Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 02

 

 

แอร์เย็นฉ่ำ กับเวลาบ่ายแก่ๆ ภายในร้านห้องเสื้อชื่อดังกลางสยามสแควร์ สองพี่น้องอินทร์ธาราต่างนั่งหัวผงกกันไปคนละทิศละทาง ดวงตาปรือปรอยคร้านจะสู้แสงแดดที่ส่องลอดผ่านม่านหน้ากระจกร้านเข้ามา เสียงเพลงคลาสสิคเหมือนจะทำหน้าที่กล่อมได้ดีกว่าเพลงกล่อมเด็ก

 

“ยัยไซน์ เจ้าแพท แม่ให้มาเฝ้าร้านนะไม่ได้ให้มาหลับ” มือผอมบางคล้ายไม่มีแรง หากความจริงแรงมือที่ฟาดลงกลางหลังเด็กทั้งสองนั้นมีมากพอจะทำให้ลูกๆ ของเธอสะดุ้งเฮือกนั่งหลังตรงราวกับมีสปริงเด้งดึ๋ง

 

ดีไซน์ยกมือขึ้นขยี้ตา เงยหน้ามองมารดาสุดรัก “แม่ขา~ ไซน์ง่วงมากกกกก ให้ไซน์นอนเถอะนะๆ” เน้นคำว่ามากแบบใส่ฟิลลิ่งสุดๆ แล้วช้อนสายตาออดอ้อนอย่างที่ทำจนชำนาญ

 

ทว่าคราวนี้คนเป็นแม่ไม่ยอมอ่อนให้ง่ายๆ “อย่าให้ป๊ามาได้ยินเชียวนะว่าไซน์บ่นง่วงนอน แค่แม่ให้พวกลูกมาเฝ้าร้านแทนที่จะโดนป๊าส่งไปอยู่กับคุณยายที่ต่างจังหวัดก็ดีแค่ไหนแล้ว เฮ้อ! แม่ล่ะเชื่อเลยจริงๆ เมื่อคืนพวกลูกก่อเรื่องไว้ไม่น้อยเชียวนะ”

 

สาวน้อยหดหัวกลับ ลอบหันไปแลบลิ้นกับพี่ชายที่ฟุบหัวติดโต๊ะไปอีกรอบแล้ว

 

“ปลุกพี่เขาด้วยล่ะ เดี๋ยวแม่จะออกไปธุระ ...เอินๆ” นภัทรหันไปเรียกพนักงานประจำร้าน “เดี๋ยวฝากดูสองคนนี้ด้วยนะ ถ้ามีลูกค้าวีไอพีก็ให้เจ้าแพทคุยได้เลย ราวๆ ห้าโมงฉันจะกลับมา”

 

ดีไซน์เท้าศอกลงกับโต๊ะมองร่างของผู้เป็นแม่เดินออกไปจากร้าน กระทั่งบีเอมดับบิวสีขาวเคลื่อนตัวออกไปจากสายตา เธอค่อยหันไปมองพี่ชายที่ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมาง่ายๆ แล้วคิดไปถึงเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

 

มันเป็นความบังเอิญหรือชะตาฟ้าลิขิตหรืออะไรก็ตามแต่ ที่ทำให้ทั้งเธอและพี่ชายไปอยู่ในสถานที่เดียวกันตอนเวลาตีหนึ่ง พร้อมกับนักร้องวงโปรดของเพื่อนเธอ เรื่องของเรื่องก็คือ เธอถูกเพื่อนขอร้องให้ไปตามนักร้องวงนี้เป็นเพื่อน พวกเธอสอบเสร็จมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว เธอก็เลยขอป๊าไปนอนบ้านเพื่อน ป๊าอนุญาต พวกเธอก็เลยเริ่มตามนักร้องวงนี้มาตั้งแต่สามวันก่อน

 

O-Type เป็นนักร้องบอยแบนด์ค่ายเดียวกับวงที่ดีไซน์ชอบ วงนี้เพิ่งเดบิวท์ได้ไม่นาน การมาประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก แต่ถึงอย่างนั้นงานแจกลายเซ็นก็ยังมีแฟนคลับมามากเกินกว่าที่กำหนดไว้ อาจเพราะส่วนหนึ่งชื่อของค่ายนี้ดังอยู่แล้วพอตัว ไม่ว่าใครเดบิวท์มาใหม่ก็ได้รับความสนใจในเวลาอันรวดเร็ว

 

เมื่อคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของ O-Type ที่จะอยู่ประเทศไทย พวกเธอตามวงนี้มาทั้งวันจนมาจบลงที่ผับชื่อดังสถานที่ประจำของคนดังที่มักจะมาเที่ยวที่นี่ ดีไซน์เคยอ่านเจอจากแฟนเพจมาว่าผับนี้เจ้าของเป็นคนเกาหลี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากดาราเกาหลีมาแล้วจะต้องเลือกที่นี่เป็นที่เที่ยว ก็เหมือนเลือกร้านอาหารเกาหลีกินกันนั่นแหละ

 

ทั้งเธอและเพื่อนของเธออายุยังไม่ถึงเกณฑ์ จึงทำได้แค่นั่งรออยู่หน้าผับ มีแฟนคลับตามไม่กี่คนแล้วในเวลานี้ และล้วนแต่เป็นเด็กต่ำกว่ายี่สิบปีทั้งนั้น มีสองสามคนที่เข้าตามไปได้เท่าที่เธอเห็น แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าใครได้ตาม O-Type เข้าไป ประเด็นมันอยู่ที่หนึ่งในสมาชิก O-Type อุ้มใครออกมาจากผับต่างหาก!

 

วินาทีแรกทั้งเธอและเพื่อนต่างมองตาค้างด้วยความตกใจ แฟนคลับรอบๆ เริ่มส่องกล้องกดชัตเตอร์รัวชนิดว่าสแน๊บช็อตกันไปเป็นร้อย ต่างพยายามมองฝ่ากลุ่มคมที่หัวหน้าวงสุดหล่อยืนคุยอยู่คล้ายกำลังปรึกษากันเรื่องของคนที่เจ้าตัวอุ้มออกมา กระทั่งเธอเพ่งสายตาฝ่าความมืดสลัวจนได้เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างของร่างเล็กๆ ในวงแขนของหัวหน้าวง O-Type เพียงแค่เห็นแว๊บเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าร่างปริศนานั้นคือใคร

 

“นั่นพี่แพทนี่?!”

 

ดีไซน์โผลงขึ้นมาเสียงดัง และแทบจะเป็นวินาทีเดียวกัน ที่เสียงอีกเสียงที่ดังกว่าดังขึ้นข้างตัวเธอ

 

“ดีไซน์! ลูกมาทำอะไรที่นี่!!”

 

“ป๊า!!”

 

เหตุการณ์หลังจากนั้นมันช่าง ...เลวร้ายสุดบรรยาย ป๊าจับได้ว่าลูกสาวออกมาตามผู้ชายกลางค่ำกลางคืนไม่พอ ยังพบว่าลูกชายอีกคนนอนสลบไสลเมาไม่รู้เรื่องอยู่ในวงแขนของหนุ่มต่างชาติอีกต่างหาก กลุ่มแฟนคลับแทบวงแตกเมื่อนายธนากร อินทร์ธาราตรงเข้าไปหากลุ่มคนเกาหลีที่มีทั้งศิลปินและทีมงานอย่างเอาเรื่อง โชคดีที่พี่เบสท์ตามออกมาทันก่อนจะมีการแจ้งความ แม้ว่าพี่เบสท์จะเมาไม่แพ้เพื่อน แต่ดูเหมือนสติจะกลับเข้าที่เข้าทางด้วยความจำเป็นเมื่อเห็นนายธนากร พูดคุยกันจนสรุปว่าเป็นแค่การเข้าใจผิด ศิลปินหนุ่มแค่มีเจตนาช่วยแพทเทิร์นไม่ให้โดนฉุดเท่านั้น แต่เจ้าตัวดันหลับไปเสียนี่ เรื่องราวจึงจบลงด้วยดี

 

แต่สำหรับดีไซน์และแพทเทิร์นนั้น ป๊าโกรธเสียจนเด็กทั้งสองไม่กล้าเถียงสักคำ ...ก็มันเรื่องจริงทั้งหมดนี่!

 

และก็ยังโชคดีอีกเรื่อง ที่แฟนคลับถ่ายไม่เห็นหน้าพี่แพทสักคน ที่เห็นอย่างมากก็แค่ใบหน้าเสี้ยวเดียวเท่านั้น ดีไซน์เช็คดูแทบทุกเว็บเท่าที่จะหาได้แล้ว เป็นความว่องไวของการ์ดจริงๆ ที่รีบไล่แฟนคลับให้ออกห่างจากจุดเกิดเหตุ จึงไม่มีคนนอกคนไหนได้ยินบทสนทนาชวนสยองเหล่านั้น

 

ดีไซน์กำลังลังเลอยู่ว่าจะปลุกพี่แพทดีไหม เธอรู้จากพี่เบสท์แล้วว่าพี่แพทกำลังอยู่ในช่วงเฮิร์ทกับความรัก ถึงได้ดื่มจนเมาแฮงค์อย่างในตอนนี้ ปกติพี่แพทของเธอก็เป็นผู้ชายตัวเล็กอยู่แล้ว พอบวกกับอาการเซื่องซึมเหงาหงอยแล้วเลยดูตัวเล็กลงไปอีก หน้าตาน่ารักเวลาเศร้าก็สุดจะน่าสงสาร ไอ้ผู้ชายที่ทิ้งพี่แพทแม่งไม่มีตาหรือไงวะ?!

 

เสียงโทรศัพท์ของแพทเทิร์นดังขัดความคิดเด็กสาว

 

ชื่อที่โชว์หน้าจอทำให้ดีไซน์ไม่ลังเลที่จะกดรับแทน

 

“พี่เบสท์ นี่ไซน์นะ พี่แพทหลับอยู่ค่ะ”

 

‘แพทยังแฮงค์อยู่เหรอ?’

 

“ช่าย เนี่ยกินยาพาราไปสองเม็ดแล้วเลยหลับไม่ยอมตื่น ไซน์ก็ปลุกไม่ลงด้วย”

 

‘อื้อๆ ไม่ต้องปลุกหรอก พี่โทรมาถามดูน่ะ เออแล้วป๊าเค้าว่าอะไรบ้างไหม?’

 

“ก็เกือบโดนจับส่งลำปางแล้วล่ะ ดีนะแม่ช่วยไว้ทัน ให้ไปอยู่กับคุณยายมีหวังไซน์กับพี่แพทอกแตกตายแน่ๆ” แค่คิดเด็กสาวก็ขนลุกแล้ว

 

‘ไม่รู้อะไรดลใจให้ป๊าพาลูกค้าไปดื่มที่ผับนั้นเนอะ พี่ตกใจแทบแย่ที่เห็นทั้งป๊าทั้งไซน์อยู่ตรงนั้น’

 

ไซน์พยักหน้าหงึกหงักกับโทรศัพท์ “ก็นั่นน่ะสิ! เนี่ยไซน์ว่าจะลากพี่แพทไปดูดวงด้วยกันซะหน่อย ซวยเกิ๊น”

 

‘ฮ่าๆ หมอดูเขาว่ายังไงก็บอกพี่ด้วยแล้วกัน จะได้ไม่ซวยตามแพทไปด้วย โอเค พี่วางก่อนนะ แพทตื่นแล้วก็ช่วยบอกให้โทรกลับด้วย’

 

“ได้ค่ะพี่เบสท์”

 

พูดถึงดูดวง ดีไซน์ก็หันขวับไปหาพี่ชายพลางหรี่สายตา คนตั้งมากมายในผับ พี่แพทเจอใครมาช่วยไม่เจอ ดันไปเจอหัวหน้าวงนักร้องเกาหลีซะงั้น แล้วอยากจะรู้จริงๆ ว่าปกติพวกดาราเขาสนใจจะยื่นมือลงไปช่วยคนอื่นแบบนี้หรือเปล่า คนรู้จักก็ไม่ใช่ ถ้าคิดจะช่วยก็เดินไปบอกสต๊าฟหรือใครไม่ดีกว่าเหรอ

 

สงสัยช่วงนี้ดาวประจำตัวพี่แพทจะตกทิศที่ประเทศเกาหลีเสียล่ะมั้ง

 

...ก็คิดไปได้!

 

 

 

“พี่แพทๆ ตื่นเร็ว! ป๊ามา!!” สองชั่วโมงที่ผ่านมาดีไซน์รับหน้าทีต้อนรับลูกค้าคนเดียว เนื่องจากเธอทำใจปลุกคนป่วยใจไม่ลง แต่รถเบ้นซ์เลขทะเบียนคุ้นตาที่เลี้ยวมาจอดหน้าร้านทำให้เธอต้องตัดใจปลุกพี่ชาย

 

แพทเทิร์นขมวดคิ้วมุ่น ครางเสียงต่ำในคอ เขาได้ยินเสียงน้องสาวย้ำคำว่า ป๊า ซ้ำๆ จนต้องจำใจสลัดความง่วงทิ้งไป และแม้จะยังปวดหัวอยู่เขาก็ฝืนลุกขึ้นเดินไปล้างหน้า เมื่อออกมาก็พบว่าป๊านั่งอยู่ในห้องรับรองลูกค้าแล้ว มีแขกของป๊ามาด้วยสองคน

 

ดีไซน์นั่งอยู่ในห้องด้วย เธอรีบกวักมือเรียกพี่ชายผ่านผนังกระจกของห้องเป็นเชิงเร่งให้เข้ามา หน้าตาบ่งบอกว่ากำลังตื่นเต้นดีใจกับอะไรบางอย่างสุดๆ

 

มือขาวยกขึ้นเสยผมให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะผลักประตูกระจกเข้าไป เขายกมือสวัสดีแขกของพ่ออย่างมีมารยาท แต่ดูจากปฏิกิริยาอาการตอบรับของแขกแล้ว แพทเทิร์นก็เดาได้ว่าคงเป็นต่างชาติ

 

“แพทมานั่งนี่มา คุณคิมและคุณลีเป็นลูกค้าของป๊า เป็นคนเกาหลี พูดภาษาอังกฤษได้” หลังจากแนะนำตัวกันไปพอเป็นพิธี ธนากรก็เริ่มคุยกับแขกต่อจากเมื่อครู่ ดีไซน์อาศัยจังหวะนี้โยกตัวไปกระซิบกับพี่ชาย

 

“พี่แพทต้องตอบตกลงเท่านั้นนะ รู้ไหม!”

 

“ตกลงเรื่องอะไรล่ะ?” แพทเทิร์นกระซิบกลับไป

 

“เดี๋ยวก็รู้เองล่ะ แต่พี่แพทต้องตอบตกลงเท่านั้น ไม่งั้นนะ...”

 

“แพท” เสียงของป๊าทำเอาเจ้าน้องสาวงับปากกึ๊บไม่พูดอะไรอีก หันไปยิ้มหวานให้คนเกาหลีวัยกลางคนทั้งสองคน “ลูกค้าป๊าเขาทำห้องเสื้ออยู่ที่เกาหลี เขาเคยเห็นผลงานของแพทเมื่อต้นปีที่ส่งประกวดระดับเอเชีย พอเขารู้ว่าแพทเป็นลูกป๊าเขาก็สนใจมาก อยากชวนแพทไปดูงานช่วงปิดเทอม ป๊าเห็นว่าแพทต้องเลือกเรียนแลกเปลี่ยนใช่ไหมปีหน้า แพทอยากลองไปดูงานก่อนหรือเปล่า?”

 

ใต้โต๊ะ เท้าเล็กๆ ของน้องสาวเตะเท้าของพี่ชายสองที

 

แพทนิ่งคิด เขาไม่เคยไปประเทศเกาหลีมาก่อน แต่ซีรี่ย์เกาหลีน่ะดูไปเยอะพอควรเพราะน้องสาวบังคับดูด้วยกัน  เท่าที่เห็นแฟชั่นที่นั่นก็น่าสนใจไม่น้อย ถ้าได้ไปดูงานก่อนก็เป็นประสบการณ์ที่ดี

 

...และมันคงจะดี หากเขาไปอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ บ้าง

 

“แพทว่าไง คุณลีเขาจะช่วยจัดการหาที่พักให้ มีอะไรก็ติดต่อได้ตลอด”

 

“จริงด้วยสิ เดือนหน้าจะมีงานแฟชั่นที่กรุงโซลด้วยนี่ พี่แพทเคยบอกว่าอยากไปไม่ใช่เหรอ?”

 

เคยบอกตอนไหน? แพทเทิร์นจำไม่ได้ แต่แรงเหยียบที่เท้ามีมากพอที่จะทำให้เขาจำได้แม้ว่าเขาจะไม่เคยรู้เรื่องงานแฟชั่นอะไรนี่มาก่อนเลย

 

“อืม จริงด้วย ...ถ้าป๊าไม่ว่าอะไรผมก็อยากไปครับ” แพทเทิร์นชักเท้าออกจากเท้าของน้องสาวทัน ก่อนจะพูดต่อ “ให้ไซน์ไปกับผมด้วยได้ไหมครับ? น้องก็สนใจจะเรียนต่อด้านนี้เหมือนกัน ไปพร้อมกันจะได้ตัดสินใจได้เร็วๆ ว่าจะต่อทางนี้ดีหรือเปล่า”

 

“จะเป็นตัวป่วนน่ะสิ” ธนากรรู้ทัน

 

ลูกสาวตัวดีรีบส่ายหน้าพรืด “ไม่ป่วนแน่นอนเลยค่ะ! นะคะป๊า ไซน์ก็อยากเห็นเหมือนกันว่างานแฟชั่นที่นู่นเขาเป็นยังไง เนี่ย ไซน์ก็เรียนเสริมภาษาเกาหลีอยู่แล้วด้วย ถ้าได้ไปดูลู่ทางเรื่องสอบชิงทุนที่นู่นก่อน ไซน์จะได้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ไงคะ”

 

เรื่องเรียนเป็นสิ่งเดียวที่ธนากรยอมให้ลูก จะเที่ยวจะเล่นยังไงขอให้สนใจเรียนเป็นพอ แต่เขาก็ยังลังเลอยู่ ก็ลูกสาวของเขาน่ะมีแผนเที่ยวอยู่แล้วไม่ต้องสงสัย แต่เรื่องชิงทุนนี่ก็...

 

“เฮ้อ ก็ได้ๆ ยังไงก็ปิดเทอมกันอยู่แล้ว แต่ป๊าจะหาที่เรียนพิเศษที่นู่นให้ไซน์ด้วย ถ้าป๊ารู้ว่าไซน์ขาดเรียนแม้แต่ชั่วโมงเดียวป๊าจะเอาเรากลับไทย เข้าใจไหม”

 

ถึงจะให้เรียนทุกวัน พิณนภา อินทร์ธาราคนนี้ก็ยอมแต่โดยดี ขอแค่ได้ไปเกาหลีเท่านั้นเป็นพอ!

 

“โอเคเลยค่ะ!”

 

ธนากรส่ายหน้า ก่อนจะไล่ลูกๆ ให้ออกไปเฝ้าร้าน

 

ดีไซน์แทบจะหมุนตัวไปรอบร้านด้วยความสุขเกินบรรยาย แพทเทิร์นเห็นแล้วอดขำไม่ได้

 

“นี่เธอคิดว่าแค่ไปเกาหลีแล้วจะได้เจอยูมินหรือไง?”

 

เด็กสาวหมุนตัวเป็นครึ่งวงกลมกลับมาเผชิญหน้ากับพี่ชาย สองแขนเท้าเอว ยกยิ้มกว้าง ทำหน้าจริงจัง “ไซน์เชื่อมั่นในดาวประจำตัวของพี่แพท หึหึ” แถมท้ายด้วยเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์

 

“หา? ดาวอะไรของพี่นะ?”

 

“เออน่า” เด็กสาวโบกมือสะบัดไปมา ทำหน้าแบบไม่ใส่ใจเท่าไหร่ “ไซน์ว่าเจอก็เจอแล้วกัน!” จากนั้นก็หมุนตัวกลับไปที่เค้าท์เตอร์ ร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี

 

แพทเทิร์นคร้านจะท้วงถามคนสติเฟื่อง เขายังมีอาการปวดหัวอยู่จึงทนเห็นน้องสาวหมุนไปหมุนมาได้ไม่นานนัก เลือกที่จะเดินไปที่ห้องด้านหลังซึ่งเป็นห้องเก็บชุดและห้องตัดผ้า เขาออกแบบค้างไว้สองสามตัวยังไม่ได้ต่อตั้งแต่ก่อนสอบ ถ้าจะต้องไปเกาหลีเขาก็อยากทำแบบชุดพวกนี้ให้เสร็จก่อน

 

“พี่แพท” ดีไซน์เดินตามมาเกาะขอบประตูห้อง เมื่อพี่ชายเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะที่มีแบบแพทเทิร์นกระดาษวางทับๆ กันอยู่เธอก็พูดต่อ “เมื่อคืนนี้ พี่จำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ เหรอ?”

 

“อืม จำได้แค่แก้วคอกเทลแก้วที่สอง”

 

“โห่ เสียดายอ่ะ รู้ป่ะว่าคนที่อุ้มพี่อ่ะโคตรหล่อเลย เจ้าชายมาเองชัดๆ”

 

“ถ้าเป็นเกาหลีเธอก็ว่าหล่อทุกคนนั่นแหละ” แพทเทิร์นเหน็บน้องสาว

 

ดีไซน์ย่นจมูก “ไซน์ไม่ได้ว่าหล่อทุกคนเสียหน่อย ไลม์...หัวหน้าวงคนนี้อ่ะหล่อจริงๆ สาบาน แต่ไซน์ชอบยูมินมากกว่า”

 

...ไลม์เนี่ยนะ? มะนาว? เออชื่อตลกดี แพทเทิร์นคิดขำๆ

 

“อืมๆ เอาเถอะ จะหล่อไม่หล่อก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเราอยู่แล้ว” เด็กหนุ่มหันกลับไปสนใจแบบตรงหน้าอีกครั้ง คนเป็นน้องเลยจำต้องล่าถอย

 

...ชิชะ ทำเป็นไม่สนใจ ระวังเถอะ ไอ้ว่าไม่เกี่ยวๆ เนี่ย เดี๋ยวได้เกี่ยวขึ้นมาจะขำไม่ออก!

 

ดีไซน์ขมุบขมิบปากอยู่คนเดียว

 

 

แน่นอน ดีไซน์ไม่ได้คิดจริงๆ หรอกว่าสิ่งที่เธอบ่นๆ ตอนนั้น มันจะกลายเป็นจริงขึ้นมาได้

 

_______________________________

 

 

 

Best : ถึงเกาหลียัง?

 

Pat : ถึงแล้ว ตอนนี้อยู่ที่พักแล้ว

 

Best : โอเค ไปถึงนู่นก็อย่ามัวแต่หงอยล่ะ หาแฟนใหม่ไปเลย!

 

Pat : บ้า เรายังไม่ได้เลิกกับพี่หนึ่งนะ

 

Best : ไม่เลิกก็เหมือนเลิกแหละวะ ไอ้พี่หนึ่งไม่เห็นจะรู้สึกรู้สาอะไรเลย เมื่อคืนเราก็เห็นเขาไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนั้นที่ผับ

 

Pat : เราอยากมีรักเดียว สักวันพี่หนึ่งก็ต้องหยุด

 

Best : แล้วแพทไม่คิดบ้างเหรอ ว่าพี่หนึ่งจะหยุดกับผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย

 

Best : แพท เราไม่ได้อยากพูดให้นายเสียใจนะ ตรงกันข้ามเลย เราอยากเห็นนายมีความสุข

 

Pat : อืม เรารู้ เดี๋ยวเราต้องออกไปข้างนอกแล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะ

 

Best : โอเค ดูแลตัวเองด้วย

 

 

 

“พี่แพทไปยัง?” ดีไซน์โผล่เข้ามาในห้องด้วยชุดเดรสชีฟองสีฟ้าสดใส คนละชุดกับที่ใส่ขึ้นเครื่องมา

 

แพทเทิร์นมองน้องสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า “ไหนบอกจะไปเดินเล่นที่คลองชองกเยชอนไง?” แต่งตัวซะอลังการ

 

“ก็ไปเดินเล่นที่คลองน่ะสิ” ดีไซน์พยักหน้าหนักๆ ทำหน้าแบบก็ใช่น่ะสิ!

 

เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน ชี้หน้าคาดโทษน้องสาว “อย่าให้รู้ว่ามีแผนนะ”

 

“ฮุ่ย! จะมีแผนเผินอะไรล่ะ! พี่แพทอย่าทำเหมือนเป็นป๊าได้ป่ะ?” ดีไซน์ค้อนวงใหญ่ใส่พี่ชาย แต่สอดแขนคล้องแขนฝ่ายนั้นอย่างสนิทสนม “แล้วคุณลุงเค้าไปไหนแล้วล่ะ” ดีไซน์หมายถึงคุณลุงลีผู้เป็นเจ้าของห้องพักบนคอนโดหรูแห่งนี้ ซึ่งยกให้พวกเขาอยู่กันสองคนตามสบาย

 

“ไปแล้ว บอกว่าตอนค่ำๆ จะมารับไปทานข้าวด้วยกัน ให้เราเที่ยวแถวนี้ไปก่อน”

 

“โอเคชัดเจน”

 

 

 

เกาหลีเดือนตุลาคมไม่ได้หนาวอย่างที่คิด แต่เพื่อนของดีไซน์ยืนยันว่าปีที่แล้วตุลาคมหนาวโคตรๆ มันคงเป็นเรื่องของสภาวะโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน

 

ก่อนโลกแตก ดีไซน์ขอเจอยูมินในระยะเผาขนก่อนจะได้ไหมคะ พระเจ้า~

 

“เหนื่อยยยยยย มากกกกกก” คนบ่นทิ้งตัวลงนั่งทุบขาอยู่ที่ร้านคอฟฟี่ข้างทาง หลังจากที่ฮึดเดินเลียบคลองมาตั้งแต่ต้นสายยันต้นสายอีกฝั่ง “พี่แพทซื้อชอคโกแลตปั่นให้ไซน์หน่อยสิ”

 

น้องบังเกิดเกล้าสั่งมา พี่ชายคนดีที่เหนื่อยไม่แพ้กันจำต้องเดินไปซื้อให้ แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึงเค้าท์เตอร์ โทรศัพท์ที่คุณลุงลีให้ไว้ก็ดังขึ้นเสียก่อน แพทเทิร์นเดินกลับมาหาน้องที่นั่งตัวเหี่ยวอยู่หน้าร้าน

 

“เดี๋ยวคุณลุงมารับ เขาอยู่ใกล้ๆ แถวนี้พอดี”

 

“แต่นี่เพิ่งจะหกโมงเย็นเองนะ ไหนบอกว่าจะมารับค่ำๆ ”

 

“เห็นว่าจะพาไปที่ไหนสักที่นี่แหละ พี่จำไม่ได้”

 

“ขอให้เป็นที่ดีๆ ละกัน” ดีไซน์คราง …ตั้งแต่มายังไม่เจอคนหล่อเลยอ่ะ เศร้าใจ

 

 

 

ยี่สิบนาทีหลังจากนั้น

 

“พี่แพทบอกทีว่าไซน์ไม่ได้ฝันไป”

 

“เธอไม่ได้ฝัน” แพทเทิร์นกรอกตาตอบเนือยๆ

 

กรี๊ดดดดดด! ดีไซน์อยากจะกรี๊ดให้ลั่นโซล ทำไมไม่มีใครบอกเธอสักคนว่าคุณลุงลีทำงานกับคนในวงการบันเทิง ที่ที่เธอยืนอยู่นี่คือด้านหลังเวทีแสดงไลฟ์ของช่องเพลงชื่อดังช่องหนึ่ง ห้องแต่งตัวที่เรียงรายไปตามทางเดินมีกระดาษแปะชื่อวงบ่งบอกชัดเจน และนั่น ประตูทางซ้ายข้างหน้านั่น!!

 

ยูมินอยู่ในน้านนนน!!!~~

 

“ไซน์ ไปไหน!” แพทเทิร์นคว้าจับคอเสื้อน้องสาวแทบไม่ทัน

 

“ห๊ะ? อ้อ เปล่าๆ ขามันไปเอง โทษทีๆ” ดีไซน์หันหน้ามามองพี่ชายอย่างงงๆ แน่ล่ะ เธอกำลังอยู่ในสภาวะเอ๋อรับประทาน

 

หายใจเข้าลึกๆ ไว้พิณนภา เธอมาดูงานนะ มาดูงาน ไม่ได้มาดูยูมิน อืม...ดูงานๆ

 

...แต่อยากดูยูมินอ่ะ!

 

คนนี้คืออณาสรณ์ ส่วนอีกคนเป็นน้องสาว” คุณลุงลีแนะนำเด็กทั้งสองให้สไตล์ลิสต์ฟังเป็นภาษาอังกฤษ แพทเทิร์นทักทายกลับไปด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย ทว่าฝ่ายตรงข้ามฉีกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรทำให้เขาผ่อนคลายในเวลารวดเร็ว สไตล์ลิสต์คนนี้ชื่ออลิส หล่อนเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวเปรี้ยวมาก แต่นิสัยห้าวสุดๆ อลิสพาแพทเทิร์นกับดีไซน์เข้าไปดูชุดของศิลปินวงบอยแบนด์วงหนึ่ง(ที่ไม่ใช่วงที่ดีไซน์ภาวนาอยู่ในใจ) พร้อมกับอธิบายถึงคอนเซปต์ และถามความเห็นกลับ แรกๆ แพทเทิร์นไม่กล้าออกความเห็นมาก แต่พออลิสคอยรับส่งความเห็นบ่อยเข้าแพทเทิร์นจึงเริ่มกล้ามากขึ้น ไปๆ มาๆ ทั้งคู่ก็คุยกันอย่างถูกคอ

 

เธอมีพรสวรรค์มากเลยนะ” อลิสยิ้มให้แพทเทิร์นหลังจากเดินมาส่งเด็กทั้งสองที่หน้าทางเข้าด้านหลัง คุณลุงลียืนรออยู่ก่อนแล้ว

 

ขอบคุณครับ ผมสนุกมากเลย คำแนะนำของคุณยอดมากๆ” เด็กหนุ่มโค้งให้อลิสอีกครั้งก่อนที่เธอจะเดินกลับไป

 

เป็นไงบ้าง?” คุณลุงลีเป็นผู้ชายร่างท้วมใหญ่หน้าตาใจดี เวลายิ้มเลยยิ่งดูใจดีมากขึ้นไปอีก แต่เห็นอย่างนี้เวลาเดินไปไหนมีแต่คนก้มหัวทักทายอย่างสุภาพทั้งนั้น เป็นประเภทหน้าตาใจดีแต่เวลางานคงดุใช่เล่น

 

สนุกครับ ได้รู้อะไรเยอะเลย

 

แล้วไซน์ล่ะ เป็นไง?

 

ดีไซน์ยิ้มแผล่ พยักหน้าหงึกๆ “สนุกค่ะ แต่คิดว่าถ้าจะเรียนสายนี้คงเหนื่อยน่าดู” คุณอลิสบอกว่าบางงานต้องคิดคอนเซปต์ภายในคืนเดียว แถมยังต้องทำให้ได้ออกมาหลายๆ แบบด้วย งานที่ต้องทำแข่งกับเวลานี่น่ากลัวจริงๆ

 

คุณลุงลียิ้ม แล้วบอกว่าให้รอเพื่อนคุณลุงอีกสองคนที่จะไปทานข้าวด้วยกัน แพทเทิร์นกับดีไซน์เลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

 

“เป็นอะไรไซน์ เบื่อล่ะสิ หึหึ” แพทเทิร์นกระทุ้งแขนน้องสาว เขารู้ว่าน้องคาดหวังจะได้เห็นศิลปิน แต่ห้องแต่ละห้องที่คุณอลิสพาเข้าไปนั้นเป็นช่วงที่ศิลปินออกไปสแตนด์บายรออยู่ข้างเวทีกันหมดแล้ว

 

“พี่แพทอ่ะ” น้องสาวหันไปแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะสะบัดหน้าเลี้ยวเข้าห้องน้ำผู้หญิงไป

 

แพทเทิร์นยิ้มพลางส่ายหัว เดินไปทางห้องน้ำชาย มีคนสองคนยืนอยู่ที่ซอง แพทเทิร์นเลือกที่จะใช้ห้องน้ำที่มีประตูปิด เขาสะดวกใจที่จะทำธุระส่วนตัวคนเดียวแบบนี้มากกว่า

 

 

กึก

 

 

...ติดอะไรวะ?

 

ประตูที่น่าจะเปิดได้อย่างง่ายดายเหมือนตอนเปิดเข้ามากลับเปิดไม่ออกเสียอย่างนั้น

 

มือเล็กพยายามผลักอีกครั้ง แต่ผลที่ได้ก็ยังเหมือนเดิม ก้มดูที่ล็อกก็เห็นว่ามันปลดไม่หมด ...อ้าว แล้วมันจะเปิดออกได้ยังไงล่ะเว้ย!

 

 

แกร๊กๆ

 

 

หมุนเข้าหมุนออกแล้วก็ยังติดค้างอยู่เหมือนเดิม

 

...เอาวะ ถีบเลยละกัน!

 

ตัดสินใจแน่วแน่แล้วกลั้นลมหายใจ ฮึ๊บ!

 

 

ปึง!

 

 

“โอ้ย!

 

 

...แหม ไม่ว่าจะชาติไหน เสียงร้องนี่ไม่ค่อยต่างกันเลยเนอะ? ฮ่าๆ

 

ใช่เวลาขำไหม?!

 

 

เฮ้ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ผมขอโทษ” แพทเทิร์นรีบเดินไปดูคนที่ล้มลงไปกุมหน้าผากอยู่ที่พื้น คาดว่าคงเดินมาในระยะบานประตูที่เขาถีบพอดี เสียงกระแทกถึงได้ดังก้องห้องน้ำขนาดนั้น

 

ภาษาอังกฤษจากเด็กหนุ่มทำให้คนที่ถูกลอบทำร้ายเงยหน้าขึ้นรวดเร็ว

 

คุณโอเคไหม?” เห็นว่าเอาแต่มองค้าง แพทเทิร์นเลยโบกมือไปมาตรงหน้า

 

...ตายล่ะ เขาทำคนเอ๋อหรือเปล่าเนี่ย?

 

 

ไลม์! เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น ใครทำนายแบบนี้?” อื้อหือ ภาษาเกาหลีมาเป็นชุด แพทเทิร์นฟังไม่ออกสักคำ นอกจากไลม์คำแรกที่มันคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน เขาขยับลุกออกเมื่อคนที่พูดเดินตรงเข้ามาพยุงคนเจ็บ

 

คุณเป็นใคร แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น?

 

เอิ่ม...ฟังเกาหลีไม่ออก แพทเทิร์นทำหน้าเอ๋อ และเลือกตอบออกไปเป็นภาษาอังกฤษว่า “ขอโทษครับ เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย เพื่อนคุณโดนบานประตูที่ผมเปิดกระแทกเข้าที่หน้าผาก ...ตรงนี้” ประกอบท่าทางด้วยการชี้ที่หน้าผากตัวเอง

 

เด็กนี่พูดอะไร ไม่ใช่คนเกาหลีเหรอ?” นอกจากจะไม่ฟังแล้ว ยังทำหน้ามึนกลับมาอีก งั้นเชิญถามกันเองละกัน ขอตัวก่อนครับทุกท่าน

 

แพทเทิร์นบอกขอโทษคนเจ็บอีกครั้งแล้วเดินออกมาทั้งอย่างนั้น ...ก็ไม่ได้มีใครห้ามนี่? แต่เอ๊ะ ไลม์? มะนาว? หืม???

 

คนตัวเล็กก้าวถอยหลังเอียงหัวกลับมาดูคนในห้องน้ำอีกครั้ง หรี่สายตามองร่างสูงสองคนดีๆ แล้วก็สังเกตได้ว่าทั้งคู่แต่งตัวเกินกว่าจะเป็นแค่ทีมงานเบื้องหลังหรือแม้แต่แบคอัพ เอ่อ...ใช่วงอะไรกรุ๊ปโอๆ นั่นหรือเปล่า?

 

ไลม์... คนที่อุ้มเขาที่ผับงั้นเหรอ?

 

 

...ไหนไซน์บอกว่าหล่อไง นี่มันเรียกว่าหล่อตรงไหน เค้าเรียกว่าผู้ชายหน้าสวยต่างหาก!

 

 

 

_______________________________

 TBC

 

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up