ที่ไลม์พูดถึงคือพี่แพทอ่ะ!”

 

“เอ่อ... คงงั้นมั้ง”

 

คงงั้นมั้งยังไง?!!”

 

แพทเทิร์นยักไหล่ “เขาเรียกพี่ว่าแฮมสเตอร์”

 

“กรี๊ด สุดยอดเลยพี่แพท!!!!

 

จู่ๆ ดีไซน์ก็ตะโกนลั่น ซ้ำยังเขย่าไหล่พี่ชายรัวๆ

 

“อย่าตะโกนสิไซน์ โอ้ย เลิกเขย่าได้แล้ว” ดึงมือน้องออกจากไหล่อย่างทุลักทุเล แล้วก็แทบหงายหลังเมื่อน้องยื่นกระดาษขนาดครึ่งเอสี่มาจ่อตรงหน้าแทบชิดลูกตา

 

“อะไร?”

 

“ดวงของพี่แพทไง” คนตอบยิ้มตื่นเต้น

 

“หา?” รับมาดูงงๆ

 

ดีไซน์ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ “ไซน์ไปดูดวงก่อนมาเกาหลี ไซน์ดูเผื่อของพี่ให้ด้วย ตอนแรกไซน์ก็ว่าไม่ค่อยจะน่าเป็นไปได้เท่าไหร่เลยไม่ได้เอาให้พี่แพทดู กลัวเดี๋ยวพี่แพทว่า แต่คิดๆ แล้วมันก็อาจเป็นไปได้นะเนี่ย ...โอ้ย ไซน์ตื่นเต้นแทนเลยพี่แพท อ๊ะ แต่อย่างนี้ก็เท่ากับว่าพี่แพทจะต้องเลิกกับพี่หนึ่งน่ะสิ? แต่ช่างเหอะ ถ้าเป็นไซน์นะ จะพี่หนึ่งสองคนหรือสิบคนก็ยอมเลิกหมดแหละ ถ้าอีกฝ่ายเป็นไลม์อ่ะ!”

 

เจ้าของดวงอ่านข้อความในกระดาษอย่างงงๆ และยิ่งรู้สึกมึนเมื่อน้องสาวเอาแต่พูดอะไรไม่หยุด พอกำลังจะตั้งใจเริ่มอ่านใหม่ก็ถูกดึงกระดาษกลับไปเสียก่อน

 

“มาๆ ไซน์จะสรุปให้ฟังง่ายๆ นะ เค้าบอกว่า ช่วงนี้พี่แพทมีสิทธิ์รักร้าวกับคนที่ชอบพอกันอยู่ และในระหว่างนี้พี่แพทจะได้เจอผู้ชายคนใหม่สองคนที่เข้ามาในชีวิต ...ใช่ ผู้ชาย พี่แพทฟังไม่ผิดหรอก เค้าบอกเพศมาอย่างนี้เลย! สุดยอดไหมล่ะ” ดีไซน์ทำหน้าแบบว่าสุดยอดจริงๆ “เค้าบอกว่าการเดินทางครั้งนี้จะทำให้พี่แพทได้สานสัมพันธ์กับทั้งสองคน อ้อ แล้วเค้าบอกด้วยนะ ว่าพี่แพทเคยเจอกับสองคนนี้มาก่อนแล้ว เพราะเค้าใช้คำว่า ได้มาเจอกัน อีกครั้ง ที่ต่างประเทศ”

 

ดีไซน์ทำท่าคิด “ไลม์เคยเจอกับพี่แพทที่ผับครั้งหนึ่ง แล้วพี่แพทก็มาเจอไลม์ที่นี่อีกครั้ง แถมไลม์ยังให้ความสนใจพี่ด้วย คนนี้เข้าข่ายชัวร์ แต่อีกคนเป็นใครล่ะ? ...พี่แพทเคยเจอคนเกาหลีก่อนมานี่ป่ะ?”

 

โดยไม่รู้ตัว แพทเทิร์นเผลอยกมือขึ้นลูบอก แต่พอเห็นสายตาน้องมองมาที่มือก็รีบเอาลง ส่ายหน้าตอบ

 

“ไม่นี่ ถ้าไม่นับพวกคุณลุงลีล่ะก็นะ”

 

ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่ดีไซน์ก็ยังไม่ยอมหยุดคิดง่ายๆ “หรือจะเป็นคนอื่นในวง O-Type? หรืออาจจะเป็นวง...”

 

“ไปกันใหญ่แล้ว เธอดูดวงมากเกินไปหรือเปล่า ของแบบนี้เชื่อได้ที่ไหนกัน?” แพทเทิร์นลุกขึ้นยืน พยายามไม่สนใจเสียงน้องที่ไล่ตามหลัง ก่อนปิดประตูห้องนอนเขาได้ยินว่า

 

“...เชื่อไม่เชื่อก็อีกเรื่อง แต่รับฟังไว้ก็ไม่เสียหายนะพี่แพท~~ ได้ยินป่าวววว”

 

แพทเทิร์นมุดขึ้นไปนอนกอดผ้าห่มผืนหนา ส่ายหน้าพั่บกับความคิดที่คล้อยตามน้องสาว

 

เขาเพิ่งจะเติมช่องว่างในคำถามของดีไซน์เข้าไปเป็นใบหน้าของเมเนเจอร์คนนั้น!

 

...ต้องไม่ใช่แน่ๆ !

 

สะบัดศีรษะแรงๆ อีกรอบ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัว พร้อมหาเหตุผลมาลบล้างความคิดที่เพิ่งผุดขึ้นมา

 

ที่ไทยเขากับเมเนเจอร์นั่นแทบจะไม่ได้เรียกว่าเจอกัน มันเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่โคตรจะสั้น อันที่จริงกับไลม์ก็เหมือนกัน ตอนนั้นเขาไม่ได้สติแถมยังจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!

 

ไม่สิ แทนที่จะคิดถึงสองคนนั้น เขาต้องคิดถึงความจริงที่ว่าเขาไม่มีทางหยุดรักพี่หนึ่งไปชอบใครได้ต่างหากเล่า!

 

ใช่แล้ว ใช่ ถึงเขากับพี่หนึ่งจะมีปัญหากัน แต่ใจเขาไม่ได้มีปัญหาเสียหน่อย เขายังรักพี่หนึ่ง ต่อให้พี่หนึ่งไม่รักเขาก็ตามที

 

 

พรึ่บ!

 

 

ผ้าห่มถูกตวัดออกพ้นศีรษะ เผยให้เห็นใบหน้าหวานของเด็กหนุ่ม

 

“ที่ใจเต้นไม่ใช่เพราะรู้สึกอะไรด้วย แต่เป็นเพราะตกใจต่างหาก ...อืม ใช่ เพราะตกใจ มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกาย ไม่มีอะไรเป็นพิเศษทั้งนั้น”

 

เสียงหวานพึมพำเหตุผลที่ฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่แม้แต่ตัวเองก็รู้สึกแบบนั้น แต่อย่างไรก็ตาม เขายังต้องการผลักไสเสียงที่เกิดขึ้นภายในอกนั้นออกไป

 

ในเมื่อยังรักพี่หนึ่งอยู่อย่างนี้ แล้วเขาจะไปรักใครอื่นได้อีก?

 

 

เรื่องไร้สาระชัดๆ !

 

 

 

_______________________________

TBC

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up