Skip to menu

XEDITION

두근두근 In Seoul

สถานะ : จบแล้ว

KimYoonBe

두근두근 In Seoul

(ทูกึนทูกึน อิน โซล)

ตึกตัก ไม่ได้ตั้งใจจะรัก...จริงๆ นะ

 

Chapter 01

 

 

นายอณาสรณ์ อินทร์ธารา เกิดมาบนโลกได้ยี่สิบปีไม่เคยมีประวัติเสียๆ หายๆ ให้ตนเองต้องด่างพร้อย สมัยเรียนมัธยมก็เป็นถึงรองประธานนักเรียนมีผลงานดีเด่นเชิดชูให้สถาบันมากมาย เมื่อเข้ามาเป็นนักศึกษาสาขาการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้าก็สร้างชื่อเสียงให้มหาลัยมาตลอดสองปี ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะมีวันที่ตนเองตกเป็นข่าวฉาวในโลกไซเบอร์อย่างนี้ได้

 

...ถึงมันจะเป็นแค่ข่าวในกลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ตามที

 

แพทเทิร์นเท้าศอกข้างหนึ่งลงกับโต๊ะขณะเลื่อนเม้าส์ลงเรื่อยๆ ตามข่าวบนหน้าเว็บเพจที่น้องสาวเปิดให้อ่าน รูปภาพและคลิปวีดีโอถูกอัพขึ้นหราพร้อมหัวข้อสนทนาที่พาเอาเด็กหนุ่มอยากเป็นลมสักล้านครั้ง

 

 

เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?!’

เมเนเจอร์พูดอะไรกับผู้หญิงคนนั้น??’

 

 

หลายหัวข้อหลายประเด็นที่เหล่าแฟนคลับต่างวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความอยากรู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็น ...ใช่ช่วงเย็น แล้วนี่มันก็เพิ่งหัวค่ำเท่านั้น ทำไมข่าวมันรวดเร็วว่องไวอย่างนี้เนี่ย?!

 

“พี่แพทค่อดฟิน!” ไซน์นั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่ที่เก้าอี้ข้างๆ ยกมือตบโต๊ะถูกอกถูกใจ แต่พอเห็นหน้าพี่ชายไม่ได้ ฟิน ตามไปด้วยก็หยุดหัวเราะกึ๊บงับปากยิ้มกริ่มแทน “โหยพี่แพท ไม่เห็นต้องเครียดเลย พี่แพทน่ารักขนาดนี้ใครๆ ก็นึกว่าเป็นผู้หญิงทั้งนั้นแหละ แล้วดูไว้ผมสิ” นัยน์ตาวาววับสนุกสนานหรี่มองทรงผมของพี่ชายที่สไลด์ยาวระต้นคอ ดูอย่างไรก็มองออกได้แค่เด็กผู้หญิงห้าวๆ เท่านั้นเอง “แบบนี้ก็ดีแล้วนี่ ใครๆ จะได้คิดว่าพี่เป็นเด็กผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ไง”

 

ที่น้องสาวพูดมามันก็มีส่วนถูก ให้เข้าใจว่าเป็นเด็กผู้หญิงก็คงจะดีกว่าเห็นว่าเป็นเด็กผู้ชายที่ถึงกับต้องแหวกฝูงชนเพื่อเอาของไปให้ศิลปินชาย ...เออ ในกรณีนี้ต้องเป็นเมเนเจอร์ล่ะนะ

 

“แล้วนี่ผู้ชายคนนี้เขาเป็นเมเนเจอร์ไม่ใช่เหรอ? ทำไมทุกคนต้องสนใจอย่างกับเป็นศิลปินด้วยล่ะ?” อีกข้อสงสัยที่แพทเทิร์นอยากรู้ ...เด็กพวกนี้ขอแค่เป็นเกาหลีก็สามารถกรี๊ดได้หรือไงกัน?

 

ดีไซน์ทำหน้าแบบกูรูข้ารู้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ ส่ายนิ้วชี้ใส่หน้าพี่ชายไปมาพลางว่า “เมเนเจอร์คนนี้ไม่ธรรมดานะจ๊ะคุณพี่ชาย ในอินเตอร์เนทเขาลือกันให้แซดว่าที่จริงแล้วเบื้องหลังของเมเนเจอร์หน้าตาลูกครึ่งหล่อลากบาดใจคนนี้มีแบคเป็นคนใหญ่คนโตในวงการบันเทิง ที่มาทำงานเป็นเมเนเจอร์เห็นว่าแค่มาฝึกงานน่ะ”

 

คนฟังมุ่นคิ้ว “แล้วตกลงว่า ที่เขาลือกัน กับ ที่เห็นว่า นี่มันยังไม่มีข้อพิสูจน์ใช่ไหม?”

 

เด็กสาวยักไหล่ “ก็ใช่แหละ แต่แหมถ้าไม่มีมูลจะมีคนพูดได้ยังไงล่ะ อีกอย่างหน้าตาเขาก็ดูไม่เหมือนสามัญชนสักหน่อย ดูปราดเดียวก็รู้ว่าหล่อของแท้ไม่พึ่งศัลยกรรมด้วยความเป็นลูกครึ่งมันกินขาด”

 

ก็อาจจะจริง แพทเทิร์นวิเคราะห์ตาม ที่เขาเข้าใจผิดไปว่าเมเนเจอร์คนนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกนักร้องก็เพราะหน้าตามันหล่อจริงๆ นั่นแหละ อาจเพราะความเป็นลูกครึ่งด้วยล่ะมั้งที่ทำให้ผู้ชายคนนั้นดูมีเสน่ห์กว่าคนเกาหลีแท้ๆ โดยเฉพาะริมฝีปากเวลายิ้ม และดวงตาสีเขียวอ่อนวาววับราวกับสะสมดวงดาวอยู่ในนั้นทั้งจักรวาล

 

“เฮ้อ เสียดายเนอะที่พี่แพทไม่ได้ยินว่าเมเนเจอร์เขาพูดอะไร” ดีไซน์ถอนหายใจ เอื้อมมือไปเลื่อนเม้าส์เอง นี่ถ้าเธอไม่เห็นกับตานะว่าเมเนเจอร์สุดโหดคนนั้นยิ้มให้พี่ชายของเธอ เธอไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดเลย เพราะเธอติดตามข่าวนักร้องวงโปรดของเธอมาตลอดและได้เห็นเมเนเจอร์คนนี้เข้ามาดูแลวงเมื่อสามเดือนก่อน ทั้งแฟนเกาหลีแฟนต่างชาติต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมเนเจอร์คนนี้มีดีกรีความโหดมากกว่าคนก่อนอย่างเทียบไม่ติดฝุ่น ตัวเธอเองก็เพิ่งเห็นความโหดของผู้ชายคนนั้นเมื่อวันที่ไปรอศิลปินที่โรงแรม ...แค่มีเด็กคนหนึ่งยืนล้ำเขตแดนหล่อนแทบจะโดนงับหัวอยู่รอมร่อ

 

แพทเทิร์นเอนหลังพิงเก้าอี้ มองจอมอนิเตอร์ที่ปรากฏภาพนักร้องเกาหลีห้าคนที่เพิ่งมีคนเสิร์ทในประเทศไทยเมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา เขาว่าดาราเกาหลีก็หล่อดี จะหล่อด้วยมีดหมอหรือธรรมชาติสร้างมาก็เถอะ แต่มันก็เท่านั้น สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีอิทธิพลกับเด็กผู้หญิงมากกว่าผู้ชายที่แม้จะมีรสนิยมอย่างเขา แน่นอนใครๆ ก็ต้องชอบคนหน้าตาดี แต่โลกของความเป็นจริงมันโหดร้ายกว่านั้น โดยเฉพาะโลกของคนที่ชอบเพศเดียวกัน

 

เอาเวลาเพ้อดาราไปตามหาคนรักให้ได้สักคนดูจะเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์กว่าเยอะ

 

เด็กหนุ่มหันมองหน้าน้องสาวที่กำลังยิ้มให้กับภาพของยุงบิน เอ้ย ยูมิน บนจอแล้วยกมือขึ้นขยี้หัวฝ่ายนั้น พลางลุกขึ้นยืน “ใกล้สอบแล้วนะไซน์ อย่ามัวแต่เล่นล่ะ”

“จ้าๆ เดี๋ยวไซน์ไปอาบน้ำแล้วจะอ่านหนังสือละเนี่ย”

 

แพทเทิร์นยิ้มส่ายหัวเมื่อหันกลับไปเห็นน้องสาวตัวดีตั้งท่าแชทเฟซบุ๊คกับเพื่อน ดูท่าคงไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงกว่าเจ้าตัวจะไปอาบน้ำ

 

เขาเดินออกมาจากห้องของน้องสาว ขยับเท้าไปทางซ้ายแค่สามก้าวก็ถึงประตูห้องนอนของตัวเองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน

 

ห้องนอนของแพทเทิร์นเรียบง่าย ทุกอย่างในห้องเป็นโทนสีเขียวอ่อนให้ความรู้สึกของต้นไม้ร่มรื่น ผนังด้านหนึ่งถูกทำเป็นโซนทำงานทั้งโต๊ะไฟเขียนแบบ โต๊ะไม้ ตู้เก็บหนังสือ ชั้นวางแบบ ตู้เก็บอุปกรณ์เครื่องเขียน และโต๊ะวางคอมพิวเตอร์

 

แพทเทิร์นหยิบไอโฟนที่วางอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ขึ้นมาดู บนหน้าจอไม่ปรากฏเบอร์ของคนที่เขาเฝ้ารอมาหลายวัน เขาเลือกโทรกลับเบอร์ของเพื่อนสนิทคนหนึ่งในสามสายที่ไม่ได้รับ เพราะเห็นจำนวนครั้งที่มันโทรมาแล้วไม่รู้ว่ามีใครจะตายหรือเปล่า

 

“ว่าไงเบสท์”

 

‘หายไปไหนมาแพท เราโทรจนนิ้วจะหักอยู่แล้ว’

 

“เราออกไปทำธุระกับไซน์มา ลืมหยิบโทรศัพท์ไปด้วย มีเรื่องอะไรหรือไง?” แพทเทิร์นทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง รู้สึกปวดข้อเท้าอยู่มากแม้ว่าจะแวะไปหาหมอมาแล้วก็ตาม

‘ก็มีน่ะสิ!’ เสียงของเพื่อนฟังดูร้อนรนจนแพทเทิร์นรู้สึกสังหรณ์ใจ ‘แพท นายกับพี่หนึ่งยังคบกันอยู่หรือเปล่า?’

 

หัวใจพลันเสียวปลาบขึ้นมากับชื่อที่ได้ยิน “เบสท์เจอพี่หนึ่งเหรอ”

 

‘อือ เราเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ นัวเนียกันสุดๆ อ่ะ เห็นแล้วรู้สึกแย่แทนเลย ทำไมพี่เขาทำอย่างนี้วะ มีแพทอยู่แล้วทั้งคน’

 

ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มกับคำพูดของเพื่อน ในขณะเดียวกันก็เหยียดยิ้มให้กับตัวเอง “เพราะเราทำให้พี่เขาพอไม่ได้ไง แค่เราคนเดียวคนอย่างพี่หนึ่งไม่พอหรอก”

 

‘แล้วแพทยังจะคบกับพี่เขาอีก หน้าตาญี่ปุ่นจ๋าอย่างแพทหาใหม่สักกี่คนก็ได้ มาทนคบกับพี่หนึ่งอยู่ได้’ เสียงเพลงเบาลงแทนที่ด้วยเสียงรถแล่นเป็นระยะ แพทเทิร์นเดาว่าเพื่อนคงเดินออกมาคุยที่หน้าผับ

 

นั่นน่ะสิ ทำไมเขายังทนคบกับพี่หนึ่งอยู่ได้ตั้งสามปี ตลอดสามปีที่ข้างกายพี่หนึ่งไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว

 

...อาจเพราะพี่หนึ่งคือคนแรกสำหรับเขา คือรักแรกของเขา

 

“เรารักพี่หนึ่งมั้ง”

 

‘แน่ใจนะว่ารัก ไม่ใช่ยึดติด’

 

มือขาวยกขึ้นกดขมับ รู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดๆ อาจเพราะเขาไปเจอคนมาเยอะเมื่อเย็น “แล้วมันสำคัญตรงไหน จะรักหรือยึดติดเราก็ยังคบกับพี่หนึ่งอยู่ดี ถ้าพี่หนึ่งไม่ขอเลิก เราก็ไม่เลิก ถึงพี่หนึ่งจะมีคนอื่นแต่ก็ยังมีเราเหมือนเดิม ...เบสท์ เราปวดหัว ไว้เจอกันพรุ่งนี้ที่มอนะ”

 

แพทเทิร์นวางโทรศัพท์ลงบนเตียงโดยไม่ฟังว่าเพื่อนจะพูดอะไรต่อ เขาพลิกตัวนอนซบหมอน หลับตาลงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า

 

บางที เขาอาจจะยึดติดอย่างที่เพื่อนว่าจริงๆ

 

...เพราะกลัวที่จะจบ และกลัวที่จะเริ่มใหม่

 

_______________________________

 

 

เด็กออกแบบแฟชั่นปีสองไม่มีเรียนแล้วสำหรับเทอมนี้ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่พวกเขาต้องมาส่งโปรเจคประจำเทอม แต่พวกเขาก็ยังนั่งเล่นอยู่หน้าคณะในช่วงเย็นเนื่องจากรุ่นพี่ที่ไปเรียนแลกเปลี่ยนต่างประเทศจะเข้ามาหา ตอนนี้ก็มาแล้วสองสามคน

 

“แต่พี่ว่าตลาดเอเชียเดี๋ยวนี้ก็แรงอยู่นะ” พี่ฟ้า สาวสวยประจำคณะออกความเห็นให้รุ่นน้องฟัง “พี่ยังเสียดายอยู่นิดๆ เลยที่เลือกไปอังกฤษ มีเด็กไทยแลกเปลี่ยนไปเรียนที่นี่เยอะพอสมควรเลยล่ะ เลยเหมือนแข่งกันเองมากกว่า”

 

“แล้วถ้าเลือกฝั่งเอเชีย พี่ฟ้าว่าที่ไหนดีเหรอคะ?” แอนถามตาเป็นประกาย “อย่างญี่ปุ่นเหรอคะ?”

 

“ญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วล่ะนะ แต่ก็ยังมีฮ่องกงกับเกาหลีให้เลือกด้วย” พี่ฟ้าหันมามองรุ่นน้องคนสนิทที่วันนี้ดูเซื่องผิดปกติ ทั้งที่เธอเพิ่งกลับมาจากอังกฤษแต่ดูเจ้าตัวจะไม่ตื่นเต้นดีใจเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่อาทิตย์ก่อนยังงุ้งงิ้งอยากให้เธอกลับมาเร็วๆ อยู่เลย

 

ฟ้าหันไปพยักหน้าให้เพื่อนที่ไปแลกเปลี่ยนด้วยกันแนะนำรุ่นน้องคนอื่นต่อ ส่วนเธอเดินอ้อมโต๊ะม้าหินทางซ้ายมานั่งข้างน้องรหัสตัวเอง

 

“แพท เป็นอะไรไป มีเรื่องไม่สบายใจเหรอ?”

 

เด็กหนุ่มละสายตาจากหน้าจอไอโฟนเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่ เขาเลือกที่จะส่ายศีรษะเป็นคำตอบ แล้วเก็บไอโฟนลงกระเป๋ากางเกง

 

“พี่ฟ้าว่าผมเลือกไปประเทศไหนดีครับ?”

 

เห็นรุ่นน้องยิ้มแล้วฟ้าก็เลือกจะไม่ถามอะไรต่ออีก “อืม...งานของแพทพี่ว่าไปได้ทุกประเทศเลยนะ แพทไม่ยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง ได้ลองปรึกษาอาจารย์ดูบ้างหรือยังล่ะ?”

 

“อาจารย์เชฐบอกให้ผมหลับตาจิ้มเอาครับ”

 

ฟ้าหัวเราะลั่นกับคำแนะนำของอาจารย์ประจำเอก “ก็จริงของแกล่ะนะ แพทเป็นคนเดียวเลยมั้งเนี่ยที่มหาลัยไหนก็ยินดีตอบรับ”

 

แพทเทิร์นทำหน้ายู่ “แต่ผมไม่อยากเลือกแบบเดาสุ่มนี่นา เกิดเลือกผิดทำยังไงล่ะครับ ต้องเรียนตั้งหนึ่งปี”

 

“เอาน่าๆ ค่อยๆ คิดไปก่อนแล้วกัน ยังมีเวลาอีกตั้งสองเดือน หรือไม่ก็รอรุ่นพี่คนอื่นกลับมาแล้วแพทก็ไปถามดูนะว่าแต่ละที่เขาเรียนอะไรยังไงกันบ้าง เปรียบเทียบเอาเองก็น่าจะใช้ได้”

 

“ครับ แล้ว...” แพทเทิร์นหยุดคำพูดกะทันหันเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นมา เขารีบล้วงหยิบขึ้นมาดูหน้าจอไม่รอช้า “...พี่ฟ้า แพทกลับเลยแล้วกันนะครับ” เงยหน้าบอกรุ่นพี่แล้วก็คว้าเป้ขึ้นสะพายพลางแนบโทรศัพท์ชิดหู ริมฝีปากระบายยิ้ม

 

 

 

 

“อ้าว ไอ้แพทไปไหนแล้วล่ะครับพี่ฟ้า?” เบสท์วิ่งหอบมาถึงตึกคณะของเพื่อนสนิทแล้วก็ได้แต่ทำหน้าทำตาเลิ่กลั่กมองหาเพื่อนตัวเล็กไม่เจอ ทั้งที่นัดกันไว้แล้วว่าจะกลับพร้อมกัน

 

“เพิ่งกลับไปเมื่อกี้เอง วิ่งตามไปน่าจะทันนะ” ฟ้าเอ่ยตอบให้เด็กหนุ่มเอกดนตรีที่มาคลุกอยู่ที่คณะนี้จนแทบจะย้ายเอกได้อยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่ามีเบสท์ที่ไหนต้องมีกีต้าร์ควบคู่ไปด้วยคงแยกเด็กหนุ่มออกจากคณะนี้ไม่ได้

 

“งั้นผมไปนะครับพี่ฟ้า” เบสท์วิ่งสู้ฟัดไม่รอช้า พักนี้เพื่อนสนิทเขายิ่งอยู่ในอารมณ์ไม่ปกติอยู่ด้วย ไม่อยากปล่อยให้ไปไหนมาไหนคนเดียว กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ...ลางสังหรณ์มันบอกว่างั้น

 

เบสท์เป็นเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งช่วงขายาว วิ่งไม่นานนักก็เห็นร่างของเพื่อนสนิทเดินลิ่วๆ อยู่ไม่ไกล

 

“แพท! ไอ้แพท!! รอด้วยโว้ยยยย”

 

เจ้าของชื่อหยุดเดิน หันไปมองก็เห็นเพื่อนวิ่งลิ้นห้อยมายืนหอบหายใจตรงหน้า “อ้าว โทษที ลืมไปว่านัดเบสท์ไว้”

 

“ไม่ต้องเลยแพท” เบสท์เท้ามือลงกับเข่า หอบแฮ่กๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นโบกว่อน “ไม่ต้องมาขอโทษเลย พี่หนึ่งโทรมาใช่ไหม?”

 

คนถูกรู้ทันอมยิ้มพยักหน้าอารมณ์ดี แต่คนรู้ทันกลับทำหน้าเคร่งเครียด คิ้วเข้มกดลึก ยิ่งเห็นสีหน้าของเพื่อนว่ามีความสุขแค่ไหน เบสท์ก็ยิ่งเป็นกังวล

 

สามอาทิตย์ที่พี่หนึ่งไม่ติดต่อมา ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผล และแน่นอนว่าที่พี่หนึ่งติดต่อมาครั้งนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลอย่างเช่นว่าคิดถึงแพท

 

คำสามคำง่ายๆ ที่ทำให้เพื่อนกลายเป็นลูกหมาที่รอเจอเจ้าของอย่างใจจดใจจ่อ

 

พี่หนึ่งเจ้าชู้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว เบสท์และแพทต่างก็รู้ดีเพราะเรียนมาด้วยกัน วันที่แพทบอกว่าคบกับพี่หนึ่งเบสท์ยังต้องใช้เวลาทำใจเชื่อเป็นอาทิตย์ ไม่คิดว่าแพทจะชอบคนอย่างพี่หนึ่งได้ จริงอยู่ว่าพี่หนึ่งทั้งหล่อทั้งเรียนเก่ง พื้นฐานทางบ้านก็ดี แต่ความเจ้าชู้ที่ชายก็ได้หญิงก็ดีนี่มัน...เฮ้อ!

 

“แพท พี่หนึ่งควงผู้หญิงคนเดิมมาตลอดเลยนะ ตั้งแต่สามอาทิตย์ก่อนวันที่เราโทรไปบอก” เบสท์ลากแขนเล็กๆ ของเพื่อนให้เข้ามายืนใต้เงาต้นไม้ “แพทก็รู้ใช่ไหมว่าพี่หนึ่งไม่เคยหายไปเฉยๆ อย่างนี้ และไม่เคยควงใครนานเกินสามวันเลย นอกจากแพทคนเดียว”

 

“เรารู้” แพทเทิร์นตอบง่ายๆ รอยยิ้มที่ประดับอยู่เมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้าขาวแล้ว “แต่เราจะไม่ไปไหน ถ้าพี่หนึ่งไม่บอกให้เราไป”

 

เบสท์อยากจะร้องไห้ ทำไมเพื่อนเขาถึงได้รักไอ้พี่หนึ่งมันขนาดนี้ก็ไม่รู้ “โอเค ก็ได้ พี่หนึ่งนัดให้แพทไปหาที่ไหนล่ะ เดี๋ยวเบสท์ไปส่ง”

 

“เราเอารถมา”

 

“งั้นเราจะขับ”

 

“แล้วรถเบสท์ล่ะ?”

 

“ทิ้งไว้นี่แหละ พรุ่งนี้เบสท์ต้องมามหาลัย”

 

แพทเทิร์นรู้ว่ายังไงเพื่อนก็จะไปด้วยให้ได้ จึงจำต้องยอมแต่โดยดี โยนกุญแจให้เพื่อนแล้วหมุนตัวเดินนำไปยังลานจอดรถเบื้องหน้า

 

 

 

 

ถึงหน้าคอนโดพี่หนึ่งแล้ว แพทเทิร์นทำท่าจะไล่เพื่อนกลับ แต่เบสท์ชิงพูดขึ้นก่อน “ให้เบสท์ขึ้นไปส่งนะ”

 

“ก็ได้” ถ้าไม่ตอบแบบนี้ เขาคงไม่ได้ขึ้นไปหาพี่หนึ่งเสียที

 

ห้องของพี่หนึ่งอยู่บนชั้นสามสิบสอง เป็นชั้นที่มีห้องพักแค่สองห้อง แพทเทิร์นหยิบคีย์การ์ดขึ้นเสียบด้วยความเคยชิน แล้วพบว่าระบบไม่ปลดล็อคเหมือนที่เคย

 

“ทำไมเปิดไม่ได้อ่ะ?” เบสท์ถาม มองคีย์การ์ดในมือเล็กสลับกับเครื่องปลดล็อค เขาพอจะรู้ว่าแพทเป็นคนเพียงคนเดียวที่พี่หนึ่งให้คีย์การ์ดห้องตัวเองไว้ เพราะว่าแพทจะไม่มาโดยพลการ ถ้าพี่หนึ่งไม่ชวนแพทก็จะไม่เข้ามาถือวิสาสะใช้ห้องนี้ พี่หนึ่งเป็นคนประเภทไม่ชอบให้ใครมาก้าวก่ายการใช้ชีวิต ไม่แปลกหรอกหากพี่หนึ่งจะเลือกแพทเป็นตัวจริง เพราะคงไม่มีใครยอมพี่หนึ่งได้เท่าแพทอีกแล้ว

 

“สงสัยพี่หนึ่งเปลี่ยนรหัส” แพทเทิร์นรู้สึกว่าเสียงที่ตอบเพื่อนออกไปนั้นมาจากใครคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง การที่พี่หนึ่งเปลี่ยนรหัสโดยไม่บอกเขามันทำให้เขาช็อคในระดับหนึ่ง

 

“งั้นก็กดกริ่ง” เบสท์พูดแล้วกดทันทีไม่รอช้า ในขณะที่แพทเทิร์นนึกอยากหันหลังกลับขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

 

แกร๊ก

 

 

เสียงปลดล็อคจากด้านในเหมือนจะดังมากกว่าที่เป็นจริงในความรู้สึกแพทเทิร์น เท้าเล็กก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างแทบไม่รู้ตัว บานประตูค่อยๆ เปิดออกเชื่องช้าพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงด้านใน

 

“พี่หนึ่ง~ อย่าแกล้งสิคะ”

 

“แป้งนั่นแหละแกล้งพี่”

 

“พี่หนึ่งนั่นแหละ~ อ่ะ...” หญิงสาวที่เป็นคนเปิดประตูชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เอวของเธอยังมีวงแขนของเจ้าของห้องคล้องอยู่

 

แพทเทิร์นมองหน้าหญิงสาวรูปร่างดีในชุดนักศึกษาเข้ารูปไปทุกส่วน แล้วเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าคนที่ได้ชื่อว่าแฟน นี่เป็นครั้งแรกที่พี่หนึ่งนัดเขามาเจอโดยที่มีใครอื่นอีกคนอยู่ด้วย

 

ภายในอกรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาฉับพลัน

 

“มาแล้วเหรอแพท โทษทีนะ พอดีแป้งมาหาเมื่อกี้ แพทกลับไปก่อนได้ไหม?” สีหน้าคนพูดไม่ได้ตกใจเลยสักนิดที่ทำให้แฟนมาเห็นภาพนี้ ซ้ำยังบอกให้แฟนกลับไปก่อนอีก ใครทนได้ก็ทนเถอะ แต่เบสท์ทนไม่ได้โว้ย!

 

“มึง ไอ้พี่หนึ่ง จะเอายังไงกับแพทก็บอกมาเลยดีกว่า ทำแบบนี้มันจะเหี้ยเกินไปแล้วนะ!” เบสท์ก้าวขาไปหมายจะกระชากคอเสื้อรุ่นพี่ แต่มือเล็กคว้าจับแขนเขาเอาไว้ก่อน ถึงแรงที่คว้ามาจะน้อยนิดก็ตาม ทว่าเบสท์ก็ยอมหยุดแค่ครึ่งก้าว หายใจฟึดฟัดไม่สบอารมณ์แทน

 

“แพท” พี่หนึ่งไม่แม้แต่จะมองหน้าของเบสท์ เขาก้มมองคนตัวเล็กด้วยสายตาเย็นชาราวกับไม่เห็นอีกฝ่ายเป็นคนสำคัญ “พี่เคยบอกแพทแล้วใช่ไหม ว่าถ้าแพททนไม่ได้พี่ก็ไม่ห้าม แพทเลือกมาเลยตอนนี้ว่าจะเอายังไง”

 

ริมฝีปากบางเม้มแน่น เขาเคยทนได้มาตลอดสามปี แต่นั่นมันเพราะเขาไม่เคยเห็นพี่หนึ่งอยู่กับคนอื่นต่อหน้าต่อตามาก่อน ไม่เคยตกเป็นตัวเลือกที่สองอย่างในเวลานี้ เขาคิดมาตลอดว่าอย่างน้อยพี่หนึ่งก็เลือกให้เขาเป็นคนสำคัญที่สุด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ เขากลับเป็นคนที่ต้องถอยไปแทนที่จะเป็นผู้หญิงคนนั้น

 

แพทเทิร์นกำมือแน่น ความคิดชั่ววูบสั่งให้เข้าหันไปกระชากคอเสื้อเพื่อนร่างสูงข้างๆ ให้ก้มลงมา แล้วยื่นริมฝีปากขึ้นจูบแนบสนิท ไม่ทันที่อีกคนได้ตั้งตัว และในตอนนี้คนคนนั้นก็ช็อคยืนทื่อเบิกตาค้างไปเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าคนตัวเล็กจะผละริมฝีปากออกมาแล้วก็ตาม แม้แต่เสียงวี๊ดเบาๆ ของหญิงสาวก็ไม่ทำให้เบสท์ได้สติ

 

“แพทอย่าใช้วิธีนี้กับพี่ เพราะมันไม่ได้ทำให้พี่รู้สึกอะไรเลย”

 

การเดิมพันที่เขาไม่เคยกล้าเสี่ยงมาก่อนจบลงอย่างง่ายดาย

 

พี่หนึ่งไม่เคยตามหึงหวงเขา พี่หนึ่งไม่ใช่ผู้ชายที่ต้องตามง้อใคร เท่าที่เขารู้ ไม่เคยมีใครได้หัวใจของเต็งหนึ่งคนนี้ แม้แต่ตัวเขาเองที่ถึงจะคบกันมาสามปี พี่หนึ่งก็ยังคงเป็นพี่หนึ่งไม่เปลี่ยนแปลง

 

ริมฝีปากบางสีสดยิ้มขืนคล้ายจะหัวเราะ แต่ไม่มีเสียงหัวเราะออกมา นัยน์ตาสีนิลเป็นประกายวาวเมื่อมีน้ำใสๆ เอ่อท้นขึ้นมา เขาถอยหลังไปเล็กน้อย ไม่มีความรู้สึกใดจะเรียกร้องเอาคืนจากผู้ชายตรงหน้า เขายอมรับข้อตกลงที่พี่หนึ่งเป็นคนตั้งไว้เอง และถ้าเขาทนไม่ได้ เขาก็แค่ถอยออกมาจากผู้ชายที่ชื่อเต็งหนึ่งเท่านั้น

ง่ายแสนง่าย...

 

แต่ยากเหลือเกินกว่าที่เขาจะก้าวเท้าออกมาจากที่ตรงนั้น

 

 

 

_______________________________

 

 

 

เป็นเวลาตีหนึ่งหรือตีสอง แพทเทิร์นไม่รู้ ที่เขารู้คือเขาไม่ต้องร้องไห้หากมีน้ำหวานๆ ให้ดื่มอยู่เรื่อยๆ เสียงเพลงเร่งเร้าที่ดังกลบเสียงพูดคุยทำให้เขารู้สึกสนุกจนไม่อยากเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ เขาเห็นเพื่อนสนิทเต้นอยู่กับกลุ่มผู้หญิงกลางฟลอร์

 

...ท่าทางน่าสนุก

 

แพทเทิร์นยกแก้วคอกเทลที่เหลือครึ่งแก้วขึ้นดื่มหมดในรวดเดียว แล้วส่งแก้วคืนให้บาร์เทนเดอร์ เดินเซไปเซมาอย่างหมายมั่นว่าจะไปให้ถึงตัวเพื่อน แต่ยิ่งเดินทิศทางกลับยิ่งเป๋ผิดทิศผิดทาง เรียวคิ้วบางขมวดยุ่งอย่างหงุดหงิด พยายามตั้งหลักจะเดินใหม่ แต่คราวนี้กลับมีเงามืดๆ มายืนบัง เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นผู้ชายแปลกหน้ามายืนขวาง

 

“มาคนเดียวเหรอครับน้อง?”

 

นัยน์ตาคู่สวยหรี่ปรือ แสงไฟน้อยนิดวูบไหวไปมาทำให้คนเมาจับภาพได้ไม่ชัดเสียที แล้วยังต้องแหงนคอมองอีก ศีรษะเลยหนักอึ้งอีกเท่าตัว

 

“คราย?” เสียงหวานลากถามบอกชัดว่ามีแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดเกินขนาด

 

“พี่ชื่อเต้ครับ ตกลงน้องมาคนเดียวเหรอ? สนใจไปต่อกับพี่ไหมครับ?” คนตัวเล็กส่ายหน้าพรืดพร้อมตอบเสียงดังแข่งกับเสียงเพลง

 

“ม่ายปาย~ จาปายหาเบ้ทททท~”

 

“เบ้ท? เพื่อนเหรอครับ อยู่ไหนล่ะเดี๋ยวพี่พาไป”

 

“ม่ายต้องๆ ปายเองด้าย~” มือเล็กขืนแรงไม่ยอมให้อีกฝ่ายลากไปง่ายๆ แต่ดูท่าว่าจะยิ่งทำให้ฝ่ายนั้นอยากลากคนตัวเล็กที่เมาไม่รู้เรื่องกลับไปด้วยกันยิ่งกว่าเดิม แค่เห็นก็ว่าน่ารัก พอได้จับต้องก็พบว่าคนตัวเล็กผิวนุ่มกว่าที่คิด เสียงหวานๆ จากปากสีแดงสดเวลาครางจะน่าฟังสักแค่ไหนกัน

 

“มากับพี่นะครับ เด็กดี”

 

“หื้อออ ม่ายปายๆ” ร่างเล็กเริ่มโวยวาย คนที่ยืนอยู่ใกล้เริ่มหันมามอง อีกฝ่ายจึงเอื้อมมือไปปิดปากของแพทเทิร์น จังหวะที่ตั้งใจจะจับลากไปทั้งอย่างนี้ ร่างที่สูงกว่าของใครคนหนึ่งก็แทรกเข้ามาระหว่างพวกเขาเสียก่อน

 

...ครายอีกล่ะเนี่ยยยย?

 

แพทเทิร์นนึกในใจอย่างหงุดหงิดกับการถูกขวางเส้นทางพลางเงยหน้ามองผู้มาใหม่ แต่แสงไฟคราวนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย เขามองไม่เห็นหน้าของคนที่หันไปพูดกับผู้ชายคนแรก พูดอะไรก็ไม่รู้ไม่ได้ยิน เอ๊ะ แล้วเสียงเพลงมันหายไปไหนหว่า? แล้วนี่ตกลงเค้าปิดไฟเต้นกันเหรอไง?

 

อืม...ชักง่วงนอนแฮะ

 

 

นอนเลยละกัน!!

 

_______________________________

TBC

Subject Author
Chapter 00 - จุดเริ่มต้น KimYoonBe
Chapter 01 - การเดิมพันครั้งสุดท้าย KimYoonBe
Chapter 02 - เดินทางไปเกาหลีใต้ KimYoonBe
Chapter 03 - เพราะดวงสมพงษ์กัน? KimYoonBe
Chapter 04 - ถ้าเมเนเจอร์จะโหดขนาดนี้...! KimYoonBe
Chapter 05 - แลกเบอร์กัน...โอป้า? KimYoonBe
Chapter 06 - คิมซึงฮวาน กับเด็กขี้เมา KimYoonBe
Chapter 07 - มันต้องเป็นเพราะความเมาแน่ๆ KimYoonBe
Chapter 08 - อะไรนะ? เดทกับไอดอล?! KimYoonBe
Chapter 09 - จูบนี้มันอะไรกันครับ?! KimYoonBe
Chapter 10 - เป็นไงล่ะ จูบคืนแบบนี้ตกใจล่ะสิ?...! KimYoonBe
Chapter 11 - เขาเนี่ยนะเป็นชู้กับคิมซึงฮวาน?! KimYoonBe
Chapter 12 - ผมตกหลุมรักคุณมาสองปีแล้ว KimYoonBe
Chapter 13 - จูบเป็นยาแก้ปวดฉุกเฉิน KimYoonBe
Chapter 14 - คนที่ 'ชอบ' ก็มีอยู่คนนึง KimYoonBe
Chapter 15 - มากกว่าความหลงใหล KimYoonBe
Chapter 16 - ...ที่รัก... KimYoonBe
Chapter 17 - ตกลงเราคบกันแล้วนะ KimYoonBe
Chapter 18 - เรื่องจูบ ถือว่าเจ๊ากัน KimYoonBe
Chapter 19 - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ KimYoonBe
Chapter 20 - เพราะคุณคือโชคชะตาสำหรับผม KimYoonBe
Up